rani

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

กับดักรัก หมอสุดโหด บทที่ 15 (100%)

ชื่อตอน : กับดักรัก หมอสุดโหด บทที่ 15 (100%)

คำค้น : กับดักรัก หมอสุดโหด, กับดักรักหมอสุดโหด, ชลาธิป, ปัณ, yaoi, rani, 18+

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.7k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 29 มิ.ย. 2558 14:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กับดักรัก หมอสุดโหด บทที่ 15 (100%)
แบบอักษร

http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/member/41889/81356455-member.jpg

 

 

 

 

บทที่ 15

 

กับดักรัก หมอสุดโหด
   
โดย Rani รานี

 

วันนี้ทั้งวันแทมมี่แทบจะไม่ได้ทำอะไรเลยสักนิด รู้สึกเหมือนตัวเองถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวในโลก เพราะเจ้าเด็กที่พอจะพูดคุยด้วยได้แม้ว่าจะกวนประสาทไปสักหน่อยอย่างต้นน้ำก็ดันอยากจะกลับบ้านก่อนเวลาที่ตกลงกันไว้ทั้งๆที่บอกว่าจะกลับตอนเย็น กลายเป็นว่าหนีหายออกไปตั้งแต่ไก่โห่
            แน่ล่ะ ... คนที่ชื่อ อังกูรอะไรนั่นเป็นคนขับรถไปส่ง แล้วพอกลับมาก็แวะเข้าไปทำงานในไร่เลย โดยไม่สนใจว่ามีเธออีกคนอยู่ในบริเวณไร่แห่งนี้ แม้ว่าเรือนรับรอง กับบ้านของอังกูรจะอยู่ติดกันก็ตาม ความรู้สึกกลัว ความรู้สึกเศร้าเพราะถูกคนเคยรักเมิน มันได้รับการแทนที่ด้วยความเบื่อหน่าย เธอจับเจ่าอยู่กับรายการโทรทัศน์ที่เปิดทิ้งไว้ทั้งวันแต่ไม่ได้ดู ชิมอาหารนิดๆหน่อยๆที่คนงานเอามาให้ทั้งเช้าและเที่ยง โดยไม่เห็นว่ามันจะถูกปากสักนิด แล้วก็รับรู้ว่ามันไม่ได้เป็นฝีมือของพ่อบ้านของบ้านใหญ่หลังโน้น แต่เป็นฝีมือแม่ครัวของไร่นี้นี่เอง
            เฮ้อ ... อยากจะบ้า
            หญิงสาวตัดสินใจคว้าเสื้อแขนยาวกับหมวกปีกเดินออกไปจากบ้านพันทันที ขาเรียวขาวจัดกับการแต่งตัวที่ไม่เหมือนคนพื้นที่เท่าไร ทำให้คนงานในไร่ให้ความสนใจแทมมี่เป็นอย่างมาก บางคนรู้แล้วว่านายของเขามีแขก หากแต่บางคนที่ยังไม่ทราบก็เอาแต่จ้องมองจนแทมมี่ชักจะเริ่มกลัว แววตาของบางคนจ้องมองเธออย่างไม่เกรงใจ
            แทมมี่ตั้งหน้าตั้งตาเดินไปในทิศทางอื่นทันที สายตาที่จับจ้องมองเธอแบบนี้มันเคยนำพาเธอไปสู่หายนะที่ไม่รู้จบมาแล้ว แทมมี่กลัวจนลนลาน คิดถึงสายตาของสามีเวลามองจ้องมาเมื่อเธอทำผิดหรือไม่ได้ดังใจ มือบางกระชับคือเสื้อให้ชิดอกจนเนื้อผ้าบริเวณนั้นยู่ยี่ไปหมด  เท้าที่เดินปัดเป๋จนไม่เป็นทิศทาง
            “มาทำอะไรที่นี่” เสียงกระชากถามจนร่างบางขวัญหนีดีฝ่อ ก่อนจะถอนหายใจเฮือกเมื่อเห็นว่าคนที่ถามคืออังกูรนั่นเอง
            แทมมี่ก็เหมือนคนอื่นๆที่แม้จะรู้จักแต่ก็ไม่กล้าเข้ามาสุงสิงกับชายหนุ่มมากนัก ดังนั้นนับตั้งแต่เธอเป็นแฟนกับชลาธิป เธอก็พูดกับอังกูรน้อยมากจนแทบจะนับคำได้
            “ฉันเบื่อๆน่ะ ก็เลยออกมาเดินเล่น”
            “แล้วตั้งใจจะไปที่ไหน ได้เดินเล่นอย่างที่คิดไหม?” เสียงยังคงห้าวจัดติดจะไม่พอใจนิดๆ
            “ก็คนงานของนายเอาแต่จ้องมองฉัน” หญิงสาวตอบกลับเสียงรั้น
            “เขาเป็นคนงาน ทำงานอยู่ที่นี่มานานแล้ว แต่คุณเพิ่งมา ยังเป็นของประหลาดของที่นี่อยู่ ใครๆก็จ้องมองทั้งนั้นแหละ” พูดจบอังกูรก็จับข้อมือเล็กอย่างแรงแล้วกระตุกให้เดินตามเขากลับไปยังเรือนรับรองหลังเดิม เมื่อเปิดประตูบ้านได้ เขาก็เหวี่ยงแขนของแทมมี่ให้เข้ามาด้านในตัวบ้าน ขณะที่ตัวเองยังอยู่อีกฝั่งประตูมือก็จับบานประตูไว้แน่นไม่ให้ปิดไป
            “คุณมาที่นี่เพราะต้องมาซ่อนตัวจากสามีของคุณ ไม่ใช่มาเพื่อเดินกินลมชมวิว ซึ่งนั่นอาจจะทำให้คุณได้สามีใหม่โดยไม่รู้ตัว ดังนั้นจงอยู่แค่ในที่ที่คุณควรจะอยู่เท่านั้น” อังกูรออกคำสั่ง
            “นี่นาย มันจะมากเกินไปแล้วนะ มันเป็นไปไม่ได้หรอกที่จะให้ฉันอยู่แต่ในบ้าน” แทมมี่ตอบกลับ
            “ผมทำทุกอย่างให้คุณปลอดภัยจากเรื่องร้ายๆ ที่คุณก่อขึ้นเอง เพราะฉะนั้น ...” อังกูรจ้องหน้าอย่างหมายเอาเรื่อง “ถ้าในบ้านมันคือที่ที่คุณควรอยู่ คุณก็ควรอยู่แต่ในนั้น” แทมมี่กำหมัดแน่น เธอไม่แน่ใจรว่าที่โกรธเพราะถูกอังกูรจ้องหน้า พูดจาด้วยความไม่สุภาพ หรือโกรธที่อังกูรทำท่าเหมือนจะรู้ลึกถึงสิ่งที่ซ่อนอยู่ในใจเธอเองกันแน่
            ... อยู่ในที่ที่ควรอยู่เหรอ หึ ณ เวลานี้ ข้างๆชลาธิปคือที่ที่ฉันควรจะอยู่
!!!!  

