ซันซายน์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 4 งานเลี้ยงต้อนรับ

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 งานเลี้ยงต้อนรับ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 335

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ก.พ. 2562 18:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 งานเลี้ยงต้อนรับ
แบบอักษร

ตอนที่ 4

งานเลี้ยงต้อนรับ

วันต่อมาเธอต้องเข้าร่วมงานเลี้ยงต้อนรับ หากแต่สวามีนั้นจนป่านนี้ยังไม่ได้พบหน้าคาดตาเลย ว่าจะเจรจาเรื่องสถานะกันเสียหน่อย เธอจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับเขา และขอไปอยู่ด้านนอก เลี้ยงผู้ชายหน้าตาโอปป้าซักหลาย ๆ คน

เธอก้าวลงจากรถม้า เดินเข้าสู่งานเลี้ยง การแสดงคงผ่านไปหลายชุดแล้วล่ะมั้ง ก็คืนนี้จัดให้เธอนี่นา จะมาเวลาไหนก็เรื่องของเธอ ก่อนจะมองสบหน้ากับบุรุษหล่อเหลาด้านหน้า ที่กำลังทำสีหน้าบูดบึ้งอยู่นั่งอยู่ตรงนั้น คนผู้นี้คงจะเป็นฮ่องเต้ล่ะมั้ง ส่วนผู้หญิงที่หน้าคุ้น ๆ ด้านข้างนี่คงจะเป็น หวงกุ้ยเฟย แต่ดูคุ้น ๆ เหมือนเคยเจอที่ไหนมาก่อนเลย

"หลิงจู่เซียน ถวายพระพรฝ่าบาท ขอจงทรงพระเจริญ หมื่นปี หมื่น หมื่นปี ถวายพระพร หวงกุ้ยเฟยเพคะ" เธอทำความเคารพอย่างนอบน้อมก่อนจะแอบก่นด่าฮ่องเต้ผู้นี้ในใจ ถึงจะไม่ใช่สเปกก็เถอะ แต่กล้าปฏิเสธเธอเช่นนี้ก็มีเคืองกันบ้างล่ะนะ

"ตามสบายเถิด" บุรุษผู้นี้พูดกับเธอแต่ตาดันมองผู้หญิงคนข้าง ๆ มันน่านัก งานเลี้ยงผ่านไปสักพัก เหล่าขุนนาง เชื้อพระวงศ์ทั้งหลายก็จับกลุ่มคุยกัน เธอซึ่งไม่รู้จักใครจึงแอบออกมา แต่เมื่อเดินออกมาเรื่อย ๆ ไม่ทันได้มองทางจึงชนเข้ากับสตรีผู้หนึ่งเสียก่อน

"โอ๊ะ"

"ขออภัยเพคะ" ก่อนจะหันหน้าขึ้นมอง คุ้น คุ้นเหลือเกิน คุ้นมาก ๆ จนได้ยินเสียงทักจึงนึกขึ้นได้

"ชะนี" หาไม่จริงน่า

"อีดอก" เธอก็ตอบกลับไปอย่างไม่ยอมแพ้

"อีหอยหลอด" เรียกแบบนี้มีอยู่ไม่กี่คนหรอกน่า

"อีผี" ดูสิว่าระดับสกิล การด่าใครจะแน่กว่ากัน

"นางชะนีรินคิดถึงแกมากเลย" ใช่ผู้หญิงตรงหน้าคือ เพื่อนรักของเธอเอง นางชะนีริน ชะนีแท้เพียงคนเดียวในกลุ่มอย่างไรล่ะ

"ฉันก็เหมือนกันนางชะนีร่าน" เธอถึงกับเบะปากกับคำทักทายของเพื่อชะนีนางนี้

"อ้ายมาเรียกฉันแบบนั้นได้ไงย่ะ" เธอโวยวายเพื่อนกลับไป

"ว่าแต่แกมาอยู่นี่ได้ไง นางชะนีหัวโหก" มาเรียกแบบนี้ ชะนีรับไม่ได้ค่ะ

"อีนี่ประเดี๋ยวตบ"

"ฮ่า ๆ ๆ " แต่เพื่อนชะนีของเธอกลับขำซะงั้น ก่อนจะหันมาเอ่ยกับเธอ

"แล้วนี่ แหม เป็นผู้หญิงเต็มตัวนะยะ แม่องค์หญิง"

