น้ำผึ้งพระจันทร์
facebook-icon

เป็นไรต์สายหื่นนะคะ : )

ชื่อตอน : Chapter#4 - งานใหม่

คำค้น : ผัวขาเฆี่ยนเมีย NC 18+ 25+ SM 3P 4P 5P 6P 7P เถื่อน รุนแรง หยาบคาย Anal DP Gangbang

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.7k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 23 เม.ย. 2562 00:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter#4 - งานใหม่
แบบอักษร

​​

“อะไรนะคะ คุณไคเนี่ยนะคะ อยากจะให้ซีไปเป็นเลขาฯ”

ฉันถามพี่แอลออกมาเสียงดัง ยอมรับว่าตกใจมาก ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าคุณไค ผู้บริหารตำแหน่งสูงๆ ขนาดนั้นจะอยากให้ฉันไปเป็นเลขาฯ ส่วนตัว ที่รู้มาคือธุรกิจของครอบครัวคุณไคไม่ได้มีแค่บริษัทนำเข้าเครื่องสำอางที่ฉันกำลังทำอยู่ตอนนี้หรอกนะ ไหนจะอสังหาริมทรัพย์ เครื่องดื่ม แม็กกาซีน เยอะแยะเต็มไปหมดเลย


“ฟังไม่ผิดหรอกซี”

พี่แอลทำหน้าขำๆ กับการที่ฉันตกใจเสียใหญ่โต

“คืองี้ ซีไม่ต้องห่วงนะ ซีไม่ใช่เลขาฯ หลักหรอก แต่เห็นว่าทางคุณไคเขามีเลขาฯ อยู่แล้วคนหนึ่ง ทีนี้เขาดูแลไม่ไหวทั้งเรื่องงานแล้วก็เรื่องส่วนตัว เลยอยากให้ซีไปช่วยน่ะ หลักๆ ก็คือให้ดูเรื่องส่วนตัว”



“ซีก็ไม่เข้าใจอยู่ดีแหละค่ะ ว่าทำไมต้องเป็นซี”

คือแค่เห็นหน้ากันครั้งเดียวที่งานนี่นะ?!



“ไม่รู้สิ คุณไคเขาเห็นหน่วยก้านมั้ง ผู้บริหารระดับนั้นพี่ว่าเขาคงมองออกแหละ อีกอย่างพี่ก็รู้ดีว่าซีตั้งใจทำงานแค่ไหน”



“แต่ซียังอยากจะทำงานกับพี่แอลนี่คะ”

ฉันทำหน้าเศร้าๆ พี่แอลเป็นหัวหน้าที่ดีมาก สอนฉันทุกอย่าง ใจดี ดุก็แค่เรื่องงาน คอยสอนแล้วก็ช่วยแก้ปัญหาตลอดเลย



“พี่รู้จ้า แต่ว่าพี่เห็นโอกาสก้าวหน้าของซีก็เลยไม่อยากรั้งซีเอาไว้”

พี่แอลทำท่าก้มกระซิบ

“เงินเดือนเยอะกว่านี่เป็นสองเท่าเลยนะซี เป็นพี่ๆ ก็ไป”



“แต่...”

ฉันขยับแว่น นอนจากชอบทำเวลาต้องการแก้เขินแก้เก้อต่างๆ แล้ว เวลาฉันคิดอะไรหนักๆ ก็ชอบขยับแว่นเหมือนกัน



อันที่จริงเหตุผลลึกๆ ในหัวใจฉันคงจะบอกให้ใครรู้ไม่ได้หรอก คือฉันกลัวใจตัวเองถ้าต้องได้ไปทำงานใกล้ชิดเขา คิดดูสิแค่มองตาเขาแค่ครั้งเดียวที่งานแต่งวันนั้น ฉันก็ถึงกับเก็บเขาเอามาฝัน เวลาช่วยตัวเองก็จินตนาการถึงเขา คอยถามตัวเองว่าจะเป็นยังไงนะถ้าเขาทำกับฉันแบบที่ฉันคิด จับฉัน มัดฉันและรักฉันแบบรุนแรงให้สาแก่ใจ...