 

วันนี้ปัณจัดการให้ช่างมาขัดเงาลูกกรงบันไดพร้อมทั้งส่วนอื่นๆ และเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นไม้รอบบ้าน โดยกำชับให้ปิดช่องว่างตรงขอบประตูห้องทำงานของชลาธิปให้สนิทเนื่องจากชลาธิปจะเร่งทำงานอยู่ในห้อง ส่วนปัณก็มาดูแลความเรียบร้อย โดยมีต้นน้ำคอยเป็นลูกมือที่ขยันขันแข็งเหมือนเดิม เสียแต่ว่าลูกพี่อย่างปัณไม่ค่อยกล้าสบตาลูกน้องเท่าไร เพราะยังรู้สึกเขินอายกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเช้านั่นแหละ
            เมื่อช่างทำงานของตัวเองเสร็จ ปัณกับต้นน้ำก็ช่วยกันเปิดหน้าต่างทั้งหมดของบ้านเพื่อระบายกลิ่นน้ำยาขัดและเคลือบเงาออกไปให้ได้มากที่สุด แต่จนแล้วจนรอดกลิ่นแล็กเกอร์ก็ฟุ้งไปทั่วบ้านอยู่ดี ปัณรู้สึกเป็นห่วงคนทีเอาแต่นั่งทำงานในห้องขึ้นมาตะหงิดๆว่ากลิ่นเหม็นที่มากมายเหล่านี้มันเล็ดรอดเข้าไปในห้องบ้างหรือเปล่า

