ซันซายน์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 8 โต๊ะจีนบุฟเฟต์

ชื่อตอน : ตอนที่ 8 โต๊ะจีนบุฟเฟต์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 237

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ก.พ. 2562 12:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 8 โต๊ะจีนบุฟเฟต์
แบบอักษร

ตอนที่ 8

โต๊ะจีนบุฟเฟต์

เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาในยามเช้า เธอก็ได้พบกับข่าวดี ดีมาก ๆ เลยทีเดียว เมื่อนางกำนัลคนสนิทของเพื่อนรักมาแจ้งข่าวว่าวันนี้จะมีการจัดบุฟเฟต์ที่วังหลัง แหม งานสังคมแบบนี้เธอจะพลาดได้ยังไงกันคะ ไม่รู้ว่านางรินทนได้ยังไงกัน สามีมีเมียน้อยเป็นพันแบบนี้ เป็นเธอนี่คงอกแตกตาย

เธอรีบเรียกนางกำนัลลี่จีเข้ามาช่วยอาบน้ำแต่งตัว ก่อนจะเลือกเสื้อผ้าที่คิดว่าใส่แล้วจะไม่อายใคร

แต่ก่อนที่จะออกไป ก็หันไปสั่งองครักษ์นามอาลู่ให้จัดการนำของที่สั่งไปโรยในทุกตำหนัก ไม่เว้นแม้แต่ท่านอ๋อง คราวนี้ล่ะ จะกล้าหือกับเธออีกไหม นี่แค่เบาะ ๆ นะคะ พรุ่งนี้จะคิดอีกที ว่าจะทำยังไงต่อ ส่วนวันนี้อารมณ์ดีแต่เช้า

มีลางดีว่าจะพบเนื้อคู่ เธอนึกถึงเนื้อคู่ก็นึกขึ้นมาได้ว่านัดผู้ชายเอาไว้ เลยจัดการไล่รถม้ากลับไปเสียแล้วยืนชะเง้อรอคอยผู้ชายแทน เพียงไม่นานเขาก็มา หากแต่ไม่ได้เดินมานะ ควบม้ามาแต่ไกลเลยค่ะ โอ๊ยเท่อ่ะ อยากได้คนนี้ หากแต่มองไปข้าง ๆ องครักษ์อู่ถงของเธอกลับกำลังทำหน้าบึ้งอยู่ นี่เขาเป็นอันใดหรือไม่ ตั้งแต่เมื่อวานแล้วนะ ไม่อยากมาด้วยก็ไม่ต้องมาสิ

"ท่านพี่หลันซาน "

"อ้าวเจ้ามายืนรอพี่เลยหรือเซียนเอ๋อ" ผู้ชายคนนี้ขยันยิ้มให้เธอเสียจริง ยิ้มให้จนตาพร่ามัวแล้วเนี่ย

"เอ่อ ว่าแต่เราจะขี่ม้าไปหรือเจ้าค่ะ" แต่ม้ามันมีตัวเดียว แต่เธอขี่ม้าไม่เป็นนี่นา หรือเขาจะให้เธอนั่งด้านหน้าแล้วโอบกอดไว้ เอ หรือว่าจะให้นั่งด้านหลังแล้วโอบกอด นึกสภาพหากเราทำเรื่องอย่างว่ากันบนหลังม้าคงตื่นเต้นน่าดูเลย แค่คิดกะเทยก็ฟินแล้วจ้า แต่ความฝันของเธอก็พังทลายลงเมื่อเขาเอ่ยออกมา

"มิใช่เช่นนั้น " สักพักก็มีเกี้ยวมาวางตรงหน้าเธอ เธอมองอย่าง งงงง ก่อนที่เขาจะชี้ให้ขึ้น เธอในตอนนี้จึงต้องอยู่บนเกี้ยวอย่างเดียวดาย มีองครักษ์อู่ถงเดินตามด้านขวา ส่วนพี่หลันซานนั้นขี่ม้าสีขาวอยู่ด้านซ้าย โอ๊ยเธอต้องเทียวเปิดม่านส่องเขาอยู่บ่อย ๆ เห็นแล้วดีต่อใจ

เมื่อมาถึงวังหลวงเขาและเธอจึงบอกทหารด้านหน้าว่าต้องการพบหวงกุ้ยเฟย จากนั้นพวกเขาก็นำทางมา จนถึงตำหนักของเพื่อนรัก ซึ่งเห็นเธอยกมือให้อยู่ไว ๆ เธอเลยรีบปรี่เข้าหาทันที ก่อนจะเอ่ยถามในสิ่งที่ค้างคาใจ