“เอาเป็นว่าซีลองไปทบทวนดูก่อนก็ได้ เขาไม่ได้จะให้ไปพรุ่งนี้ซะหน่อย พี่ก็ไม่ได้บังคับนะ แต่เห็นว่าเป็นโอกาสที่ดี การได้ติดตามคนระดับนั้นซีต้องได้อะไรเพิ่มขึ้นมากมายแน่ๆ”

พี่แอลบอก ก่อนจะทำท่านึกอะไรบางอย่างขึ้นได้



“อ้อ...พี่สืบมาแล้ว คุณไคเป็นคนใจดี ไม่มีเหวี่ยงวีนลูกน้องเลยนะ แถมสุภาพมากด้วย”

พี่แอลก็ช่างดีกับฉันจริงๆ เลยนะ อุตส่าห์ถามสืบมาให้ว่าเจ้านายใหม่จะนิสัยยังไง ถึงแม้เรื่องที่ฉันกลัวจะไม่ใช่เรื่องนั้น แต่พอมานึกดูอีกทีมันก็เป็นประโยชน์ดีอยู่นะ...



“ขอบคุณนะคะพี่แอล งั้นเดี๋ยวซีจะได้คิดดู”



พอฉันออกมาจากห้อง ก็เจอพี่กีเดียนที่เพิ่งเดินออกมาจากโต๊ะทำงานของเขา เขาเอ่ยทัก

“อ้าว...แว่น”



“ไปไหนพี่”

ฉันทัก



“จะไปหาข้าวกิน ไปด้วยกันสิ”

เขาชวน



“ก็ได้ งั้นแป๊บหนึ่ง เดี๋ยวซีหยิบกระเป๋าก่อน”



ไม่รู้ยังไงพี่กีเดียนถึงได้พาฉันมากินร้านที่ค่อนข้างหรูแถวสยาม ฉันก็พอรู้แหละว่าเงินเดือนครีเอทีฟของเขามันเยอะมาก แต่ฉันไม่ได้เงินเดือนเยอะมากเหมือนเขาก็จะกินแบบนี้ได้แค่สักเดือนละครั้งสองครั้งเท่านั้น


“สั่งเลยแว่น วันนี้พี่เลี้ยงเอง”

พี่กีเดียนบอก



“เฮ้ย ได้ไง มาด้วยกันก็หารดิ"



​“ไม่เอาพี่พามาพี่ก็จะเลี้ยง พอดี...มีเรื่องอยากจะคุยด้วยหน่อย”

เขาบอก แล้วพอเห็นฉันทำท่าจะปฏิเสธอีกก็ชิงพูด

“อ่ะๆ ห้ามปฏิเสธ พี่รวย เงินเดือนเยอะ ไม่รู้จะเอาเงินไปทำไร โอเค๊”



“อืมๆ”

ฉันขี้เกียจเถียงด้วยเลยพนักหน้าตกลง



พอเริ่มกินไปได้สักพักพี่กีเดียนก็ถามขึ้นมา

“พี่แอบได้ยินมาว่าซีจะ...ย้ายไปทำงานกับลูกหุ้นส่วนใหญ่บริษัทเหรอ”



“รู้ได้ไง”

ฉันคิดว่าเรื่องนี้ยังไม่มีใครรู้



“ก็บอกแล้วไงว่าแอบได้ยินมา”

คำว่าแอบได้ยินคงแปลว่าแอบฟังสินะ!



“ซียังไม่ตัดสินใจหรอก”



พี่กีเดียนตักกับข้าวใส่จานฉันเหมือนเอาใจหน่อยๆ แล้วก็ถามเสียงเบา

“แล้วเปอร์เซ็นที่จะไปมีเยอะไหม”



“ไม่รู้สิ ขอคิดดูก่อน เพิ่งรู้เมื่อเช้านี่เอง”

ฉันบอกเขาตามตรง



“พี่ไม่อยากให้ไปเลยว่ะแว่น”

เขาทำหน้าตาแบบเศร้าๆ นิดหน่อย ถ้าฉันไมได้คิดไปเองนะ...



