โซซอล
facebook-icon

ซอลลี่นำความสนุกจากซีรีส์เกาหลีสุดฮิต 'What's Wrong with Secretary Kim' มาให้ทุกคนได้อ่านในรูปแบบตัวอักษรกันแล้วค่า~

ตอนที่ 6-3 หมดไฟ ชายหนุ่มผู้ถูกทิ้ง 1 คน

ชื่อตอน : ตอนที่ 6-3 หมดไฟ ชายหนุ่มผู้ถูกทิ้ง 1 คน

คำค้น : เลขาคิม นิยายเกาหลี

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.6k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 22 เม.ย. 2562 16:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6-3 หมดไฟ ชายหนุ่มผู้ถูกทิ้ง 1 คน
แบบอักษร

​จุดวิกฤติเกิดขึ้นหลังจากเธอทำงานที่อเมริกาได้เพียงหนึ่งอาทิตย์

มีโซไม่เคยทำงานในฐานะเลขาอย่างเป็นทางการในต่างประเทศมาก่อนจึงไม่แปลกหากเธอจะทำผิดพลาดขึ้นมาบ้างเกี่ยวกับพวกการจัดการหรือตารางงาน โชคดีที่ยองจุนยอมมองข้ามความผิดพลาดเล็กๆ ด้วยใจที่อยากขอบคุณเขาเธอเลยยิ่งตั้งใจพยายามทำงานอย่างหนักมากขึ้น ทว่ากลับเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นหลังจากนั้น

ยองจุนได้รับเชิญเข้าร่วมงานเลี้ยงครั้งสำคัญ แต่เธอกลับรับการสื่อสารมาผิดพลาดเกี่ยวกับการแต่งกายสำหรับงานเลี้ยง เธอจึงเตรียมชุดสูทแคชชวลให้เขา ทั้งๆ ที่ควรจะต้องสวมชุดทักซิโด้ และเวลาในการย้อนกลับมาเอาชุดใหม่มีไม่พอ สุดท้ายยองจุนจึงต้องเข้างานไปอย่างเสียไม่ได้โดยที่ชุดของเขาไม่ถูกต้อง

ระหว่างทางกลับบ้านผ่านไปด้วยความโกรธอย่างรุนแรงจากเรื่องต่างๆ ในช่วงเวลานั้นของยองจุน

มันเหนื่อยมากจริงๆ จนอยากกลับเกาหลีแล้ว อายุก็แค่นี้ทำไมเธอต้องมาทำงานหนักเพื่อเก็บเงินขนาดนี้ มันดีกับใครบ้าง นี่มันไม่ยุติธรรมเอาซะเลย เธออยากฮุกหมัดอัปเปอร์คัตสอยเข้าใบหน้าของคนตรงหน้าที่เอาแต่ร่ายยาวต่อว่าเรื่องความผิดพลาดของเธอทีละข้อๆ ดูสักครั้ง แล้วหลังจากนั้นก็หนีไปไหนสักที่ให้มันจบๆ อึดอัดและเวทนาชีวิตที่ไร้ทางออกของตัวเองตอนนี้เหลือเกิน      

ถึงอย่างนั้นเธอก็ควรจะอดทนให้ถึงที่สุด แต่มีโซกลับถลึงตาและพูดย้อนกลับยองจุนด้วยเสียงสูงซึ่งมันรวมถึงการพ่นคำหยาบคายออกมาด้วย เธอพรั่งพรูทุกอย่างในใจออกไปและปิดท้ายด้วยการหนีออกมา อาจเป็นการระบายความโกรธแค้นทั้งหมดให้ยองจุนก็เป็นได้

แต่ก็เพียงชั่วครู่เท่านั้น

มีโซเพิ่งรู้ตัวหลังกลับมาถึงห้องพักว่าตัวเองได้ทำเรื่องบ้าบออะไรลงไป

พี่สาวทั้งสองของเธอจะเรียนต่อไม่ได้หากเธอถูกไล่ออก และหากพี่ทั้งสองคนเรียนไม่จบตามเวลาและออกมาใช้หนี้ไม่ได้ ทุกอย่างจะกลายเป็นฟองสบู่แตก คำนวณไม่ได้เลยว่าต้องอยู่แบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน

