โซซอล
facebook-icon

ซอลลี่นำความสนุกจากซีรีส์เกาหลีสุดฮิต 'What's Wrong with Secretary Kim' มาให้ทุกคนได้อ่านในรูปแบบตัวอักษรกันแล้วค่า~

ตอนที่ 5-1 นาร์ซีซิสต์

ชื่อตอน : ตอนที่ 5-1 นาร์ซีซิสต์

คำค้น : เลขาคิม นิยายเกาหลี

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.5k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 22 เม.ย. 2562 15:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5-1 นาร์ซีซิสต์
แบบอักษร

​#5 นาร์ซีซิสต์


“เชิญค่ะ”

มีโซเปิดประตูหน้าบ้านพร้อมกับขยับตัวไปด้านข้างเบาๆ เพื่อเปิดทางให้อีกคนเข้ามา ทว่ายองจุนกลับพูดต่อโดยที่ยังยืนอยู่ตรงทางเดินแคบๆ ของห้องพักเหมือนเดิม

“ไม่เป็นไร ฉันแค่อยากจะมาถามเรื่องเดียว”

“มาที่นี่ได้ยังไงกันคะ”

“รถฉันไง”

“ตายจริง นี่เมาแล้วขับเหรอคะ ไม่ได้นะคะ!”

“ถ้าเป็นเหล้า ก็ไม่ได้ดื่มเลยสักหยด”

ยองจุนถูกพูดถึงอยู่ประจำว่าเป็นนักดื่มตัวยงของงานเลี้ยง คนอย่างเขาไม่เคยไม่เจอผู้คนโดยไม่ดื่ม เว้นแต่ตอนเกิดเรื่องสำคัญขึ้น ซึ่งถือเป็นเรื่องที่แปลกมาก

“อ้าว ทำไมล่ะคะ”

“ตอนนี้เรื่องนั้นมันไม่สำคัญหรอก ก่อนหน้านี้ที่เธอบอกว่าจะมีแฟน จะแต่งงานน่ะ พูดจริงเหรอ”  

“ทำไมฉันต้องพูดสิ่งที่ไม่ได้คิดล่ะคะ”

“แล้วอยู่ๆ ทำไมเป็นแบบนี้ล่ะ หรือว่าที่ผ่านมาเธอแอบไปเจอใครลับหลังฉันงั้นเหรอ”

มีโซทำตาโตมองยองจุนอย่างพิจารณาก่อนจะถามกลับไปอย่างระมัดระวัง

“ท่านรองประธาน… โกรธเหรอคะ”

“ไม่ใช่ เลขาคิมจะไปเจอใคร ไม่เจอใคร มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ฉันจำเป็นต้องรู้ ฉันจะโกรธทำไม”

“จริงด้วยค่ะ”

มีโซกะพริบตาปริบๆ ยองจุนจึงเร่งรัดเอาคำตอบใหม่อีกครั้ง

“ตอบคำถามด้วยสิ”

“ไม่ได้แอบไปเจอใครค่ะ ไม่มีเหตุผลต้องแอบท่านรองไปเจอคนอื่นด้วย ที่ผ่านมาฉันจะมีเวลาไปหาใครเหรอคะ เริ่มงานหกโมงเช้า เลิกงานก็ไม่เป็นเวลา ไม่ว่าจะตอนไหน ถ้าถูกเรียกให้ออกไปก็ต้องออก ถึงจะนอนอยู่ ทำธุระส่วนตัวอยู่ ก็ยังต้องวิ่งไปหาท่านรองเลยนะคะ ฮ่าๆๆ”

ยองจุนยังคงจ้องมองมีโซหัวเราะลั่นพร้อมกับปัดมือไปมาด้วยสีหน้ายากจะเข้าใจ ก่อนออกคำสั่งอีกครั้ง

“งั้นก็อธิบายสถานการณ์ตอนนี้มา”

“คะ? ฉันก็พูดอย่างละเอียดไปตั้งหลายครั้งแล้วนะคะ”