“หืม?”

ฉันงงนิดหน่อยที่เขามาบอกว่าไม่อยากให้ไป

“อย่าบอกนะว่าที่พี่บอกมีเรื่องจะคุยคือเรื่องนี้”



“เออดิ ก็เป็นห่วง กลัวไปแล้วจะลำบาก อยู่กับคุณแอลก็ออกจะดีไม่ใช่เหรอ ทำไมต้องออกไปอยู่ที่อื่น พี่ไม่อยากให้ไป”

เขาให้เหตุผล



ฉันอึดอัดขึ้นมาเล็กน้อยเลยตอนนี้ มันเหมือนกับว่าเรื่องของฉันไม่ควรเป็นปัญหาของเขาไหม? แต่ก็พูดอะไรออกมาไม่ได้เลยนั่งกินเงียบๆ ไป มองผ่านกระจกไปนอกร้านเขาจะได้ไม่ต้องมาถามอะไรมากมายอีก



ว่าแต่ว่าร่างสูงคุ้นตาเดินอยู่ไม่ไกลนั่นใช่คุณไคไหมนะ เขาเดินใกล้เข้ามาแล้ว ฉันขยับแว่นยังกับว่ามันจะทำให้ฉันเห็นชัดขึ้น ใช่เขาจริงๆ ด้วย แถมมีคนติดตามมาอีกสองคน แล้วโลกมันกลมอะไรแบบนี้เนี่ย...



และที่ไม่น่าเชื่อเลยคือเขามองเห็นฉัน เพราะหลังจากนั้นเขาก็เข้ามาในร้านตรงที่ฉันนั่งอยู่ ฉันรีบลุกขึ้นอัตโนมัติและพี่กีเดียนเองก็เหมือนกัน เราทั้งสองคนไหว้คุณไคอย่างนอบน้อม



“มาทานข้าวกันเหรอครับ”

เขาถามฉัน



“ใช่ค่ะ คุณไคทานด้วยกันไหมคะ”

ฉันชวนเป็นมารยาท



“ไม่เป็นไร ผมเรียบร้อยมาแล้ว ตามสบายนะ ผมแค่แวะมาทัก”

เขาว่าแล้วก็ขอตัวกลับไปพร้อมกับคนของเขา คนระดับฉันคู่ควรให้เขาถึงกับเดินเข้ามาทักด้วยเหรอ?



คือจะบอกว่ายังไงดีล่ะ แต่ผู้ชายคนนี้คือทำไมดูดีทุกกระเบียดนิ้วขนาดนี้ ตอนเขาเดินเข้ามาทักฉันลอบมองใบหน้าเข้มของเขาเป็นระยะ เท่าที่รู้มาคุณไคเป็นลูกเสี้ยวฝรั่งหน้าเลยกระเดียดไปทางนั้นด้วย ผิวของเขาเป็นสีแทน ผมดำสลวยถูกหวีแบบเวทลุคเสยไปทางด้านหลัง การแต่งตัวยิ่งไม่ต้องห่วง เสื้อผ้าดีๆ แบบทันสมัยและเหมาะกับบุคลิกเขามาก แล้วที่ทำให้ฉันแทบจะหายใจไม่ออกอีกแล้วก็แววตาของเขานั่นล่ะ มันจะร้อนแรงอะไรปานนั้น!