เสียงเคาะประตูทำให้ชลาธิปเงยหน้าออกจากกองเอกสาร ปัณเปิดประตูเข้ามาพร้อมน้ำเก๊กฮวยร้อนๆที่ปิดฝาแก้วมาอย่างดีแล้วรีบปิดประตูห้องให้เรียบร้อย
            “กลิ่นข้างนอกรบกวนไหมครับ”
            “นิดหน่อยน่ะ พออยู่ได้ พอดีฉันเปิดหน้าต่างห้องด้วย เลยช่วยระบายกลิ่นได้บ้าง”
            “ขอโทษนะครับ ผมน่าจะนัดช่างวันธรรมดา จะได้ไม่เดือดร้อนที่รักมากขนาดนี้”
            “ไม่เป็นไรเลย ผมสบายมาก” ชลาธิปยิ้มให้ ก่อนจะยกน้ำเก๊กฮวยขึ้นมาจิบ “ผมว่าสัปดาห์หน้าจะพาที่รักไปเที่ยวน้ำตกซักหน่อย มาอยู่ที่นี่ตั้งนาน นอกจากตลาดกับที่ไร่ ปัณได้ไปไหนมาแล้วบ้าง”
            “ก็ไปโรงแรมกับคุณใหญ่ไงครับ”
            “ปัณ” ชลาธิปเสียงขุ่น แต่ปัณกลับหัวเราะเสียงใส ทำให้อีกคนรู้ว่าถูกแกล้งเล่นซะแล้ว “เล่นอะไรระวังจะเจ็บตัวนะ”
            “น่ารักจังครับ” ปัณพูดพร้อมก้มลงมาหอมแก้มคนรักฟอดใหญ่ก่อนจะหัวเราะอย่างชอบอกชอบใจอีกครั้งที่คนรักแสดงอาการหึงหวง
            “หัวเราะไปดีเหอะ ระวังจะหัวเราะไม่ออกนะ จะไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวัน”
            “โห กลัวไปหมดแล้วเนี่ย” ชลาธิปส่ายหน้ากับความอารมณ์ดีที่ออกจะผิดที่ผิดสถานการณ์ไปสักหน่อย
            “ผมหึงจริงๆนะ อย่าไปยุ่งกับคุณใหญ่อะไรของคุณอีกไม่ได้เหรอ”
            “จะได้ได้ยังไงล่ะครับ เรื่องโรงแรมที่คุณใหญ่มาดูแล้วยังไม่เรียบร้อยเลย ก่อนหน้านี้ที่รักไม่ได้ห้ามอะไรสักหน่อย พอผมช่วยคุณใหญ่ไปแล้ว จะมาหยุดเอากลางคันมันน่าเกลียดนะครับ โตแล้วนะ อย่าทำแบบนั้นเลย อ๊ะ คุณหมอ
!” ปัณตกใจเมื่อจู่ๆชลาธิปก็กระตุกแขนของปัณแล้วตวัดให้ร่างบางลงไปนั่งบนตักของตนเองทันที แล้วโอบรัดรอบกายปัณเอาไว้ทั้งที่หน้ายังบูดบึ้ง
            “อย่าเล่นแบบนี้นะครับคุณหมอ เดี๋ยวต้นน้ำมาเห็นอีก”
            “ผมเคยบอกแล้วนะ ต้นน้ำไม่เข้ามาในห้องผม ถ้าผมไม่อนุญาต และผมก็ไม่ได้กำลังเล่นด้วย”
            “ที่รักครับ” เมื่อไม่รู้จะทำอย่างไรให้รอดพ้นจากสถานการณ์ตรงนี้ ปัณก็ส่งเสียงอ้อน และแม้ว่าชลาธิปจะรู้ว่าร่างบางพยายามทำอะไร แต่ถ้าให้ปล่อยไปซะเฉยๆก็ไม่ใช่หมอชลาธิปแห่งไร่เจริญตาน่ะสิ หึหึ
            “เงียบน่า” ร่างใหญ่แสร้งจิ๊ปากอย่างหงุดหงิด ก่อนจะขบเม้มริมฝีปากบางอย่างรุนแรง ร่างเล็กค่อยเผยอปากตอบรับ ถ้าจะต้องเจ็บตัว สู้ปล่อยเลยตามเลย แล้วหาความสุขเอาสถานการณ์ตรงหน้าดีกว่า
           
