อาราญา

ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่คอยติดตามงานเขียนของ อาราญา มาโดยตลอดนะคะหากมีข้อผิดพลาดอยากจะติหรือท้วงติงขอให้นักอ่านโปรดวิจารย์ได้เลยนะคะ จะได้นำมาปรับปรุงแก้ไขในเรื่องต่อๆไปค่ะ ขอบคุณค่ะ ><"

ตอนที่ 3 ร้าย & เลว 100%

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 ร้าย & เลว 100%

คำค้น : ตราบาปมารทมิฬ อาราญา

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 25 มิ.ย. 2558 20:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 ร้าย & เลว 100%
แบบอักษร

ตอนที่ 3 ร้าย&เลว

 

                “ว่าไงครับคนสวย พี่มาช้าไปรึเปล่า”เสียงทุ่มเอ่ยถามขึ้นจากหนุ่มหล่อคมเข้มแววตาหวาน ทายาทเพียงคนเดียวของหม่อมราชวงศ์ดนัย และคุณหญิงเพชรรำไพ รัตนกรชัย เจ้าของห้างสรรพสินค้ารัตนะมากกว่ายี่สิบสาขา รวมทั้งโรงแรมระดับห้าดาวในเครือรัตนกรอีกสิบกว่าสาขาทั่วประเทศ จึงไม่แปลกที่หนุ่มหล่ออย่าง หม่อมหลวงอัฐพล รัตนกรชัย จะเป็นที่หมายปองของทั้งสาวเล็กสาวใหญ่หลายๆคน ถึงแม้ว่าเขาจะมีคู่หมั่นคู่หมายอยู่แล้วก็ตาม

                “ไม่เลยค่ะ ตรงเวลาเป๊ะ” อัญญาดาตอบรับด้วยรอยยิ้มสวยก่อนจะเดินตรงเข้าไปหาชายหนุ่มที่ยืนรออยู่ข้างๆรถยนตร์คันหรูที่ดูยังไงก็รู้ว่าพึ่งถอยออกมาหมาดๆ “แอบไปซื้อรถใหม่ตอนไหนคะ ไม่เห็นบอกอัญเลย”

                “หือ...รถคันนี้เหรอครับ? ใช่รถพี่ที่ไหนกัน”อัฐพลแสร้งทำหน้างงงวย คิ้วหนาเลิกขึ้นสูงมองไปยังรถหรูที่ตนยืนพิงอยู่ก่อนจะปฏิเสธกับหญิงสาวว่าไม่ใช่รถของเขาอย่างที่เธอคิด ทำเอาอัญญาดาถึงกับร้องปรามหน้าหงิกเมื่อชายหนุ่มถือวิสาสะกับรถของผู้อื่น

                “อ้าว! แล้วนี่พี่อัฐไปยืนพิงรถคนอื่นเขาทำไมล่ะคะเนี่ย”

                “รถคนอื่นที่ไหนกัน.." อัฐพลกล่าวก่อนจะเดินเข้ามาจับมือของหญิงสาวเอาไว้แล้วยัดบางอย่างลงไปในมือสวย

                ...กุญแจรถ...

                ".นี่เป็นรถของอัญต่างหาก”

                “พี่อัฐ!” อัญญาดาอุทานชื่อชายหนุ่มออกมาอย่างตกใจเมื่อเห็นว่าสิ่งที่อยู่ในมือของตนนั้นคืออะไร ถึงแม้ว่านี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเซอร์ไพรส์เธอด้วยข้าวของราคาแพงแบบนี้ แต่นี่มันเกินกว่าที่เธอจะรับไว้เพราะที่เขาเคยให้มามันก็มากเกินพอแล้ว “อัญรับไว้ไม่ได้หรอกค่ะ พี่อัฐเอาคืนไปเถอะ!

        “พี่ให้ก็คือให้ ไม่รับคืนด้วย” ชายหนุ่มผลักมือน้อยที่พยายามยัดกุญแจรถคืนใส่มือของเขา ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องด้วยการเดินหนีอ้อมไปทางฝั่งที่นั่งข้างคนขับ “วันนี้พี่จะเป็นตุ๊กตาหน้ารถให้อัญขับบ้างดีกว่า”

                “พี่อัฐคะ แต่ว่า...”

