Nor maai

คอมเม้นให้กำลังใจนักเขียนด้วยนะคะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่าาา

:: Chapter 2 :: คนถ่อย...แรดไม่ออก

ชื่อตอน : :: Chapter 2 :: คนถ่อย...แรดไม่ออก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3k

ความคิดเห็น : 49

ปรับปรุงล่าสุด : 28 มิ.ย. 2562 22:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
:: Chapter 2 :: คนถ่อย...แรดไม่ออก
แบบอักษร

:: Chapter 2 ::  คนถ่อย...แรดไม่ออก 

+++++++++ ​ 

@ไร่อิงฟ้า 

05.20 น. 

เด็กหัวฟู ตาโหล ปากซีดคนนี้ไม่ใช่ใครที่ไหนครับ ผมเอง ผมตื่นเช้าขึ้นมาด้วยความรู้สึกปวดหัวตุบๆ เหมือนกับว่าจะไม่สบาย แถมยังรู้สึกหนาวขึ้นมา ทั้งที่ปกติผมใส่กางเกงขาสั้นได้ทั้งท่าอากาศติดลบ 

...แบบนี้ก็อดใส่ขาสั้นอ่อยคนงานสิ 

“เวียง ตื่นหรือยังลูก” แม่ผมตะโกนถามขึ้นมาจากใต้ถุนบ้าน ผมสะบัดหัวไปมา 

“ตื่นแล้ว” ผมตอบกลับแม่ไป แล้วสะบัดผ้าห่มขึ้นมาพับ คลานออกมาจากฟูก เปิดประตู ตายังปิดอยู่ แล้วก็แทบจะเปิดตาทันที แถมถอยหลังกลับไปที่นอนตัวเองด้วยความตกใจสุดขีด 

“สวัสดีครับ...น้องเวียง” ผู้ชายตัวสูงผิวขาว ท่าทางอย่างกับคุณชายหลุดออกมาจากในละคร ไหนจะการแต่งตัวที่หรูหราหมาเห่า เขาเป็นใคร แล้วเข้ามาในบ้านผมได้ยังไง ผมคว้าเอาไม้กวาดใกล้ๆขึ้นมา 

“ตั๋วเป็นไผ!!!” หรือว่าจะเป็นโจรฆ่าข่มขืน แต่ถ้าจะให้ดี ข่มขืนก่อนแล้วค่อยฆ่านะ อ๊าาา นี่ผมกำลังคิดอะไร เห็นหล่อหน่อยไม่ได้เลยนะเวียง == 

“เฮ้ยๆ เดี๋ยวก่อน ใจเย็น ผมเด็กฝึกงานที่ไร่นี้ คะ...คือ พ่อเลี้ยงอิงให้มาพักที่นี่ก่อน จนกว่าจะหาห้องพักให้ได้” เขาเอ่ยขึ้นอย่างรีบร้อนสงสัยจะกลัวผมฟาดไม้กวาดลงกบาล ผมหรี่ตาลดไม้กวาดในมือลง 

“จื่อหยั่ง” ผมเอ่ยถาม 

“หะ...อ่อ พี่ชื่อดอยครับ” เขาชะงักไปนิด ก่อนจะทำท่าครุ่นคิดแล้วตอบกลับมา ผมพยักหน้า ก่อนจะขยับผายมือเข้ามาในห้อง 

“นอนห้องเดียวกะเวียงละกัน หรือปี้ดอยจะนอนกับแม่เวียง” 

“อ่อ พี่นอนกับเรานั่นแหละ ขอบคุณมากนะ ขอโทษที่รบกวน” ปี้ดอยยิ้มหล่อมาทีนึง แล้วเดินเอากระเป๋าเป้ไปวางที่มุมห้อง ก่อนสายตาจะกวาดมองไปรอบห้อง แล้วมาหยุดที่ผม 

...เกิดความเงียบขึ้นมา เมื่อเราสองคนสบตากัน ฮั่นแหนะ ตกหลุมควาน่ารักของผมแล้วแน่นอนแบบไม่ต้องสืบ 

“เอ่อ คะ...คราบน้ำลาย” ปี้ดอยชี้ไปที่แก้มตัวเองจึ้กๆ ผมชะงักยกมือมาแตะแก้มตัวเอง เป็นคราบมาขนาดนี้ ผมอ้าปากพะงาบๆ ก่อนจะชี้นิ้วไปที่ไอ้ปี้ดอยที่อมยิ้มขำ 