“มันโน้มน้าวไม่มากพอ เหตุผลของการลาออกน่ะ มันต้องมากพอจะทำให้เชื่อว่าเธอจะยอมทิ้งโอกาสใหญ่ขนาดนั้นด้วย”

“ข้อเสนอของท่านรองประธานมันดีมากค่ะ แต่เอาจริงๆ มันก็ไม่ได้เป็นค่าเสียโอกาสที่คุ้มค่าขนาดนั้น เพราะมันคือทั้งชีวิตของฉันค่ะ”

“ทั้งชีวิตเหรอ”

“ค่ะ ทั้งชีวิตที่เหลือ ถ้าต่อไปยังทำงานยุ่งอยู่ข้างๆ ท่านรองเหมือนทุกวันนี้ อยู่ๆ อาจจะเลยวัยแต่งงานของฉันไปเลยอย่างไม่รู้ตัวก็ได้นี่คะ”

“เลยแล้วไง เหตุผลแค่นั้นเหรอ”

“มันไม่ใช่แค่นั้นนะคะ เกิดเลยช่วงแต่งงาน แล้วท่านรองประธานไม่ชอบหน้าฉันขึ้นมาต้องกลายเป็นคนตกงาน แล้วใครจะรับผิดชอบล่ะคะ”

ยองจุนตอบรับคำพูดโต้แย้งของมีโซด้วยสีหน้าท่าทางดูใจกว้างและมีเมตตาพร้อมกับพูดขึ้น

“เธอคงจะรู้ดีเพราะเคยเห็นอยู่แล้ว ฉันน่ะเป็นคนรักษาสัญญา ฉันจะรับผิดชอบทั้งชีวิตของเลขาคิมเอง”

พอได้ฟังคำพูดนั้น มีโซก็หัวเราะเสียงหวานโดยไม่ทำให้ขนตาขยับแม้แต่หนึ่งเส้นแล้วย้อนถามยองจุนกลับทันที

“ตายแล้ว ฮ่าๆๆ แย่กว่าเดิมอีกค่ะ หมายถึงทั้งชีวิตที่เหลือจะต้องเจอท่านรองประธานเพราะงาน แล้วอยู่คนเดียวจนแก่เลยเหรอคะ”

“แล้วต้องการอะไรล่ะ”

ยองจุนถามด้วยน้ำเสียงสูงขึ้นเหมือนรำคาญเสียเต็มแก่ ทว่ามีโซยังคงพูดต่อด้วยท่าทางและน้ำเสียงสงบนิ่งเช่นเดิม

“ที่ผ่านมาฉันทำงานหนักอยู่ข้างๆ ท่านรองมานานมาก ตอนนี้ฉันเลยไม่ชอบทั้งเงินทั้งชีวิตหรูหราเลยค่ะ ฉันแค่อยากจะเจอคนธรรมดาๆ จากการแนะนำของคนอื่น แต่งงานหลังคบกันได้หนึ่งปี อยู่ด้วยกันที่บ้านแล้วมีลูกสาวคนลูกชายคน ฉันอยากใช้ชีวิตง่ายๆ แบบนั้นค่ะ พี่ๆ กับพ่อก็เข้าที่เข้าทางหมดแล้ว ฉันก็เลยไม่อยากใช้ชีวิตด้วยความพยายามอะไรไปมากกว่านี้แล้วค่ะ”

ยองจุนขมวดคิ้วแน่น สีหน้าเขายุ่งเหยิงตั้งแต่ก่อนมีโซจะพูดจบ

“กลายเป็นดูเห็นแก่ตัวมากเลยนะ แล้วฉันจะทำยังไงล่ะ”   

“คะะ? ทำไมอยู่ๆ ถึงวกเข้าเรื่องท่านรองประธานแบบนี้อีกแล้วล่ะคะ”

“ทำงานด้วยกันทั้งวันมาตลอดตั้งเก้าปี ตั้งแต่ฉันเริ่มนับหนึ่งจนถึงสิบในวงการผู้บริหาร แล้วอยู่ๆ เลขาคิมจะลาออกแบบนี้ ฉัน…”

“ฉัน?”

