นิมมานรดี อรรวี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 2. ไม่เคย /1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 316

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ก.พ. 2562 09:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
2. ไม่เคย /1
แบบอักษร

บทที่ 2 ไม่เคย

.

คิมหันต์หงายหลังตึงลงบนเตียง มองเพดานสีควันบุหรี่อย่างเลื่อน ลอย... ยัยเด็กบ้า! กรี๊ดอย่างกับเห็นผี ทำเป็นเวอร์จิ้นไม่เคยเห็นคนจูบกัน

เฮ้อออ เวอร์จิ้น! คิมหันต์อยากหัวเราะ คำคำนี้มันก็เขานี่แหละ ไอ้ไก่อ่อนเอ๊ย แค่จะนอนกับผู้หญิงสักคนทำคิดมาก ผู้หญิงเขาอุตส่าห์ให้ท่าเชิญชวนเสียขนาดนั้น แถมโอ้โลมปลุกอารมณ์ให้เสร็จสรรพ ร่างกายสมชายชาตรีของเขาก็ขานรับปฏิกิริยาพอให้มั่นใจได้ว่าไม่ตายด้านหรือมีปัญหาด้านอารมณ์อย่างว่ากับเพศตรงข้าม แต่พอถึงบทจะต้องปลดเปลื้องเครื่องกีดกั้นด่านก่อนสุดท้าย (กางเกงนอก) ออกทีไร เป็นต้องถอยฉากทุกที

นั่นคือเหตุการณ์เมื่อคืนก่อน คืนที่ร่างกายของเขาตื่นตัวกับการยั่วยวนของเคทเธอลีน เพื่อนหญิงที่คล้ายจะเป็นคู่เดตที่เขาไม่ได้ชวนแต่เพื่อนๆ เชียร์ เคทเธอลีนเป็นสาวร้อนสวาทและท่าจะช่ำชองเอาการ ถึงจะรู้สึกไม่สนิทใจกับท่าทางก๋ากั่นของเธอ แต่เขาก็อยากรู้รสกามาแบบมีผู้ร่วมหุ้นเสียที ในเมื่อไม่กล้าเป็นฝ่ายเริ่มก่อนก็ต้องอาศัยผู้หญิงที่กล้ากว่า

เมื่อคืนเกือบสำเร็จแล้ว แต่เขาดันปอดแหกเอาตอนจะถอดกางเกง แค่คิดถึงคำเตือนของพ่อแล้วพาลอารมณ์หดหาย คืนนี้ตั้งใจจะลองดูอีกครั้ง เริ่มต้นด้วยการนั่งฟังเพลงเคล้าเครื่องดื่มที่เขาแตะแต่รูตเบียร์ไปเล็กน้อย เขาไม่ชอบดื่มและไม่เคยดื่มอะไรที่แรงกว่ารูตเบียร์หรือไวน์ เพราะพ่ออีกนั่นแหละที่เสี้ยมสอน แต่เมื่อเห็นเพื่อนๆ ทำกันเขาก็อยากลองบ้าง ตั้งใจเต็มที่ว่าวันนี้จะใช้ชีวิตแบบผู้ชายเต็มตัวเสียที เมื่อฤทธิ์เครื่องดื่มเริ่มทำให้หน้าร้อนกายร้อน เขาก็ชวนเคทเธอลีนมาที่นี่ คิดว่าอย่างน้อยๆ อยู่ในสถานที่ของตัวเองน่าจะกล้าขึ้น อุตส่าห์กลับมาช้าแล้ว ตั้งใจจะหลบหน้าชลธารแต่ก็ไม่พ้น

ให้ตายเถอะ แล้วดูสิ พอยัยนั่นกรี๊ดสนั่นใส่หน้าวิ่งหนีไป แทนที่เขาจะดีใจชวนเคทเธอลีนเข้าห้องเพื่อทำกิจกรรมที่ตั้งใจไว้ให้ลุล่วง กลับหมดอารมณ์เสียดื้อๆ

เขาเป็นบ้าอะไรนะ เสียชื่อหนุ่มหล่อสูงล่ำที่สาวๆ ต่างหลิ่วตาให้จริงๆ หมดกัน ถ้าเคทเธอลีนเอาไปพูด เขาได้โดนไอ้เพื่อนผู้โชกโชนล้อเอาแน่

อายุจะยี่สิบสามแล้ว ยังไม่เคย!

