อาราญา

ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่คอยติดตามงานเขียนของ อาราญา มาโดยตลอดนะคะหากมีข้อผิดพลาดอยากจะติหรือท้วงติงขอให้นักอ่านโปรดวิจารย์ได้เลยนะคะ จะได้นำมาปรับปรุงแก้ไขในเรื่องต่อๆไปค่ะ ขอบคุณค่ะ ><"

ตอนที่ 2 อีกคนข้างหลัง 100%

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 อีกคนข้างหลัง 100%

คำค้น : ตราบาปมารทมิฬ อาราญา

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 23 มิ.ย. 2558 19:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 อีกคนข้างหลัง 100%
แบบอักษร

ตอนที่ 2 อีกคนข้างหลัง

 

                “โลกมันกลมดีนะ อัญญาดา!

                แววตาแข็งกระด้างดุดันนิ่งมองหญิงสาวแสนสวยที่อยู่ในรูปถ่ายนิ่งงัน ก่อนที่มือหนาจะค่อยๆขย่ำมันเข้าหากันจนยับยู่ยี่ เมื่อภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนเช้าของวันนี้ก่อนที่เขาจะออกมาทำงานถูกตัดฉายซ้ำเข้ามาในหัวอีกครั้ง

 

บ้านเลิศไพศาลกูล

            “กลิ่นหอมเรียกน้ำย่อยมาแต่ไกลเลยนะครับป้านวล”

            “ถ้าอย่างนั้นคุณกล้าก็ต้องทานเยอะๆนะคะ” ป้านวลแม่บ้านคนเก่าคนแก่ของบ้านเอ่ยขึ้นยิ้มๆเมื่อเห็นคุณหนูคนเล็กของบ้านที่นางเลี้ยงมาตั้งแต่อ้อนแต่ออดเดินเข้ามาในห้องอาหารอย่างอารมณ์ดี

            “พี่ข้าวล่ะครับ ยังไม่ลงมาอีกเหรอ ไหนว่าวันนี้จะไปลองชุดแต่งงานนี่ครับ”

            “นั่นน่ะสิคะ นี่ป้าก็ยังไม่เห็นเหมือนกัน เดี๋ยวป้าให้เด็กขึ้นไปตามดีกว่าเดี๋ยวจะสายเอา”

            “ครับ” กฤตยชญ์ตอบรับยิ้มๆพลางลงมือทานข้าวต้มที่อยู่ในถ้วยทรงสวยอย่างเอร็ดอร่อยพร้อมทั้งอ่านหนังสือพิมพ์เศรษฐกิจรายวันไปด้วย ในขณะที่ป้านวลก็เดินออกจากห้องอาหารไปเรียกใช้เด็กในบ้านขึ้นไปตามเจ้านายอีกคน

            เพียงไม่นานสาวใช้วัยกลางคนก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในห้องอาหารเพื่อรายงานถึงสิ่งที่ตนได้รับคำสั่งไปในทีแรกจนชายหนุ่มที่นั่งทานข้าวอยู่อดที่จะถามออกไปไม่ได้

            “มีอะไร แล้วพี่ข้าวล่ะ?

            “เอ่อ...ส้มคิดว่าเกิดเรื่องแล้วค่ะคุณต้นกล้า”

            “เกิดอะไรขึ้น! พี่ข้าวเป็นอะไร!” กฤตยชญ์วางช้อนข้าวต้มในมือลงก่อนที่คิ้วเข้มจะขมวดเข้าหากันเป็นปมด้วยความกังวลใจ

            “ก็ตอนที่ป้านวลบอกให้ส้มขึ้นไปตามคุณต้นข้าวน่ะค่ะ พอไปถึงหน้าห้องของคุณหนูส้มก็ได้ยินเสียงแก้วตกแตกดังมาจากข้างใน แต่พอเคาะเรียกคุณต้นข้าวเธอก็ไม่ยอมตอบ ส้มร้อนใจก็เลยรีบลงมาบอกนี่แหละค่ะ”

            “ไปเอากุญแจสำรองมาให้ฉัน!” สิ้นเสียงสั่งชายหนุ่มก็รีบวิ่งขึ้นไปยังชั้นสองของบ้านทันที จุดมุ่งหมายปลายทางก็คือห้องนอนของพี่สาวเพียงคนเดียวของเขา โดยมีป้านวลวิ่งตามขึ้นมาอย่างร้อนใจเช่นกัน

 

            “พี่ครับ พี่ข้าว ได้ยินผมไหม พี่เปิดประตูให้ผมหน่อยสิครับ พี่ข้าว!!