                “ไม่มีแต่ค่ะ...รีบไปกันเถอะพี่หิวมากแล้วนะเมื่อกลางวันก็ไม่ได้กินอะไรเลย นี่เก็บท้องไว้มากินข้าวเย็นกับอัญโดยเฉพาะเลย” อัฐพลทำเสียงอ้อนพร้อมทั้งส่งตาหวานมาให้ จนหญิงสาวนึกหมั่นไส้อยู่ในที แต่ก็ใจอ่อนยวบไปแล้วกับทางท่าออดอ้อนน่ารักของเขา

                “ก็ได้ค่ะ...ยอมให้วันหนึ่ง” หญิงสาวตอบน้ำเสียงแง่งอน พลางเปิดประตูเข้าไปนั่งในรถคันใหม่โดยมีชายหนุ่มหล่อคมเข้มรีบตามเข้ามานั่งฝั่งข้างคนขับด้วยสีหน้ายิ้มแย้มอย่างอารมณ์ดี

                คล้อยหลังรถยนต์คันสีขาวเรียบหรูที่อัญญาดาขับออกไปร่างสูงของใครคนหนึ่งก้าวออกมาจากหลังเสาสูงสง่าข้างบันไดทรงพีระมิดซึ่งเป็นทางเข้าของบริษัทออกแบบดีไซน์เสื้อผ้าและผ้าไหมไทยอันดับหนึ่ง หมัดหนากำเข้าหากันแน่นจนท่อนแขนแกร่งสั้นเทา แววตาแข็งกระด้างเย็นชาอย่างที่ไม่เคยมีใครได้เห็นมาก่อนมองตรงไปยังรถหรูก่อนหน้าจนลับตา

                “ฉันต้องทำยังไงกับผู้หญิงอย่างเธอกัน อัญญาดา!” กฤตยชญ์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เบาราวกับกระซิบแต่กลับดูเหี้ยมเกรียมจนน่าขนลุกหากมีใครผ่านมาบังเอิญได้ยินเข้า

 

                ภายในรถยนต์คันหรูที่ค่อยๆแล่นไปตามท้องถนนยามเย็น เสียงคุยเจื้อยแจ้วจากสองหนุ่มสาวดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง การหยอกล้อแง่งอนเกิดขึ้นทุกๆห้านาทีสลับกับเสียงหัวเราะสดใสที่ดังผสานกันดูมีความสุข รอยยิ้มที่ประดับอยู่บนหน้าของทั้งคู่ทำให้คนในรถที่จอดติดไฟแดงอยู่ข้างๆกันหันมามองแล้วแอบยิ้มตามไปด้วย ช่วยคลายความตรึงเครียดจากการจารจรที่ติดขัดในช่วงเย็นแบบนี้ได้ไม่น้อย หนุ่มสาวที่ดูเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก พวกเขาดูน่ารัก และเป็นตัวของตัวเองเมื่ออยู่เคียงข้างกัน เรียกได้ว่าเป็นคู่ที่น่าอิจฉามากคู่หนึ่งเลยทีเดียว

                “พี่อัฐคะ” อัญญาดาเรียกชื่อชายหนุ่มที่กำลังนั่งอมยิ้มอย่างมีความสุขเมื่อแกล้งล้อเธอได้สำเร็จไปเมื่อครู่ และชายหนุ่มก็หันมาตอบรับเธอยิ้มๆ

                “ว่าไงครับ”

                “อัญได้ข่าวมาว่าเมื่อเช้านี้คุณต้นข้าวเข้าโรงพยาบาลเหรอคะ?” สีหน้าของอัญญาดาเมื่อเมื่อพูดถึงผู้หญิงที่ชื่อ ต้นข้าวดูเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัดจนทำให้อัฐพลที่ยิ้มค้างอยู่ถึงกับหุบยิ้มตามไปด้วย ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างคนคิดไปตก

                “ใช่ครับ...ก่อนมาหาอัญพี่ก็พึ่งไปเยี่ยมมาเหมือนกัน แต่ต้นข้าวยังไม่พร้อมที่จะพบใคร”

