I-RISRED ไอริสเรด
facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : [11] : สามใบเถา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.6k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ก.พ. 2562 18:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
[11] : สามใบเถา
แบบอักษร

​* บุคคลในรูปภาพไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเนื้อหาจริงๆเป็นเพียงอิมเมจประกอบนิยายเท่านั้น *



[11]

​'สามใบเถา'

I-RIS RED



@ด้านบนห้อง


ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“พี่จูนอยู่ในห้องไหมคะ?”


เนโกะตะโกนเรียกจูเลียตจากด้านนอก เด็กสาวยกมือขึ้นเคาะประตูแต่กลับไม่มีสัญญาณตอบรับใดๆ มาเลยจึงเลือกจะเปิดประตูเข้าไปเพราะมันไม่ได้ล็อกและจูเลียตก็เคยสั่งเธอเอาไว้ว่าให้เข้าห้องได้เลยไม่ต้องรออนุญาตเพราะเธอจะต้องเอาเสื้อของจูเลียตไปซักให้ จูเลียตไม่ชอบให้คนใช้ซักเพราะพวกนั้นชอบทำเสื้อราคาแพงของจูเลียตพังตลอด


“ไปไหนนะ?” เนโกะบ่นพึมพำออกมาเบาๆ เมื่อไม่เจอจูเลียตในห้อง เด็กสาวเดินไปหยิบเอาตะกร้าผ้าของอีกฝ่ายมาเทรวมกันเป็นตะกร้าเดียว “แล้วทำไมถอดเสื้อผ้าเรี่ยราดแบบนี้ล่ะเนี้ย?”


ร่างบางเดินไปเก็บเสื้อผ้าของจูเลียตที่ถอดเรี่ยราดพื้นเต็มไปหมดแต่สิ่งที่เนโกะเจอมันกลับทำให้เธอตกใจจนต้องรีบเก็บมาไว้ในมืออย่างรวดเร็ว เด็กสาวมองซ้ายมองขวาเพื่อดูว่ามันไม่มีใครอยู่ในห้องจริงๆ จึงค่อยๆ เปิดดูสิ่งที่เธอกำในมือ มันคือกล่องยาคุมฉุกเฉินที่ถูกแกะกินแล้วด้วยเพราะมีแผงยาตกอยู่ใกล้กัน ที่เธอรู้ว่ามันคือยาคุมฉุกเฉินเพราะเธอเองก็เคยกินเหมือนกันโรมิโอเคยซื้อมาให้เธอกินยี่ห้อเดียวกันเลยเนี้ยแหละ


“ทำไมของแบบนี้ถึงอยู่ในห้องพี่จูนนะ” เนโกะได้แต่สงสัยเพราะจูเลียตไม่มีแฟนและก็ไม่น่าจะไปนอนกับใครได้ด้วยเพราะไปไหนไนท์ก็ตามติดเป็นเงาตลอดจะไปนอนกับใครจนต้องกินยาคุมมันก็ไม่น่าเป็นไปได้สักนิด แต่กล่องยาคุมฉุกเฉินมันตกอยู่ในห้องจูเลียตไม่พอยังถูกกินแล้วด้วยถ้าไม่ใช่ของจูเลียตแล้วของใครกันล่ะ


“เนโกะเสร็จหรือยัง?”


“อ๊ะ!” เนโกะตกใจเมื่อโรมิโอพรวดพราดเข้ามาในห้องแบบไม่ให้สุ้มให้เสียง


“ตกใจอะไรเนี้ย?” โรมิโอเดินเข้ามาหาเนโกะเสียงรองเท้าของเขามันกระทบพื้นบ่งบอกว่าอีกฝ่ายใกล้เข้ามาแล้ว


