โซซอล
facebook-icon

ซอลลี่นำความสนุกจากซีรีส์เกาหลีสุดฮิต 'What's Wrong with Secretary Kim' มาให้ทุกคนได้อ่านในรูปแบบตัวอักษรกันแล้วค่า~

ตอนที่ 7-1 ไม่พูด น่ากลัวกว่าพูดไม่ดี

ชื่อตอน : ตอนที่ 7-1 ไม่พูด น่ากลัวกว่าพูดไม่ดี

คำค้น : เลขาคิม นิยายเกาหลี

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.8k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 22 เม.ย. 2562 20:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7-1 ไม่พูด น่ากลัวกว่าพูดไม่ดี
แบบอักษร

​#7 ไม่พูด น่ากลัวกว่าพูดไม่ดี


มีโซเข้ามาในบ้านแล้วเปิดไฟ แต่พอเธอจะวางกระเป๋าลงบนโต๊ะเสียงโทรศัพท์มือถือกลับดังขึ้น

มัวแต่ชั่งใจว่าควรรับหรือไม่รับดี ทว่าสุดท้ายเสียงดังลั่นจากโทรศัพท์ก็เงียบหายไปเอง

“เฮ้อ”

มีโซถอดต่างหูพร้อมกับเดินไปทางหน้าต่างห้องด้วยความเคยชิน ได้แต่ก้มมองรถสีเทาคันหรูของยองจุนที่ยังจอดอยู่ในถนนอันคับแคบและมืดหน้าห้องพักของเธอไม่ไปไหนด้วยใจที่รู้สึกหวิวๆ อาจเป็นความรู้สึกเดียวกับตอนเธอเคยพูดไม่ดีกับยองจุนแล้วหนีออกมาเมื่อเก้าปีก่อน

และตอนนั้นเสียงแจ้งเตือนข้อความก็ดังขึ้นจากในกระเป๋า

-ข้อความเข้าจ้า!

มีโซเลยวางต่างหูไว้บนโต๊ะแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือออกจากกระเป๋าเพื่อเช็กข้อความ ซึ่งคนที่ส่งข้อความมาก็เป็นยองจุนตามที่คาดไว้

[ทำไมเป็นอย่างนั้นอะ]

[ขอโทษนะคะ ฉันคิดว่าท่านรองล้อเล่นที่ขอคบเมื่อหลายวันก่อนน่ะค่ะ]      

[ไม่ เรื่องนั้นมันผ่านไปแล้ว แต่ที่บอกว่าฉันไม่ใช่สไตล์ของเลขาคิม] 

[ฉันไม่ได้โกหกนะคะ]

[เลขาคิมบ้าไปแล้วรึไง ไม่ชอบฉันงั้นเหรอ มีมนุษย์แบบนั้นในโลกได้ไงเนี่ย ไม่ชอบฉันตรงไหนอะ สติเธอยังดีอยู่ไหม]

สุดยอด ในหัวมีแค่เรื่องตัวเองจริงๆ สมแล้วกับการเป็นคนไม่เคยคิดถึงหัวหกคนอื่น

[แป๊บนึงค่ะ ใจเย็นก่อนนะคะ ท่านรองคะ ฉันไม่ได้ไม่ชอบคุณแบบนั้นค่ะ ความจริงฉันคิดว่าท่านรองคือคนที่เก่งมากเลยนะคะ แต่คงจะดีเกินไปสำหรับผู้หญิงธรรมดาๆ อย่างฉันน่ะค่ะ]

คำพูดนั้นมาจากใจจริง พูดตามตรงว่าหากไม่ได้ทำงานด้วยกันมาถึงเก้าปี อีกฝ่ายคือคนที่มีโซคงไม่กล้าแม้แต่จะจ้องมอง เขาเป็นคนที่สูงส่งเกินไปในหลายๆ ด้าน

[งั้นก็แค่แต่งงานก็พอไง]

เอ๋ อะไรนะ นี่มันไม่ใช่แล้ว

รอยยิ้มละมุนเลือนหายไปจากหน้าของมีโซทันที เธอนิ่งเฉยก่อนฝืนยิ้มอย่างไร้คำพูดแล้วกดมือถือด้วยมือเรียวบางที่สั่นไหว

[นี่แหละค่ะ อะไรแบบนี้ไงคะที่ทำให้ฉันไม่ชอบท่านรอง]

[ไหนเมื่อกี้บอกไม่ได้ไม่ชอบไง ทำไมกลับคำพูดอย่างนี้ล่ะ]

[โอ้โห… อย่ามาทำเป็นเล่นนะคะ]