                “เป็นเพราะอัญรึเปล่าคะ? คุณต้นข้าวถึงเป็นแบบนี้?” หญิงสาวเอ่ยน้ำเสียงเศร้า

                “อัญอย่าพูดแบบนี้สิครับ...อัญไม่ได้ผิดอะไรเลยนะทุกอย่างมันเป็นเพราะพี่เอง พี่ต่างหากที่เป็นคนผิด” อัฐพลตอบกลับเสียงเครียดพร้อมทั้งคว้ามือสวยมาจับไว้แน่น เขารู้อยู่แล้วว่าอัญญาดาจะต้องคิดมาก ถึงแม้ว่าเธอจะพยายามทำตัวร่าเริงและเข้มแข็งขนาดไหนแต่เขาก็รู้ว่าภายในหญิงสาวอ่อนแอและลำบากใจมากแค่ไหน

                “พี่อัฐอย่าพยายามปลอบอัญเลยค่ะ อัญรู้ตัวดี...ถ้าไม่มีอัญ ถ้าอัญไม่เข้ามาคุณต้นข้าวก็คงไม่เป็นแบบนี้ เธอกับพี่อัฐก็คงแต่งงานมีความสุขกันไปแล้ว”

                “อัญ! ถ้าอัญยังพูดโทษตัวเองแบบนี้อีกพี่จะโกรธอัญจริงๆนะ” ชายหนุ่มตอกกลับเสียงเข้มเมื่อเห็นว่าหญิงสาวข้างกายเอาแค่พูดโทษตัวเองไม่หยุดปาก

                “ก็มันจริงนิคะ”

                “ขอแค่อัญเชื่อใจพี่ พี่จะจัดการเรื่องทุกอย่างให้เร็วและถูกต้องที่สุดพี่สัญญา” อัฐพลสบตากับดวงตากลมโตคู่สวยที่มองมายังเขาอย่างมาดมั่นน้ำเสียงจริงจังมั่นคงบ่งบอกว่าเขาจะทำให้ได้อย่างที่พูด

                “อัญเชื่อใจพี่ค่ะ แต่อัญถามอะไรอย่างหนึ่งได้ไหมคะ?” หญิงสาวพยักหน้าให้เขา ก่อนที่จะเอ่ยถามคำถามที่คลั่งค้างอยู่ในใจมาตลอด “พี่อัฐรักคุณต้นข้าวมากไหมคะ?”

                อัฐพลเงียบไปกับคำถามที่ไม่เคยได้คิดคำตอบเอาไว้ เรื่องของเขากับต้นข้าวเกิดจากผลประโยชน์ทางธุรกิจ มารดาของเขาชื่นชอบผ้าไหมไทยมากอีกทั้งท่านก็ยังสนับสนุนให้เขากับต้นข้าวได้คบหากันตั้งแต่ที่เขายังเรียนอยู่ที่ฝรั่งเศส จนเรียนจบกลับมาก็จัดงานหมั่นหมายให้เสร็จสรรพ เขายอมรับว่าต้นข้าวเป็นผู้หญิงที่สวยมากคนหนึ่ง เธอเพียบพร้อมทั้งฐานะ และการศึกษา ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องยากที่เขาจะตกหลุมรักเธอเลยสักนิด ถึงแม่ว่าแรกๆที่เจอกันเขามักจะทำเมินใส่เธอตลอดก็ตามแต่หญิงสาวก็ซื่อสัตย์กับหัวใจของตัวเองมากต้นข้าวมีเขาเพียงคนเดียวแม้ว่าจะมีผู้ชายคนอื่นมาตามจีบเธอมากมายแต่หญิงสาวก็หาได้ไขว่เขวไม่ เธอบอกว่าเธอรักเขาและจะต้องทำให้เขารักเธอตอบให้ได้ และในวันนี้ต้นข้าวก็ทำสำเร็จแล้ว เขาเองก็รักผู้หญิงคนนี้มากเหมือนกัน

                “พี่เองก็ไม่รู้ว่ารักต้นข้าวมากแค่ไหน แต่ที่พี่รู้พี่คงอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเขา...แต่กับอัญ อัญเองก็รู้อยู่แก่ใจ ถ้าขาดอัญพี่เองก็อยากจะตายไปเหมือนกัน ทั้งสองคนสำคัญมากสำหรับพี่” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเศร้าอย่างสับสน ความรู้สึกกลัวก่อเกิดขึ้นมาภายในใจ เขากลัวที่จะต้องสูญเสียผู้หญิงที่เขารักทั้งสองคนไป