            เสียงกำปั้นหนักๆที่กำลังทุบบานประตูบวกกับเสียงตะโกนเรียกอย่างกังวลใจของกฤตยชญ์ยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งพยายามกระแทกประตูเพื่อพังเข้าไป แต่ก็ยังคงไร้เสียงตอบรับจากคนที่อยู่ข้างในนั้นจนทำให้สองชีวิตข้างนอกต่างก็พากันใจหวิวไปตามๆกัน โดยเฉพาะป้านวลที่ทำท่าเหมือนจะร้องไห้ออกมาเสียให้ได้

            “คุณหนูขา เปิดประตูให้ป้าเถอะนะคะ คุณหนูมีอะไรคุณหนูบอกป้าได้นะคะ แต่คุณหนูอย่าทำแบบนี้เลยป้าใจจะขาดแล้วนะคะ”

            “กุญแจสำรองค่ะคุณต้นกล้า”

            ราวกับเสียงสวรรค์เมื่อส้มสาวใช้พูดขึ้นด้วยความเหนื่อยหอบพร้อมทั้งยื่นกุญแจสำรองให้แก่เจ้านายหนุ่ม ซึ่งกฤตยชญ์เองก็รีบรับมาและไขเปิดประตูเข้าไปแทบจะในทันที

            “พี่ข้าว!

            “คุณหนูขา”

                ทั้งกฤตยชญ์และป้านวลต่างก็รีบพรวดพราดเข้ามาพร้อมทั้งร้องเรียกชื่อหญิงสาวคนสำคัญของบ้าน ผู้หญิงที่เป็นดั่งดวงใจและที่รักของทุกคน แต่ก็พบเพียงแค่ความว่างเปล่าและเศษแจกันดอกไม้ที่ตกแตกเกลื่อนพื้น ดอกกุหลาบสีแดงสดที่เริ่มเหี่ยวเฉากระจัดกระจายอยู่ทั่วบริเวณ ชายหนุ่มใจกระตุกรางสังหรณ์บางอย่างสั่งให้เขาวิ่งตรงไปยังห้องน้ำหรูที่อยู่ไม่ไกล ก่อนที่ขาแกร่งจะชะงักงันเมื่อภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้เขาแทบล้มทั้งยืน

            “กรี๊ดดด คุณหนูของป้า โธ่! ฮือออ”

            “ป้านวล!!” ส้มสาวใช้ร้องขึ้นอย่างตกใจพร้อมทั้งรีบเข้ามาประคองร่างท้วมของป้านวลที่เป็นลมคอพับไปแล้วในเวลานี้

            ภาพตรงหน้าคือหญิงสาวรูปร่างอรชรในชุดเดรสรัดรูปพอดีตัว กำลังนอนแช่อยู่ในอ่างอาบน้ำหรูที่นองไปด้วยเลือดสีแดงข้น ข้อมือสวยถูกกรีดเป็นรอยลึกด้วยคัตเตอร์ที่ตกอยู่ใกล้กัน ใบหน้าสวยหยาดเยิ้มราวกับเจ้าหญิงในเทพนิยายบัดนี้กลับหมองเศร้าและเต็มไปด้วยคราบน้ำตา

                กฤตยชญ์รีบเข้าไปอุ้มพี่สาวขึ้นจากอ่างน้ำโดยไม่นึกสนใจสูทหรูราคาแพงที่กำลังสวมใส่อยู่ ก่อนจะวิ่งออกจากห้องไปยังรถยนต์ที่มีธันวายืนรออยู่ก่อนแล้วและกำลังมองมาอย่างตกใจ

            “เกิดอะไรขึ้นครับ!