ฉันจำได้ว่าหลังจากนั้นฉันก็แทบฟังไม่รู้เรื่องเลยว่าพี่กีเดียนพูดว่าอะไร ฉันนึกถึงแต่คุณไคๆๆ อยู่ทุกลมหายใจเลย



วันนี้เป็นวันหยุด ฉันนอนพลิกไปพลิกมาบนเตียงหลายตลบ นี่มันก็สองอาทิตย์ผ่านมาแล้วกับเรื่องที่ฉันยังคิดไม่ตกซะทีว่าจะเอายังไงกับชีวิตดี ถ้าบอกเขาว่าไม่ไปฉันก็คงจะเสียดายมาก บอกตรงๆ เลยว่าฉันเองก็อยากจะใกล้ชิดผู้ชายที่แค่สบตาก็ร้อนผ่าวไปทั้งตัวแบบคุณไค แต่ก็นั่นแหละ...เพราะความร้อนของเขาที่ทำให้ฉันกลัว ถ้าฉันไปแล้วเผลอทำตัวบ้าๆ แบบที่เคยทำกับคุณโทโมะ ฉันคงโดนไล่ออกแทบจะไม่ทัน แล้วคราวนี้ก็อย่าหวังเลยว่าจะได้กลับมาทำที่เดิมอีก ไปมีปัญหากับลูกชายหุ้นส่วนใหญ่เขาคงจะให้ฉันกลับมาหรอก



Rrrrrrrrrrrr!



เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ฉันแปลกใจเพราะปกติจะไม่มีใครโทรมาหาฉันในวันหยุดแบบนี้ พอดูที่หน้าจอแล้วเป็นพี่กีเดียนฉันเลยยิ่งแปลกใจ แต่ก็คิดไปว่าเขาอาจจะมีเรื่องด่วน



“ค่ะพี่”

ฉันกรอกเสียงลงไป



(แว่น ตอนนี้พี่อยู่แถวคอนโดแว่น ไปหาอะไรกินไหม)

แต่สิ่งที่เขาพูดออกมากลับไม่ใช่เรื่องด่วนอะไรเลย...เฮ้อ!



“ไม่อ่ะ ซีกินแล้ว”

ฉันตอบ



(กินนิดเดียว พี่เลี้ยงเอง มีเรื่องจะคุยด้วย)

เขายังคะยั้นคะยอไม่เลิก



“ไม่ ซีไม่อยากกินจริงๆ”

ฉันพยายามทำเสียงให้เป็นปกติทั้งที่เริ่มรำคาญแล้ว



(งั้นไม่ต้องกิน มานั่งคุยเฉยๆ ก็พอ…นะ)

เขาไม่ยอมแพ้



โอ๊ยตาย...ทำไมเขาตื๊อเก่งแบบนี้เนี่ย ฉันถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะตอบกลับไป

“อ่ะๆ เจอที่ไหน”



(เดี๋ยวพี่ไปรับ แว่นแต่งตัวเสร็จแล้วลงมานะ พี่จะรออยู่ร้านกาแฟใต้คอนโด)

น้ำเสียงเขาดีใจที่รู้ว่าฉันยอมไปเจอ



พอวางสายฉันก็ลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวเนือยๆ ทำอะไรช้าๆ เท่าที่จะช้าได้ จะได้รู้ว่าฉันไม่ได้อยากไปเจอแต่จำใจ พอเสร็จแล้ว ฉันในชุดกางเกงขายาวเสื้อเชิร์ตสีขาวธรรมดาๆ ก็ลงไปเจอเขาที่ร้านกาแฟ



“แว่นกินไรไหม”

เขาถามพลางพยักพะเยิดไปที่เมนูกาแฟนมากมาย



“ไม่อ่ะ”

ฉันตอบอย่างเฉยชา



“เค งั้นไปกัน”

เขาว่าแล้วก็เดินนำฉันไปที่รถของเขา



“พี่อยากกินปูดอง ไปหาปูดองร้านอร่อยกินกัน แว่นต้องชอบแน่”

เขาพูดขึ้นตอนที่เราขึ้นรถกันมาแล้ว



นี่เขายังไม่เข้าใจที่ฉันพูดหรือไงว่าไม่กินๆๆๆๆ



ฉันเลยนั่งเงียบๆ ไม่พูดอะไรตอบจนเรามาถึงร้านปูดองกัน อากาศเริ่มเย็นแล้วเพราะใกล้จะค่ำ อาหารมากมายถูกสั่งมาเต็มแต่ฉันก็ไม่ได้กินอะไรเลย รอเวลาว่าเมื่อไหร่เขาจะพูดเรื่องที่อยากคุยมาซะที