                “อัญเข้าใจแล้วค่ะ” อัญญาดาพูดขึ้นเสียงเบาหวิว เล่นเอาคนตัวโตใจแป้วตามไปด้วย

                “พี่รู้ว่าพี่เป็นผู้ชายที่เห็นแก่ตัวมาก...แต่พี่ไม่อยากปล่อยมือจากอัญอีก! ไม่มีทาง! ไม่มัวัน!!” อัฐพลพูดขึ้นเสียงแข็งพลางจับมือสวยเอาไว้แน่น ราวกับกลัวว่าเจ้าของมือสวยนี้จะหายจากเขาไปอีก

                “อัญก็ไม่ได้จะไปไหนนิคะ อัญต้องอยู่ข้างพี่อัฐอยู่แล้วอย่าคิดมากเลยนะคะ” หญิงสาวบีบมือหนาอย่างปลอบโยนเมื่อเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของเขา เธอรู้ว่าอัฐพลรักเธอมากขนาดไหนซึ่งเธอเองก็รักเขามากไม่ต่างกัน เพราะฉะนั้นเรื่องไหนที่ทำให้ชายหนุ่มทุกข์ใจมันก็จะทำให้เธอเป็นทุกข์ตามไปด้วย

                “พี่จะไม่คิดมากแล้วก็ได้ ถ้าอัญยิ้มหวานๆให้พี่” ชายหนุ่มปรับสีหน้าเป็นออดอ้อนอย่างรวดเร็วจนหญิงสาวชักสีหน้าใส่อย่างหมั่นไส้ แต่ก็ยิ้มหวานให้เขาตามคำขออย่างว่าง่าย

                “พอใจไหมคะคุณชาย”

                “น่ารักมาก! พอใจสุดๆ” อัฐพลยิ้มขำพลางบีบแก้มนวลของอัญญาดาเล่นอย่างหมั่นเขี้ยว ผู้หญิงคนนี้ทำให้เขามีความสุขทุกครั้งที่ได้อยู่ด้วย เธอมีเวทมนต์วิเศษรึยังไงกัน

                หลังจากทานมื้อเย็นอัฐพลก็แวะไปเยี่ยมกิตติยารัตน์ที่โรงพยาบาลอัญญาดาจึงขับรถมาส่งแต่ไม่ได้เข้าไปข้างในกับชายหนุ่มด้วย หญิงสาวขับรถตรงกลับคอนโดฯทันทีโดยอ้างว่าเธอปวดหัววอยากจะรีบกลับไปนอนพักเมื่อเห็นว่าอัฐพลบอกให้อยู่รอแล้วเขาจะพาไปส่งเอง

                เมื่อถึงคอนโดฯร่างบางเฉิดฉายก็เดินตรงไปที่ลิฟท์ทันที ระหว่างรอลิฟท์เปิดออกเสียงเข้มออกแนวหาเรื่องก็ดังขึ้นจากข้างหลัง โดยไม่ต้องหันไปมองเธอก็รู้ได้ว่าเสียงนั่นเป็นเสียงของใคร

                “ได้ทั้งคอนโดฯ ได้ทั้งรถ เป็นเธอนี่มันดีจริงๆเลยนะ”

                “ทำไมคะ? ฉันจะได้รถได้บ้านหรือได้อะไรอีกแล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณไม่ทราบ ฉันใช้เงินคุณเหรอ? ก็ไม่นิ!” อัญญาดาตรอกกลับอย่างประชดประชันพรางทำสีหน้าเบื่อหน่ายส่งไปให้คนที่ก้าวมายืนอยู่ข้างๆกัน

                “อย่ามาทำสีหน้าแบบนี้ใส่ฉัน!” ชายหนุ่มพูดขึ้นเสียงเย็น ไม่พูดเปล่ามือใหญ่คว้าต้นแขนเล็กไปบีบไปแน่นแต่หญิงสาวก็สะบัดออกทันทีราวกับรังเกียจเดียจฉันท์

                “นี่ไม่ใช่เวลางาน เพราะฉะนั้น...คุณไม่มีสิทธิมาสั่งฉัน!” เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ประตูลิฟท์เปิดออก อัญญาดารีบก้าวเข้าไปก่อนจะกดปิดแต่กฤตยชญ์ไวกว่าชายหนุ่มตามเข้ามาด้วย “นี่คุณจะตามฉันเข้ามาทำไมคะ”