"นางชะนี มีพี่ชายน่ากินขนาดนี้ทำไมไม่บอกย๊ะ หรือแกเล็งไว้กินเองห๊ะ นางริน"

"อีปอบ นั่นพี่ชายนะ แหม ถึงจะดูดีไปบ้างแต่ก็พี่ชายฉันไหมล่ะ มีของดีก็ต้องมีหวงกันบ้างสิย๊ะ"

"พี่เพื่อนรักเลยนะ ฉันขอเถอะนะ พี่ชายแกน่ะ ฉันขอเถอะ" เธอพยายามออดอ้อนเพื่อนรักให้ยอมเป็นแม่สื่อให้

"ไม่ได้" แต่คำตอบนี่สิ มันน่าตบนัก

"ทำไม" ก็แกร่านไง เดี๋ยวทำพี่ชายฉันเสียใจ"

"ฉันสัญญา"

"ฉันไม่เชื่อ แกเคยทำตามสัญญาได้ที่ไหนกัน " เออจริงสิ ผู้ชายกี่คน กี่คน พอเธอได้แล้ว พอเบื่อก็เขี่ยทิ้งทั้งนั้น แต่คนนี้เธอจริงจังนะ เธอจึงทำสายตาปริบ ๆ ใส่เพื่อนรักอีกครา

"ไม่ได้ ยังไงก็ไม่ได้"

"นางเพื่อนเลว ถ้าแกไม่ให้ดีดีฉันจะจับทำผัวต่อหน้าแกนี่แหละ" เธอไม่ได้พูดเล่นนะ เธอเอาจริง

"นังบ้า " ดูเพื่อนเธอกำลังสงบสติตัวเอง อยู่ แต่พี่หลันซานกลับเดินมาถึงเสียก่อน

"อิงเอ๋อสบายดีหรือไม่"

"เจ้าค่ะ พี่หลันซานอิงเอ๋อสบายดีเจ้าค่ะ " ดูนางชะนีสาวตอบพี่ชายสิ มันต้องใช่แน่ ๆ เธอรู้นิสัยเพื่อนรักดี มันต้องแอบคิดมิดีกับพี่ชายร่วมไส้แน่นอน ดีนะที่เป็นพี่ชาย ไม่งั้นได้เป็นคู่แข่งกันแน่ เพื่อนก็ส่วนเพื่อน แต่ผู้ชายใครดีใครได้อยู่แล้ว

"ดูพวกเจ้าสนิทกันมากเลยนะ พี่ไม่เห็นรู้เลยว่าพวกเจ้ารู้จักกัน"

"เรื่องมันนานมาแล้วเจ้าค่ะ "เห็นเพื่อนสาวของเธอเอ่ยตอบ เธอเองก็โล่งใจจะบอกออกไปได้ยังไงว่ารู้จักกันตอนไหน ยังดีที่เธอไม่โชคร้ายต้องไปเกิดหลายภพชาติเหมือนเพื่อนรักของเธอ หมาบ้าง กระต่ายบ้าง เต่าบ้าง แค่คิดตามก็เหนื่อยแทน พรหมลิขิตจากหมาชื่อเชย ๆ กลายมาเป็นคน ตำนานรักสะท้านโลกา ยังกับในละครน้ำเน่าหลังข่าว หลังจากพี่หลันซานเอ่ยถามเพื่อนรักของเธอจนพอใจแล้วก็ขอตัวไปพบฮ่องเต้ต่อ เธอเลยได้แต่มองด้วยสายตาละห้อย อยากตามไป

"เก็บอาการหน่อยชะนี"

"อีดอก ก็คนมันอยากได้อ่ะ แล้วไหนล่ะงานเลี้ยงที่ว่า"

"ตามมาสิ" ระหว่างที่เดินกันไปเธอจึงได้โอกาสเอ่ยถามเพื่อนรักเกี่ยวกับสามีของนาง

"นี่ฉันถามจริง แกยอมได้ยังไงสามีมีเมียน้อยเป็นโขลงเช่นนี้"

"โขลงเขาใช้กับช้างย่ะ ก็เขาไม่เคยมีอะไรกับสนมคนไหนนิ"

"จริงหรือ ไม่น่าเชื่อ เห็นหน้าตาหื่น ๆ แบบนั้น"