            “ยังไม่ต้องถามอะไร รีบไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด!

            “ครับนาย!ธันวาก้มหน้ารับพลางรีบเปิดประตูรถให้เจ้านายทั้งสองของเขา และออกรถไปยังโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องรอให้เจ้านายสั่งว่าควรไปที่โรงพยาบาลไหน อย่างไรดี

           

            “ใจเย็นๆนะครับนาย คุณต้นข้าวถึงมือหมอแล้วเธอต้องปลอดภัยครับ”

            ธันวาพูดปลอบใจเจ้านายที่นั่งน่าเครียดอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน แต่กฤตยชญ์หาได้สนใจไม่ชายหนุ่มก้มมองก้อนกระดาษที่เขาถือติดมือมาด้วยเมื่อเห็นมันตกอยู่ใกล้ๆกับอ่างอาบน้ำของพี่สาวขณะที่เข้าไปอุ้มเธอออกมา ไม่ต้องบอกว่าเขากำมันไว้แน่นขนาดไหน เพราะรูปถ่ายใบนั้นกลายเป็นก้อนกลมๆจนแกะแทบไม่ออก แต่มือหนาก็ค่อยๆคลี่มันออกมาอย่างช้าๆ

            รูปถ่ายยับๆถูกคลี่ออกมาจนสามารถมองเห็นได้ว่ารูปใบนี้เป็นรูปเกี่ยวกับอะไรและใครที่อยู่ในรูปนั้น ภาพของชายหญิงคู่หนึ่งปรากฏสู่สายตาคมเข้มของกฤตยชญ์ ในภาพผู้ชายคนหนึ่งกำลังยืนลูบผมสลวยของหญิงสาวรูปร่างดีมากคนหนึ่งอย่างรักใคร่เอ็นดู สายตาที่ใช้มองเธอดูอ่อนโยนและทนุถนอม นั่นแปลว่าเขาต้องรักผู้หญิงคนนี้มาก มากจนยอมทำเรื่องต่ำช้าแบบนี้ได้ ทั้งที่กำลังจะแต่งงานกับผู้หญิงอีกคน ใช่! ผู้ชายคนนั้นก็คือว่าที่พี่เขยในอนาคตของเขาเอง หม่อมหลวงอัฐพล รัตนกรชัย

            แล้วผู้หญิงหยาบช้าคนนี้ล่ะเป็นใคร? เพราะในรูปเขาเห็นแต่ข้างหลังของเธอเท่านั้น แต่จะเป็นใครก็ช่าง ที่แน่ๆ คือเธอไม่ใช่ผู้หญิงที่ดีแน่นอน! เพราะคงไม่มีผู้หญิงดีดีที่ไหนจะยุ่งกับคนที่มีเจ้าของแล้วหรอก ในเมื่อหม่อมหลองอัฐพล กับพี่สาวของเขาก็ประกาศแต่งงานกันออกใหญ่โต ทุกคนในวงสังคมต่างก็รับรู้ด้วยกันทั้งนั้น ไม่มีทางที่ผู้หญิงคนนี้จะไม่รู้เด็ดขาด!

                “ธันวา”

            “ครับนาย”

            “เรื่องผู้หญิงของคุณชายอัฐพลที่ฉันให้ไปสืบมาเมื่ออาทิตย์ก่อนได้เรื่องว่ายังไงบ้าง”

            “คาดว่าภายในวันนี้น่าจะได้รู้ครับนาย คนของเราพึ่งรายงานมาเมื่อวานตอนนี้กำลังรวบรวมข้อมูลอยู่ครับ”

            “ดี!! ให้ได้เร็วที่สุดยิ่งดี!!!” สิ้นเสียงเข้มของกฤตยชญ์มือหนาขย่ำรูปใบเก่าในมือแน่นจนเส้นเลือดปูด ชายหนุ่มขบกรามแน่น สายตาคมวาวโรจน์อย่างน่ากลัวจนแม้แต่ธันวาที่ยืนมองอยู่ยังต้องเบี่ยงหน้าหนีอย่างทำอะไรไม่ถูก

                หนึ่งหยดน้ำตาของพี่ ผมจะทำให้เธอต้องเสียมันเป็นสิบเท่า!! หนึ่งความเจ็บปวดที่พี่เผชิญ ผมจะทำให้เธอได้รับมากกว่าเป็นร้อยเท่าพันทวี!!’

