Hunny Exo

เจแปน vs คุณหมอตรี ใครจะโรคจิตและแสบกว่ากัน! ขอบคุณที่เข้ามาอ่านน้าาา~

บทที่44 : ปริศนา EP4.

ชื่อตอน : บทที่44 : ปริศนา EP4.

คำค้น : My doctor,รักโหดๆ,มุ้งมิ้ง,หมอตรี,เจแปน,Nc18+

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ก.พ. 2562 11:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่44 : ปริศนา EP4.
แบบอักษร

บทที่44 : ปริศนา EP4.

.

.

.

"อื้อออ!! พอแล้ว! จะลุกไม่ไหวแล้วนะพีตรี! เอ๊ะ! ยังอีก!"

"วันนี้แข่งแล้ว"

"ก็ใช่น่ะสิ! แล้วนี่ก็นอนกอดอยู่ได้ ลุกออกไปได้แล้ว!"

"อีกนิด"

"ไม่เอา! มันจะสายแล้วนะ!"

"จีจี้โวยวาย"

"เปล่าโวยวายนะ! แล้วอย่ามาหาเรื่องงอนด้วยเพราะจะไม่ง้อ! ฮึ่ย!"

เอาแต่เช้าเลยวันนี้ ตื่นสายก็สายยังจะต้องมานอนจมเตียงอยู่ใต้ร่างพี่มันจะลุกก็ลุกไม่ขึ้นเพราะตัวพี่แม่งโครตหนัก! 

กว่าจะลุกออกมาได้ก็ทำเอาแรงหมดไปเยอะพอสมควรแล้วต่อด้วยลากสังขารตัวเองไปอาบนํ้าทำกิจธุระตัวเองต่อในห้องนํ้า พอออกมาก็ผงะไปเลยครับเพราะอีพี่มันนอนใส่บ็อกเซอร์โชว์หุ่นลํ่าๆอยู่บนเตียง

"นี่! นอนทำอะไรอยู่เนี้ย! อาบนํ้าสิ!"

"จูบก่อนเดี๋ยวอาบ"

"จะมางอแงเอาอะไรตอนนี้เนี้ย จี้จะสายแล้วนะพี่ตรี"

ผมที่หันซ้ายหันขวาหยิบนู่นนี่นั่นมาจับใส่โดยไม่ได้มองไอ้คนที่นอนแผ่อยู่บนเตียงที่ตอนนี้ลุกขึ้นมานั่งแล้ว สภาพหัวฟูเยินๆหน้าตาปรือที่พึ่งนัวเนียผมเสร็จเมื่อกี้นี้เอง

ไอ้เราก็นึกว่าจะรีบไปอาบนํ้าที่ไหนได้มัวแต่นั่งจ้องอยู่นั่นแหละ มันน่าด่าจริงๆ

"พี่ตรี จี้รีบนะ!"

"ครับ"

"ครับ? ครับแล้วทำไมยังไม่ไปอีก! ก็บอกว่าจี้รีบ!"

"พี่ไม่รีบนิครับ"

กรี๊ดดดดด!!!

สกิลการตอกกลับพี่มึงเล่นกูจุกเลยอีเวรรร โอ๊ยยย...ลุงมึงไม่รีบก็ไม่มีปัญหาไรหรอกนะ แต่กูรี๊บบ!!!

ผมชะงักแล้วก็สตั๊นไปเลยละครับก่อนจะหันไปมองหน้าพี่มันอย่างนิ่งๆในมือที่ถือเสื้อนักเรียนกำลังจะใส่อยู่แล้วเชียว แต่บัดนนี้มันปลิวไปหาไอ้พี่ตรีที่นั่งอยู่ปลายเตียงเรียบร้อยแล้วเพราะผมปามันไปเองครับ

"โอ๊ย! มันโดนตาพี่"

"รักชีวิตอย่ากวนตีนครับ"

"พูดจาไม่เพราะ จะจับตีตูด"

"อยากขาดอากาศหายใจเพราะเข็มขัดนักเรียนมั้ย เร็ว!ๆ ก็บอกว่ารี๊บบบ!!!"