นี่มันรำไม่ดีโทษปี่โทษกลองชัดๆ เธอจึงยิ่งรู้สึกผิดกว่าเดิม เมื่อคนทำพลาดคือตัวเธอเองแต่เธอกลับโมโหใส่ผู้เป็นเจ้านาย มีโซจึงไม่มีหน้าไปเจอยองจุนอีกแล้ว เธอคิดว่าคนหยิ่งทะนงอย่างยองจุนจะต้องไล่เธอออกจากงานแน่นอน

ทำยังไงดี เธอควรจะทำยังไงดี แต่ในขณะเธอคิดวนไปมาด้วยความกังวลใจ มีโซกลับได้รับข้อความหนึ่งข้อความ โดยคนส่งคือยองจุน ทว่าเธอยังไม่กล้าอ่านข้อความนั้น

ถ้าเป็นข้อความที่ส่งมาบอกว่าพรุ่งนี้ไม่ต้องมาทำงานอีกจะทำยังไงดี เธอหยีตาหรี่ตาข้างหนึ่งลงและเปิดตาอีกข้างไว้แบบกล้าๆ กลัวๆ เพื่อเช็กโทรศัพท์ แล้วสุดท้ายมีโซก็ร้องไห้ออกมาอย่างช่วยไม่ได้


‘ยอมรับความใจสู้ที่กล้าเถียงฉันแล้วกัน พรุ่งนี้ตีห้ามาทำงานด้วย’


เพราะอย่างนั้นมีโซจึงร้องไห้และใช้เวลาทั้งคืนเพื่อเรียนรู้วิธีผูกไทด์อย่างดี เธออยากใช้วิธีนี้เพื่อตอบแทนเป็นทั้งคำขอบคุณและขอโทษ

หลังจากยามเช้าเมื่อเธอผูกไทด์ให้กับผู้เป็นเจ้านายด้วยมือตัวเองได้อย่างสมบูรณ์แบบ ยองจุนก็ทำแค่ยิ้มอย่างพอใจและไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก

มีโซคิดว่าใบหน้าที่ประดับด้วยรอยยิ้มของยองจุนมีเสน่ห์มาก แม้เป็นเพียงการยกยิ้มมุมปากข้างเดียวแต่ไม่รู้ทำไมถึงดูดีขนาดนั้นได้ เธอคิดว่าการเข้าใกล้อีกฝ่ายตอนผูกไทด์ให้แล้วเกิดอาการใจเต้นตึกตัก หน้าร้อนจนเห่อแดง คงเป็นเพราะตัวเองร้องไห้มาทั้งคืน


ใช่สิ พอลองคิดแล้ว มันก็เคยเกิดเรื่องพวกนี้ขึ้นด้วยสินะ

แต่ก็เป็นเรื่องที่นานมากจนเกือบจะลืมไปแล้ว

“เธอดูคุยกับคุณแม่ตั้งนานนี่”

มีโซที่มัวแต่ตกอยู่ในห้วงความคิดในอดีตก็ตกใจอย่างใจหายใจคว่ำ แต่เมื่อหันมองรอบตัวก็พบว่ารถได้หยุดลงที่อยู่หน้าบ้านของเธอแล้ว

ภาพยองจุนสมัยเป็นวัยรุ่นเมื่อนานมาแล้วแปรเปลี่ยนไปเป็นชายหนุ่มผู้สมบูรณ์แบบอย่างไม่ทันได้รู้ตัว แต่ละวันมันช่างยาวนานจนยากจะอธิบายความรู้สึกของการทำงานด้วยกันมากว่าเก้าปีได้จริงๆ

“ค่ะ ก็... นิดหน่อยค่ะ”

ทันทีที่เห็นเธอพูดด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้มต่างไปจากปกติ ยองจุนก็เคาะพวงมาลัยพร้อมกับถามขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง

“แม่ว่าไงบ้างล่ะ”

และคำถามนั้นก็ทำให้เธอตั้งสติได้ มีโซกำมือไว้บนเข่าแล้วพูดกับยองจุนอย่างตรงไปตรงมา

“ท่านรองประธานคะ”

“อือ”

“เมื่อไหร่จะเลิกปฏิเสธการสัมภาษณ์คะ”

“พูดอะไรน่ะ”

“ตอนนี้อาทิตย์นึงแล้วนะคะที่ท่านรองไม่รับใครเลย”

“เปล๊า ที่ไม่เลือกเพราะไม่ชอบจริงๆ นี่”

คำพูดและน้ำเสียงของยองจุนไม่ต่างจากเด็กประถม เก้าปีที่ผ่านมาถึงจะหลงตัวเองขนาดไหนแต่ก็เป็นผู้ชายที่โอเคมาตลอด ทำไมเขาถึงได้เปลี่ยนไปแบบนี้กันนะ

“เมื่ออาทิตย์ก่อนคุณโอจีรันมาหาฉันที่บ้านด้วยค่ะ”

“อะไรนะ ตอนไหน”

“ทันทีหลังจากที่ท่านรองมาพูดจาไร้สาระแล้วก็กลับไปน่ะค่ะ”

“พูดไร้สาระเหรอ ใจร้ายจัง งานรอบหน้าอย่าเรียกยัยเด็กคนนั้นมาอีกนะ”

“ถึงไม่บอกฉันก็ตัดทิ้งจากลิสต์ไปแล้วค่ะ”

“ดีมาก”

“ไม่ใช่แค่คุณโอจีรันนะคะ แต่จนถึงตอนนี้ผู้หญิงคนอื่นที่ผ่านๆ มาของท่านรองก็คิดไม่ต่างกัน เรื่องความสัมพันธ์แบบนั้นของฉันกับท่านรองประธาน”

“งั้นเหรอ”

ยองจุนตอบแบบไม่รู้สึกรู้สาอะไรโดยที่สายตายังคงมองนอกหน้าต่าง

“คงจะเพราะทำงานด้วยกันนานเกินไปนะคะ”

“แล้วมีคนไม่รู้เรื่องนี้ด้วยเหรอ”

“ไม่ใช่ค่ะ ที่ฉันอยากจะพูดก็คือพวกเราทำให้คนอื่นเข้าใจผิดเกินไปไหมคะ แม้แต่คุณแม่ของท่านรองประธาน วันนี้ท่านก็พูดแบบนั้นเหมือนกันค่ะ”

“อืม”

ก็ยังเป็นปฏิกิริยาตอบรับที่ไร้ความรู้สึกเหมือนเดิม

สุดท้ายมีโซจึงทนไม่ไหวแล้วแผดเสียงออกมา

“มันไม่ใช่แค่ ‘อืม’ นะคะ! ฉันบอกว่าพวกเขาคิดว่าฉันเป็นคนรักของท่านรองประธานไงค่ะ! นี่มันเป็นปัญหาร้ายแรงนะคะ!”

“เลขาคิมสนใจคนอื่นแบบนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่”

“ตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วค่ะ!”

ยองจุนตกอยู่ในความคิดหลังเฝ้ามองมีโซบ่นพึมพำเพียงแวบเดียว ยังไงการแต่งงานมันก็แค่เรื่องเอกสาร ให้ตาย เรื่องเล็กๆ แค่นั้น มันมีอะไรทำไม่ได้บ้าง แต่งงานไปชีวิตก็ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลง ปกติทุกวันที่เริ่มงานตอนเช้าก็ผ่านมือมีโซอยู่แล้ว ทำงานพร้อมมีโซ เลิกงานก็พร้อมกับมีโซอีก ถ้าจะมีเรื่องแตกต่างก็คงแค่การนอนด้วยกันเท่านั้นเอง