“ไอ้...” ผมพูดไม่ออกเพราะความอายขายหน้า เลยวิ่งออกมาจากห้องตัวเอง แล้วลงบันไดบ้านไปห้องน้ำด้วยความเร็วแสง จนแม่หันมาด่าที่วิ่งลงบันไดไม่ทัน ผมส่องกระจก สภาพอย่างกับเด็กติดยา ก่อนจะวักน้ำในโอ่งมาล้างหน้า 

“จ๊ะไปกึ๊ดนัก บ่ต้องกึ้ดๆ” ผมสะบัดหัวก่อนจะอาบน้ำล้างหน้าแปรงฟัน ผมเดินออกมาจากห้องน้ำ ในสภาพพันผ้าเช็ดตัวถึงอก แม่หันมามองแล้วส่ายหัว ผมเดินขึ้นไปบนบ้าน ก่อนจะชะงักเท้าที่ชุ่มน้ำ 

“อ้าว ไปอาบน้ำมาเหรอ เป็นไงบ้าง หนาวไหม” ผู้ชายคนเดิมนั่งเล่นมือถือในห้อง เอ่ยถามขึ้น ผมพยักหน้าเดินผ่านเขาไป แล้วหยิบเสื้อผ้าขึ้นมา ผมเซไปนิดหน่อยตอนลุกขึ้นยืน เวียนหัวหน้ามืดไปหมด 

“ฝึกงานอะไรในไร่อ่ะ” ผมถามไป กำลังสวมเสื้อ 

“ก็ทำบัญชี” เขาเอ่ยตอบสั้นๆ ตาก็มองผมนิ่ง จนผมแต่งตัวเสร็จ ทาแป้งแปะๆที่หน้า แล้วก็ทาครีมที่ซื้อมาจากตลาดตอนไปส่งของกับปี้อิง อ่าห์ หอมผมชอบกลิ่นแบบนี้จังเลย แต่ดูท่าคนที่ชอบจะไม่ได้มีแค่ผมคนเดียว 

ฟืดดด...ผมสะดุ้งขนลุกไปทั้งตัวเมื่อใบหน้าหล่อของไอ้ปี้ดอยมันยื่นมาใกล้ แล้วสูดดมกลิ่นที่ไหล่ของผม พลางอมยิ้ม ก่อนที่เขาจะส่งมือมาบีบแก้มผม 

“โคตรน่ารักเลย...” 

“...” 

“เวียงมีคนมาหา” ผมหันไปตามเสียง แล้วจ้องหน้าปี้ดอย แล้วลงไปใต้ถุนบ้าน ผมอ้าปากค้าง อยากจะวิ่งไปขึ้นไปบนบ้านอีกรอบถ้าไม่ติดว่าบุคคลนั้นเขามองเห็นผมแล้ว เจ้าของใบหน้าหล่อเหลา ดุดัน ตัวสูงปรี๊ด 

“ลุงเอก...” 

เขาขมวดคิ้ว ก่อนจะมองผมตั้งแต่หัวจรดเท้า ทำไมมีอะไรแปลก ผมก็ใส่เสื้อกันหนาวแขนยาว กางเกงขายาวแค่เนี้ยะ (เพราะปกติใส่แต่ขาสั้น บางวันก็เสื้อคอกว้าง ไม่ก็เอวลอย) ไอ้ลุงเอกบ้ามันหันไปหาแม่ของผมแล้วเอ่ยถามขึ้น ผมนี่แถบจะพุ่งไปกระโดดถีบขาคู่ทันทีที่ได้ยิน 

“นั่นแฝดเวียงเหรอครับ?” 

 

======== มาต่อแล้วค่า ========= 

 

“อู้หยั่งน่ะ เวียงมีคนเดียวในโลก!!!” ผมเท้าเอวว่าออกไป แอบเห็นว่าลุงเอกแอบยิ้ม ดวงตาอ่อนโยน (ขัดกับหน้า) ส่งมาให้ผมจนพี่ดอยเดินลงมายืนข้างๆผม ใบหน้านั้นก็หายวับไป กลายเป็นบูดบึ้ง

“ใคร” ลุงเอกขมวดคิ้ว

“สวัสดีครับผมชื่อดอยมาฝึกงานที่ไร่นี้ครับ” ปี้ดอยเอ่ยพร้อมกับยิ้มหล่อเหลา

“นี่ของเธอ” ลุงเอกไม่ได้สนใจอะไรเขาวางถุงใหญ่ๆ ลงบนแคร่ และสบตาผมให้ผมรู้ว่านี่คือของที่เขาให้ผม ลุงเอกยกมือไหว้แม่ผม แล้วเดินจากไป เห็นเพียงแผ่นหลังกว้างๆ เห็นแล้วมันน่ากระโจนใส่ แฮ่กๆ (นี่ผมคิดอะไรอยู่ =_=)