"หึ เดี๋ยวนี้ขู่"

"ไปสักทีเหอะ!"

พี่มันยกยิ้มมุมปากก่อนจะยอมเดินเข้าห้องนํ้าไปแต่โดยดี ส่วนผมก็จัดแต่งตัวเองอยู่หน้ากระจกต่อ ชุดคงชุดแข่งก็ยัดๆใส่กระเป๋าเรียบร้อยส่วนมือถือเครื่องสวยนี่ก็สั่นรัวๆจากข้อความเพราะไอ้สามหน่อทักตามอย่างรัวๆ

เวลาผ่านไปไม่นานพี่ตรีมันก็กลับออกมาพร้อมกับการแต่งตัวทำงานของพี่มันเรียบร้อย เสื้อเชิ้ตสีขาวเนื้อดีที่พี่มันใส่ยิ่งทำให้เจ้าตัวดูหล่อเป็นเท่าตัวโดยภูมิฐานที่ดูดีอยู่แล้ว

น่าอิจฉาเว่อร์

จึกๆ

"คิ้วขมวดเชียว"

"งื้อ! รีบๆไปกันเหอะ จี้จะสายแล้วนะพี่ตรี เพื่อนๆมันส่งข้อความตามยิกๆเลยเนี้ย"

"โอเคๆ ออกไปรอพี่ก่อนเลย"

"อื้ม! แล้วรีบตามมานะ"

"ครับ"

ผมคว้ากระเป๋าสะพายแล้วเดินออกจากห้องมาก่อนเพื่อมารอพี่มันที่ลานจอดรถใต้ตึกโดยที่พี่ตรีก็ตามลงมาติดๆ จากนั้นพี่มันก็ไม่ให้เสียเวลารีบขับลูกรักคันโปรดมาส่งผมที่โรงเรียนทันที

"ถึงแล้ว จี้ไปก่อนนะ"

"เดี๋ยว"

"ฮะ มีอะไรอะพี่ตรี?"

"ขอให้ชนะนะครับ ทำให้เต็มที่นะ"

"อื้อ! จี้จะทำเต็มที่อยู่แล้ว พี่ตรีไม่ต้องห่วงหรอกนะ!"

"เก่งขึ้นเยอะเลย"

ฝ่ามือหนากดขยี้หัวผมเบาๆพร้อมกับจรดริมฝีปากทาบทับลงมาบนหน้าผากของผมก่อนที่จะไล่จูบลงมาเรื่อยๆจนถึงริมฝีปาก ผมที่หยุดนิ่งงันไม่กระทำการตอบโต้ใดๆทั้งนั้นถึงจะรู้ว่าสายมากแล้วก็ตาม แต่ว่าสัมผัสนี้กลับทำให้ผมทิ้งทุกสิ่งได้เลย

รสสัมผัสอ่อนโยนจากอีกฝ่ายที่ส่งผ่านมาให้เพื่อเป็นกำลังใจตอนนี้ผมรับความรู้สึกนั้นได้หมด ความรู้สึกที่ส่งผ่านมาให้เป็นกำลังใจ

"อืมมม อ่าห์!"

"หน้าแดงหมดแล้ว"

"อ๊ะ! ไอ้พี่บ้า! ไม่คุยด้วยแล้ว!"

"หึหึ แข่งเสร็จต้องมีรางวัล"

"หวังเยอะไปเปล่า จะแพ้หรือชนะก็ยังไม่รู้เลย"

"จะแพ้หรือชนะ ต้องได้รางวัลครับ"

"พิเรนทร์จะให้ใส่ชุดอีกละสิ-.-"

"หึหึ"

แข่งยังไม่ทันเสร็จงานก็เตรียมงอกเลยครับสภาพแบบนี้ ผมได้แต่ยิ้มแห้งๆให้กับพี่มันก่อนที่จะเปิดประตูลงจากรถพี่มันแล้ววิ่งฉิวเข้าโรงเรียนมุ่งหน้าไปทางโรงยิมทันที พอไปถึงก็โดนสายตาพิฆาตจากไอ้สามหน่อที่พึ่งโดนโค้ชด่ามาเมื่อกี้นี้เพราะผมมาสาย

"แม่งกว่าจะโผ่ลหัวมาเนี้ย!"