“ฉัน…”

“ท่านรองประธานคะ”

ยองจุนเงียบไปพักใหญ่เหมือนเรียบเรียงคำไม่ได้ สุดท้ายคนอ้ำอึ้งก็พูดขึ้นมาจบประโยคด้วยคำเดียว

“ฉัน… ลำบากนะ!”

“อ่า ใช่ค่ะ ทราบค่ะว่าต้องลำบาก”

คงเป็นความเข้าใจซึ่งกันและกันของคู่หูที่ทำงานด้วยกันมานาน ยองจุนทำสีหน้าเคร่งขรึมแล้วกล่าวโทษออกมา เมื่อเห็นใบหน้าของมีโซประดับด้วยรอยยิ้มสดใสแต่ขัดแย้งและซับซ้อนเกินบรรยาย

“อย่ามายิ้มทั้งๆ ที่ฝืนใจขนาดนั้นได้ไหม มันอึดอัด”

“ค่ะ”

บรรยากาศระหว่างพวกเขาทั้งคู่เต็มไปด้วยความกดดันอย่างหนักอยู่ครู่นึง

และสุดท้ายก็เป็นยองจุนที่ทำลายความเงียบที่น่าอึดอัดและยาวนานนี้ลงด้วยการเปิดปากพูด

“เฮ้อ ดี”

“อะไรคะ”

“เลขาคิม”

“ค่ะ”

“รู้ใช่ไหมว่าฉันบูชาชีวิตโสด”

“แน่นอนค่ะ ฉันรู้ดีเลยค่ะ”

“อย่ามาขอให้ฉันเสียสละไปมากกว่านี้นะ”

“คะ?”

“ฉันจะเป็นคนรักให้เอง ทำงานต่อเถอะ”



หนึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น วันที่หนึ่ง พฤศจิกายน เวลาเที่ยงคืนครึ่ง ณ ห้องนั่งเล่นในคอนโดของพัคยูชิก

ยูชิกมองยองจุนด้วยดวงตาของคนยังไม่ตื่นดีนักแล้วถอนหายใจออกมา เขานึกสงสัยว่าเพื่อนตัวเองมีเรื่องด่วนอะไร ถึงได้มาแบบไม่บอกไม่กล่าวแล้วปลุกคนนอนอยู่ให้ตื่นขึ้นมา แต่สุดท้ายก็จบด้วยเรื่องนี้เอง

“คือสั่งให้ทำงานต่อ แล้วก็จะเป็นคนรัก ‘ให้เอง’ ด้วยงั้นเหรอ บอกเลขาคิมเนี่ยนะ นี่ ล้อเล่นหรือเปล่า นายพูดแบบนั้นจริงเหรอ”

ยูชิกถามกลับด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อหลังจากได้ยินเรื่องทั้งหมดจากยองจุน

“แล้วเลขาคิมว่าไง”

ยองจุนใช้มือลูบแก้วกาแฟก่อนจะตอบด้วยเสียงจริงจัง

“ยื่นหน้าตัวเองเข้ามาใกล้ฉัน...”

ยูชิกที่ง่วงงุนจัดเมื่อไม่กี่นาทีก่อนกลับมองคนเล่าด้วยดวงตาเป็นประกาย

“เข้ามาใกล้แล้ว?”

“ก็ดมกลิ่น...”

“อะไรนะ”

“แล้วก็ถามว่า ‘เมาหรือเปล่า’”

“อุ๊บบ! ฮ่าๆๆๆๆ โอ๊ย สุดยอด! นี่แหละเลขาคิม!”