"อิจฉาล่ะสิ ชะนีไม่มีใครเอา โอ๊ะ แต่หาได้แล้วนี่ พ่อหนุ่มหล่อเหลานั่น ดูท่าจะหื่นไม่เบา" เพียงเธอเอ่ยแซวเพื่อนสาวของเธอก็อายหน้าแดง

"พูดดี ได้ข่าวว่าหล่อนก็พึ่งได้สามีหมาด ๆ " เพื่อนนางนี้ยังเอ่ยแซวเธอกลับไม่หยุด

"โอ๊ยรายนั้น อย่าเรียกสามีเลย แม้แต่ขนหน้าแข้งยังไม่เคยได้เห็นเลย นี่ก็ว่าจะหาผัวใหม่อยู่เหมือนกันนะ" นี่เธอพูดจริงนะ

"จะทำอะไร เกรงใจท่านอ๋องบ้าง" จะเกรงใจไปทำไม คนที่ไม่เคยสนใจเรา

"สามีที่ไม่เคยทำหน้าที่ จะเรียกสามีได้ยังไง ใช่สิ นางชะนีรินแกได้แล้วนี่ เป็นยังไงล่ะ ติดใจล่ะสิ" เธอเอ่ยแซวออกไป

"อีผีเปรต" แต่ก็ได้รับคำด่ากลับมาแทน

"ไม่รู้ล่ะ ฉันสวย ฉันรวย ฉันเริ่ด แล้วฉันก็ฮอต แกไม่รู้อะไร เมียน้อยผัวฉันนะ มีแต่นมแฟบ ๆ ทั้งนั้น เห็นแล้วคันไม้คันมืออยากจับผ่าตัดยัดซีลีโคน

"ฮ่า ๆ ว่าแต่ท่านอ๋องก็หล่อเหลามิน้อยเลยนะ ไม่ถูกใจแกบ้างเหรอ"

"ไอ้หล่อน่ะ ไม่ปฏิเสธ แต่แบบนั้นไม่ใช่ สเปก อย่างฉันต้องโอปป้าเท่านั้นย่ะ" เธอยังคงชอบบรรดาหนุ่มหน้าตาโอปป้า อยู่ ไม่เปลี่ยนใจแน่นอน

"ย่ะ แม่กะเทยเลือกได้"

"ตบปาก กะเทยอะไรปากเสีย ต้องเรียกว่าผู้หญิงข้ามเพศย่ะ" ถ้าไม่ใช่เพื่อนสนิทกันมาเรียกแบบนี้ มีตบแน่ขอบอก

จากนั้นเธอก็ถามสารทุกข์สุกดิบกับเพื่อนรักถึงสาเหตุของการมาอยู่ที่นี่ กับเรื่องราวการตายของเธอและเพื่อนรัก เธอก็พึ่งรู้ว่าเธอและเพื่อนชะนีนางนี้ เสียชีวิตในวันเดียวกัน แต่บทสนทนาก็ต้องหยุดลงเพราะเสียงจากบุรุษผู้มาใหม่

"คุยสิ่งใดกันอยู่น่าสนุกเชียว" เธอเลยหันมองตามเสียง พบว่าเป็นสามีของเพื่อนสาวของเธอเอง นี่คงออกมาตามกันสินะ

"ฝ่าบาท" เห็นเพื่อนเธอเอ่ยเรียกสามี เธอจึงย่อทำความเคารพ ก่อนจะเห็นแม่เพื่อนสาวนางนี้แอบขำอะไรสักอย่างอยู่

"นี่เจ้าขำอันใดกัน"

"มิมีสิ่งใดดอกเจ้าค่ะ" นางชะนีตอแหล แบบนี้ต้องมีแน่นอน ฉันรู้นิสัยแกดี แต่ตอนนี้ถามออกไปไม่ได้ไง สามีนางอยู่ อีกอย่าง ไอ้สามีหมาด ๆ ของเธอก็ยืนอยู่ด้วย นึกว่าตายไปแล้วเสียอีก

"อืม กลับกินเถิดอิงเอ๋อ"