[ไม่ได้เล่น ตอนนี้ฉันจริงจังมาก]

[งั้นดูสิ่งที่ท่านรองทำตอนนี้สิคะ ท่านรองประธานจบทุกอย่างด้วยการสั่งตามใจตัวเองเสมอ ไม่เคยคิดถึงคนต้องทำตามคำสั่งเลยสักนิดค่ะ]

ใช่แล้ว ความรู้สึกที่ผ่านมาเริ่มทยอยๆ กันเข้ามา

[แล้วยังไง ตอนนี้จะประท้วงว่าลำบากมากในช่วงเก้าปีที่ผ่านมา เพราะฉันงั้นเหรอ]

[ไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่อย่างนั้น]

แต่หลังจากมีโซกะพริบตาปริบๆ จ้องอ่านข้อความอยู่พักใหญ่ เธอก็จบด้วยการพิมพ์ปักปักปักปักเต็มแรงพร้อมกัดปากแน่นไปด้วย นี่แหละข้อความมันก็ดีแบบนี้ มันทำให้เธอพูดเรื่องภายในใจที่ไม่เคยพูดออกมาได้เพราะที่ผ่านมาต้องเผชิญหน้าทำงานด้วยกันทุกวัน

[อ๋อ ใช่ค่ะ จริงๆ คือลำบากมากเลยค่ะ ท่านรองทั้งดื้อไม่ยอมฟังใคร เห็นแก่ตัว แถมยังเข้าใกล้โรคสมบูรณ์แบบเกินเหตุด้วย รู้ไหมคะว่าฉันลำบากแค่ไหนที่ต้องดูแลผู้ชายที่หลงใหลรูปลักษณ์แล้วก็เอาแต่ส่องกระจกชื่นชมตัวเองอยู่ทุกวันอย่างท่านรอง ไหนจะสั่งงานตั้งแต่เช้ามืดจนถึงดึกดื่นจนฉันไม่มีเวลาเป็นของตัวเองเลยสักวัน งานพวกนั้นน่ะ มันก็ต้องเหนื่อยแน่นอนอยู่แล้วค่ะ!!!!!!!!!!!!!!!]

โอ๊ย โล่งใจจริงๆ ถึงจะพิมพ์ไปขนาดนั้น แต่มีโซก็ยังใส่เต็มด้วยเครื่องหมายตกใจต่อท่ายข้อความอีกสิบห้าอันเผื่อคนรับสารจะไม่รู้

แต่เวลาก็ผ่านไปนานกว่าจะเธอได้รับข้อความตอบกลับมา

[ดูเหมือนเป็นความผิดฉันหมดเลยนะ]

[ถ้าไม่ใช่แล้วความผิดใครล่ะคะ]

[เธอไม่ได้บอกว่าไม่อยากทำนี่]

[คะ?]

[ถ้ามีโซพูดว่าไม่อยากทำ ฉันคงไม่ให้ทำงานทุกอย่างแบบนั้นหรอก อ้อ ยกเว้นเรื่องขับรถแทนนะ]

พอมาคิดดูอีกทีเธอทำตามสิ่งที่เขาสั่งมาตลอด ไม่เคยปฏิเสธงานที่ยองจุนสั่งให้ทำอย่างจริงจัง อืม ถ้าเป็นอย่างนั้นก็คดีพลิก คงเหมือนมองหาคนผิดในอุบัติเหตุอันคลุมเครือ

มีโซมองจอเงียบๆ ด้วยสีหน้ามึนงงเพราะโดนโจมตีด้วยคำพูดอยู่สักพัก หลังจากจัดการกับคำพูดที่อยากพูดอยู่ภายในใจอีกครั้งเรียบร้อยแล้ว เธอจึงเริ่มตอบข้อความอย่างใจเย็น

[ถ้างั้นเรื่องไหนผ่านไปแล้วก็ให้มันจบไปอย่างที่ท่านรองบอกนั่นแหละค่ะ แต่ฉันเหนื่อยแล้วจริงๆ ค่ะ]

[ฉันสัญญาแล้วไงว่าจะลดงานให้]

[ไม่ค่ะ ไม่ใช่เรื่องนั้น]

[แล้วเรื่องไหน]