"กูโดนโค้ชเล่นเลยไอ้เวร! ไปเตรียมตัวเลยนะไอ้เจ!"

"โห่ โทษๆกูพยายามแล้วนะเว้ย พวกมึงอย่างอนกูเลย ส่งสารกูเหอะ"

"กกผัว"

ว้อท!!!! ไอ้หมาปากดีที่ไหนแขวะกู กูเปล่ากกผัวนะเห้ย! แต่ผัวน่ะกกกู๊วว!!!

"ไอ้เชี่ยเทล! ปากน่ะปาก!"

"ไม่ต้องมาพูด กูงอน!"

อ่าว ไอ้บ้ากูทำไรผิดมางอนกูเฉย บ้าหรอวะ?-.-

"เอ้า งอนเรื่องไรวะกูทำไรผิดอีกเนี่ย"

"กูไลน์ไปแล้วโทรไปก็แล้ว ไม่รับไม่ตอบจะอ้างไรอีกม้ะ ถ้ามึงไม่มัวแต่กกผัวหล่อมึงป่านี้ตอบกูไปนานละ"

ขอบคุณที่ชมผัวกูหล่อ

"โอ๊ย! มึงกูก็รีบมานี่ป้ะจะมีเวลาตอบมั้ยล่ะฮะ มึงนี่งอนไม่รู้เวลาเลยนะไอ้เชี่ยเทล"

"เออไม่งอนแล้วก็ได้วะ ถือซะว่าหายกัน"

"เออออออ"

เมื่อเถียงเรื่องไม่เป็นเรื่องกับไอัเทลเสร็จก็หันไปมองไอ้สองตัวอีกทีพวกมันก็ยืนมองหน้าผมตาปริบๆแล้วครับ ผมเลยเดินหนีพวกมันทันทีเพราะมันต้องมีคำถามแน่ๆไอ้เรื่องผัวๆของผมเนี่ย เรื่องนี้ก็มีแต่ไอ้เทลรู้ส่วนอีกสองหน่อมันคงคันปากยิกๆอยากจะถามผมเต็มที่แล้วล่ะ

"สงสัยใช่มั้ยมึงสองตัวเนี่ย"

".../..."พยักหน้า

"ไปคุยกับไอ้เทลแทนแล้วกัน กูไปเตรียมของแล้ว"

"อ่าว ไงมาโยนให้กูรับภาระแบบนี้อ่ะ? ไม่แฟร์ไอ้สลัด!"

"ก็มึงรู้ก็เล่าดิ พวกมันอยากรู้นิ เอ้า...กูไปเอาของก่อนจะได้ไปสนามแข่ง"



...........

..........

.........

........

.......

......

.....

....

...

..

.



ณ สนามแข่ง


"ไหวมั้ยเพื่อน"

"ไม่ไหวได้ไงกูเตรียมพร้อมขนาดนี้"

"ฮ่ะๆๆ บรรยากาศแบบนี้แม่งกลับมาอีกแล้ว"

"มันดีใช่ป้ะล่ะ?"

"แน่นอน ถึงจะช่วงสุดท้ายอาจจะออกมาไม่ค่อยน่ายินดีนัก แต่แม่งก็มีความสุขว่ะ"

ผมมองไอ้เพื่อนตัวดีที่ต่างพากันยืนจ้องสนามตรงหน้าในอีกไม่กี่นาทีต่อจากนี้มันก็จะเป็นสมรภูมิที่ต้องฟาดฟันเพื่อนเกียรติของทีมและชื่อเสียงโรงเรียนนี้ไว้ ถึงตอนนี้เราจะมีกันอยู่แค่สี่คนผมว่ามันก็โชคดีมากพอแล้วที่เรายังคงผ่านกันมาได้ขนาดนี้