เด็กสาวรีบยัดกล่องยาคุมพร้อมแผงยาใส่ในบราของตัวเองทันทีเพื่อซ่อนสิ่งนี้จากโรมิโอเพราะถ้าโรมิโอรู้ต้องเรื่องใหญ่แน่ๆ ก่อนจะทำเนียนเป็นเก็บเสื้อผ้าแบบหอบขึ้นมาเหมือนบ้าหอบฟางไม่ให้โรมิโอสงสัย “ก็เฮียมาแบบเงียบๆ อ่ะ หนูก็ตกใจสิ ห้องมันยิ่งเงียบๆ อยู่ด้วย”


“แล้วนี่จูเลียตไปไหน?” โรมิโอถามเมื่อไม่เห็นเงาน้องสาวของตัวเองเพราะเขาจำได้ว่าพ่อสั่งให้จูเลียตอยู่แต่ในห้องนี่นา ไม่ให้ออกไปไหนแท้ๆ แต่จูเลียตก็ยังดื้ออยู่ดี


“คงอยู่ข้างล่างมั้งคะ” เนโกะตอบขณะเอาเสื้อผ้าใส่ตะกร้าพร้อมเอากล่องยาคุมยัดเข้าไปในเสื้อผ้าด้วยเพราะการเอาไว้กับตัวเธอมันก็ไม่ปลอดภัยเกิดโรมิโออารมณ์เปลี่ยวอยากทำเรื่องอย่างว่ากับเธอตอนนี้ขึ้นมาจะซวยเอา


“พ่อไม่ให้ออกไปแท้ๆ ยังดื้ออีกนะ” โรมิโอได้แต่ส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะเดินมาช่วยเนโกะยกตะกร้า “มาเดี๋ยวฉันยกลงไปให้เอง”


“ไม่ต้องหรอกค่ะ” เนโกะรีบแย่งตะกร้ามาถือเองในทันทีก่อนจะส่งยิ้มหวานให้โรมิโอ “หนูว่าเฮียไปดูลูกดีกว่านะคะ เดี๋ยวหนูจัดการตรงนี้เองค่ะแค่เอาลงไปซักเองเดี๋ยวให้คนใช้ตากให้”


“เอางั้นก็ได้ รีบๆ มานะคิดถึง” โรมิโอยื่นใบหน้าไปกดจูบที่ริมฝีปากบางหวานโดยไม่ได้ลุกล้ำอะไร


“ค่ะ งั้นหนูขอตัวก่อนนะคะ” เนโกะรีบยกตะกร้าเดินออกมา ใบหน้าเด็กสาวแดงระเรื่อไปหมดเลยนี่ขนาดเธออยู่กับโรมิโอมาจนมีลูกแล้วนะเนี้ยแต่เธอก็ยังเขินกับการกระทำของเขาทุกครั้งอยู่ดีนั่นแหละ ใหม่ๆ เขินยังไงตอนนี้ก็ยังเขินแบบนั้นอยู่ดีนั่นแหละ


“เนโกะ”


เสียงใสหวานเรียกเนโกะจนเด็กสาวหยุดลงก่อนจะหันไปมองต้นเสียง รอยยิ้มหวานปรากฏบนใบหน้าของเด็กสาวทันทีเมื่อพบว่าคนที่ทักทายของเธอคือพิกกี้แฟนสาวของรามเสสน้องชายของโรมิโอนั้นเอง “อ้าวพี่พิกกี้จะมาทำไมไม่บอกบ้างเลย” เด็กสาวค่อนข้างตกใจที่พิกกี้มาเพราะเธอไม่รู้มาก่อนเลยว่าอีกฝ่ายจะมาบ้าน


“ตอนแรกก็กะว่าจะไม่มาไงเพราะมีงาน แต่ไอ้รามมันลากมาด้วย ไม่มากับมันก็งอแงน่ารำคาญ” พิกกี้พูด ร่างบางในชุดสีชมพูหวานลายแคนดี้น่ารักเดินเข้ามาหาเนโกะ “แล้วนี่จะไปไหนเหรอ แบกตะกร้าผ้าเป็นคนใช้เชียว”


“จะเอาเสื้อไปซักค่ะ ก็รู้อยู่ว่าเฮียกับพี่จูนไม่ชอบให้คนใช้ซักเสื้อผ้าให้ชอบบ่นว่าซักไม่สะอาดบ้าง ซักไม่หอมบ้าง ทำเสื้อแพงๆ เสียราคาบ้าง หนูก็เลยต้องซักให้ค่ะ”


“มาๆ เดี๋ยวฉันช่วยดีกว่า” พิกกี้เสนอตัวช่วย


“แล้วไม่ไปอยู่กับพี่รามเหรอคะ?”


