ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

chapter 42 โต๊ะจีนกลางป่า

ชื่อตอน : chapter 42 โต๊ะจีนกลางป่า

คำค้น : เพลิงรักอสุรา ละอองอาย NC Nc nc มาเฟีย นักศึกษา โคแก่กินหญ้าอ่อน โหด ดุ

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 5k

ความคิดเห็น : 27

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ก.พ. 2562 14:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
chapter 42 โต๊ะจีนกลางป่า
แบบอักษร

สายลมแห่งวสันตฤดูพัดโชยจากยอดเขาไหลเอื่อยเชื่อยลงมายังพื้นดินเบื้องล่าง หอบเอากลิ่นเกสรดอกไม้นานาพันธุ์พี่ผลิดอกออกช่อหลังต้องหยาดฝนมาหลายเดือน ความงุดงามแห่งผืนป่าเกือบจะไร้ที่ติหากไม่มีเสียงร้องระงมของกลุ่มคนที่ก้องสะทานไปทั้งขุนเขา


ร่างของชายฉกรรจ์นับรวมได้สี่สิบสี่คนที่ถูกจับมัดเอาไว้กับต้นงิ้ว ช่างเป็นสิ่งที่ธรรมชาติสร้างเอาไว้อย่างงดงามน่ามอง กลางป่ากลางเขาดันมีดงต้นงิ้วขึ้นเบียดเสียดกันเป็นวงกว้าง บางคนถูกมัดให้อยู่ต้นที่เบียดกันจนเกือบจะชิด ยามที่พวกเขาดีดดิ้นก็จะส่งผลให้อีกฝ่ายถูกกระแทก แผ่นหลังที่ไร้เสื้อผ้าห่อคลุมถูกหนามนับร้อนแทงทะลุผิวหนังจนเป็นรูพรุน


“อ๊ากกกกกก” เสียงร้องของชายร่างอ้วนดังสะท้านลั่นทุ่งเสียจนฝูงค้างคาวยังตีปีกบินหนี แต่ถึงเขาจะร้องดังปานความโดนเชือดก็หาได้ยับยั้งการกระทำของ ‘มือมีด’ ลงได้


เศษอวัยวะของเขาเกลื่อนกระจายอยู่บนพื้น ท่ามกลางแสงสลัวจากคบเพลิงที่ส่องกระทบ สามารถมองเห็นเป็นใบหูข้างขวา ซี่ฟันแท้อีกหลายสิบซี่อาบไปด้วยหยาดโลหิตสดๆ ที่รากฟันยังมีเนื้อเยื่อและกระดูกเบ้าฟันบางส่วนแตกหักติดไปด้วย


ผู้รับหน้าที่เป็น ‘หมอฟัน’ เฉพาะกิจกำลังยกยิ้มมุมปากอย่างพอใจ เขาโยนซี่ฟันซี่สุดท้ายในมือลงไปกองรวมกับซี่อื่นๆที่ถอนไปก่อนหน้า


เตโชถอดถุงมือยางเปื้อนเลือดทิ้ง ก่อนจะรับเอาคู่ใหม่ทมาสวมอย่างใจเย็น


“กิจการเติบโตเร็วดีนี่ ไม่กี่ปีก็มีลูกน้องตั้งสี่สิบกว่าคน” เตโชพูดขณะที่มือก็กำลังสวมถุงมือยางไปด้วย


ชายร่างอ้วนมองทีท่าของชายหนุ่มด้วยความหวาดผวา ดวงตาของเขาอาบย้อมไปด้วยหยาดน้ำตา เลือดที่เกิดจากการถอนฟันสดๆไหลทะลักออกมาจากช่องปากจนไม่สามารถยับยั้ง เนื้อตัวของเขาสั่นสะท้านจนแผ่นหลังที่ถูกหนามแหลมทิ่มตำย้ำแล้วย้ำอีก ชาดิกไร้ซึ่งความรู้สึกเจ็บปวด


เขาคือนายใหญ่ของแก๊งค้ายา เป็นทั้งผู้ผลิตและผู้ขายอย่างเต็มตัว หลายปีมานี้เขาเหยียบอยู่บนฐานอำนาจที่ยิ่งใหญ่ของตน ปกครองอาณาเขตตามขอบชายแดน ตำรวจจากสองประเทศไม่อาจเข้ามายุ่งเพราะอาจกระทบกับความสัมพันธ์ระหว่างชายแดน ทำให้เขาขยายอิทธิพลและแผ่อำนาจได้อย่างรวดเร็วและยั่งยืน


เมื่อเดือนก่อน คนและเงินของเขาหายสาบสูญไป หลังจากสืบข่าวก็พบว่าเป็นฝีมือของหลานชายนายทหารสิ้นชื่อที่ลาลับโลกไปนานนม ตอนนั้นเขาคิดเพียงว่าคนผู้นั้นเป็น ‘เด็กน้อยปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม’ กล้ามาท้าทายอำนาจอันยิ่งใหญ่ของตน เขาจึงไม่รีรอที่จะลงมือ แต่คิดไม่ถึงเลยว่า ‘เด็กน้อยปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม’ คนนั้น จะเป็นคนเดียวกับ ‘พญามัจจุราชเดินดิน’ ที่ทำลังทรมานเขาอย่างเลือดเย็นในตอนนี้