ต้องโทษพ่อ พ่อนั่นแหละที่เป็นคนกรอกหูเขาตั้งแต่แตกเนื้อหนุ่มว่าให้ระวังเรื่องพรรค์นี้ให้มากๆ ให้เขาระวังตัว อย่าตกเป็นทาสของอารมณ์และต้องให้เกียรติผู้หญิง บอกว่าความสัมพันธ์ทางกายจะมีค่าก็ต่อเมื่อมีความผูกพันทางใจร่วมด้วย ไม่เช่นนั้นมนุษย์ก็แทบไม่ต่างจากสัตว์ พ่อก็เอาแต่บอกอยู่อย่างนั้น ไม่ได้ระบุเจาะจงว่าให้เขาระวังแบบไหน ควบคุมอารมณ์อย่างไร แล้วผู้หญิงอย่างไหนที่ต้องให้เกียรติ แบบไหนคือความผูกพันทางใจ เขาก็เลยกล้าๆ กลัวๆ มาตลอด แล้วก็คิดเอาเองว่าทางที่ดีและปลอดภัยที่สุดก็คืออย่าไปยุ่งกับมัน จนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะที่ควรก็แล้วกัน

แล้วตอนนี้ถึงเวลาแล้วหรือ เขามีความผูกพันทางใจกับเคทเธอลีนแล้วหรือถึงตั้งใจจะมีความสัมพันธ์ทางกายกับเธอ ไม่น่าจะใช่ เขาไม่ค่อยชอบนิสัยของเพื่อนสาวคนนี้นัก แต่ก็คบหากันไปเพราะเรียนด้วยกันและเพื่อนๆ ในกลุ่มก็มีคู่เดทกันทั้งนั้น เคทเธอลีนเข้าหาเขาก่อน จะให้ปฏิเสธก็ใช่เรื่อง

ถ้าคิดแบบนั้น เขาก็ไม่ควรมีสัมพันธ์ทางกายกับเธอสิ... ในเมื่อเขาไม่ได้รู้สึกอยากจะมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับผู้หญิงคนไหน โดยเฉพาะคนที่แสดงออกว่าอยากมีสัมพันธ์แบบนั้นกับเขายิ่งทำให้เขากลัว ไม่รู้ว่าผ่านมากี่คนต่อกี่คนแล้ว เขาไม่อยากดูถูกหรอก แต่มันก็อดไม่ได้

ผู้หญิงที่เขาจะมอบกายให้ต้องเป็นคนที่เขาอยากมอบใจให้ด้วยถึงจะถูก หึ นี่เขาคิดแบบนี้ถูกแล้วใช่ไหม ความสัมพันธ์ทางกายมันต้องมาควบคู่กับความรู้สึกทางใจสิ อย่างที่พ่อว่านั่นแหละถูกแล้ว ไม่เช่นนั้นจะเรียกว่าเอาชนะอารมณ์ฝ่ายต่ำของตัวเองได้อย่างไร

เอาเถอะ ไม่มีผู้หญิงก็ใช่ว่าเขาจะตายด้าน... เขาจะรอให้ได้พบกับผู้หญิงที่มีความผูกพันทางใจด้วยก่อนก็แล้วกัน…

คิมหันต์ยิ้มออกมาได้เมื่อนึกถึงผู้หญิงในแบบที่เขาต้องการ ต้องเหมือนแม่ ปานอัปสร แม่ของเขาเป็นผู้หญิงที่ดีที่สุด เรียบร้อย อ่อนหวาน น่ารัก เหมือนนางฟ้า สมชื่อนั่นแหละ เขาหวังว่าตัวเองจะโชคดีเหมือนพ่อ สักวันเขาคงจะเจอผู้หญิงคนนั้น ทีพ่อยังรอจนอายุสามสิบหก กว่าจะได้สมรักกับแม่ ทำไมเขาจะรอบ้างไม่ได้ มีเวลาอีกเป็นสิบปี ไม่ต้องรีบหรอก