“มันมาถึงก็รีบขึ้นไปคลุกอยู่กับพี่โรมนู้น ปล่อยมันเถอะให้ผู้ชายเขาคุยกันไป ฉันก็เลยมาหาเธอเนี้ยแหละไปซักผ้ากันเถอะ” พิกกี้ยกตะกร้าผ้าเข้าเอว


“ค่ะ” เนโกะไม่ได้ปฏิเสธน้ำใจของพิกกี้ก่อนจะเดินนำพิกกี้ไปยังด้านหลังบ้าน


“นั่นพี่จูนกับไนท์นิ อารมณ์ไหนมานั่งเล่นในสวนดอกไม้กันเนี้ย” พิกกี้พูดเมื่อเดินออกมาด้านหลังบ้านเจอจูเลียตกับไนท์กำลังนั่งในศาลากลางสวนเล่นหมากรุกกันเริงร่าเชียว


“สงสัยพี่จูนคงอยากทำให้พี่ไนท์อารมณ์ดีมั้งคะ รู้ไหมคะว่าพี่ไนท์โดนตัดนิ้ว” เนโกะถามขณะแยกเอาเสื้อผ้าใส่เครื่องซักผ้า


“รู้สิ พี่โรมบอกไอ้ราม น่าสงสารพี่ไนท์เนอะแต่ก็อย่างว่าแหละ ท้าทายอำนาจมืดเองก็รู้อยู่วาพ่อคนจริงจะตาย” พิกกี้ได้แต่ถอนหายใจ


“นั่นน่ะสิคะ” เนโกะเองก็คิดเหมือนกันเธอคนหนึ่งแหละไม่ท้าทายอำนาจพ่อ เธออ่ะเข็ดมาก ตอนมาอยู่บ้านหลังนี้ใหม่ๆ โดนพ่อดุสารพัดจนเธอกลัวขึ้นสมองเลยเนี้ย เอาจริงๆ ตอนนี้เธอก็ยังไม่ชินกับพ่อสามีของเธอนักเวลาเผชิญหน้านี่เกร็งจนอยากหยุดหายใจตลอดเหมือนกัน

@ศาลากลางสวน


“ผมชนะครับ”


“นายโกงฉันแน่ๆ เลย” จูเลียตหน้ามุ้ยเมื่อถูกไนท์เอาชนะเกมหมากรุกได้อย่างง่ายดาย แบบเอาจริงๆ เขาไม่ได้โกงเธอหรอกแต่เธอเองต่างหากที่อ่อน เธอไม่เก่งเล่นหมากรุกเลยต่างกับไนท์เขาอ่ะฝีมือดีเลยแหละพ่อชอบเรียกเขาไปเล่นด้วยบ่อยๆ ระดับเธอนี่แค่ขี้เล็บไปเลย


“ผมชนะแล้วผมขอทวงสัญญานะครับ” ไนท์ทวงถามตามข้อตกลงที่คุยกันเอาไว้ในตอนแรกว่าถ้าใครชนะคนนั้นจะสามารถขออะไรได้หนึ่งอย่าง


“นายอยากได้อะไร?”