อืม...ปัณครางแผ่วเบา
            “หึหึ” ชลาธิปหัวเราะเบาๆเมื่อเห็นปฏิกิริยาของคนบนตัก มือก็ประคองท้ายทองระหงส์ให้อยู่นิ่งๆเพื่อรับการปรนเปรอของเขาให้เต็มที่
มือแกร่งสอดเข้าไปในเสื้อของปัณ
            “อื้อ พอเถอะครับ คุณหมอจะหื่นมากเกินไปแล้วนะ” ปัณพูดเสียงคราง พยายามอย่างมากที่จะพูดให้จบประโยค
            “เห็นหน้าที่รัก ผมก็ “อยาก” ไปซะทุกทีนั่นแหละ”
            “ทะลึ่ง อ๊า” ปัณสะดุ้งเมื่อมือหน้าคลึงปุ่มปมสีชมพูที่หน้าอก “พอเถอะครับ พอก่อน ผม...” ปัณวิงวอนขอร้อง

ก๊อกๆๆ
เสียงเคาะประตูห้องทำงานดังขึ้น สองคนชะงักกึก แต่แค่ครู่เดียวเท่านั้นคุณหมอก็จัดการถลกเสื้อของปัณขึ้นมาจนเห็นปุ่มปมนั่นชัดเจน แล้วจัดการมันด้วยปากทันที
            “อ๊ะ .. อย่าครับ ที่ .. รัก ต้นน้ำอยู่หน้าห้อง” ปัณเกือบจะควบคุมเสียงตัวเองไม่ได้แล้ว
            “ก็บอกไปสิครับว่าไม่ว่าง พรอดรักกับสามีอยู่” เมื่อพูดจบก็หันกลับไปเล่นกับหน้าอกของปัณตามเดิม โอบรัดรอบกายปัณให้แน่นขึ้นกว่าเดิมด้วย
            “คุณปัณครับ อยู่ในนั้นหรือเปล่าครับ ผมจะบอกว่า วันนี้ผมจะกลับก่อนครับ พอดีมีธุระนิดนึง เรื่องในครัวกับในสวนผมทำตามที่สั่งเรียบร้อยแล้วนะครับ” หนุ่มน้อยตะโกนอยู่ที่หน้าห้อง
            “ตอบต้นน้ำไปสิครับ”
            “คุณหมอปล่อยสิครับ ผมไม่ชอบแบบนี้”
            “ทำไมล่ะครับ?”
            “ผมไม่ใช่ดาราหนังโป๊นะ
!!!” ชลาธิปหยุดการกระทำของเขาทันที มองหน้าที่ปริ่มไปด้วยน้ำตาของร่างบางแล้วความรู้สึกผิดก็ถาโถมเข้ามาอย่างช่วยไม่ได้ เขาคลายอ้อมแขนออก ปัณก็ลงไปจากตักเขาเงียบๆ จัดเสื้อตัวเองให้เรียบร้อย เช็ดน้ำตาบนหน้าจนหมดก่อนจะเปิดประตูห้อง