ต่อจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นผมคงต้องจับมือพวกมันเอาไว้แน่นๆแล้วก้าวผ่านมันไปให้ได้พร้อมกับพวกมัน ตอนนี้สเตจที่จัดไว้ให้ผู้ชมสามารถเข้ามาเชียร์ใช้เวลาไม่นานจากที่นั่งที่ว่างอยู่ในตอนแรกตอนนี้ก็เต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่แวะเวียนกันเข้ามาดู

"พี่ๆ โค้ชเรียกรวมอ่ะ"

"เออ เดี๋ยวพวกกูไปฝากบอกโค้ชหน่อยนะไอ้ตี๋"

"โอเคพี่"

"กูว่าเรารีบไปหาโค้ชกันเถอะ"

"อืม ไปดิ"

เมื่อทุกคนต่างหันหลังเดินไปกันแทบหมดแล้วคงยกเว้นแค่ผมที่ยังคงเหลียวหลังหันกลับไปมองสนามอีกครั้งด้วยความรู้สึกที่หลากหลายตีวนกันขึ้นมา ทำได้เพียงแค่มองย้อนกลับไปเมื่อหนึ่งปีก่อนสนามนี้ผมเคยเหยียบมันมาก่อนและตอนนี้ผมก็กลับมาเหยียบมันอีกครั้ง

"ดูไว้เถอะไอ้ปัน กูจะทำให้มึงได้เห็นเอง"

ผมหันหลังกลับและเดินตามเพื่อนไปยังห้องพักของนักกีฬาที่ทางสโมสรจัดไว้ให้เป็นที่เรียบร้อยเหลือเวลาอีกไม่กี่นาทีข้างหร้าพวกเราก็จะได้ลงสนามจริงๆจังๆเสียที แค่ตอนนี้โค้ชก็ได้แนะนำเทคนิคพวกเราให้เตรียมพร้อมกับการแข่งอยู่

"เอาล่ะๆ มากันครบแล้วก็ทำตัวสบายๆยังไงพอลงสนามจริงก็ต้องเครียดอยู่ดี เพราะฉะนั้นตอนนี้มีโอกาสก็ผ่อนคลายซะ"

"ฟู่ววว วอร์มร่างกายกันได้แล้วพวกมึง"ผมบอกกับคนอื่นๆ

"เป็นไงบ้างล่ะตอนนี้?"

"โอเคครับโค้ช น้องๆเล่นได้เกือบทุกคนเลยครับ"

"อืม โค้ชพยายามให้พวกนายดูแลกันเพราะยังไงก็ต้องเล่นทีมร่วมกันถึงปล่อยให้ดูแลกันนี่ไง โอเคก็ดีแล้ว"

"ครับ เดี๋ยวนี้ก็สนิทกันเยอะแล้วครับโค้ช"

ผมส่งยิ้มให้กับโค้ชประจำทีมของผมที่ยังคงความหล่อตั้งแต่ผมเข้ามาเป็นเด็กคัดตัวใหม่ๆแต่มาถึงตอนนี้โค้ชก็ยังคงหล่อเสมอต้นเสมอปลายแทบจะไม่ดูแก่เลยด้วยซํ้า บทสนทนาระหว่างโค้ชกับผมยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆเพราะช่วงที่ซ้อมนั้นโค้ชปล่อยให้พวกเราดูแลกันเองเสมือนครอบครัว

ซึ่งมันก็เป็นผลดีที่ตามมาจริงๆครับเพราะพวกเราสามารถที่จะเรียนรู้การอยู่ร่วมกันพร้อมกับปรับสภาพเข้าหากันวันละนิดเพียงไม่กี่สัปดาห์ปพวกเราก็อยู่ด้วยกันได้เรียบร้อย ดูตัวอย่างผมกันไอ้แทมสิแรกๆก็โครตเกลียดขี้หน้ามันเลย แต่พอต้องมาเล่นคู่กับมันตัวผมเองก็ต้องปรับทัศนคติซะใหม่ถึงจะเล่นด้วยกันได้แบบที่ซ้อมกันนี่ไง

"หวังว่าในสนามจริงจะไม่มีปัญหากันนะทุกครับ"

"ครับ!"