"เจ้าค่ะ" ก่อนเพื่อนของเธอจากไปยังอุส่าหันมาเอ่ยชวนเธอกับท่านอ๋องไปเล่นที่ตำหนัก ก่อนจะรีบไปเพราะสวามีของนางมีสีหน้าไม่พอใจ นี่หึงยันผู้หญิงเลยหรือ พ่อฮ่องเต้เอ้ย

"เจ้ารู้จักหวงกุ้ยเฟยด้วยหรือ" เสียงเอ่ยถามจากท่านอ๋องด้านข้าง เธอเลือกที่จะไม่ตอบ แล้วเดินจากไปแทน ทีใครทีมันนะไอ้หล่อ

"เปิ่นหวางถามเจ้า เหตุใดเจ้าจึงไม่ตอบ" ไม่ว่าเปล่ากลับหันมาคว้าหมับเข้าที่มือของเธออีก นี่แต๊ะอั๋งกันหรอ

ได้ยินข่าวมาว่าท่านอ๋องปักใจรักในเพื่อนรักของเธอ ก่อนที่ฮ่องเต้ผู้นั้นจะชิงตัดหน้าไปก่อน นี่คงไม่ได้อยากคุยกับเธอเพราะเธอรู้สักผู้หญิงที่เขาหลงรักหรอกนะ

"ปล่อย" นั่นคือคำเดียวที่เธอเอ่ยออกมา ถ้าไม่ปล่อยมีต่อยนะ ขอบอก แล้วเขาก็ปล่อยมือเธอจริง ๆ แต่ก็ยังไม่ยอมขยับไปไหนอยู่ดี

"จะตอบเปิ่นหวางได้หรือยัง"

"หม่อมฉัน เป็นสหายรักกับหวงกุ้ยเฟย พอใจหรือยังเล่าเพคะ แต่หวงกุ้ยเฟยบอกกับหม่อมฉันว่า รักสามีผู้เดียว ไม่มีที่ว่างให้ใครเพคะ" เพื่อนรักไม่ได้พูดหรอก เธอนี่ล่ะพูดเอง หมั่นไส้ไอ้ท่านอ๋องนี่เหลือเกิน จะขี้เก๊กไปไหนกัน หล่อตายล่ะ

"แล้วนี่เจ้าจะไปไหน"

"กลับสิเพคะ จะให้หม่อมฉันไปไหนได้"

"เช่นนั้นกลับพร้อมเปิ่นหวาง"ไม่ว่าเปล่า กลับถือวิสาสะดึงมือเธอจูงไปเช่นนี้ ชะนีปวดจิตกับท่านอ๋องผู้นี้เหลือเกิน กลับวังเช่นนี้มีหวังโดนเหล่าเมียน้อยของเขา หาเรื่องอีกแน่

เธอไม่ได้กลัวหรอกนะ แต่เธอรำคาญมากกว่า เห็นแล้วรำคาญลูกตา

"ท่านอ๋องเรามาตกลงกันหน่อยดีหรือไม่เพคะ" โอกาสที่จะเจอเขานี่ง่ายเสียเมื่อไหร่กัน เมื่อเจอแล้วต้องรีบคุยจะได้ไม่เสียเวลา

"เจ้ามีอะไรหรือ"

"หม่อมฉันขอกล่าวตามตรง ท่านอ๋องคงนิยมสะสมไม้กระดาน ต้องขออภัยด้วยเพคะ ที่หม่อมฉันออกจะใหญ่กว่าไม้กระดานอยู่หลายเท่า เช่นนั้นเราเจอกันคนละครึ่งทางดีหรือไม่ มิสู้ท่านอ๋องปล่อยหม่อมฉันไป แล้วพระองค์กลับไปซบอกแบน ๆ เหล่านั้นให้พอใจเถิด ส่วนตัวหม่อมฉันนั้นนิยมบุรุษน่ารัก มิชมชอบบุรุษหน้านิ่ง ต้องขออภัยหากกล่าวตรงเกินไป"

เธอเอ่ยบอกจบแล้ว ขอเพียงเขารับปากเท่านั้นฝันของเธอก็จะเป็นจริง

"เปิ่นหวางมิได้นิยมสะสมไม้กระดานอย่างที่เจ้าเข้าใจ หากแต่สตรีที่เข้ามามีแต่สภาพไม้กระดานเอง" แต่คำตอบที่ได้ทำให้เธอถึงกับเงิบเลยทีเดียว

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น