            “คุณปัณ ผมจะไปก่อนนะครับวันนี้”
            “แล้วไม่ทานข้าวเย็นด้วยกันเหรอ”
            “ไม่เป็นไรครับ”
            หมอชลาธิปเดินเข้ามา โอบไหล่ปัณตาก็มองไปที่คนตัวเล็กกว่าที่ยืนอยู่หน้าห้อง แต่รู้สึกได้ถึงการขืนตัวของปัณ ทำให้เขาต้องออกแรงเหนี่ยวเอวบางคอดไว้ให้แนบลำตัวโดยไม่สนใจว่าต้นน้ำทำหน้าแบบไหน
            “แล้วนี่จะไปยังไงล่ะ? นี่ก็เย็นแล้ว” ชลาธิปเอ่ยถาม ไม่ได้ลดแรงมือที่เอวของปัณลง
            “พี่กูรให้พี่สันต์มารับครับ ตอนนี้มารออยู่ที่หน้าบ้านแล้ว”
            “อ้อ นี่จะไปไร่สินะ” ชลาธิปรู้ได้ทันที่เพราะสันต์คือคนงานคนหนึ่งในไร่ที่ว่าง่ายใช้คล่อง จึงมักถูกไหว้วานให้ทำงานพิเศษเสมอๆ
            “ครับ วันนี้ผมขออนุญาตแม่แล้ว ว่าจะไปค้างที่ไร่ครับ ไปช่วยพี่กูรดูแลคุณแทมมี่”
            “หึหึ” ชลาธิปยิ้มขำ เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าอีกด้านหนึ่งของเด็กผู้ชายที่ดูไม่ค่อยสู้คน ไม่ค่อยมีปากเสียงอะไรนั้น กลายเป็นคนขี้หึงไปได้มากขนาดนี้ แต่ปัณยืนมองชลาธิปนิ่ง ไม่เห็นว่ามีเรื่องอะไรที่ควรหัวเราะ
            “งั้นก็ไป เดี๋ยวไปส่งที่รถ จะไปคุยกับสันต์ด้วย” ชลาธิปพูดพร้อมเดินจับมือของปัณออกมาหน้าบ้านด้วย โดยไม่สนใจรอยยิ้มกว้างๆของต้นน้ำเลยสักนิด มีแต่ปัณนั่นแหละที่พยายามจะดึงมือออก เพราะทั้งเขินทั้งอาย แถมพอมาถึงรถของไร่ คุณหมอก็เอาแต่ถามไถ่ความเป็นมาเป็นไรของไร่ แล้วก็สั่งงานนิดหน่อย ฝากข้อความไปบอกกับอังกูรเล็กน้อย ทั้งที่มือยังจับมือปัณเอาไว้แน่นโดยไม่สนใจว่าปัณจะทั้งดึง ทั้งจิกอย่างไร เขารับรู้ได้ว่าปัณกำลังโกรธที่ถูกเขาขัดใจมากขนาดนี้ สายตาสงสัยไม่ปิดของสันต์ก็คงเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ปัณโกรธเขามากขึ้นไปอีก
            เมื่อรถของไร่ขับออกไปจากบริเวณบ้าน ปัณก็สะบัดแขนตัวเองออกอย่างแรง แล้วรีบเดินเข้าบ้านไปทันที ชลาธิปหยุดตัวเองเอาไว้ที่หน้าห้องเดิมของปัณ ซึ่งไมได้ใช้มาสักพักแล้ว เพราะช่วงหลังไปจะไปนอนที่ห้งอของเขา
            “ปัณครับ มาคุยกันดีๆก่อน” เขาตะโกนเรียกอยู่ที่หน้าห้อง  จริงๆแล้วเขามีกุญแจสำรองอยู่ที่ห้องทำงานอีกชุดหนึ่ง ถ้าเขาคิดจะเปิดประตูตรงหน้านี้เข้าไปย่อมทำได้ แต่นั่นอาจจะยิ่งทำให้ปัณไม่พอใจหนักขึ้นไปอีก หมอชลาธิปรู้ตัวว่าตัวเองเอาแต่ใจมากไปหน่อย เล่นจนลืมนึกถึงความรู้สึกของปัณ เขาอยากจะบอกร่างเล็กเหลือเกินว่าเขาเสียใจ และไม่อยากจะเห็นน้ำตาของปัณเลยแม้แต่น้อย