                “ก็จะตามไปดูรังรักของเธอไง อยากรู้นักว่าขายให้มันเท่าไหร่ถึงได้มามากมายขนาดนี้ดูท่าจะติดอกติดใจมากซะด้วยนะ!” คำพูดเฉือดเฉือนของกฤตยชญ์หาได้ทำให้อัญญาดาสะทกสะท้าน ยิ่งไปกว่านั้นหญิงสาวยังตอบโต้กลับเขาจนไปแทบไม่เป็น ศักดิ์ศรีลูกผู้ชายถูกหยาบเหยียดจากผู้หญิงที่ทำให้ชีวิตรักของพี่สาวของเขาต้องมัวหมอง

                “ก็มากพอเท่าที่คนอย่างคุณไม่เคยได้รับนั่นแหละค่ะ!

        “ฉันก็ไม่เคยคิดอยากจะได้อะไรจากผู้หญิงอย่างเธอหรอกนะ! อย่าสำคัญตัวเองให้มากนัก!” ชายหนุ่มกล่าวเสียงเหี้ยมใบหน้าหล่อดูเลือดเย็นแววตาลุกวาวยากที่จะคาดเดา มือหนาคว้าแขนบางมาบีบไว้แน่นจนแดงเถือก อัญญาดาไม่ได้ขัดขืนแต่กลับเชิดหน้ามองเขาอย่างท้าทายพร้อมทั้งพูดจายั่วโมโหอย่างสนุกปาก

                “ต้องสำคัญตัวสิคะ คุณก็รู้นิว่าฉันมีความสำคัญมากกับใคร มากซะจนพี่สาวของคุณแทบจะลงแดงตาย!

                “อย่ามาเปรียบเทียบตัวเองกับพี่สาวของฉัน! ผู้หญิงอย่างเธอ...”

                “ทำไม ผู้หญิงอย่างฉันมันทำไมคะ”อัญญาดาสวนขึ้นก่อนที่กฤตยชญ์จะพูดจบ

                “ผู้หญิงอย่างเธอเหรอก็ สกปรก เน่า ต่ำ!” ชายหนุ่มแสยะยิ้มอย่างสะใจที่เห็นสีหน้าโกรธจัดของหญิงสาวเมื่อถูกเขาต้อนจนแทบจะจนมุมเพียงแค่คำพูดไม่กี่คำ

                “แล้วยังไงคะ? ก็ผู้หญิงต่ำๆอย่างฉันไม่ใช่เหรอที่ทำให้พวกคุณหัวปั่นจนแทบลากเลือด บอกว่าฉันหน้าเงินงั้นเหรอ แล้วพี่สาวของคุณดีกว่าฉันตรงไหน! ถ้าผู้ชายคนนั้นไม่ใช่คุณอัฐพลเป็นคนที่ร่ำรวยมหาศาลผู้ดีตีนแดงอย่างพี่สาวของคุณจะหันมาเหลียวแลเขาเหรอ พวกคุณมันก็เห็นแก่เงินเหมือนกันนั่นแหละ อย่าทำเป็นเอาความรักมาอ้างหน่อยเลย คนที่ทำร้ายตัวเองแม้แต่ตัวเองก็ไม่รัก จะรักคนอื่นเป็นเหรอคะ! ก็รักแค่เงินของเขาเหมือนกันนั่นแหละ!

                อัญญาดาร่ายยาวก่อนจะสะบัดตัวออกมาการเกาะกุมของกฤตยชญ์ ดวงตาทั้งสองคู่จ้องกันเนิ่นนานราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ก่อนที่หญิงสาวจะเป็นฝ่ายหันหน้าหนี

                “ต้องการเท่าไหร่!

                ทันทีที่ร่างบางก้าวออกจากลิฟท์เสียงเข้มก็ดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงของกฤตยชญ์ที่เดินตามออกมา อัญญาดาขมวดคิ้วย่นไม่เข้าใจคำถามของชายหนุ่ม

                “เท่าไหร่อะไรของคุณ!

                “ค่าตัวของเธอไง จะเอาเท่าไหร่ก็ว่ามา แต่ฉันว่าเละๆแบบนี้พันสองพันนี่ยังถือว่ามากไปด้วยซ้ำ”

                เผียะ!!   