ยองจุนปรายตามองยูชิกที่ปรบมือด้วยความชอบใจอย่างเย็นชาจนเขาต้องหุบปากลงทันทีด้วยความกลัว

“ไม่อยากเป็นคนรัก งั้นสุดท้ายก็ต้องแต่งงานเหรอ”

ยองจุนพูดพึมพำพร้อมถอนหายใจ ยูชิกเลยถามกลับอย่างไม่ได้คิดอะไรมาก

“อืม คิดล่วงหน้าเกินไปหน่อยไหม เธออาจจะไม่ได้อยากคบกับนายก็ได้”

“เป็นไปได้ด้วยเหรอ”

ถึงจะมองหน้าของยองจุนในฐานะผู้ชายด้วยกันก็ต้องยอมรับว่าลียองจุนไร้ที่ติด ทั้งยังมีเสน่ห์เหลือล้น ยูชิกทอดสายตามองภาพลักษณ์ที่อยากจะขโมยมาเป็นของตัวเองอย่างนิ่งๆ แล้วถามขึ้นด้วยความสงสัยจริงจัง

“ลียองจุน เหตุผลของการที่นายวอแวเลขาคิมขนาดนี้คืออะไร”

“วอแวงั้นเหรอ”

ยูชิกพูดต่อหลังจากฉีกเยลลี่โสมแล้วเอาเข้าปากเคี้ยวหงุบหงับ

“มันก็จริงที่เลขาคิมทั้งสวย ทั้งฉลาด แล้วก็นิสัยดี แต่เอาจริงๆ นายก็ยังหาเลขาแบบนั้นได้อีกเยอะแยะ แถมระดับการศึกษาของเลขาคิมก็ธรรมดาๆ ด้วย”

“จะระดับการศึกษาของมีโซ หรือเงื่อนไขอะไรก็ไม่เกี่ยวหรอก เธอได้ทำงานเป็นเลาขาของฉันแล้ว เรื่องพวกนั้นมันก็ไม่มีความหมาย”

ยูชิกจึงถามต่อด้วยเสียงหัวเราะ หลังได้ยินคำตอบอย่างชัดเจนโดยไม่มีข้อสงสัยสักจุดจากเพื่อน

“นายชอบเลขาคิมสินะ”

“ก็ต้องชอบสิ”

ยูชิกสายหน้าไปมาทันทีเมื่อได้ยินคำตอบชัดเจนตรงๆ ของยองจุน ก่อนจะถามใหม่อีกครั้ง

“ไม่ใช่ ไม่ใช่ความสัมพันธ์แบบเจ้านายกับลูกน้อง แต่ฉันพูดถึงแบบผู้ชายกับผู้หญิง นายชอบเลขาคิมในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง ไม่ใช่ในฐานะเลขาใช่ไหม ถามหัวใจของลียองจุนนะ ไม่ใช่รองประธาน”

ยองจุนจ้องมองผิวน้ำในแก้วกาแฟนิ่งอยู่พักใหญ่แล้วพูดพึมพำขึ้นมาอย่างไม่เป็นตัวเอง

“ผู้ชายกับผู้หญิง... ไม่รู้สิ...”

ยองจุนไม่สามารถจบประโยคลงได้ ทว่าหลังจากนั้นก็ดูเหมือนตัดสินใจอะไรขึ้นมา

“แต่ยังไงเลขาคิมก็จำเป็นสำหรับฉัน”

“เพราะ?”

ยองจุนเปลี่ยนท่าทางเป็นนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทีสบายใจและมั่นใจสมกับเป็นตัวเองที่สุด

“ก็เหมือนเป็นสูทที่เหมาะกับฉันเท่านั้นล่ะมั้ง พวกสูทสำเร็จรูปทั่วไปจากโรงงาน มันไม่เหมาะร่างกายฉัน ก็เลยไม่ถูกใจน่ะสิ”

“ว้าว คำพูดแบบนี้นี่มันแรงนะ เลขาคิมได้ยินต้องคริติคอล ฮิต* แน่”

“ถึงยื่นข้อเสนอให้มากขนาดนี้ไง แต่ฉันว่าตอนนี้มันถึงขีดจำกัดแล้วนะ”