คุณหมอ PART -
เสียงร้องไห้ที่เล็ดลอดออกมาจากห้องยิ่งทำให้ผมโกรธตัวเอง ผมบอกเองไม่ใช่เหรอว่าจะดูแลปัณให้ดี ไม่ให้ใครมาทำร้าย ไม่ให้ต้องเสียน้ำตา แต่ดูสิ่งที่ผมทำสิ ผมทำราวกับปัณเป็นสิ่งของที่ไร้ค่า

            “ปัณครับ เปิดประตูเถอะ” คราวนี้ชลาธิปไม่ได้ตะโกนแบบครั้งก่อน ทว่าน้ำเสียงนั้นเจอความรู้สึกผิดลงไปด้วย
            ประตูเปิดออกจนเห็นหน้าเจ้าของห้องที่น้ำตานองก่อนจะหันหลังให้ ทำให้ชลาธิปต้องรีบกอดร่างบางเอาไว้
            “ปล่อย ปล่อยสิครับ ไหนว่าจะคุยกันไง” พูดจบน้ำตาเจ้ากรรมก็ไหลลงมาอีก ชลาธิปรู้สึกถึงแรงสะอื้นก็กอดแน่นขึ้นไปอีก หวังจะส่งต่อความรู้สึกทั้งหมดที่มีไปให้
            “ผมขอโทษนะครับ ผมเล่นมากไปหน่อย ผมขอโทษนะครับที่รัก” ชลาธิปพลิกตัวร่างบางให้หันกลับมาหา แล้วช้อนคางให้เงยขึ้นเพื่อที่จะได้มองหน้ากัน ปัณหลบสายตา
            “คุณใจร้าย ชอบทำให้ผมอาย ชอบทำให้ผมรู้สึกแย่กับตัวเอง” ปัณว่า แล้วน้ำตากับเสียงสะอื้นก็กลับมาอีกหน
            “ผมขอโทษ ผมขอโทษนะครับที่รัก ผมผิดเอง ผมยอมรับความผิดทุกอย่าง” ชลาธิปพร่ำบอก พร้อมกับพรมจูบไปทั่วหน้าผาก ก่อนจะใช้ริมฝีปากซับน้ำตาของร่างบางที่ไหลรินออกมาให้เหือดแห้งไป “อย่าร้องไห้เลยนะครับ ผมรับผิดหมดทุกอย่าง” เขาพูดแล้วกดศีรษะร่างบางให้แนบลงไปกับอกของเขา เสียงหัวใจสองดวงเต้นเป็นจังหวะเดียว
            ชลาธิปช้อนร่างของปัณขึ้นไว้ในอ้อมแขนก่อนจะปล่อยไว้บนเตียงก่อนจะทิ้งตัวลงด้านข้าง แล้วกอดร่างบางเข้าไว้ ร่างบางพยายามดันอกแกร่งเข้าไว้
            “ปล่อยผมสิครับ ผมยังไม่ยกโทษให้คุณหมอนะ แล้วนี่ก็ห้องนอนผม คุณกลับห้องคุณไปได้แล้ว” ปัณโวยวายนิดหน่อย ซึ่งเป็นกิริยาที่คุณหมอเชื่อว่าปัณโกรธมากแล้วจริงๆ แต่การอบรมสั่งสอนของครอบครัวนี้ทำให้ปัณแสดงความโกรธออกมาได้แค่นี้ เขากอดคนรักให้แน่นยังกว่าเดิมจนปัณแทบจะรวมเป็นเนื้อเดียวกับร่างของเขา