ส่วนไอ้อารมณ์อัดอั้นทางกายที่มันจำเป็นต้องปลดปล่อยออกมาตามธรรมชาตินั่น เขาจัดการกับมันได้หลายวิธี ออกกำลังกาย เล่นกีฬา หรือไม่ก็...นะ ผู้ชายที่ไหนก็รู้... คิมหันต์หัวเราะกับตัวเองก่อนจะสปริงตัวขึ้นจากที่นอน หยิบผ้าขนหนูเดินไปเข้าห้องน้ำ รีบนอนดีกว่า พรุ่งนี้มีสอบแต่เช้าด้วย ทำสมองให้ปลอดโปร่งไว้ พ่อคนรู้จักคิด

.

วันนี้ธารจะไปกับพี่กันต์ด้วย

คิมหันต์กลอกตาเมื่อถูกชลธารดักรออยู่หน้าห้องแต่เช้าตรู่

“วันนี้พี่มีสอบ” อ้างแล้วรีบเบี่ยงตัวออกมาปิดประตูล็อก แต่สาวน้อยก็ยังไม่มีทีท่าจะถอยห่าง

“แล้วเราไม่มีเรียนหรือไง”         

“มี แต่ว่าขาดได้”

“นี่ธาร มาเรียนก็ตั้งใจเรียนหน่อยสิ เสียดายเงินพ่อแม่ที่อุตส่าห์ให้มาบ้าง”

“เรียนหรือไม่เรียนธารก็ใช้เงินของพ่อแม่แบบนี้อยู่แล้ว ไม่ต้องมาอ้างโน่นอ้างนี่หรอก ถึงยังไงวันนี้ธารก็จะไปกับพี่” ชลธารก้าวตามติด ไม่ลดละ

“ไม่ได้ วันนี้พี่มีสอบวิทยานิพนธ์ สอบครั้งแรกด้วยสำคัญมาก ธารอย่ากวนพี่เลยนะ”

ชลธารหน้าคว่ำด้วยความน้อยใจ คนเขาอุตส่าห์ตื่นมารอแต่เช้ายังถูกดุว่ามากวน

“ไม่ได้กวน แค่ไปด้วยเฉยๆ” เมื่อใช้มุกตื๊อไม่สำเร็จก็เริ่มใช้มุกอ้อน

“ไม่ได้หรอก เชื่อพี่เถอะน่า ธารไปเรียนเถอะ แล้วเย็นนี้พี่จะไปรับกินข้าวก็แล้วกัน” เอาล่ะ มันต้องใช้ไม้นี้แหละ ถึงจะรอดตัวไปได้

“จริงนะ”

“จริง”

“งั้นให้ธารไปส่งพี่ที่ตึกสอบก่อนนะ จะได้อวยพรพี่ด้วยไง”

คิมหันต์แอบเป่าปาก “ก็ได้”

ชลธารยิ้มกริ่ม คว้าแขนชายหนุ่มมาคล้องไว้หลวมๆ หึ พี่กันต์รู้จักชลธารน้อยไปเสียแล้ว เขาสอบก็สอบไปสิ เธอจะเฝ้ามันทั้งวันอยู่ตรงหน้าตึกนั่นแหละ ใครใช้ให้เธอจับได้ล่ะว่ามีผู้หญิงอื่น จะตามติดยี่สิบสี่ชั่วโมงเลยเคยดู ยัยผมแดงนั่นคัพซีเท่าไรก็ช่าง เอ 32 ไม่กลัวหรอก

“มองอะไร” คิมหันต์ผิดสังเกตเมื่อเห็นชลธารเอาแต่มองหน้าเขามาตั้งแต่ขึ้นมานั่งบนรถโดยสารไปมหาวิทยาลัยแล้ว ถึงพ่อจะบอกว่า

‘เช่าบ้านสักหลังดีไหม แล้วซื้อรถสักคัน กันต์จะได้คอยรับส่งน้องด้วย’

‘อย่าเลยครับพ่อ เช่าบ้านอยู่ก็ต้องดูแล มีรถก็ต้องดูแล หาที่จอดอีก ผมว่าแบบนี้สะดวกกว่า จะได้ตั้งหน้าตั้งตาเรียน’