"นางเพื่อนบ้า" เพื่อนเธออายหน้าแดงไปแล้ว นางนี่ก็น่าอิจฉาอยู่เหมือนกัน แม้นเมื่อก่อนจะไม่เคยมีแฟน แต่ตอนนี้กลับได้สามีรักเดียวใจเดียวยิ่ง ไม่สนใจเมียน้อยแต่อย่างใด เหมือนเกิดมาเพื่อรอเธอแต่เพียงผู้เดียวประมาณนั้น

เธอและเพื่อนสาวเดินมาถึงงาน โอ้มายก๊อดนี่มันโต๊ะจีนชัด ๆ อาหารหลายอย่างถูกวางเต็มไปหมดจนละลานตา ส่วนนางสนมของฮ่องเต้ทั้งหลายพอเห็นเพื่อนรักของเธอต่างทำความเคารพก่อนจะยิ้มให้ จากนั้นก็หันไปจัดการอาหารต่อแบบไม่พูดไม่จาให้เสียเวลา นี่มันบรรยากาศร้านหมูกระทะชัด ๆ

ผ่านไปนานจนทุกคนเริ่มจะอิ่ม ส่วนเธอไม่นิยมทานอาหารหนัก ๆ ต้องรักษาหุ่น เธอกินเพียงผลไม้ มาคิด ๆ ดูงานเลี้ยงนี่ก็ดูขาดสีสันไปหน่อยนะ เธอเลยเอ่ยถามเพื่อนรัก

"นี่ หวงกุ้ยเฟย มิทราบว่ามีเหล้าสักกาไหมเพคะ"

"มีสิ ประเดี๋ยวจะให้คนไปเอามาให้" ใช้เวลาเพียงไม่นานไหเหล้าหมักมากมายก็มากองอยู่ตรงหน้า ได้เวลาสนุกแล้วสิ เธอมองสบตากับเพื่อนรักก่อนจะชนจอกเหล้า มันต้องอย่างนี้สิถึงจะเรียกว่างานเลี้ยง เหล่านางสนมทั้งหลายพอเห็นเช่นนั้นก็เอากับเธอด้วย

จากนั้นเราก็ดวลเหล้า พร้อมร้องรำทำเพลง กันอย่างสนุกสนาน เวลาผ่านไป นางสนมคออ่อนก็ล้มพับไปก่อน ตอนนี้เหลือเพียงเพื่อนรักตรงหน้ากับเธอเพียงสองคน

"มา ไม่เมาไม่เลิก"

"ดี มาดวลกัน "

"ถ้าใครชนะได้พี่หลันซาน" เธอเอ่ยถ้าไป

"นังบ้า"

"หรือกลัวแพ้" เธอรู้จักเพื่อนคนนี้ดีที่สุดต้องใช้จุดอ่อนให้ถูกที่แบบนี้ล่ะ

"ได้ ใครชนะได้พี่หลันซาน" จากนั้นการดวลเหล้าของเราสองคนก็ดำเนินไปเรื่อย ๆ อย่างไม่มีใครยอมใคร เรื่องผู้ชายใครมันจะยอมแพ้กัน แต่ระหว่างที่ต่างฝ่ายต่างเริ่มนั่งไม่ตรงกันนั้น นางกำนัลคนสนิทของเพื่อนรักกลับมาตามซะก่อน

"หวงกุ้ยเฟยเพคะ พอได้แล้วเพคะ ฝ่าบาททรงกริ้วใหญ่แล้ว" ที่แท้ก็ผัวให้มาตาม เชอะไม่ได้อิจฉาแต่แค่ตาร้อนเท่านั้น ชิ

"เช่นนั้น ไว้มาดวลกันวันหลังนะเพื่อนร๊าก" เสียงของเพื่อนเธอนี่ คงเมามากจริง ๆ

"ได้ วันหลังยาง มี เอิ๊ก" เธอเองก็มึนหัวเช่นกัน ก่อนที่จะถูกส่งขึ้นเกี้ยวแปดคนหามนำมาส่งยังหน้าวัง องครักษ์อู่ถง กับนางกำนัลลี่จีหิ้วปีกกันคนละข้าง ส่วนเธอน่ะหรือใช้โอกาสเช่นนี้ให้เป็นประโยชน์สิ มือที่ว่าง อยู่ก็เริ่มลวนลามผู้ชายด้านข้างสิคะ คนเมาทำอะไรไม่ค่อยคิด คริ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น