“เวียง คนเมื่อกี๊พี่ของพ่อเลี้ยงอิงใช่ไหม” ปี้ดอยถาม ผมพยักหน้า ก่อนจะเดินไปหยิบถุงที่ลุงเอกวางไว้ แม่ผมก็เข้าครัวไปทำอาหารต่อ

แกรบ~

เมื่อคลี่ออกดูผมถึงกับถลึงตาอย่างตกใจ หยิบเสื้อเอวลอย กับกางเกงขาสั้น แถมยังมีกิ๊บติดผมอีกหลายอัน ผมเม้มปาก นี่ลุงนั่นมันคิดว่าผมเป็นเด็กผู้หญิงหรือยังไง ดูของแต่ละอย่างที่ซื้อมาสิ แต่ถ้าถามว่าชอบไหม

...เออก็ชอบแหละ

“โห่ว น่ารักจังเลยนะ เวียงสนิทกับเขาเหรอ” ปี้ดอยถามพลางมองกิ๊บติดผม ที่ผมกำลังถือในมือด้วยรอยยิ้ม ผมไหวไหล่

“เปล่า ไม่ได้สนิทหรอก แต่เวียงน่ารัก ลุงเขาเลยซื้อมาจีบ” ผมยกยิ้มมุมปาก แล้วยักคิ้ว ปี้ดอยเลิกคิ้วแล้วเขาก็หัวเราะในลำคอเล็กน้อย

“ก็จริงนะ น่ารักจริงๆ” ปี้ดอยขยับมากระซิบข้างหูแล้วเดินขึ้นบ้านไป ผมเอามือมาแหย่รูหูตัวเองขนลุกวาบ นี่ไม่ใช่ว่าไอ้ปี้ดอยก็ชอบผมเหมือนกันใช่ไหมเนี่ย เฮ้อ ไม่น่าเกิดมาน่ารักจนผู้ชายมารุมตอมกันขนาดนี้เลย

ผมคิดพลางยิ้มกริ่มคนเดียว ผมหิ้วถุงของตัวเองเดินไปอวดคนงานในไร่ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

“เวียง...ใครให้มาน่ะ” ปี้เติ้ลอุ้มลูกมาเล่นในไร่ เอ่ยถามเมื่อเห็นของที่ผมถือในมือ ผมแบให้ปี้เติ้ลดู ด้วยความอยากอวดของที่ได้

“ลุงเอกเจ้า~”

“คุณเอกภพเหรอ?” ปี้เติ้ลเลิกคิ้ว ผมก็พยักหน้า ก่อนที่ปี้เติ้ลจะขมวดคิ้วทำหน้าครุ่นคิดอะไรสักอย่าง แล้วก็เดินจากไป ผมก็นั่งเล่นในไร่กอดข้าวของที่ลุงซื้อมาให้ ชีวิตของผมไม่ค่อยมีคนมาซื้อของให้แบบนี้ แถมยังเป็นของใช้ส่วนตัวของผมอีก ผมดีใจนะ ดีใจจริงๆ

ตลอดเวลาทั้งวัน ผมก็ทำงานในไร่แบบนั้นส่วนของที่ลุงเอกให้กเอาไปเก็บไว้บ้าน ระหว่างที่ผมกับคนงานกำลังนั่งกินข้าวด้วยกัน รถยนต์สุดหรูหราเหมือนในละครก็มาจอด เจ้าของรถเดินลงมาจากรถแล้วตรงเข้าไปในบ้านปี้อิง

“ลุงเอก...” ผมตาประกายยิ้มกว้าง เอามือแตะกิ๊บบนหัวที่ติดอยู่ กิ๊บรูปดาวสีสวยวิ้งๆ แล้ววิ่งแจ้นไปหาลุงเอก ร่างสูงหันมามองหน้าผม แล้วยิ้มบางๆ ใจผมสั่นระดับ 8.0 ริกเตอร์ จนต้องยืนบิดเป็นเกลียว เอามือมาปิดแก้มตัวเอง

“งามก่อ?” ผมชี้ไปที่หัวตัวเอง ลุงเอกจ้องไปยังกิ๊บบนหัวผมที่ตัวเองซื้อมาให้ แล้วยิ้ม เขาเอามือล้วงกระเป๋ากางเกง

