น้ำมิ้ม

ในเมื่อความรักที่เขาเพียรรักษา ไม่มีค่าสำหรับใครเลย คงจะไม่แปลกอะไรถ้าวันนี้เขาจะเลือก "เงิน" ดูบ้าง ..นับจากนี้พัทธ์บอกตัวเอง เขาจะเป็นฝ่ายตีราคาดูบ้างว่าความรักมันควรจะตีเป็นเงินเท่าไร

ชื่อตอน : เพื่อนบ้าน-2

คำค้น : บ่วงพัทธ์ , จำเลยรัก , ตบจูบ , พัทธ์ , หนึ่งนาถ

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 49

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ก.พ. 2562 21:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เพื่อนบ้าน-2
แบบอักษร

เสียงหัวเราะที่ดังประสานกันอย่างสดใสจนแทบกลบเสียงเด็กๆทำเอาคนที่เดินหน้านิ่วคิ้วขมวดหยุดกึก มือหนาเก็บโทรศัพท์ที่ตัวเองเพิ่งใช้โทรหาลูกน้องที่ประจำจุดรักษาความปลอดภัยต่างๆของไร่เพื่อถามหาคนในกระท่อมที่แค่ไม่กี่ชั่วโมงดีหลังจากที่เขารีบเข้าไปในเมืองแล้วรีบกลับไร่ หญิงสาวที่ไปทำงานที่โรงหมักปุ๋ยเป็นประจำก็เป็นอันตรธานหายตัวไปพร้อมๆกับนายชุ่มที่แม้จะรู้ดีว่าชายชราเป็นคนที่ไว้ใจได้มากที่สุดของตัวเอง แต่ความกังวลแปลกๆที่ไร้ที่มานี้ ทำให้พัทธ์รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง ความคิดแรกที่โผล่มาในสมอง ไม่ใช่กลัวหนึ่งนาถจะหนีหนี้ แต่เขากลัวว่าเธอจะไปเป็นอันตรายอยู่ที่ไหนสักแห่งที่เขาไม่รู้

แต่สิ่งที่เขาเห็นอยู่มันตรงกันข้ามกับสิ่งที่เขาวิตกกังวล เธอไม่ได้เป็นอันตรายใดๆ และดูเหมือนว่าจะกำลังมีความสุขมากกับการที่ได้พูดคุยกับผู้ชายแปลกหน้าที่เขาจำได้ว่าเป็นลูกชายเจ้าของสวนยางติดๆกันนี้ ที่ชื่อว่า ‘ทินวัฒน์’

ขายาวก้าวสวบๆพร้อมลุยลงน้ำทันที เด็กๆที่เล่นน้ำอยู่พอเห็นว่าใครมาก็ทยอยกันขึ้นฝั่งทีละคนสองคน เสียงเจี๊ยวจ๊าวก็พลอยเบาลงเรื่อยๆจนเขาได้ยินบทสนทนาของหนุ่มสาวที่ขนาดเขาเดินลุยน้ำเข้ามาจนเกือบจะถึงตัวแล้วแต่ทั้งคู่ก็ยังคงคุยกันเหมือนกับว่าโลกนี้มีกันแค่สองคน

“แล้วยังไงอีกครับ คุณหนึ่งก็เลยต้องพายายนั่งรถตู้มาถึงที่นี่เพื่อตามหาผู้มีพระคุณตามที่ยายต้องการใช่ไหมครับ”

“ใช่ค่ะ  ตอนแรกหนึ่งยังแอบคิดนะคะว่าคนที่ยายให้หนึ่งตามหาจะใช่ญาติๆของหนึ่งหรือเปล่า แต่พอได้เจอ...หนึ่งก็รู้ว่าเขาไม่มีวันใช่”

“เธอพูดถูกหนึ่งนาถ...” เสียงเข้มแทรกขึ้นพร้อมๆกับคนตัวคร้ามหน้ายักษ์ก้าวมายืนจังก้า

“เพราะสำหรับฉัน เธอมันก็แค่คนงานที่หนีงานมาเถลไถล จนต้องให้เจ้านายเดินมาตามตัวถึงที่นี่”