ระหว่างนั้นในห้องนั่งเล่นก็เหลือเพียงเสียงเคี้ยวเยลลี่โสม แจ๊บๆ หงุบหงับๆ จากยูชิกเท่านั้น

ยองจุนมองยูชิกท่ามกลางความมืดก่อนจะถามขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

“ทำไมนายถึงแต่งงานอะ”

“แต่งเพราะอยากแต่งไง”

ถึงยูชิกจะหัวเราะเหมือนคิดว่าจะถามเรื่องแน่นอนแบบนี้ไปทำไม แต่ยองจุนกลับถามด้วยความจริงจัง

“การแต่งงานมันคืออะไร”

“ก็การให้ความรู้สึกและความสนใจต่อกันและกัน อยู่ด้วยกันไปนานๆ แบ่งปันความรักต่อกัน”

“แต่ผลปันจากความรักของนายเป็นอดีตไปแล้วสินะ”

“หุบปาก”

ยูชิกส่งเสียงหงุดหงิด ก่อนจะตามด้วยการพูดสอนอย่างเหนือชั้นในแบบของยองจุน

“เห็นไหม สุดท้ายมันก็เหมือนกัน ยังไงการแต่งงานมันก็แค่เซ็นเอกสารเท่านั้นแหละ แค่กลัวเลยช่วงแต่งงานก็ไม่เห็นต้องทำขนาดนี้เลย”

ยูชิกถามยองจุนอย่างหัวร้อนหลังจากนั่งดูอีกฝ่ายพูด

“ละอายใจบ้างไหมเนี่ยพูดออกมา”

“หมายถึงอะไร”

พอได้เห็นหน้าตาไร้อารมณ์ของยองจุนแล้ว ยูชิกจึงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“เอาเถอะ ดูๆ แล้วถึงที่ผ่านๆ มารอบตัวนายจะมีผู้หญิงมาติดพันเยอะแยะ แต่ก็ไม่เคยแตะเนื้อต้องตัวกับใคร หรือพาใครขึ้นเตียงเลยใช่ไหมล่ะ”

“อย่าพูดเหมือนเคยเข้ามาในเขตห้องนอนฉัน คลื่นไส้เลย”

ยูชิกก็ถามขึ้นอีกครั้งหลังกลั้นขำอยู่พักใหญ่

“ก็มันเป็นเรื่องจริงนี่ ก่อนหน้านี้ผู้หญิงวันพฤหัสของนายถามฉันด้วยนะว่านายเป็นเกย์หรือเปล่า”

“บ้าเหรอ”

ยูชิกโน้มตัวลดระยะห่างระหว่างตัวเองและยองจุนที่กำลังทำหน้าหงุดหงิดใจให้แคบลงก่อนจะถามขึ้น

“นายมีเรื่องฝังใจกับผู้หญิงหรือเปล่า”

ยองจุนเลี่ยงคำตอบ เขาหันหน้ามองนอกหน้าต่างอย่างเลื่อนลอยพร้อมกับพูดพึมพำเบาๆ ออกมา

“ฉันไม่ชอบผู้หญิง ทั้งอ่อนแอแล้วก็เอาแต่ใจ”

“แล้วเลขาคิมล่ะ”

“เลขาคิมน่ะแตกต่าง”

“ก็ผู้หญิงเหมือนกัน จะต่างกันตรงไหนล่ะ”

“เลขาคิมไม่ใช่ผู้หญิงไง”

‘เจ้านี่ พูดเรื่องไม่ควรพูดกับผู้หญิงเด็ดขาดออกมาได้ไง!’ ถึงยูชิกจะคิดแบบนั้นด้วยความตกใจ แต่ยองจุนพูดกลับต่ออีกครั้งด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“มีโซน่ะ ก็คือมีโซ”


* Critical Hit คำศัพท์ในเกมออนไลน์ การยิงโดนจุดสำคัญในเกม

ความคิดเห็น