จนกินปูดองกินข้าวเสร็จเขาก็พาฉันไปเดินเล่นตรงระเบียงร้าน ลมแรงอากาศดีทีเดียว

“ซี ที่พี่อยากจคุยด้วยก็คือ...พี่อยากบอกว่าชอบซีว่ะ”



ฉันอึ้งไปเหมือนกันนะ จริงๆ แล้วตั้งแต่โตมาก็ยังไม่เคยมีใครกล้าเข้ามาแบบนี้ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าใครจะรู้สึกยังไง แต่ฉันก็มองว่าทุกคนเป็นเพื่อนเป็นพี่หมด

“นี่คือเรื่องที่พี่บอกว่าอยากจะคุยกับซีเหรอ”



“อืม”



“พี่กีเดียน แต่ซีมองว่าพี่เป็นแค่พี่ชายนะ อีกอย่าง...ซีก็ไม่เคยเห็นว่าเราจะเป็นอะไรกันได้มากกว่าพี่น้อง”

ฉันเองก็อยากรู้ว่าทำไมเขาถึงเลือกที่จะมาบอกความในใจกับฉันตอนนี้



“ที่พี่มาบอกตอนนี้เพราะ เห็นซีกำลังจะย้ายไปทำงานอีกที่”

เขาสารถาพ

“ความจริงแล้วพี่แอบมองซีมานานแล้วนะ”



“แต่ซีว่าเราเป็นแค่พี่น้องกันมันก็ดีแล้วนะพี่”

ฉันตอบเขาไปอย่างชัดเจนในที่สุด รู้แค่ว่าฉันไม่เคยมีความรู้สึกอะไรกับเขา ผู้ชายที่ฉันชอบและฝันถึงมันไม่ใช่แบบเขาเลยแค่นั้นเอง



“พี่ขอพยายามต่ออีกหน่อยนะ”

นั่นคือคำพูดก่อนที่ฉันจะลงมาจากรถเขา คำพูดนี้มันสร้างความยุ่งยากใจให้ฉันมากเลย ฉันอึดอัดไปหมดกับการที่พอเขารู้สึกว่าฉันอาจจะไปทำงานที่อื่น แล้วเขาก็เหมือนกลัวจะเสียฉันไป เลยยิ่งพยายามสิ่งที่ไร้ประโยชน์มากขึ้นเรื่อยๆ



สำหรับฉันคำว่า ‘ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก’ มันไม่ได้มีอยู่จริงสำหรับคนที่ไม่ชอบ ถ้าคนไม่ชอบต่อให้ตื๊อยังไงก็ไม่มีทางจะรู้สึกดีขึ้นมา มีแต่จะยิ่งรู้สึกอีดอัดรำคาญเท่านั้น



ไม่รู้ตัวเลยว่าเผลอใจลอยไปนานแค่ไหน จนกระทั่งเสียงโทรศัพท์ที่โต๊ะดังนั่นแหละ ฉันถึงได้สติแล้วรับสาย

“สวัสดีค่ะ”



(น้องซี คุณโทโมะเรียกมาพบค่ะ)

เป็นเสียงพี่เดียร์เลชาฯ คุณโทโมะนั่นเอง



“ดะ...เดี๋ยวนี้เลยเหรอคะ”

เขามีอะไรถึงเรียกฉันกะทันหันขนาดนี้นะ ปกติเจ้าหน้าที่ระดับสูงเขาไม่มาเรียกพบฉันโดยตรงแบบนี้หรอก คนที่จะคุยกับเขาก็ต้องระดับพี่แอลขึ้นไป อย่างมากฉันก็แค่ทำหน้าที่เดินเอกสารให้เท่านั้นเอง



“ใช่ค่ะ ท่านให้กำชับด้วยนะคะ ว่าให้เร็วๆ ด้วย”


**ฉันวางสายแล้วก็ได้แต่แปลกใจ คุณโทโมะจะเรียกเราไปทำไมนะ? **

ความคิดเห็น