หนึ่งนาถกลืนคำที่คิดจะเถียงเอาไว้เมื่อหันมาเผชิญหน้ากับพัทธ์ชัดๆ ใบหน้าคร้ามเข้มนั้นดูไม่เป็นมิตรอย่างแรงและดูเหมือนว่าดวงตาคมปลาบนั้นดูจะขวางๆผิดปรกติ จนหญิงสาวที่คิดว่าตัวเองเริ่มชินกับคนหน้าดุตาดุแล้วยังรู้สึกขยาดๆ ดังนั้นร่างเพรียวจึงเก็บของตัวเองพลางลุกขึ้น

“ดิฉันขอโทษค่ะคุณพัทธ์”

“กลับ...” เสียงห้าวตวัดสั่งห้วนๆ พลางทำท่าจะหันกลับ แต่เจ้าของหุ่นทาร์ซานก็รีบคว้าแขนเรียวของหญิงสาวไว้พลางเอ่ยท้วง

“เดี๋ยวก่อนสิครับคุณหนึ่ง ผมขอเบอร์โทรคุณหนึ่งได้ไหมครับ เผื่อว่าคราวหน้าถ้าคุณหนึ่งจะมาเที่ยวที่นี่อีก ผมจะได้มาเป็นเพื่อน”

“เอ่อ...คือ หนึ่งไม่สะดวกค่ะคุณทิน เอาเป็นว่าถ้าครั้งหน้ามาเจอก็คงจะได้เจอนะคะ”

“คุณทินวัฒน์มีเบอร์ของผมอยู่แล้วนี่ครับ ถ้าอยากคุยกับหนึ่งก็โทรมาหาผมก็ได้ แล้วผมจะเป็นคนบอกเองว่าจะอนุญาตให้คนของผมมาเจอคุณได้เมื่อไหร่”

น้ำเสียงนิ่งเรียบนั้นขัดกับอาการดึงแขนของหนึ่งนาถให้พ้นจากการเกาะกุมของคนข้างไร่จนหญิงสาวเซไปปะทะกับร่างสูงใหญ่ มือหนาที่กำข้อมือเธอไว้บีบแน่น แต่คนกลางอย่างเธอก็ได้แต่ปิดปากเงียบไม่กล้าพูดอะไรเพราะดูจากสีหน้าที่ถมึงทึงแล้ว การพูดให้น้อยที่สุดดูเหมือนจะเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดของเธอเหมือนกัน

“ผมเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่าไร่ของคุณเวลาจะติดต่อคนงาน ต้องติดต่อผ่านเจ้านาย มันไม่แปลกไปหน่อยเหรอครับ”

“หนึ่งว่าคุณทินไม่ต้องลำบากขนาดนั้นก็ได้นะคะ หนึ่งเกรงใจ ไว้ถ้ามีโอกาสเราค่อยเจอกันที่นี่ก็ได้ค่ะ” หนึ่งนาถรีบเอ่ยแทรกอย่างต้องการตัดบทมากกว่าจะคิดอย่างอื่น หากคนฟังอีกสองคนต่างเข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน และนั่นทำให้ทาร์ซานข้างไร่ยิ้มกว้างขวางจนทำให้ใบหน้าสี่เหลี่ยมนั้นสว่างไสว

“ถ้าคุณหนึ่งว่าอย่างนั้นผมก็จะรอมาเจอคุณหนึ่งที่นี่นะครับ”

“ค่ะ”

“นัดแนะกันเสร็จหรือยัง ฉันจะได้กลับ” เสียงห้าวแทบจะกัดฟันถาม ครั้นเมื่อหญิงสาวข้างตัวตอบรับเขาเบาๆ พัทธ์ก็หันมายิ้มเย็นให้เพื่อนบ้าน

 “ผมไปก่อนนะครับคุณทินวัฒน์ แล้วก็เล่นน้ำตรงนี้ก็ระวังๆเอาไว้หน่อย ...อย่าล้ำเส้น” พัทธ์เอ่ยกับอีกฝ่ายตาวาว ก่อนจะดึงแขนคนข้างตัวให้เดินข้ามลำธารกลับไปด้วยกันอย่างหงุดหงิด ยิ่งเห็นด้วยหางตาว่าหนึ่งนาถแอบหันไปยิ้มแห้งๆให้พ่อทาร์ซานข้างไร่ที่ยืนโบกไม้โบกมือให้แล้ว ร่างสูงใหญ่ก็แทบจะลากคนตัวเล็กกว่าให้ก้าวเร็วๆให้ทันใจ

“ลุงชุ่มไปไหน ...”