                ทันทีที่พูดจบใบหน้าหล่อเหลาก็หันไปตามแรงเหวี่ยงตบจากฝ่ามือน้อย อัญญาดากำมือแน่นจนเนื้อตัวสั่นเท่าด้วยความโกรธแต่ก็ยังพยายามระงับอารมณ์ของตัวเองทนยืนมองหน้าผู้ชายปากเสียต่อไป ในขณะที่กฤตยชญ์ยกมือขึ้นมาจับที่มุมปากของตัวเองอย่างตกใจก่อนจะค่อยๆหันมามองหน้าเจ้าของฝ่ามือพิฆาตด้วยแววตาวาวโรจน์ นี่เป็นครั้งแรกที่ผู้ชายอกสามสอกอย่างเขาถูกผู้หญิงตบหน้า แม้แต่แม่บังเกิดเกล้าก็ยังไม่เคยตีเขาแต่ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร กล้ามากนะ เธอรู้จักฉันน้อยเกินไปแล้วอัญญาดา!!

        “โกรธเหรอคะ? จะตบฉันคืนไหมละ? เอาเลยสิเอาเลย!” หญิงสาวยืนหน้าเข้าไปใกล้ชายหนุ่มที่เงื้อมมือขึ้นอย่างท้าทาย “ถ้าว่างมากก็ไปผ่าหมาออกจากปากซะนะคะ ดีกว่ามาเที่ยวระรานชาวบ้านเขาแบบนี้”

                “จะไปไหน!!” กฤตยชญ์รีบกระชากข้อมือบางของอัญญาดาอย่างแรงเมื่อเห็นว่าหญิงสาวกำลังจะเดินหนีไป

                “ปล่อยฉันนะ!

                “ทำเป็นสะดีดสะดิ้งแตะนิดแตะหน่อยมันไม่สึกหลอไปมากกว่านี้หรอกน่า เรามาตกลงกันดีดีไม่ดีกว่ารึไง” ชายหนุ่มเริ่มยื่นข้อเสนอ เขาคิดเอาไว้อยู่แล้วว่ายังไงอัญญาดาก็ไม่มีทางปฏิเสธแน่

                “ฉันไม่ตกลงอะไรกับคุณทั้งนั้น! ปล่อย!

                “ไม่! จนกว่าเธอจะฟังข้อเสนอของฉัน” ชายหนุ่มกระชากร่างบางจนแทบจะปลิวมาซบอกแกร่งแต่หญิงสาวยังคงยื้อเอาไว้เพื่อรักษาระยะห่างระหว่างเธอกับเขาก่อนจะหาทางหนีทีไล่ให้กับตัวเอง

                “งั้นก็รีบๆพูดมา”

                “อัฐพลจ่ายให้เธอเท่าไหร่ฉันจะให้เธอมากกว่าสองเท่า แลกกับการที่เธอเลิกยุ่งกับคู่หมั่นของพี่ฉัน ง่ายๆแค่นี้เห็นไหมว่าเธอมีแต่ได้กับได้”

                อัญญาดาสะบัดตัวออกมาก่อนที่มือน้อยจะผลักอกแกร่งแรงๆจนชายหนุ่มถอยห่างไปสองสามก้าวเพราะไม่ทันได้ตั้งตัว ก่อนที่เสียงหวานจะเอ่ยขึ้นบ้างอย่างเยือกเย็น

                “งั้นก็เชิญกลับไปหอบเงินของคุณมากองไว้ที่แทบเท้าฉันสิ แล้วฉันจะคืนเขาให้!” พูดจบก็หันหลังกลับเพื่อกดรหัสเข้าห้องแต่เสียงเข้มก็เรียกไว้

                “แล้วเท่าไหร่ละ? ที่เธอต้องการ!

                “ให้ได้เหรอคะ?” หญิงสาวหันมายิ้มเหยียดๆให้ราวกับดูถูกอยู่ในที แล้วเขาจะได้รู้ว่าเขาคิดผิดที่มาดูถูกผู้หญิงอย่างเธอ

                “หึ! แล้วมันจะเท่าไหร่กันละ” ชายหนุ่มแสยะยิ้มมุมปากอย่างคนมั่นใจในตัวเองก่อนที่รอยยิ้มนั้นจะหุบลงเมื่อได้ฟังคำตอบต่อมาของหญิงสาวร่างบางตรงหน้า

                “ทั้งหมดที่คุณมี!!

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น