“ผมอยากกินเค้กช็อกโกแลตหน้านิ่ม” ไนท์บอกความปรารถนา


“ได้สิเดี๋ยวฉันให้คนไปซื้อมาให้จะยกปอนด์มาให้เลยสักสองสามปอนด์”


“ไม่ครับ ผมอยากให้คุณหนูทำให้กิน”


“ห๊ะ? ฉันเนี้ยนะ นายจะบ้าเหรอไง อย่างฉันขนาดต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยังต้มอืดเลย” จูเลียรีบพูดเพราะคนแบบเธอทำอะไรเป็นเสียที่ไหนโดยเฉพาะเรื่องอาหารเนี้ย เธอไม่เคยเข้าครัวเลยนะ ชีวิตนี้มีคนทำให้กินตั้งแต่จำความได้เสียด้วยซ้ำ


“ก็หัดสิครับ เรามีเชฟที่ช่ำชองด้านของหวานอยู่ในบ้านนะครับ”


“เนโกะน่ะเหรอ?” จูเลียตรู้ได้ทันทีเพราะคนที่รับหน้าที่ทำของหวานทำขนมในบ้านตอนนี้คือเนโกะแถมทำอร่อยอย่างกับเชฟมิชลิน


“ใช่ครับให้เนโกะสอนสิครับ ผมอยากกินฝีมือคุณหนูจริงๆ ”


“ก็ได้ๆ นี่ถ้าไม่ติดว่าฉันแพ้นายแล้วต้องทำตามสัญญาฉันไม่ทำหรอกนะ เสียเวลาน่าเบื่อ” จูเลียตยังคงวางมาดเล็กน้อยเพราะไม่อยากจะให้ไนท์ได้ใจไปถึงแม้จริงๆ จะเต็มใจทำให้อีกฝ่ายกินก็ตาม


“เอาน่าฝึกไว้ก็ดีนะครับอนาคตได้ทำให้ลูกกิน”


“ลูกอะไรของนายฉันไม่มีลูกหรอกนะ วุ่นวาย” จูเลียตพูดเสียงเรียบพร้อมเบะปากเล็กน้อย


ไนท์เลื่อนมือมาจับมือจูเลียตและทำให้หญิงสาวตกใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้สะบัดออกแต่อย่างใด ชายหนุ่มยกยิ้มหวานที่แสนอบอุ่น “ก็ลูกของเราไงครับ”


“บ้าเหรอไง ละเมอเพ้อฝันแหละ” หญิงสาวดึงมือกลับพร้อมกับลุกขึ้นยืน “ฉันบอกแล้วไงว่าฉันจะไม่มีลูกก็คือไม่มีอย่ามาเพ้อฝันเลยเพราะมันคงเป็นแค่ความฝันวันยังค่ำ ลูกของเรามันจะไม่มี”


ว่าจบจูเลียตก็หันตัวเดินหนีออกมาก่อนในทันที เอาจริงๆ นะตอนนี้เธอรู้สึกเขินอย่างอธิบายไม่ถูกแต่เธอไม่รู้จะเลือกแสดงออกไปแบบไหนดี เธอเป็นคนแสดงอารมณ์แบบนี้ไม่เก่งหรอก จะบอกว่านิสัยเธอติดวางมาดท่าเยอะก็ได้นะ เธอเป็นคนกลัวเสียฟอร์มจนขึ้นสมองแบบชีวิตนี้วางฟอร์มมาตลอดจะเสียฟอร์มไม่ได้เลย


ไนท์ได้แต่ถอนหายใจออกมาเบาๆ เพราะรู้สึกน้อยใจนิดๆ กับคำพูดของจูเลียตที่ไม่สนไม่แคร์อะไรเลย เขารู้อยู่แล้วแหละว่าจูเลียตต้องพูดแบบนี้ รู้คำตอบในใจดีแต่ถึงแบบนั้นเขาก็ยังหวังในใจลึกๆ ว่าจะได้คำตอบที่ต่างออกไปแต่ก็ผิดหวังมันทำให้อดที่จะน้อยใจไม่ได้ เมื่อไหร่กันนะที่จูเลียตจะเปิดใจให้เขาสักทีเมื่อไหร่ที่จะลดความทะนงตัวความหยิ่งลงบ้าง ถ้าจูเลียตลดสิ่งเหล่านี้ลง เชื่อเถอะต้องมีแต่คนตกหลุมรักเธอแน่ๆ เพราะจริงๆ แล้วจูเลียตน่ารักมาก เวลาเธอดีเธอเป็นผู้หญิงที่น่ารักคนหนึ่งเลยแหละ