โรงอาหารแพรพรรณดีไซน์          

                “ทำไมถึงนั่งน่าบึ่งอย่างนั่นล่ะอัญ กับข้าวไม่อร่อยเหรอ” อริสราถามเพื่อนสาวที่ตอนนี้กำลังนั่งเหม่อคิ้วสวยขมวดพันกันยุ่งไปหมด หรือว่ากับข้าวจากภัตตราคารที่คุณกฤตยชญ์สั่งมาเลี้ยงคนงานจะไม่ถูกปาก ก็ไม่น่าจะใช่นะอาหารออกจะอร่อย ดูสิขนาดเธอเรียกเพื่อนสาวก็ไม่ยักจะหันมามองเลย จนเกศรินทร์รุ่นพี่ที่แผนกต้องช่วยเรียกซ้ำเสียงดัง

                “อัญ!! อัญญาดา!!!

                “ค่ะ คะ พี่เก๋ว่าไงนะคะ” อัญญาดาทะเลิกทะลักพูดออกมาเมื่อรู้สึกตัวว่ากำลังถูกจับจ้อง

                “เป็นอะไรน่ะเราพี่กับริษาเรียกตั้งนาน ก็ไม่ตอบ” สาวรุ่นพี่พูดติทีเล่นทีจริงจนอัญญาดาหันมายิ้มเจือนๆให้พร้อมทั้งพูดขึ้นเสียงอ่อย

                “อัญขอโทษค่ะ อัญก็คิดนั่นคิดนี่ไปเรื่อยเปื่อยนั่นแหละค่ะพี่เก๋”

                “แน่ใจนะอัญ ถ้าคิดมากเรื่องอะไรอัญต้องบอกริษานะอย่าเก็บไว้คนเดียว ริษาเป็นห่วง” อริสราพูดเสริมขึ้นบ้างพร้อมทั้งมองหน้าเพื่อนรักด้วยความเป็นห่วง เพื่อนสาวของเธอเติบโตขึ้นมาอย่างโดดเดี่ยว เธอจึงไม่อยากให้เพื่อนรู้สึกเหมือนอยู่ตัวคนเดียว

                “แน่ใจสิริษา เอ่อ คือ อัญขอตัวก่อนนะต้องรีบไปเคลียงานที่ค้างไว้ ไปก่อนนะทุกคน...”

                “อ้าว อิ่มแล้วเหรออัญ กินไปนิดเดียวเองนะ...อะไรของเขาเนี่ย”

                อริสรามองตามหลังเพื่อสาวที่รีบเดินไวๆเข้าไปยังตัวอาคารของบริษัทด้วยความแปลกใจ จริงอยู่ที่ว่างานช่วงนี้ยุ่งมากแต่ปกติแล้วอัญญาดาเป็นที่เห็นคุณค่าของอาหารมากแทบจะไม่เคยกินเหลือเลยสักครั้งแต่ดูครั้งนี้สิ ยังพูนเต็มจานอยู่เลย

 

                ร่างระหงของอัญญาดาเดินมาหยุดยืนอยู่หน้าห้องประธานบริหาร ในมือเรียวถือถุงที่บ่งบอกถึงแบรนด์เสื้อผ้ายี่ห้อหรู ใช่แล้ว! นี่คือเสื้อผ้าชุดใหม่ที่เธอตั้งใจออกไปซื้อตอนพักเที่ยงเพื่อชดเชยเสื้อตัวเก่าของกฤตยชญ์ที่ทำเลอะไปเมื่อเช้า จะได้ไม่ต้องมีอะไรติดค้างกันอีก เธอรักการออกแบบ และการทำงานที่นี่มันก็ทำให้เธอมีความสุข เพราะฉะนั้นอะไรที่เลี่ยงได้เกี่ยวกับคนของ เลิศไพศาลกุล เธอเองก็อยากจะเลี่ยง