“ลูกตานี่ช่างสารเลว...” ไม่พูดเปล่า ปลายมีดคมกริบยังกดจี้ไปที่ใต้ขอบตาของชายร่างอ้วน ทำเอาลมหายใจของเขาขาดห้วงไปช่วงหนึ่ง


เตโชระเบิดหัวเราะอย่างพึงใจที่ได้เห็นความตื่นกลัวของคนตรงหน้า เขาชักมีดกลับพลางส่ายหัวไปมาน้อยๆ


“ยังก่อน ดวงตานั้นยังมีประโยชน์ มันจะได้เห็นวาระสุดท้ายของ ‘เจ้าของ’ มันอย่างชัดๆถนัดตา” พูดจบมุมปากของชายหนุ่มก็ยกโค้ง แม้ริมฝีปากจะระบายยิ้ม แต่มันกลับเป็นยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา มันกัดกร่อนสายตาคนมองเสียจนจิตใจสั่นสะท้านไปทั้งดวง


“แต่สมองสกปรกนี้ไร้ประโยชน์แล้ว คงต้องจัดการตัดทิ้งเสียหน่อย” สิ้นเสียงของเตโช ชายคนดังกล่าวก็ส่งเสียงกรีดร้องราวคนจะสิ้นใจ ทั้งปัสสาวะและอุจจาระไหลราดออกมาจากหว่างขา ร่วงหล่นลงสู่พื้น ส่งกลิ่นเหม็นเกินจะทนจนคนอื่นๆต้องยกมือขึ้นปิดจมูก


เตโชหลับตานิ่งราวกำลังอดทนกลับเรื่องไร้สาระตรงหน้า ฉับพลันหมัดหนักๆก็ถูกอัดเข้าใส่หน้าท้องใหญ่ที่ห้อยย้อยลงมาบังอวัยวะกลางกายจนเกือบมิด แผ่นหลังของเขากระแทกเข้าใส่ต้นงิ้วอย่างจัง หนามแหลมหลายสิบอันหักคาอยู่บนแผ่นหลังของเขา สร้างความราวระบมจนไม่อยากจะฝืนทนอีกต่อไป


“ฆ่าฉันสักที ฆ่าฉันได้แล้ว แกต้องการอะไรกันแน่ ฮือ...” เสียงวิงวอนของความตายดังจากปากท่วมเลือดของชายร่างอ้วน


การกระทำของเขาส่งผลให้ลูกน้องคนอื่นๆสิ้นหวังตามไปด้วย คิดไม่ถึงว่าวาระสุดท้ายของชีวิตจะมาถึงเร็วเช่นนี้ เห็นทีคำกล่าวที่ว่า ‘เลือกนายผิด ชีวิตเปลี่ยน’ คงเป็นจริง


เตโชได้ยินคำร้องขอเช่นนั้นก็เค้นเสียงหัวเราะออกมาจากในลำคอ เขาเก็บมีดสั้นประจำกายกลับคืนที่ ก่อนจะสลัดถุงมือที่สวมใส่ทิ้งลงพื้นอย่างไม่แยแส


เสียงร้องคำรามของสัตว์ดังอยู่ใกล้ๆ คล้ายพวกมันจะอยู่ไม่ใกล้จากดงงิ้วแห่งนี้มากนัก ในน้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด ราวกลับมีใครไปสร้างความไม่พอใจให้แกพวกมันอย่างไรอย่างนั้น


“ยาของแกนี่มันดีจริงๆ ปลุกสัตว์ขี้เกียจในผืนป่าให้ตาสว่างอีกทั้งยังหิวโหย ฉันได้ยินเสียงร้องขออาหารอย่างนั้นก็ใจคอไม่ดีเอาเสียเลย...” เตโชปรายตาไปทางชายร่างอ้วนที่ตอนนี้ใบหน้าซีดขาวราวกระดาษเอสี่


มือข้างหนึ่งของเตโชยื่นไปจับหน้าอกที่ห้อยย้อยของชายอ้วนพลางเขย่าไปมาราวเห็นเป็นของเล่น


“เนื้อเยอะอย่างนี้ คงอิ่มไปอีกนาน” เตโชพูดพลางหัวเราะในลำคอก่อนจะชักมือกลับอย่างรู้สึกขยักแขยง


เตโชเดินผ่านดงงิ้วโดยไม่เหลียวมองสายตาวิงวรของลูกสมุนพวกนั้นแม้แต่น้อย สำหรับเขา คนที่เคยภักดีกับศัตรู ต่อให้เอามาเลี้ยงดีแค่ไหนก็ไม่ได้ต่างไปจากหอกข้างแคร่ ที่พร้อมจะทิ่มแทงทุกครั้งที่เราเผลอ เก็บไว้รังแต่จะเป็นภัยกับตัว