@ห้องครัว


จูเลียตเดินเข้ามาในห้องครัวก็พบว่าเนโกะอยู่ที่นี่พอดีแถมมีพิกกี้อยู่ด้วยทั้งสองคนกำลังทำอะไรกันอยู่สักอย่างซึ่งเธอไม่รู้หรอกก็บอกแล้วทำอาหารไม่เป็นเลยเดาไม่ได้ว่ากำลังทำอะไรกัน “พิกกี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่?”


“อ้าวพี่จูนมาเงียบๆ กี้มาได้สักพักแล้วค่ะ” พิกกี้หันมาส่งยิ้มหวานให้จูเลียต


“ไอ้รามมาด้วยไหม?”


“มาค่ะ อยู่ข้างบนกับพี่โรม”


“อืม แล้วนี่กำลังทำอะไรกันอยู่” จูเลียตชะโงกหน้ามองในหม้อก็พบว่ามีเนื้อไก่อยู่


“กำลังสอนพิกกี้ทำมัสมั่นค่ะ” เนโกะตอบ


“งั้นถ้าสอนพิกกี้ทำมัสมั่นเสร็จแล้วสอนฉันทำเค้กช็อกโกแลตหน้านิ่มหน่อยสิ”


“พี่อยากกินเหรอคะ?” เนโกะถาม


“เปล่าหรอกไนท์อยากกินและให้ฉันทำให้ ฉันก็ทำไม่เป็น”


“ทำให้พี่ไนท์เหรอคะ?”


เนโกะค่อนข้างประหลาดใจเพราะปกติจูเลียตไม่ค่อยสนใจไนท์เลยแต่นี่ถึงขั้นมาลงทุนเรียนการทำเค้กเพื่อทำให้ไนท์กิน คือแบบมันไม่น่าเป็นไปได้อ่ะอย่างจูเลียตมันต้องปฏิเสธไนท์สิแบบไม่ทำให้กินขี้เกียจไม่ใช่หน้าที่เสียเวลาอะไรแบบนั้นหรือถ้าเมตตาหน่อยก็น่าจะให้คนออกไปซื้อมาให้ไม่น่ามาลงทุนทำเองถึงขนาดนี้


“นึกยังไงคะเนี้ยถึงทำเค้กให้พี่ไนท์” พิกกี้เป็นคนถามแทนเนโกะเหมือนรู้เลยว่าเนโกะอยากรู้แต่ไม่กล้าถามเอง


“ก็ชดเชยที่ทำนายนั่นเสียนิ้วแหละมั้ง” จูเลียยกไหล่เล็กน้อย


“อ๋อ แบบนี้นิเองถึงว่าแหละพี่จูนลุกมาทำเอง” พิกกี้พูดก่อนจะหยิบเอามือถือขึ้นมา “งั้นเรามาถ่ายรูปกันดีกว่านะคะ นานๆ จะได้มารวมตัวกันสักที”


“ก็ดีเหมือนกันนะ ฉันจะได้เอาไปอัพลงอินสตาแกรมบ้าง”


จูเลียตไม่ปฏิเสธเพราะตอนนี้เธอกำลังติดเล่นโซเชี่ยวเลยแหละได้ยุ่งเรื่องของคนอื่นดี แบบไม่ต้องออกไปเสือกเองอ่ะแค่ไถลหน้าจอไปวันๆ ส่องอินสตาแกรมคนนั้นคนนี้ก็สามารถรู้ความเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายได้แล้วเพราะเดี๋ยวนี้ใครๆ ก็โพสต์ความรู้สึก โพสต์กิจกรรมลงสื่อสังคมออนไลน์ทั้งนั้น


“มาเร็วเนโกะ” พิกกี้ดึงตัวเนโกะมายืนข้างๆ ก่อนจะชูแขนออกไปจนยาวสุดแขน “ยิ้มนะ 1 2 3”


แฉะ!


