ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

chapter 43 ตกเป็นเป้า

ชื่อตอน : chapter 43 ตกเป็นเป้า

คำค้น : เพลิงรักอสุรา ละอองอาย NC Nc nc มาเฟีย นักศึกษา โคแก่กินหญ้าอ่อน โหด ดุ

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.2k

ความคิดเห็น : 79

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ก.พ. 2562 17:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
chapter 43 ตกเป็นเป้า
แบบอักษร

หลังจากได้รับคัดเลือก ทั้งมิวและกันต์ก็ไม่ได้เข้าพบปะรุ่นพี่ในห้องมืดอีก พวกเขาถูกแยกตัวออกมาเพื่อฝึกซ้อมการแสดงและตอบคำถามที่คาดว่าปีนี้จะถูกหยิบยกขึ้นมาเพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการตัดสิน


มิวมารับรู้ทีหลังว่ารุ่นพี่คนที่จ้องเขม่นกันต์อยู่ตลอดเวลานั้นคือ ‘พี่ฝุ่น’ รุ่นพี่ปีสอง ที่เป็นดาวคณะเมื่อปีที่แล้ว


พี่ฝุ่นเป็นทีมฝึกซ้อมดาวและเดือนเพราะมีประสบการณ์ตรง ส่วนผู้ชายร่างสูงอีกคนที่เคยไปส่งเธอที่หอในคืนนั้น คือ ‘พี่ต้นกล้า’ ตัวแทนเดือนคณะเมื่อปีที่แล้ว


แต่พี่ต้นกล้าไม่ได้เข้ามาวุ่นวายอะไรมาก เพียงมานั่งดูการฝึกซ้อมและสั่งหยุดเมื่อถึงเวลาตามที่ตารางรับน้องกำหนดไว้ แต่พี่ฝุ่นไม่ใช่อย่างนั้น หล่อนคล้ายผีบ้าที่เลือดเข้าตา อยากแต่จะฝึกความพร้อมของดาวและเดือนแบบไม่ให้พักให้ผ่อน


มิวยังนับว่าดีหน่อยที่ไม่ได้ไปทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจ แต่กับกันต์นั้นนับว่าน่าเป็นห่วง เขาถูกสั่งให้ฝึกยิงธนูวันละสองชั่วโมงจนปลายนิ้วโป้งและนิ้วชี้เริ่มบวมแดง อีกทั้งยังโดนคำถามยากๆที่พี่ฝุ่นมักจะคัดมาให้เขาโดยเฉพาะด้วยความ ‘หวังดีอย่างสุดซึ้ง’


“เอาละ วันนี้ลองซ้อมคู่ดู” ฝุ่นบอกก่อนจะยื่นธนูส่งให้กันต์


“ลองจากเป้านิ่งก่อนแล้วกันนะ” พูดจบหล่อนก็หันมาทางมิวที่กำลังตกลงท่าทางกับครูฝึกรำอยู่


“มิว ไปยืนตรงมุมห้องหน่อย” ฝุ่นร้องสั่นมิวพลางชี้นิ้วไปทางมุมห้องที่อยู่ห่างจากจุดที่กันต์ยืนประมาณสิบเมตร


“เราว่าวันแรกยังไม่ต้องใช้ธนูจริงก็ได้นะ” เสียงพี่ต้นกล้าร้องขัดเป็นครั้งแรก หลังจากนั่งเงียบมาตลอดหลายวัน


“ถ้าไม่ซ้อมตั้งแต่ตอนนี้แล้วเมื่อไหร่จะพร้อม คณะอื่นเค้าไปถึงไหนกันแล้ว” ไม่พูดเปล่า ฝุ่นยังทำท่ากรอกตาไปมาอย่างเอือมระอา


ต้นกล้าที่นั่งอยู่ได้แต่ถอนใจ เขาอยากจะขัดให้มากกว่านี้ แต่ติดตรงที่ฝุ่นมีสิทธิ์ขาดในเรื่องการฝึกซ้อมของดาวเดือน เขาที่รับตำแหน่งโดยหน้าที่ก็เพียงมาเฝ้าดู ไม่มีสิทธิ์มีเสียงอะไรมากนัก


มิวหันไปทางกันต์ที่ยังยืนคิ้วขมวดแน่น ทว่าเมื่อเห็นว่าเธอกำลังมองเขาก็ส่งสัญญาณพยักหน้าน้อยๆให้เธอ


หญิงสาวถอนหายใจเพื่อสลัดความตื่นกังวลที่มีก่อนจะเดินไปยังมุมห้องตามที่ฝุ่นสั่ง มิวหันตัวกลับมาทางกันต์ ยืนตัวตรงนิ่ง สายตาจ้องมองกันต์แน่วแน่ไม่หวั่นไหว


“กางแขนออก” เสียงของฝุ่นยังคงร้องสั่งอย่างเอาแต่ใจ


ฝั่งมิวก็ไม่ได้รีรอ แขนทั้งสองข้างยกขึ้นกางออกเป็นแนวระนาบกับพื้นห้อง สายตาของเธอยังคงจับจ้องไปยังร่างของกันต์ที่ยืนอยู่อีกมุมหนึ่งของห้อง


“สามดอก ผ่านศีรษะกับลอดใต้แขนทั้งสองข้าง” สิ้นคำสั่งของฝุ่น ร่างของต้นกล้าก็ลุกขึ้นยืนในทันที


“มากไปรึเปล่าฝุ่น ถ้าเกิดมีอะไรผิดพลาด...”