            “เรียกผมว่าที่รักครับ ปัณกำลังโกรธ แต่เราไม่ได้เลิกรักกันนะครับ” เสียงชลาธิปเอ็ด ปัณเงยหน้าขึ้นมองไม่คิดว่าจะถูกดุเอาตอนนี้ ร่างบางยกกำปั้นเล็กขึ้นมาทุบที่อกของชลาธิป พร้อมร้องไห้สะอึกสะอื้นไปด้วย หมอชลาธิปยิ่งกอดร่างบางเอาไว้แน่นขึ้นอีกจนปัณแทบหายใจไม่ออก แล้วกดจูบหนักๆลงไปบนหน้าผากโหนกของที่รักในอ้อมแขน
            “จะเลิกรักผมเพราะเรื่องนี้จริงเหรอ?” เขาถามเสียงอ่อย
            “คุณชอบทำผมเสียใจ ฮึก ฮึก ชอบแกล้งผม ถ้าคนที่มาหน้าห้องเมื่อกี้ไม่ได้มีแค่ต้นน้ำล่ะ ผมจะเป็นยังไง? ฮึก”
            “ผมขอโทษ”
            “คุณต้องพูดขอโทษอีกแล้วนะครับ”
            “ที่รัก อย่าเอาแต่อารมณ์แบบนี้สิครับ” ชลาธิปเสียงห้วนสั้น เริ่มทนไม่ไหวกับความเจ้าอารมณ์ของคนรัก
            “นี่ว่าผมเหรอ?” อีกคนหันขวับ จ้องหน้า
            “ครับ ว่าคนเจ้าอารมณ์ ขี้โกรธ โหดร้าย ให้อภัยคนไม่เป็น”
            “นี่คุณ
!!!!!
            “ที่ผมทำเพราะว่าผมรัก ผมไม่เล่นแบบนี้กับใครนะ ไม่เคยมีอะไรกับคนอื่น ไม่จูบคนอื่น ไม่หอมคนอื่น ไม่ปล้ำคนอื่น เพราะฉะนั้นหายโกรธผมเถอะ ที่รักไม่มีทางเลือกอื่นหรอก” เสียงห้วนสั้นในคราวแรกกลายหยอกเย้าในช่วงท้าย แล้วยังแกล้งพรมจูบจนทั่วลำคอระหงส์ของร่างบางในอ้อมกอดด้วย
            “เลิกโกรธเถอะนะครับ ที่ผมทำเพราะผมรักจริงๆ นะครับ นะ นะ” แม้จะพร่ำพูดไม่หยุดปาก แต่คงเป็นความสามารถพิเศษของหมอกระมังที่พูดไป จูบไปด้วยพร้อมๆกันได้โดยไม่มีความสามารถทางด้านไหนอ่อนด้อยลง แถมยังพลิกตัวเองให้ขึ้นมาอยู่ด้านบน เล่นเอาร่างบางที่บัดนี้ถูกบังคับให้ไปอยู่ด้านล่างโดยไม่รู้ตัว ต้องทำตาโตด้วยความตกใจ
            “นะครับ ผมไม่เคยง้อใครมากขนาดนี้เลยนะ ผมไม่เคยพูดขอโทษกับใครมากขนาดนี้ด้วย”
            “คุณเคยพูดแบบนี้แล้ว”
            “ก็ผมไม่รู้นี่นาว่าครั้งนี้จะทำให้ที่รักโกรธ ดีกันเนอะ นะครับ ผมง้อ” ไม่ได้พูดเปล่า แต่คุณหมอยังคงต่อเนื่องกับปฏิบัติการ “ง้อ” ไปเรื่อยๆ กระทั่งความเสียวซ่านเข้าครอบงำ คนที่ถูกง้อก็แทบไปไม่เป็นทีเดียว