“น่ารักๆ” ลุงเอกตอบ ผมเม้มปาก พยายามกลั้นยิ้มจนรูจมูกผึ่ง พลางหันหน้าหนี หน้าตาผมมันคงตลกแปลกๆ =_=

“สวัสดีครับคุณเอกภพ มีอะไรหรอครับมาถึงที่นี่” ปี้เติ้ลยิ้มถามขึ้น ส่วนปี้อิงก็ชะโงกหน้าออกมาดู ใบหน้าปี้อิงมีหนวดเต็มไปหดม แต่ก็ไม่ลดความหล่อเถื่อนๆดิบๆไปได้เลย จะว่าไป ก็มีเค้าโครงคล้ายลุงเอกเหมือนกันนะ

“มาขนปุ๋ยเหรอ พอดีเลยคนงานขาด” ปี้อิงเอ่ยขึ้นมาแบบหน้าตาย ลุงเอกทำตาปรือ แล้วถอนหายใจเบื่อหน่าย

“จะมาคุยเรื่องที่จะจ้างคนดูแลบ้านน่ะ ที่เคยบอกไว้” ลุงเอกพูดเสียงเรียบแล้วนั่งลงที่โต๊ะหินอ่อนหน้าบ้าน ปี้เติ้ลมองหน้าผมแล้วยิ้มให้

“งั้นเหรอครับ อยากได้แบบไหนละ ผมจะได้ให้อิงไปหาให้ รับรองไว้ใจได้ทุกคนเลย” ปี้เติ้ลบอกเสียงอ่อนหวานนุ่มละลายใจ จนผมฟังเองแล้วยังใจเต้น ผมเห็นว่าผู้ใหญ่กำลังคุยธุระกัน เลยปลีกตัวออกมา

“งั้นเวียงได้ไหม”

“...” เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะ ผมเบิกตากว้าง หันไปมองหน้าลุงเอกที่ยิ้มอยู่ นิ้วก็ชี้มาที่ผม ปี้เติ้ลหุบยิ้มลง ส่วนปี้อิงก็หยิบกล้วยขึ้นมากินไม่มีท่าทีอะไรแสดงออกมา

“คงไม่ได้หรอกครับ” ปี้เติ้ลบอกเสียงจริงจัง

“ทำไมละ ก็นี่ไง ทำงานบ้านได้ อาหารก็ทำได้ แถมยังรู้เรื่องตัวเลขอีก” ลุงเอกว่าขึ้นเสียงเรียบ ผมมองหน้าปี้เติ้ล ร่างโปร่งกอดอกขมวดคิ้ว ผมกำลังจะถอยหลังเดินหนี แต่ร่างผมก็ไนกับร่างของใครบางคนเข้า

ปึ่ก

“เวียง...”

“ปะ...ปี้ดอย” ลุงเอกหันมามองหน้าผมกับปี้ดอย ก่อนจะหันไปมองหน้าปี้เติ้ลพร้อมกับยิ้มท่าทางใจดีไม่มีพิษภัยอะไร

“อีกอย่างไปอยู่ที่นั่น ฉันจะได้ส่งเวียงเรียนต่อด้วย”

ผมชะงัก เรียนเหรอ ผมจะได้เรียนต่องั้นเหรอ ผมอยากเรียนผมหันไปส่งตาวิ้งวับให้ปี้เติ้ล ส่วนปี้ดอยก็ทำหน้านิ่งๆ แต่ยืนชิดตัวผมมากกว่าเดิม

“เวียงอยากไปเหรอ” ปี้เติ้ลถาม ผมรีบพยักหน้าอย่างรวดเร็ว

“เวียงอยากไป อยากไปเรียน” ผมบอกอย่างดีใจปากก็หุบยิ้มไม่ได้ ปี้เติ้ลเงียบไปสักพัก ก่อนจะหันไปหาลุงเอก

“ก็ได้ครับ รบกวนด้วยนะครับ ช่วยดูแลเวียงด้วย เวียงยังเด็ก...หวังว่าคงดูแลเวียงได้นะครับ” ปี้เติ้ลบอกกลับไป ลุงเอกยิ้มตาปิด แล้วหัวเราะในลำคอ

“ฉันดูแล คนของฉัน ดีอยู่แล้ว” 

 

 

Nor maai 

คอมเม้นให้กำลังใจเราด้วยน้า เราจะทยอยลงเรื่องนี้นะคะ ถ้าหมอจิลจบอาจจะได้ลงบ่อยขึ้นน้า 

น้องเวียงนี่ฮอตจริงๆผู้ชายมาบ้านถึง 2 คน 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}