เสียงแฟลชดังขึ้นติดกันหลายครั้งเพื่อถ่ายกันเสียเลยต้องถ่ายหลายภาพหน่อย พิกกี้กดตรวจดูภาพด้วยรอยยิ้มอย่างมีความสุขเพราะสวยทุกภาพเลย “สวยทุกภาพเลยค่ะ ก็อย่างว่าแหละเนอะคนมันสวย”


“ถ่ายรูปกับคนดังเสียด้วย” จูเลียตพูดแซวน้องสะใภ้ตัวเองเพราะพิกกี้เป็นไอดอล มีแต่คนรู้จักคนติดตามอินสตาแกรมก็เยอะมากด้วย มีชื่อเสียงในระดับหนึ่งเลยแหละ


“พีี่ก็พูดไปไม่ดังขนาดนั้นหรอกค่ะ” พิกกี้ถ่อมตัววด้วยความอายก่อนจะแกล้งทำเป็นเล่นมือถือแก้เขิน “งั้นเดี๋ยวกี้ส่งรูปให้พี่นะ เนโกะเอาด้วยไหม?”


“เอาก็ได้ค่ะ”


“งั้นลงไลน์กลุ่มเลยนะคะ”


“อืม” จูเลียตตอบเพียงสั้นๆก่อนจะหันไปหาเนโกะ “จะว่าไปเธอไม่ได้เล่นอินสตาแกรมนิ”


“ค่ะ” เนโกะตอบ


“ทำไมล่ะ มีจริงเหรอเนี้ยคนที่ไม่เล่นอะไรแบบนี้สมัยนี้” พิกกี้ไม่อยากจะเชื่อหรือเธอฟังผิดไป


“ค่ะหนูไม่ได้เล่นอะไรเลยค่ะ สักอย่างเดียวก็ไม่เลย” เนโกะตอบตรงๆ


“ทำไมล่ะ?” พิกกี้ถามด้วยความไม่เข้าใจ


“เฮียไม่ให้เล่นค่ะ เฮียบอกว่ามีมือถือไว้แค่โทรเข้าโทรออกหาเฮียพอแล้ว”


“นี่พี่โรมเป็นถึงขนาดนี้เลยเหรอคะ?”


พิกกี้หันไปถามจูเลียตเพราะไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่ได้ยินเลยคือเธอรู้นะว่าโรมิโออ่ะขี้หึงมากแต่ไม่คิดว่าจะหึงขนาดห้ามเมียเล่นสื่อสังคมออนไลน์ขนาดนี้ แบบยุคสมัยนี้อ่ะมันไม่เล่นได้ด้วยเหรอ อะไรหลายๆ อย่างในโลกใบนี้มันก็รู้จากสื่อพวกนี้ไม่ใช่เหรอเหมือนถูกปิดหูปิดตาไม่มีผิดเลย


“อืม ก็รู้อยู่ว่ามันขี้หึงจะตาย วันๆ หนึ่งแทบจะไม่ให้เนโกะออกไปไหนด้วยซ้ำ ถามสิเดือนหนึ่งได้ออกไปเที่ยวกี่วัน ถ้าฉันไม่พาออกไปด้วยก็ไม่ได้ไปหรอก อย่างโรมเหรอมันจะพาไป มันกลัวผู้ชายคนอื่นมองเมียมันจะตายไม่พาออกไปให้ใครมองหรอก” จูเลียตเล่าไปตามความจริงตามประสาคนอยากเมาท์เพราะวันๆ เธอได้คุยกับใครที่ไหนล่ะ เนโกะก็ขี้อายไม่ค่อยพูดเท่าไหร่ พอมีเพื่อนคุยเก่งแบบพิกกี้อยู่ด้วยก็พอได้คุยบ้างมันเหมือนได้ปลดปล่อย