[ฉันเคยบอกไปแล้วนี่คะ ตอนนี้ฉันไม่จำเป็นต้องหาเงินแล้ว ฉันแค่อยากอยู่สบายๆ พร้อมกับการได้ความรักค่ะ อยากได้คำสารภาพขอแต่งงานจากหัวใจ ไม่ใช่พูดไปเรื่อยแบบไร้จุดหมาย อยากถูกขอแต่งงานอย่างลึกซึ้งมีความหมายค่ะ ที่ผ่านมาฉันเจอชีวิตจริงมาจนเบื่อ อยากหาความโรแมนติกบ้างแล้วค่ะ ถึงจะชวนแต่งงาน แต่ความโรแมนติกอะไรแบบนั้นมันเป็นเรื่องที่ฝืนสำหรับท่านรองนี่คะ คนแบบท่านรองอาจจะไม่รู้จักความโรแมนติกก็ได้]

[คิดแบบนั้นจริงเหรอ]

[ค่ะ แค่ความเอาใจใส่ ยังไม่มีแม้แต่ขี้ตาของอะมีบาเลยค่ะ]

แล้วระหว่างนั้นอยู่ๆ ก็มีข้อความอื่นเข้ามา

-ข้อความเข้าจ้า!

โอ๊ย ใครส่งอะไรมาตอนกำลังซีเรียสขนาดนี้ เมื่อเธอออกจากหน้าแชทจึงรู้ว่านั่นคือข้อความจากพัคยูชิก

จากนั้นความเครียดทุกอย่างก็สลายทันทีเมื่อเปิดข้อความของ ‘ผู้เชี่ยวชาญพัค’  

[เลขามีโซ ขอโทษนะที่รบกวนตอนดึก ตอนนี้หัวใจฉันหมดตอนต้านกระแสน้ำอยู่อะ ส่งมาให้ดวงนึงนะ เร็วๆ เข้าล่ะ! แท้งคิ่ว!]

โอ๊ย! มีแต่คนประเภทนี้! ก็ซื้อหัวใจใช้สิ!

ดูจากนิสัยปกติของผอ. พัคแล้ว หากเธอไม่ยอมส่งหัวใจไปให้เขาคงส่งมารบกวนการสนทนาของเธอกับยองจุนไม่เลิกแน่

มีโซจึงรีบเข้าแอปฯ เกมแอนิปังอย่างรวดเร็ว

แต่ขณะนั้นยองจุนก็ส่งข้อความกลับมาในเวลาเดียวกัน

นี่! คนพวกนี้นี่! ให้ฉันพักบ้างเถอะ! รอหน่อยได้ไหม! เดี๋ยวจะจัดการให้ทีละคน!

ถึงพวกเขาจะเป็นมนุษย์อาการหนักเพราะยุ่งแทบตายทั้งวี่ทั้งวันจนไม่มีเวลาว่างก็จริง แต่อันดับของเกมอันดับหนึ่งและสองจากเพื่อนในแชทของมีโซก็เป็นยองจุนและผู้อำนวยการพัคนั่นแหละ ซึ่งจริงๆ สิ่งที่ผู้อำนวยการพัคไม่รู้คือคะแนนสูงลิบลิ่วจนไม่สามารถเอาชนะได้ของยองจุน​น่ะ มีโซเป็นคนช่วยเล่นด้วย

เธอรีบเข้าเกมและส่งหัวใจให้อีกฝ่ายอย่างรวดเร็วในพริบตาเดียว ก่อนจะกลับมาเปิดหน้าต่างแชทกับยองจุนอีกครั้ง          

ทว่ารถของอีกฝ่ายที่เคยจอดอยู่ในซอยมืดไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้กลับหายไปจากที่เดิมตอนไหนก็ไม่รู้

“อ้าว... ไปแล้วเหรอ”

พอไม่เห็นรถอยู่ที่เดิมจริงๆ ความรู้สึกว่างเปล่าจนยากจะอธิบายได้ก็จู่โจมเข้ามา

“แปลกจัง ทำไมอยู่ๆ ...”

เธอก้มมองจอโทรศัพท์บนนั้นมีข้อความยากต่อการทำความเข้าใจส่งทิ้งไว้

[มีอยู่สองคนบนโลกนี้ที่ฉันไม่อยากให้พูดเรื่อง ‘เอาใจใส่’ ต่อหน้าฉัน คนหนึ่งคือพี่ชาย ส่วนอีกคนที่เหลือ ก็คือเลขาคิม จำไว้ด้วยล่ะ]

หมายถึงอะไรกันแน่…

แต่เป็นเรื่องแล้ว

ตอนนี้เธอเข้าใจแล้วว่าเหตุผลที่อีกฝ่ายขับรถออกไปทั้งๆ ที่ยังคุยเรื่องซีเรียสทิ้งไว้คืออะไร

“อะ... เอ๊ย! นี่เมื่อกี้ฉันส่งหัวใจให้ใครเนี่ย!?”


ความคิดเห็น