“ไปเข้าห้องน้ำค่ะ อีกเดี๋ยวก็คงกลับมา คุณปล่อยฉันได้หรือยังคะ ฉันเจ็บ”

หนึ่งนาถไม่พูดเปล่าแต่ยังพยายามบิดข้อมือตัวเองให้พ้นจากการเกาะกุมด้วย แต่คนตัวสูงที่นอกจากจะไม่ปล่อยแล้วยังยิ่งเดินจ้ำเร็วขึ้นจนหญิงสาวแทบจะต้องวิ่งตาม

“คุณพัทธ์ ฉันเจ็บค่ะ ปล่อย!”

“ปล่อยก็ได้...” พัทธ์ว่าพลางปล่อยให้อีกฝ่ายเป็นอิสระเมื่อทั้งคู่เดินมาถึงรถจี๊บคู่ใจของตัวเองแล้ว สายตาดุดันที่จ้องมายังหญิงสาวนั้นดูเหมือนจะทวีความไม่พอใจมากยิ่งขึ้นเมื่อหนึ่งนาถขยับถอยห่างจากเขาแทบจะทันที ดวงตาสีน้ำตาลที่จ้องตอบกลับชายหนุ่มเต็มไปด้วยความไม่พอใจ จนพัทธ์แค่นยิ้มหยัน พอเจอหน้าเขาแล้วก็อารมณ์ไม่ดีขึ้นมาเชียว ไม่เห็นจะตีหน้าระรื่นเหมือนตอนที่เจอทินวัฒน์เลย!

“เธอจ้องฉันแบบนี้ มีอะไรจะพูดหรือไง” น้ำเสียงที่พาลเต็มที่ของพัทธ์เอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ แต่หนึ่งนาถที่อดทนจนไม่คิดจะทนแล้วโพล่งขึ้นเสียงไม่เบานัก

“ทำไมคุณต้องทำตัววางก้ามใหญ่โตทั้งๆที่ฉันก็แค่มาซักผ้าหลังจากเลิกงานแล้ว ไม่ได้เบียดเบียนเวลาทำงานเลยนะคะ”

“แต่ไม่ได้หมายความว่าเธอจะไปไหนต่อไหนได้ตามอำเภอใจนะหนึ่งนาถ น้ำตกท้ายไร่มันไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวโดยเฉพาะกับเธอ ไม่รู้หรือไงว่าตรงนั้นมันเปลี่ยว ถึงแม้ว่าเธอจะมีลุงชุ่มไปด้วย แต่อีกฝั่งลำธารก็เป็นส่วนของอีกไร่ที่เราไม่รู้เลยว่าใครเป็นใคร ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาใครจะรับประกันความปลอดภัยให้เธอได้”

“แต่ก็มีแค่เด็กๆกับคุณทินวัฒน์ไม่ใช่หรือไงคะ”

“พอรู้ว่าไอ้คนที่เธอเพิ่งรู้จักกันวันนี้เป็นลูกชายเจ้าของสวนยาง เธอก็คิดว่ามันน่าไว้ใจได้ขึ้นมาเลยหรือไง  อ๋อ...ฉันลืมไป เธอเป็นลูกสาวของนุชนารถนี่ ลูกไม้ก็คงหล่นไม่ไกลต้น”

“คุณหมายความว่ายังไงคุณพัทธ์”

“ก็เห็นผู้ชายไม่ได้ไง จ้องแต่จะไปสนิทสนมกับผู้ชายไปทั่ว...ไม่เลือก!”

เพี๊ยะ! 

มือที่ไปไวกว่าสมองทำให้หนึ่งนาถชะงักไป แต่เธอไม่เสียใจที่จะทำเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของแม่ตัวเอง!