 

หลังจากที่ง้อกันจนคุณหมอสบายตัวแล้ว?? ร่างหนาก็จัดการทำความสะอาดร่างกายของปัณจนสะอาดเรียบร้อย แล้วพากันลงมาทานอาหารเย็นในห้องอาหารด้านล่าง ซึ่งปัณที่โดนสูบพลังไปมากโขก็นั่งกินไม่พูดไม่จา จนอีกคนอดหัวเราะไม่ได้ ปัณหันมามองนิดนึงแล้วก็ก้มหน้าก้มตากินต่อ ... ทำไมวันนี้ฝีมือของต้นน้ำถึงได้อร่อยแบบนี้นะ .. หรือเป็นเพราะว่าหิว???
            เมื่อจัดการเรื่องอาหารเสร็จเรียบร้อย คุณหมอก็พาปัณมาที่ห้องนั่งเล่น เขาไมได้เปิดทีวี แต่ว่าเปิดเพลงเบาๆพอให้มีเสียงท่วงทำนองเท่านั้น
            “ที่ผมบอกว่าจะพาที่รักไปเที่ยวน้ำตกน่ะครับ เสาร์-อาทิตย์หน้าดีไหม ผมจะได้ลางาน ช่วงนี้ดีหน่อย มีคุณหมอมาเพิ่ม ก็เลยมีเวลาได้หายใจหายคอกันบ้าง” คุณหมอจับปัณมานั่งแนบชิดบนโซฟาตัวเดียวกัน แล้วกอดเอาไว้หลวมๆ
            “แล้วที่ไร่ล่ะครับ ผมเห็นเมื่อไรคุณไม่ไปโรงพยาบาลก็ทำงานในส่วนของไร่ตลอด ทำงานหนักขนาดนี้คุณจะมีเวลาไปเหรอครับ”
            “ในสัปดาห์หน้าผมก็มีเวลาเคลียร์อีกตั้งหลายวัน”
            “เดี๋ยวคุณก็โหมงานจนเช้าอีก”
            “ห่วงเหรอ?” คนตัวใหญ่กว่ายิ้มกริ่ม
            “แล้วให้ห่วงไหมล่ะครับ หรือว่าไม่ต้องแล้ว”
            “โอ๋ ห่วงสิครับ ห่วงผม หวงผมเยอะๆนะ เมียใครนะน่ารักจริงๆ” หมอกระเซ้า เล่นเอาปัณต้องซุกหน้าแดงๆของตัวเองไว้ตรงไหล่ร่างหา จนหมอหัวเราะอย่างชอบอกชอบใจ

 

“น้ำตกเหรอฮะ” ต้นน้ำถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่บอกไม่ถูกว่าดีใจ หรือเสียดาย เมื่อรุ่งเช้าอีกวันบนโต๊ะอาหาร ปัณเล่าให้ฟังว่าหมอชลาธิปจะพาไปเที่ยว
            “อืม ว่าจะพาไปที่เพชรบูรณ์ เพราะว่าแถวๆนี้ฉันไปมาหมดแล้ว” คุณหมออธิบาย
            “เหรอฮะ ดีขึ้นหน่อย”
            “ทำไมล่ะ ไม่ชอบน้ำตกใกล้ๆนี่เหรอ?” ปัณถามบ้าง
            “ไม่ฮะ น้ำตกที่นี่ผมเที่ยวหมดแล้ว แต่ผมยังไม่เคยไปที่เพชรบูรณ์เลย มันไกลไปฮะ เมื่อก่อนผมต้องช่วยแม่ทำงาน ตอนนี้ก็ต้องทำงานที่นี่อีก เลยไม่ได้ไปไหนนอกจากแถวๆนี้”
            “งั้นเอายังงี้ เพื่อให้ทริปนี้ของต้นน้ำสนุกกว่าเดิม ฉันจะให้อังกูรไปด้วยดีไหม?” ต้นน้ำตาโต ยิ้มกว้างจนผู้ใหญ่สองคนรู้สึกหมั่นไส้ ปัณอดไม่ได้ที่จะหันไปหยิกแก้มอูมนั้นเบาๆ
            “ถามจริงๆเถอะ ต้นน้ำกับคุณอังกูรเป็นอะไรกัน” ปัณถาม ต้นน้ำนิ่งคิด แต่ก็เพียงครู่เดียวเท่านั้นเพราะเด็กหนุ่มรู้ใจและแน่ใจตัวเองแล้ว
            “ก็เป็นเหมือนอย่างที่คุณปัณ เป็นกับคุณหมอนั่นแหละฮะ” ปัณตกใจที่ต้นน้ำยอมรับง่ายๆจนพูดอะไรไม่ออก  ส่วนหมอหัวเราะเสียงดังลั่น แถมยังขอแตะมือไฮ-ไฟว์กับต้นน้ำด้วย
            “แก่แดดนะเรา” ปัณว่า
            “ความรัก มันไม่เลือกอายุสักหน่อยนี่ครับ คุณปัณว่าจริงไหม?”

 

------------------   
TBC

 



 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น