                “ฉันมาขอพบคุณกฤตยชญ์ค่ะ”

                “เอ่อ...รอสักครู่นะครับ” ธันวาเลขาคนสนิทของกฤตยชญ์มีท่าทีที่ลำบากใจไม่น้อยเมื่อเห็นว่า อัญญาดาจะขอเข้าพบเจ้านายของเขา แต่ถึงอย่างนั้นหญิงสาวก็ไม่ทันได้สังเกตเห็นสีหน้าที่ดูกังวลนั่น

                “นายครับ คุณอัญญาดามาจากแผนกดีไซน์มาขอเข้าพบครับ”

                “ให้เธอเข้ามา” สิ้นเสียงโฟนจากเจ้านายหนุ่ม ธันวาก็เดินไปเปิดประตูให้หญิงสาวที่รออยู่ทันที พลางผายมือให้เธอเข้าไปอย่างนอบน้อม

                “เชิญครับ คุณอัญญาดา”

                “ขอบคุณค่ะ”

 

                “มีอะไรก็พูดมา”  กฤตยชญ์พูดขึ้นโดยที่ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองเมื่อรับรู้ได้ว่ามีผู้มาใหม่เดินเข้ามาในห้องและหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานของเขา

                “ฉันเอาเสื้อมาเปลี่ยนคืนให้คุณชดเชยที่ทำเสื้อของคุณเลอะไปเมื่อเช้า ถึงจะไม่เหมือนชุดที่คุณใส่แต่ก็ยี่ห้อเดียวกันและใกล้เคียง”

                สิ้นเสียงของอัญญาดา ชายหนุ่มเพียงแค่ปลายตาขึ้นมาเหลือบมองเพียงเล็กน้อยเท่านั้นก่อนที่เขาจะแสยะยิ้มออกมา และพูดประโยคที่คนฟังถึงกับเลือดขึ้นหน้า

                “มีปัญญาซื้อกับเขาด้วยเหรอ!ลำพังแค่เงินเดือนจะซื้อกระดุมได้ซักกี่เม็ดเชียว...”

                “นี่คุณ! พูดจาแบบนี้มันไม่ดูถูกกันไปหน่อยเหรอคะ!

                “แต่ก็ดูไม่ผิดใช่ไหมล่ะ คุณอัญญาดา!!ชายหนุ่มเค้นเสียงจงใจพูดเน้นชื่อจริงของเธอเสียงเข้ม จนหญิงสาวถึงกับชะงัก นี่เขาคงรู้แล้วสินะว่าเธอเป็นใคร!

                “เหอะ! ไหนๆก็สืบประวัติฉันมาจนละเอียดขนาดนี้แล้ว คุณก็น่าจะรู้นะคะว่าฉันมีรายได้หลายทาง!!” หญิงสาวจงใจพูดยั่วให้ให้เขาโมโหและมันก็เป็นอย่างที่เธอคิด เมื่อตอนนี้กฤตยชญ์กำลังขบกรามแน่นอย่างข่มอารมณ์พร้อมทั้งมองมาที่เธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

                “ยอมรับแล้วสินะว่าลักกินขโมยกินของของคนอื่นเขา!!!

                “ไม่มีความจำเป็นอะไรที่ฉันจะต้องมาสาธยายเรื่องส่วนตัวให้คุณฟัง! เพราะฉะนั้นแค่รับของๆคุณไปแล้วคืนของๆฉันมา”อัญญาดาพยายามเก็บความโกรธเอาไว้ ทำใจดีสู้เสือด้วยการปั้นหน้าสวยเชิดใส่เขา เพื่อให้ชายหนุ่มรู้ว่าเธอไม่ได้ยีระต่อสิ่งที่เขากำลังเอ่ยถึง

                “ของของเธอเหรอ...อะไรกัน?