ไม่เอาหรอก เช่าบ้านก็ต้องให้ชลธารมาอยู่ด้วย ซื้อรถก็ต้องคอยเป็นสารถีรับส่ง เรื่องอะไรจะหาเหาใส่หัว

“ถามว่ามองอะไร” ยัยตาใสนี่ ถามก็ไม่ตอบ มองอยู่ได้ แล้วทำไมเขาต้องรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ กับสายตาของยัยนี่ด้วย

“มองปากพี่กันต์ ดูว่ารอยลิปเมื่อคืนล้างออกหมดหรือยัง” เสียงตอบงอนๆ แต่ไม่หลบตา

คิมหันต์ขมวดคิ้ว ส่ายหน้าถอนใจ “เรื่องของผู้ใหญ่ เด็กอย่ายุ่ง”

“ไม่ได้หรอก ก็ผู้ใหญ่คนนี้เป็นของเด็กคนนี้นี่นา คนอื่นห้ามแตะ” แล้วก็ยกนิ้วขึ้นไปแตะปากชายหนุ่มคล้ายจะหวังดีเช็ดรอยลิปสติกเมื่อคืนให้ คิมหันต์รีบเบี่ยงหน้าหนีราวกับถูกไฟฟ้าสถิต

“นี่ธาร พี่ไปเป็นของเราตั้งแต่เมื่อไร พูดอะไรออกมารู้ความหมายของมันหรือเปล่า แก่แดดแก่ลมใหญ่แล้วนะ” ชลธารอาจไม่คิดอะไร แต่คนฟังนี่สิคิดไปไกลแล้ว แค่คิดว่าเขาเป็นของเธอ เธอเป็นของเขา เราสองคนเป็นของกันและกัน ขนอ่อนทั้งตัวก็แทบจะลุกพรึบ

ชลธารเบะปาก “ไม่รู้แหละ ก็ธารจองแล้ว คนอื่นไม่มีสิทธิ์”

คิมหันต์ถอนใจแรงๆ ให้ได้ยินกันชัดๆ “เด็กบ้า” บ่นเบาๆ ว่าชลธารนั่นแหละแต่ก็บ่นตัวเองด้วย

‘บ้าก็บ้ารักเธอจ้ะ รู้ไว้ด้วย’ ชลธารยิ้มรับคำด่าที่น่าฟัง ก็หนังเกาหลีเขาว่าหนุ่มด่าสาวว่ายัยบ้า แปลว่าน่ารัก ถ้าด่าว่ายัยเด็กโง่ แปลว่าน่าดูแลปกป้อง ฮิฮิ ด่ามาเลยพี่กันต์ น้องธารชอบ

ชลธารส่งคิมหันต์แค่ทางขึ้นบันไดหน้าตึก เธอบ๊ายบายแล้วยิ้มตาใส

“พี่กันต์ไม่อยากได้จูบอวยพรหน่อยหรือคะ”

“แก่แดด ไปเรียนได้แล้วไป”

เมื่อถูกไล่ตะเพิด เธอก็ยักไหล่แล้วหันหลังให้อย่างยอมแพ้ แต่ไม่หรอก นั่นไม่ใช่ชลธาร หญิงสาวแอบหลบมุมแล้วจับตามอง พอเห็นชายหนุ่มขึ้นบันไดเธอก็ย่องตามไปอย่างมืออาชีพ

การสอบสัมภาษณ์หัวข้อวิทยานิพนธ์ของนักศึกษาปริญญาโทไม่เหมือนการสอบข้อเขียนทั่วไป ไม่มีการแสดงบัตรก่อนขึ้นตึก เพราะห้องที่ใช้สอบก็คือห้องเรียนเล็กๆ ห้องหนึ่งในตึกใหญ่หลังนี้ มีอาจารย์ประจำภาควิชาจำนวนหนึ่งนั่งประจำที่ โดยนักศึกษาในแต่ละชุดของวันจะเข้าไปสอบสัมภาษณ์เป็นรายบุคคล