"ไม่ต้องห่วงหรอกครับโค้ชมีผมอยู่ด้วยจะมีปัญหาอะไรกัน"ไอ้ไมล์ว่า

"เออ ปากแต่ละคนรู้ว่าดีก็ไม่ต้องไปโชว์หมาใส่ใครเค้าละ"

"โห่โค้ช ไม่เชื่อใจพวกผมอ่ะ! พวกผมไม่หาเรื่องใครอยู่แล้ว"

"กันไว้ก่อน ดีนะโค้ชไม่ไปหาตะกร้อครอบปากหมาให้พวกนายใส่ทีละคนก็ดีขนาดไหนแล้ว"

"ไอ้ซีๆโค้ชว่ามึงเป็นหมาอ่ะ"

"ก็ว่าทั้งหมดนี่แหละ ไอ้ควาย!!!"

เหมือนไอ้ไมล์จะโดนทั้งห้องรุมด่าไม่มีผิดเพราะทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันขึ้นมาทันทีทำให้มันดูตลกขำๆกันไปอีกแบบทั้งรุ่นพี่รุ่นน้องที่ต่างไม่ต้องกลัวจะไม่กล้าเล่นกับพวกรุ่นพี่ น้อยไปสิขอบอกพวกรุ่นน้องหลายแหล่พวกเนี้ยแม่งเล่นยันหัวอ่ะครับ สงสัยจะสนิทไปหน่อย...

"เออ มีอีกเรื่องจะแจ้งทุกคนอีกหนึ่งเรื่อง ทางผู้อำนวยการโรงเรียนของเราเค้าเห็นความปลอดภัยของพวกเราเป็นหลักด้วยในการแข่ง เค้าเลยจัดทีมแพทย์มาดูแลพวกเราด้วย"

"ฮะ! จริงอ่ะโค้ช?"

"ก็จริงสิ จะโม้หลอกให้พวกนายเป็นตัวไถนาทำไม"

"เค้าว่าเราควายอีกแล้วไอ้ซี"

"ว่ามึงป้ะไอ้ควาย"

"พอๆ ทุกคนถึงเวลาลงสนามแล้ว เอา! รวมพลัง!"

ยามโค้ชหึกหืมนี่เป็นอะไรที่โค้ชหล่อเลยครับผมจะบอก ทุกคนต่างเดินกรูกันเข้ามาพร้อมกับส่งมือเข้ามารวมพลังพร้อมกับร้องเฮลั่นห้องแล้วเดินเรียงกันออกมาด้วยราศีจับที่พร้อมจะลงสนามให้ได้

ตอนนี้ผู้คนแน่นสเตจไปหมดต่างส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจกับทีมที่ตัวเองชอบ ผมลองมองไปรอบๆอีกครั้งก็ถอนหายใจออกมาเบาๆทันทีเพราะแม้ปีนี้จะปีสุดท้ายผมก็ยังไม่เคยเห็นพ่อกับแม่มาเชียร์ผมเลยสักที

"ปีสุดท้ายแล้วแท้ๆ บอกเมื่อสามวันที่แล้วก็นึกว่าจะมาซะอีก"

"พี่หน้าเศร้าอีกแล้วนะ! ยิ้มไว้ซี่!"

"กูไม่ขำกับมึงนะไอ้เด็กเวร"

"หูย พี่โหดกับผมตลอด! แล้วนี่เป็นอะไรอีกแล้วล่ะ พี่ชอบทำหน้าเศร้าตลอดอ่ะ"

"เสียใจว่ะ พ่อกับแม่ไม่มาดูกูแข่งเลย"

"พ่อแม่เราจะมีอะไรนอกจากงานล่ะพี่ผมพูดถูกมั้ย เพราะฉะนั้นเค้าไม่เห็นด้วยตาแต่เราถ่ายรูปกับไอ้ถ้วยสีทองๆนั่นแล้วไปอวดพวกท่านดีมั้ย"

"..."