เลยดงงิ้วไปจะมีต้นไม้ใหญ่สูงหลายสิบเมตร ลำตนยื่นตัวตรงไร้กิ่งก้านด้านล่าง ทว่าด้านบนนั้นมีกิ่งน้อยใหญ่แผ่ขยายจนสามารถทำห้างร้านสำหรับคนหลายสิบคนได้


ที่ด้านล่างของตนไม้ ร่างสูงของชายสองคนกำลังนั่งขุกเข่าอย่างนอบน้อม ใบหน้าก้มลงมองพื้น ปานประหนึ่งกำลังค้นหาเศษเหรียญก็ไม่ปาน


“จะนั่งรอให้เสือมากินรึไง?” พูจบเตโชก็ปีนขึ้นไปบนบันไดเชือกที่ถูกผูกเอาไว้กับกิ่งไม้ใหญ่ด้านบน


อรรถและอิฐลอบสบสายตากันพลางพยักหน้า มองตามร่างสูงใหญ่ของนายที่ปีนสูงขึ้นไปเรื่อยๆอย่างนึกศรัทธา นับเป็นโชคดีของพวกเขาที่เดินป่าหลายวันจนเข้ามาในเทือกเขาระหว่างชายแดน ตอนที่พวกเขาเจอแก๊งค้ายาก็คิดจะกลับไปรายงานนายเรื่องนี้ แต่คาดไม่ถึงว่าจะได้เจอนายตัวเป็นๆในป่าเสียแทน


เตโชเปิดโอกาสให้เขาสองคนแสดงฝีมือ ทว่าการแสดงฝีมือที่ว่าคือการไล่ต้อนสัตว์ร้ายเข้ามาใกล้บริเวณนี้ ถึงมันจะเสี่ยงตายไปหน่อย แต่นั้นนับเป็นการยื่นโอกาสครั้งยิ่งใหญ่ที่พวกเขาทั้งสองคนจะไม่มีวันลืม


“อยากตายมากจริงๆใช่ไหม?” เตโชหันกลับมาตามลูกน้องสองคนที่ยังไม่ยอมไต่บันไดเชือกขึ้นมา


“ป่าวครับนายๆ” อิฐและอรรถรีบปฏิเสธ พลางไต่ขึ้นไปบนบันได้เชือกเพื่อขึ้นไปยังจุดปลอดภัยด้านบน


ครั้นพวกเขาขึ้นมาบนห้างร้านบนต้นไม่สูง ก็เกิดเสียงร้องระงมอย่างทรมานจากด้านล่างดังอย่างต่อเนื่อง มีเสียงร้องคำรามของสัตว์ป่าดังแทรกมาเป็นระยะๆ บ่งชัดว่าด้านล่างกำลังเกิดการกินเลี้ยงอย่างหฤหรรษ์ในรอบปี


“ขอผ้าหน่อย” เตโชหันไปสั่งลูกน้อง


พูรีบยื่นผ้าสะอาดให้นายอย่างรู้หน้าที่ เตโชรับไปก็เช็ดฝ่ามือของตนหนแล้วหนเล่า ความรู้สึกขยาดที่ฝ่ามือยังคงไม่หายไป เจ้าหน้าอกนิ่มยุ่ยนั้นช่างเป็นเสนียดมือจริงๆ


ลูกน้องเห็นดังกล่าวก็งุนงงว่านายเป็นอะไร ปกติเตโชฆ่าคนเป็นผักปลาโดยไร้ซึ่งสงสารหรือรู้สึกผิด เลือดที่เปื้อนมือเขาไม่เคยใส่ใจเสียด้วยซ้ำ ทว่าทำไมหนนี้ถึงได้ดูรังเกียจฝ่ามือของตนเช่นนั้น


“เอาน้ำล้างไหมครับนาย?” พูถามด้วยความหวังดี


ชายหนุ่มถอนใจก่อนจะโยนผ้าคืนให้ลูกน้องเอาไปเก็บ


“ไม่ต้องหรอก ไว้กลับไปหาอะไรที่มันนุ่มมือมาจับก็คงจะหายเอง” พูดจบรอยยิ้มของชายหนุ่มก็ระบายในทั่วถ้วนทั้งใบหน้า


เขาทอดสายตาลงไปเบื้องล่าง มองดูการเขมือบของสัตว์ป่าพวกนั้นอย่างเบิกบานใจ


หลายคืนแล้วสินะ ที่ไม่ได้จับ... ไม่ได้กอด...


***************************************************************************************************************


หลังจากทราบข่าวว่าจะขึ้นเงินเดือนให้ นายน้อยก็กลับมาแล้วค่ะทุกคน ใครจะหิวเงินที่เฮียเตท่าจะมีแต่ละอองอายคนเดียว 555


เรื่องนี้มันจะโหดหน่อยเด้อออ ใครไม่ชอบเลือดสาดโรคจิตต้องขออภัยด้วยจริงๆ ละอองลองแล้วติดใจมาก ตัดใจจากมันไม่ได้เลยย งือออออ

ความคิดเห็น