คิมหันต์มาถึงหน้าห้องสอบก่อนเวลาไม่นาน มีเพื่อนชายหญิงรออยู่แล้วหลายคน ชลธารแอบกัดฟันเมื่อหนึ่งในนั้นคือยัยคัพซีเมื่อคืน แม่นั่นปรี่เข้าหาคิมหันต์ทันทีที่เห็น แถมยังจูบแก้มซ้ายขวาทักทายพอให้คนแอบมองหูร้อนฉ่า ผู้เตรียมสอบนั่งตรวจเอกสารของตนไปอย่างสงบ สักพักเจ้าหน้าที่คุมสอบก็ออกมาจากห้องก่อนจะขานชื่อ มิสเตอร์บูราพาเตวาริน

คิมหันต์ลุกขึ้นขานรับทันที ก่อนจะจัดเอกสารพร้อมเข้าห้อง ชลธารเผยยิ้มและนึกอวยพรให้เขาอยู่ในใจ แต่ทว่าวินาทีวิกฤติก็เกิดขึ้นเมื่อยัยคัพซีบังอาจเข้าไปประกบปากชายหนุ่ม

คนที่จะจูบอวยพรเขา ต้องเป็นเธอคนเดียวเท่านั้น!

ชลธารวีนแตก วิ่งออกจากที่กำบังเงื้อฝ่ามือขึ้นมาแต่ไกล พอถึงจุดเกิดเหตุเธอใช้มือข้างที่ไม่ถนัดลากร่างสาวที่สูงกว่าเธอเกือบครึ่งฟุตมาตบฉาด

เพียะ!

“ว้าย ยัยบ้า”

“ธาร” คิมหันต์ยืนตะลึงงัน ทำอะไรไม่ถูกอยู่อย่างนั้น

ถึงแรงปะทะจากฝ่ามือเล็กๆ จะไม่ถึงกับหน้าหัน แต่เคทเธอรีนก็ไม่ใช่คนงอมืองอเท้า ยิ่งเป็นเด็กตัวเล็กกว่าเธอยิ่งไม่กลัว หญิงสาวเงื้อมือขึ้นตบกลับไปแรงกว่า

เพียะ!

“เฮ้ย เคท” คิมหันต์เผลอสบถเป็นสำเนียงไทย

ชลธารหน้าหัน น้ำตาเล็ดออกมาทันที ชั่วชีวิตเธอรู้จักแต่การเป็นผู้รับความรัก ทะนุถนอม ริ้นไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม สองแก้มขาวผ่องเป็นยองใยไม่เคยเลยสักครั้งที่จะสัมผัสความเจ็บ จะมีบ้างก็แค่หยิกเบาๆ เหมือนแมวดมจากคนในครอบครัวเท่านั้น

เธอไม่ใช่ขาวีนมืออาชีพ เมื่อเจ็บตัวขนาดนี้เธอก็กลัว สาวน้อยร้องไห้วิ่งกุมแก้มแดงก่ำไปหลบหลังคนที่หวังจะพึ่งพิง แต่แทนที่จะได้รับอ้อมแขนแห่งการปกป้อง ร่างของเธอกลับถูกผลักออกห่างไปไกล

“ทำบ้าอะไร เสียสติไปแล้วหรือไงฮะ” คิมหันต์ตวาดใส่

“พี่กันต์ เขาตบหน้าธารนะ” ยกมือลูบแก้มนวลที่เห็นรอยแดงห้านิ้วอย่างชัดเจน

“ก็เราไปทำเขาก่อนนี่”

“ก็เขาจู..”

“หยุด ไม่ต้องพูดแล้ว กลับไปเลย กลับไปเดี๋ยวนี้” เขาลดระดับน้ำเสียงลงในตอนท้าย ก่อนจะหันมองรอบตัว ความอับอายวิ่งกรูเข้ามาโปะลงบนใบหน้าจนชาเห่อ เมื่อเห็นทั้งเพื่อน ทั้งอาจารย์ยืนมองเหตุการณ์กันอยู่ด้วยสีหน้าตกใจและเอือมระอาปะปนกัน

“ต้องขอโทษทุกท่านด้วยนะครับ ผมจะพร้อมเข้าสอบภายในครึ่งนาที” เขาบอกทุกคน ก่อนจะหันกลับมาทำตาเขียว หน้าเข้ม