“ถ้าผิดพลาดก็แสดงว่าเดือนของเราฝีมือไม่ดี ระยะใกล้ๆแค่นี้ยังยิงไม่ถูก ก็ไม่ควรอวดว่าตัวเองมีความสามารถ” ฝุ่นสวนกลับอย่างไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรหม สายตาวาวโรจน์ของหล่อนจ้องมองไปยังร่างสูงของกันต์ที่ยืนถือธนูอยู่ตรงมุมห้อง


กันต์ไม่แม้แต่จะมองเธอด้วยซ้ำ เขาจ้องเข้าไปในดวงตาของมิว ส่งผ่านกระแสบางอย่างไปยังเธอก่อนจะหยิบลูกธนูออกมาพร้อมกันทั้งสามดอก


ลูกธนูทั้งสามดอกถูกขนาบเข้าข้างคันธนู กันต์น้าวสายสุดแรงก่อนจะปล่อยลูกธนูทั้งสามให้แหวกอากาศออกไปพร้อมๆกัน


ฉึก!!!


เสียงของลูกธนูที่ปักลงบนบอร์ดไม้อัดดังหนักแน่น หนึ่งดอกฝั่งอยู่เหนือหัวของมิวอย่างพอดิบพอดี ส่วนอีกสองดอกก็ลงไปปักอยู่ข้างลำตัวของหญิงสาวได้อย่างเฉียด


“อยากดูแบบเป้าเคลื่อนไหวไหม?” กันต์หันไปถามฝุ่นที่ยืนอึ้งอยู่กับที่


“ก็เอาสิ!” หล่อนเค้นคำพูดออกไปทั้งๆที่ขาทั้งสองข้างเริ่มสั่นไหวน้อยๆ ไม่คิดเลยว่าผู้ชายที่ดูคลั่งเรียนคนนี้จะยิงธนูได้แม่นยำขนาดนี้


กันคว้าลูกธนูขึ้นมาอีกหนึ่งดอก จัดการขนาบมันเข้ากับคันธนู แต่แทนที่เขาจะยกคันธนูไปทางมิวที่ยืนเป็นเป้า ชายหนุ่มกลับยกค้นขึ้นและเล็งเป้ามาทางรุ่นพี่จอมปัญหาแทน


“นะ...นายคิดจะทำบ้าอะไร” เสียงของฝุ่นแผดลั่น หล่อนคว้ากระเป๋าถือราคาแพงของตนขึ้นมาถือตั้งท่าจะวิ่งออกไปด้านนอก


ทว่าหางตาก็ยังเห็นว่าเขากำลังเล็งเป้ามาทางเธอ หล่อนที่กำลังวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนจึงยกเอากระเป๋าขึ้นมาบังศีรษะอย่างคนรักชีวิต


ฉึก!


“อร๊ายยยยยยย” เสียงกรีดร้องของรุ่นพี่คนดังกล่างดังลั่นไปทั้งตึก ร่างของเธอล้มลงไปกองกับพื้น กลิ่นปัสสาวะฉุนแรงคละคลุ้ง บงชัดว่าคนที่กำลังนั่งตัวสั่นสะท้านกลั้นท้องเบาของตนเอาไว้ไม่ได้


ลูกธนูปักแน่นลงบนกระเป๋าราคาแพงของเธอ ปลายของมันยังคงสั่นไหวไปมาเพราะแรงมหาศาลตอนถูกปล่อยที่คั้งค้างไม่ได้รับการปลดปล่อย


เหตุการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในเวลาเพียงไม่กี่วินาที หลายคนที่ตั้งสติได้เร่ววิ่งเข้าไปพยุงร่างของดาวคณะปีสอง ที่ตอนนี้ตัวสั่นสะท้านไม่ได้ต่างไปจากลูกแมวตกน้ำ


ภาพของก้นที่เปียกชื้นทำให้ฝุ่นไม่กล้าจะลุกขึ้นในตอนนี้ อีกทั้งสองขาของเธอก็สั่นระริกจนไม่อาจจะพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นได้ หล่อนจึงทำได้เพียงเงยหน้าขึ้นมอง ‘พลธนู’ อย่างเดือดดาล


“ถ้าไม่ซ้อมตั้งแต่ตอนนี้แล้วจะซ้อมเมื่อไหร่?” กันต์ตอบเสียงเรียบก่อนจะวางคันธนูลงบนโต๊ะเลคเชอร์ แล้วเดินไปจูงมือมิวที่ยืนเป็นเป้านิ่งออกมา ทว่าก่อนจะออกจากห้อง เขายังหันกลับมามองร่างของฝุ่นที่ยังคงสั่นสะท้านไม่เลิก