“โห่ยิ่งกว่าไอ้รามอีกนะเนี้ย รายนั้นยังหึงแบบมีเหตุผลกว่านิดหนึ่ง” พิกกี้พูดไปขำไปอย่างกลั้นไม่อยู่เพราะไม่คิดว่าจะมีคนหึงได้มากกว่ารามเสสอีกเพราะสำหรับเธอตอนแรกคิดว่ารามเสสมันขี้หึงแบบคงไม่มีใครสู้มันได้แหละแต่พอมาตอนนี้รู้แล้วแหละว่าคนที่นำมันคือพี่ชายมันเองนั่นแหละ เชื้อไม่ทิ้งแถวกันเลยพี่น้องคู่นี้


“พวกพี่อ่ะมานินทาสามีหนูซึ่งหน้าเลยนะคะ” เนโกะแหย่บ้างเพราะสองคนนี้เม้าท์โรมิโอแบบไม่เกรงใจเมียแบบเธอเลยอ่ะ ไม่กลัวเธอเอาไปเล่าให้โรมิโอฟังบ้างเหรอเนี้ย


“ก็มันเรื่องจริงนิ เธอก็รู้ดีอย่ามาเข้าข้างผัวหน่อยเลย ไอ้โรมมันหึงบ้าบอ นี่ดีแค่ไหนแล้วที่มันยังให้เธอออกมานอกห้องไม่ขังไว้ในห้องส่งข้าวส่งน้ำแบบนักโทษก็บุญขนาดไหนแล้ว”


จูเลียตตอบกลับไปตามความจริงตามที่เห็นเล่นเอาเนโกะถึงกับก้มหน้าหนีอย่างเถียงไม่ออกเลยทีเดียว ส่วนพิกกี้ก็เอาแต่หลุดขำด้วยความชอบใจที่ได้ฟังเรื่องราวทำให้การสนทนาในครั้งนี้เต็มไปด้วยความสนุกสนานตามประสาสาวๆ ได้คุยได้เปิดใจให้กันฟังยกกระชับระดับความสัมพันธุ์ให้แน่นแฟ้นขึ้นไปอีก ที่สำคัญมันทำให้จูเลียตที่วันๆ เอาแต่เก็บกดเหมือนได้ปลดปล่อย วันนี้คงเป็นอีกวันหนึ่งที่เธอมีความสุข



------------------------------------------

​ตอนนี้น่ารัก อบอุ่นดี ไม่มีดราม่า สามสาวมาเจอกันก็จะแบบเนี้ย นี่ขาดปริ้นเซสไปอีกคนถ้าครบทีมรับรองสนุกเม้าท์กันมันน่าดูเลย ตอนนี้จูเลียตนางดูมีความสุขแถมพูดเยอะกว่าปกติด้วยเพราะเหมือนปกตินางไม่ค่อยได้พูดกับใครอ่ะ พ่อไม่ให้ออกไปไหน ไม่ให้คบหากับเพื่อน จะพูดกับเนโกะรายนี้ก็นิสัยขี้อายพูดน้อยไม่ค่อยกล้าก็เลยกลายเป็นต้องเก็บกดพอเด็กพูดมากแบบพิกกี้มาก็เลยพูดไม่หยุดเลยจ้ามีเพื่อนคุย 

* อายุของตัวละครตามเนื้อเรื่องตอนนี้ จูเลียต 27 พิกกี้ 22 เนโกะ 20 นะคะ เรื่องนี้เริ่มเรื่องในตอนแรกจะเป็นช่วงเวลาหลังจากฉลองวันเกิดครบ 1 ขวบของแคร์กับแคลไปแล้วนะคะไม่ใช่เวลาต่อจากตอนจบของเรื่องโรมิโอนะคะเพราะเรื่องของโรมิโอจะจบตรงที่แคร์กับแคลอายุ 6 ขวบแล้ว แต่เรื่องนี้ยังค่ะเด็กๆเพิ่งอายุ 1 ขวบค่ะ 

'คอมเมนต์' ให้กำลังใจริสด้วยนะคะ คอมเมนต์ช่วงนี้หายๆคอมเมนต์น้อยกำลังใจก็น้อยตาม

ความคิดเห็น