นอนเหรอ

ยองจุนขมวดคิ้วแน่นทันที

อืม ก็ไม่น่าจะเป็นอะไร มันอาจจะทำให้ฝันร้ายที่น่าหวาดกลัวลดลงก็ได้ คิดดูแล้วมันก็ไม่ได้แย่นี่ ถ้าเป็นมีโซล่ะก็

เมื่อก่อนยองจุนเคยคิดว่าการคาดหวังในสมมติฐานที่ไม่แน่นอนคือการกระทำของผู้แพ้ แต่ตอนนี้ไม่มีเวลาให้เอ้อระเหยลอยชายอีกแล้ว

เขาไม่สามารถปล่อยมีโซไปแบบนี้ได้ ไม่ว่าจะต้องทำยังไงก็ตาม ยองจุนก็ปล่อยไม่ได้เด็ดขาด จะเป็นเพราะเรื่องงานหรือด้วยเหตุผลอื่นก็แล้วแต่

“ดี ถ้าเป็นอย่างนั้น ฉันจะเสียสละก็แล้วกัน”

“อะไรคะ”

“อยากแต่งงานขนาดนั้น ก็เอาเลย ง่ายนิดเดียวนี่ แค่เซ็นเอกสาร แล้วใช้ชีวิตแบบปกติเหมือนตอนนี้ก็พอ”

“กำลังพูดถึงเรื่องอะไรกันแน่คะ”

“แต่งงานกันเถอะ กับฉัน”

มีโซหน้าแดงเถือกทันทีหลังได้ยินคำพูดจริงจังจนน่ากลัวของยองจุน

“อะไรนะคะะะะ!?”

ยองจุนมองคนตรงหน้าที่กำลังอ้าปากพะงาบๆ อย่างทำตัวไม่ถูก พร้อมด้วยความคิดว่าเธอดูน่ารักแล้วเริ่มพูดต่ออีกครั้งอย่างชัดถ้อยชัดคำ

“ฉันจะแต่งงานให้เอง”

“อ่า... ตายแล้ว ท่านรองคะ ฉัน… ฉันไม่เคยคิดแบบนั้น ให้ตาย ทำไงดี”

“ทำไมล่ะ ประทับใจมากเลยเหรอ”

มีโซมองยองจุนด้วยใบหน้าคล้ายกับใกล้จะร้องไห้ออกมาเต็มทีก่อนจะหลับตาแน่นและสารภาพ

“ขอโทษค่ะ”

“หื้ม?”

“ดูเหมือนว่าท่านรองคงจะไม่เข้าใจคำพูดที่ฉันพูดเมื่อตอนนั้น ท่านรองประธาน…”

คำพูดต่อมาของเธอทำให้จุดโฟกัสของสายตาที่ยองจุนใช้มองหน้ามีโซหายไปทันที

“ไม่ใช่สไตล์ฉันค่ะ”

“ว่าไงนะ?”

“ท่านรองไม่ใช่สไตล์ฉันเลยค่ะ ข้อแรกคือการเอาใจใส่ ข้อสองก็การเอาใจใส่ค่ะ ฉันชอบผู้ชายที่มีความเอาใจใส่แล้วก็อ่อนโยน ฉันอยากแต่งงานด้วยความรักค่ะ ขอโทษจริงๆ นะคะ”

“เลขาคิม… พูดอะไรน่ะ พูด…ให้ฉันฟังรู้เรื่องได้ไหม”

มีโซมองยองจุนที่กำลังพูดพึมพำอะไรสักอย่างตรงๆ เธอจึงพูดขึ้นอีกครั้งอย่างเด็ดเดี่ยวและแข็งกร้าว

“ขอให้พบความสัมพันธ์ดีๆ นะคะ”

“หือ…”

ยองจุนทำได้เพียงแค่จ้องมองมีโซเดินลงจากรถไปจนกระทั่งเธอเข้าไปในบ้านอย่างนิ่งงันและแน่นิ่ง ดวงตาของเขาเบิกกว้างราวกับเป็นหุ่นขี้ผึ้งไปเสียแล้ว


ความคิดเห็น