“กลับไปได้แล้ว แล้วอย่ามายุ่งกับชีวิตของพี่อีก”

ชลธารมองตามหลังชายหนุ่มตาค้าง เธอไม่เคยเห็นสีหน้าแววตาอย่างนี้ของคิมหันต์มาก่อน ถึงเขาจะดุ ถึงเขาจะว่า แต่แววตาเอือมระอาของเขาก็ยังเจือปนความเอ็นดูไว้เสมอ แต่วันนี้เขามองเธอเปลี่ยนไป แววตาของเขาเปลี่ยนไปแล้ว น้ำใสๆ ไหลรินลงอาบแก้ม เมื่อถามตัวเองว่าสิ่งที่เธอเห็นเมื่อครู่นั้น มันใช่ความเกลียดหรือเปล่า

ชลธารยกหมัดขึ้นกลั้นเสียงสะอื้น ก้มมองปลายรองเท้าส้นสูงสีน้ำตาลเข้มที่เพิ่งก้าวเข้ามาหยุดลงตรงหน้า

“กลับไปนอนร้องไห้ที่บ้านเถอะน้อง รอให้โตกว่านี้อีกหน่อยแล้วค่อยพยายามใหม่ก็แล้วกันนะ หุ่นอย่างกันต์น่ะ ไม่เหมาะกับเด็กไซส์ทริปเปิลเอสอย่างหล่อนหรอกจ้ะ” เคทเธอรีนลอยหน้าพูด ก่อนจะหัวเราะร่ากลับไป ปล่อยให้เด็กไซส์เล็กสุดวิ่งร้องไห้ขี้มูกโป่งกลับบ้าน

ชลธารไม่ได้เสียใจเรื่องขนาดร่างกายที่ถูกถากถาง ถึงเธอจะตัวเล็ก สูงแค่ร้อยห้าสิบหกเพราะไม่ชอบดื่มนมวัว แต่รูปร่างผิวพรรณของเธอก็กลม กลึงผ่องใสอิ่มเต็มสมวัยสาวสะพรั่งเพราะชอบดื่มนมถั่วเหลืองกับน้ำผลไม้ ใส่เสื้อไซส์ทริปเปิลเอสไม่จุแน่ๆ แค่รัดติ้วไซส์ดับเบิลเอสเท่านั้น ต้องไซส์เอสนั่นแหละถึงจะพอดีตัว ถึงคนอายุสิบแปดจะหยุดสูงแล้วแต่เธอไม่แคร์ คิมหันต์สูงกว่าเธอแค่หนึ่งฟุตเท่านั้น ไม่มีกฎหมายชาติไหนห้ามรักกัน

และยิ่งดูเฉพาะหน้าตาผิวพรรณ เธอกับเขาเหมาะสมกันที่สุด พี่กันต์หล่อ ผิวขาวสะอ้านแอบคล้ำนิดๆ แบบคนออกแดด ไม่ใช่ขาวซีดแบบคนเลือดจาง ส่วนเธอก็สวย แถมยังขาวอมชมพูแบบคนสุขภาพผิวดี ผุดผ่องยองใยไปทั้งตัว ยัยฝรั่งหนังเหี่ยวจมูกหักผิวตกกระนั่นไม่เห็นสวยสักนิด

แต่เรื่องนั้นคงไม่สำคัญอีกต่อไป เพราะสิ่งที่ชลธารแคร์ที่สุดก็คือความรู้สึกของคิมหันต์ เขาไม่รักไม่เอ็นดูเธอเลยหรือไร ถึงไม่คิดจะปกป้องคุ้มครองเธอ ยืนดูผู้หญิงคนนั้นตบเธอเฉยๆ ได้ลงคอ ไม่ปลอบซ้ำยังต่อว่า

หรือเขาเคยรัก เคยเอ็นดู แต่ตอนนี้เปลี่ยนไปแล้ว เพราะเขามีผู้หญิงอื่นเข้ามาในหัวใจที่เคยมีแต่เธอ

ไม่ ไม่ ไม่ยอม... พี่กันต์ต้องรักธารคนเดียวเท่านั้น

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น