"เอาน่า...มันอาจจะไม่อินเท่าไหร่ถ้าพ่อกับแม่ไม่มาดูให้เห็นกันก็ตามเถอะ แค่ดีกว่าไม่มีรูปไปอวดนะพี่"

สุดท้ายก็ได้แต่พยักหน้าเออออไปเห็นดีเห็นงามไปกับไอ้เด็กเวรนี่ด้วยไปตามๆกัน จนเวลาผ่านไปไม่นานนักเสียงโฆษกพากษ์อยู่ข้างสนามก็ดังแข่งกับเสียงผู้ชมที่ไม่น้อยกว่าห้าร้อยคนที่มาดูการแข่ง

หนําซํ้าข้างสนามของฝั่งตรงข้ามก็ปรากฏตัวทีมคู่แข่งอย่างชัดเจน สีเสื้อทีมของผมซึ่งคือสีฟ้าที่พวกเราใส่สีนี้แข่งกันมาสามปีติดแล้ว ส่วนอีกทีมก็แบ่งชัดเจนนั่นคือเป็นเสื้อทีมสีดำ 

"เห้ย พวกมึงก็เอาแต่มองเค้าอยู่ได้"

"โหพี่ พวกเค้าเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวมากอ่ะ"

"มึงจะกลัวพวกมันทำไม?"

"กลัวไม่ชนะอ่ะดิพี่"

ตอนนี้พวกรุ่นน้องก็คล้ายๆแบบผมในการแข่งปีแรกและครั้งแรกเลยครับ มันน่ากลัว...ใช่มันน่ากลัวครับสำหรับคู่แข่งอย่างโรงเรียนที่ได้ชื่อเสียงจากแชมป์สามสมัยซ้อนกันมา แต่ผมว่าทีมพวกเราปีนี้จะโค่นตัดหน้าเอาให้ได้เลย

"อย่าไปกลัวมึงเชื่อกูสิ ถ้าเรากลัวพวกเราจะไม่ชนะและจำไว้นะไม่ใช่แค่ทีมไม่ชนะตัวเราเองก็จะไม่ชนะด้วยถ้ายังกลัว เข้าใจมั้ย"

"ครับพี่"

"พวกมึงก็มีดีกันทุกคน อย่ามัวแต่มองว่าเค้าดีกว่า ถ้าเค้าทำได้เราก็ต้องทำได้เหมือนกัน จริงมั้ย?"

"จริงพี่ ผมจะทำให้เต็มที่เลยพี่"

"ดีมาก ไปเตรียมตัวซะไป"

เมื่อทุกอย่างเริ่มเข้าที่เป็นอันว่าเรียบร้อยทุกอย่าง นักกีฬาก็เริ่มวอร์มร่างกายอยู่ข้างขอบสนามเตรียมพร้อมทั้งสองทีม ส่วนของผู้ชมก็เชียร์ทีมที่ตัวเองไปตามใจไม่ว่าจะป้ายไฟหรืออะไรก็มาพร้อม

ตัวผมที่ยืนวอร์มอยู่ข้างสนามก็ยังไม่ทันได้มองไปรอบๆแค่เหลือบเพียงเสี้ยววิตอนนี้ก็กำลังสบตามองกับไอ้ปันอยู่พอดิบพอดี มันมองมาที่ผมอย่างนิ่งเฉยก่อนที่จะยกยิ้มให้เชิงว่าเรายังคือมิตรกัน ผมได้แต่มองรอยยิ้มนั้นด้วยความนิ่งเฉยก่อนจะหันไปมองไอ้แทมที่ง่วนอยู่กับการวอร์มเช่นกัน

"จบการแข่งเราสามคนคงต้องมีเรื่องคุยกันหน่อย"






















ติดตามตอนต่อไป

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}