“ถ้าไม่คิดว่าแม่น ก็มาลองอีกได้ หนหน้าจะไม่มีกระเป๋ามาบังเหมือนครั้งนี้” พูดเสร็จกันต์ก็จูงมือมิวออกจากห้องไป


ท่ามกลางความมืดไม่มีการพูดจาของคนทั้งสองอีกเลย ตอนนี้กันต์ไม่ได้จับมือเธออยู่ เขาเพียงเดินอยู่ข้างๆ และทำหน้าที่เป็นบอดี้การ์ดตามรับตามส่งเหมือนทุกคืน และมันก็ยิ่งสร้างความสงสัยกับมิวขึ้นเรื่อยๆ


“อาทิตย์นี้มิวกลับบ้านรึเปล่า?” จู่ๆ กันต์ก็เอ่ยถามขึ้นมาดื้อๆ มิวที่กำลังจมอยู่กับความคิดของตนเอง ตกใจจนสะดุ้งถอยหลังเล็กน้อย


“อะ..อ่อ ยังคิดๆอยู่อะ อาจจะไม่กลับ” หญิงสาวบอกไปตามที่คิด เพราะไม่ทันได้ใช้สมองปากมันก็ลั่นออกไปแล้ว


เมื่อครู่นี้เธอเห็นทุกการกระทำของกันต์อย่างชัดเจน ฝีมือของเขาไม่ใช่แค่ดี แต่มันดีมากเสียจนสามารถเอาไปแข่งขันรายการใหญ่ๆไดเลย


และสิ่งสำคัญที่เธอค้นพบ แววตาของเขาไม่มีความลังเลสักนิกตอนน้าวคันธนู เหมือนเขามั่นใจในฝีมือของตนเองอย่างเต็มที่ว่ามันจะไม่พลาดเป้า


เหมือนถูกฝึกมาอย่างดี...


“กลับเถอะ อยู่ไปก็ไม่มีอะไร ถ้าพวกบ้านั่นรู้ก็จะเรียกไปซ้อมอีก” กันต์ออกความเห็นปนคำสั่งออกมาก่อนที่พวกเขาจะเดินมาถึงหอของมิว


หลังจากอำลากันเป็นที่เรียบร้อยและมองดูร่างของมิวเดินขึ้นหอจนลับตา กันต์ก็ถอนใจออกมาเฮือกใหญ่ มือสัมผัสที่ใบหูของตนเบาๆ ตั้งท่าจะเอาเจ้าหูฟังบลูทูธออก แต่แล้วเสียงจากหูฟังก็ดังขึ้นก่อนที่เขาจะทันได้แกะมันออก


“ทำงานได้ดี” คำชมของนายดังขึ้นก่อนที่มันจะเงียบไปอีกครั้ง


กันต์แกะและปิดมันในทันที เขาไม่ชอบการบงการเช่นนี้เลย เมื่อครู่ที่เขาทำ ไม่ใช่เพราะเขาอยากจะทำจริงๆ คำสั่งของนายดังเข้ามาในหูทำให้เขาที่มือถือคันธนูจำต้องปฏิบัติตาม และถ่ายทอดคำพูดของนายออกไปให้คนอื่นได้รับรู้


ทั้งคำขู่และกระทบกระเทียบ แน่นอนว่ามาจากเสียงในหูฟังทั้งสิ้น อาจจะมีประโยคส่วนตัวของเขาบ้าง ทว่าก็น้อยเต็มที


ยิ่งประโยคสั่งให้กลับบ้าน ไม่มีทางเป็นเขาแน่ๆที่คิดจะพูดเช่นนั้น


นายของเขากลายเป็นปีศาจจอมลวงโลกที่หวังแต่จะล่อลวงเด็กสาวให้เข้าไปติดกับหรือยังไง แล้วเขาก็ดันมาเป็นลูกสมุนหุ่นเชิดที่ยอมล่อลวงเด็กสาวไปให้ปีศาจจับกิน...


แต่ถ้าไม่ทำ คงไม่พ้นโดนปีศาจตนนั้นฆ่าตาย!


เช่นนั้นเขาก็พร้อมสนับสนุนนายอย่างเต็มที่ พรุ่งนี้จะพาผู้หญิงคนนั้นไปส่งถึงหน้ามหาวิทยาลัย ดันร่างหล่อนขึ้นแท็กซี่ประเคนให้ถึงปากนายเลยทีเดียว!


*********************************************************************************************************************************************


ประโยคเกรี้ยวกราดอย่างนั้นจะเป็นพี่กันต์ได้ไง มีคนโรคจิตเจ้าคิดเจ้าแค้าเท่านั้นแหละที่กล้าพูด


วันนี้ครบสามแล้วเด้อออ ใครอยากได้ของแถมเม้นต์ขอมาที่รัก ประโยคขอโดนใจเดี๋ยวมีแถมให้งับ จุฟ

ความคิดเห็น