“อย่าพูดจาดูถูกแม่ของฉัน”

“ดูถูก? ...” พัทธ์เลิกคิ้วขึ้นในขณะที่หันมาจ้องอีกฝ่ายอย่างโกรธจัด รอยสีแดงที่ใบหน้าคร้ามยังไม่เจ็บแสบเท่ากับอาการถือดีที่อีกฝ่ายกำลังแสดงออกว่าเกลียดเขา

“ฉันรู้จักแม่เธอมาเป็นสิบๆปี ถ้าเธอไม่รู้อะไรแล้วก็อย่าพูดดีกว่า”

“คุณต่างหากที่ไม่รู้ แม่ไม่เคยคิดทรยศคุณ แต่คุณก็เอาแต่ปรักปรำแม่ทั้งๆที่ยังไม่เคยคิดที่จะฟังความจริงจากพวกเราเลยด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นคุณไม่มีสิทธิ์ตัดสินคนอื่นแบบนั้น การที่ฉันยอมมาทำงานใช้หนี้คุณทั้งๆที่รู้ว่าคุณเกลียดพวกเราก็เพราะพวกเราอยากชดใช้ให้คุณจริงๆทั้งแม่แล้วก็ยาย แต่ถ้าคุณยังดูหมิ่นน้ำใจของพวกเรา ฉันก็คิดว่าฉันเองก็ไม่จำเป็นที่จะต้องอดทนอะไรมากมาย โดยเฉพาะกับการที่ต้องยอมให้คุณกดขี่และบังคับชีวิตฉันให้เป็นไปอย่างที่คุณต้องการ...”

หนึ่งนาถว่าพลางหันหลังกลับเพื่อเดินย้อนไปยังเส้นทางที่ตัวเองเพิ่งเดินมา

“นั่นเธอจะไปไหน”

“วันนี้เลิกงานแล้ว ฉันจะทำอะไรก็ได้ ไม่เกี่ยวกับคุณ!”

“อย่าลืมสิว่าที่เธอมาทำงานกับฉันที่นี่เพราะอะไร ถ้าเธอยังก้าวต่อไปอีกก้าวเดียว ฉันจะไม่มีวันไปเจอยายเธออีก!”

พัทธ์โพล่งออกไปเพราะความโมโหแท้ๆหากพอเห็นใบหน้าเรียวคมที่หันกลับมาเผชิญหน้าพร้อมกับสายตาที่ผิดหวังและเสียใจอย่างรุนแรงทำเอาชายหนุ่มชะงักไป หัวใจวูบโหวงแปลกๆเมื่ออีกฝ่ายเดินย้อนกลับมาขึ้นรถของเขาแต่สีหน้าที่เรียบสนิทและแววตาที่หมางเมินของหญิงสาวกลับไม่ได้ทำให้พัทธ์สบายใจขึ้นที่หนึ่งนาถยอมกลับมาตามคำสั่ง

“หนึ่ง คือฉัน...”

“ขอบคุณค่ะที่ช่วยเตือนสติฉัน” หนึ่งนาถแทรกขึ้นก่อนที่ชายหนุ่มจะได้พูดต่อจนจบ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มคู่สวยเบือนหน้ามามองร่างสูงที่อ้อมขึ้นมาประจำที่นั่งคนขับอย่างเย็นชาขณะที่เอ่ยราวกับเค้นเสียง 

“ต่อไปฉันจะไม่ลืมอีกแล้ว ระหว่างที่ยายฉันรักษาตัวอยู่ฉันควรจะรีบตั้งใจทำงานเพื่อใช้หนี้คุณให้เร็วที่สุด จะไม่ลืมอีกแล้วค่ะ”

“หนึ่งนาถ...”

เสียงห้าวแม้จะเอ่ยชื่ออีกฝ่ายเบาๆราวกับต้องการขอโทษ แต่อาการคอแข็งและเบือนหน้าหนีเขาทันควันทำเอาพัทธ์ได้แต่ถอนใจเบาๆกับสิ่งที่พลั้งปากไปเพราะความโกรธเพียงชั่ววูบ ...ช่างเถอะ เดี๋ยวก็คงหายโกรธเอง 

ชายหนุ่มคิดเอาง่ายๆ ในขณะที่หมุนพวงมาลัยเตรียมขับรถกลับบ้าน โดยที่ตัวเองลืมคิดไปแล้วว่า เมื่อตอนที่เขายังเป็นวัยรุ่นตัวเขาเองก็เคยผ่านความโกรธแค้นเช่นนี้มาแล้วและถึงตอนนี้เขาก็ยังวางมันลงไม่ได้ และหนึ่งนาถเองก็คงไม่ต่างกัน หากเพียงแต่ว่าสำหรับหนึ่งนาถแล้วเธอกำลังคิดหาวิธีที่จะปลดหนี้และตัดทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับพัทธ์ไปให้หมด...ไม่ให้เหลือ ชนิดที่ไม่ต้องกลับมาเจอหน้ากันอีกเลย! 

..........................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น