                “ก็รองเท้าของฉันไงคะ” หญิงสาวเริ่มฉุดเมื่อชายหนุ่มทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ว่าของๆเธอที่ว่านั้นคืออะไร แถมยังทำหน้ายียวนกวนประสาทส่งกลับมาอีก

                “อ่า!! รองเท้าของเธอ...น่าเสียดายจัง เผอิญว่าฉันคิดว่ามันเป็นขยะก็เลยเผลอทิ้งไปแล้วน่ะสิ”

                “คุณจงใจ!!!

                “หึ! ใช่! ฉันจงใจ แล้วจะทำไม” ใบหน้าหล่อเหล่าที่ยียวนกวนประสาทเมื่อครู่พลันเปลี่ยนเป็นเรียบนิ่งและเย็นชาอย่างรวดเร็ว แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังรู้ฤทธิ์ของผู้หญิงอย่างอัญญาดาน้อยเกินไป!!

                “ก็ไม่ทำไมหรอกค่ะ...แค่แอบเสียดายนิดหน่อยเหมือนกัน ก็รองเท้านั่นน่ะคุณอัฐพลเขาตั้งใจซื้อให้ฉันในวันเกิดเลยนะ จะไม่ให้เสียดายได้ยังไง คุณว่าไหมคะ?

                “หน้าด้าน!!!”  เสียงตบโต๊ะดังลั่นไม่แพ้เสียงตะคอกเสียงห้วนของกฤตยชญ์ที่ตอนนี้เริ่มควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่ เมื่อไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้าต่อล้อต่อเถียงกับเขาแบบนี้มาก่อน

                “พวกเขากำลังจะแต่งงานกัน และพี่สาวของฉันก็คือคนที่ผู้ชายคนนั้นเลือก ไม่ใช่ผู้หญิงชั้นต่ำอย่างเธอ!! หัดเจียมตัวซะบ้าง!!

                “แต่งงานเพราะธุรกิจน่ะเหรอคะ...ฉันจะบอกอะไรคุณให้นะคุณกฤตยชญ์ ว่าระหว่างฉันกับพี่สาวของคุณถ้าไม่มีเรื่องของธุรกิจมาเกี่ยวข้อง ต่อให้ต้องตายคุณอัฐพลเขาก็เลือกฉันไม่ใช่ผู้หญิงที่ทำตัวอ่อนแอแต่ร้ายลึกอย่างกิตติยารัตน์พี่สาวสุดที่รักของคุณ!!

                พูดจบหญิงสาวก็หันหลังเตรียมจะเดินออกจากห้องไป แต่ก็ไม่วายหันมากรีดยิ้มสวยให้กับชายหนุ่มที่มองมาราวกับพร้อมที่จะสับเธอให้เละได้ทุกเมื่อ พร้อมทั้งหยุดยืนอยู่ข้างๆถังขยะใบสวยในที่มุมประตูก่อนจะโยนถุงเสื้อผ้ายี่ห้อดังลงไปอย่างไม่สะทกสะท้าน

                “อุ๊ย! นึกว่าขยะน่ะค่ะ...อยากได้ก็มาเก็บเอานะคะ ท่าน ประ ธาน!!” อัญญาดาจงใจพูดจายียวนพร้อมทั้งเน้นคำว่าท่านประธานเสียงดัง เพื่อให้ชายหนุ่มได้รู้ซึ้งถึงความรู้สึกที่โดนคนที่ตัวเองด่าว่าชั้นต่ำกว่ากำลังทำท่าทาง ดูถูก!

                “นี่เธอ!! โธ่โว้ยยย!!

                ข้าวของบนโต๊ะทำงานถูกปัดตกกระจัดกระจายตามแรงอารมณ์ของผู้เป็นเจ้าของห้อง กฤตยชญ์มองตามประตูที่ถูกปิดลงด้วยสายตาวาวโรจน์ ชายหนุ่มขบกรามแน่นจนหน้าขึ้นสีด้วยความโกรธ หมัดแกร่งทุบลงไปที่ต๊ะอีกครั้งอย่างต้องการระบาย

 

                เชิดหน้าชูตามีความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่น ผู้หญิงอย่างเธอมันต้องเจอผู้ชายอย่างฉัน!! ฉันจะสอนให้เธอได้รู้เองว่าความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสมันเป็นยังไง!!’

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น