ซันซายน์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 2 การเดินทาง

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 การเดินทาง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 472

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ก.พ. 2562 17:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 การเดินทาง
แบบอักษร

ตอนที่ 2

การเดินทาง

ในระหว่างที่กำลังจะดีใจอยู่นั้น อยู่ดีดีก็มีผู้หญิงแต่งตัวเหมือนกันมากมาย เข้ามารายล้อมพร้อมกับเอ่ยประโยคนี้

"องค์หญิงถึงเวลาออกเดินทางแล้วเพคะ" ออกเดินทาง แล้วจะให้ออกเดินทางไปไหน นี่ยังไม่ได้นั่งพักเลยนะ ยังไม่ทันที่เธอจะได้เอ่ยถามอันใด รถม้าก็วิ่งมาจอดด้านหน้าเสียแล้ว ตอนก้าวขึ้นรถม้า หันกลับมาอ่านตัวอักษรอะไรซักอย่างที่เขียนไว้ว่า ตำหนักเหมยฮวา

ระหว่างนั่งบนรถม้า ที่มิทราบว่าจะไปที่ใด แล้วตัวเองเป็นใคร แต่ที่แน่ ๆ ไม่ใช่เมืองไทยแน่นอน ถ้าไม่ติดว่าเธอคนเก่า พูดได้ถึงสิบภาษาล่ะก็คงอ่านไม่ออกหรอก แต่นี่เธอเก่งไง ดูจากการแต่งกายแล้ว คาดว่าคงเป็นการหลงยุคมากระมัง อีกอย่างคำพูดจาล้วนแล้วแต่เป็นคำราชาศัพท์ทั้งสิ้น เอาวะ นอนพักเอาแรงก่อนล่ะกัน ตื่นมาค่อยถามจากผู้หญิงพวกนั้นก็ได้ เธอมีความสุขกับการนอนเหลือเกินก่อนจะรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเพราะรถม้าหยุดก่อนจะมีเสียงผู้หญิงเรียก

"องค์หญิงเพคะ องค์หญิงหลิงจู่เซียน ได้เวลาพักทานอาหารแล้วเพคะ" ออ นี่เธอคงจะชื่อหลิงจู่เซียนล่ะมั้ง เธอเลยก้าวลงจากรถม้า จะได้ทานอาหารครั้งแรกหลังจากห่างหายไปเป็นสิบปี จะกินให้หนำใจเลย แต่เพียงนั่งลงมองอาหารเท่านั้น ไก่ทอด หมูอบ กุ้งทอด นี่มันอาหารคอเลสเตอรอลสูงทั้งนั้นเลยนี่นา เธอเลยเงยหน้าขึ้นถามผู้หญิงพวกนั้น

"มีสลัดผักหรือไม่" เห็นพวกเธอมองอย่าง งงงง แล้วก็เดินจากไป อ้าวอีนี่ เดี๋ยวแม่ก็ของขึ้นหรอก เธอเลยทนกินไก่ทอดไปสองชิ้นก่อนจะจิบน้ำชาตาม มองซ้ายแลขวา มองหาคนที่จะถามเสียหน่อย แต่ก็ไม่เจอ เธอเลยลองเดินไปเรื่อย ๆ ก่อนจะได้ยินเสียงพวกเธอทั้งหลายแว่วมา เธอกำลังเดินเข้าไปหา หากแต่ก็ต้องเงี่ยหูฟังทันที เมื่อมีชื่อของเธอในวงสนทนานั้น

"เหตุใดข้าต้องติดตามองค์หญิงมาด้วยก็ไม่รู้ สตรีอารมณ์ร้ายเช่นนี้ มิรู้ว่าจะรอดกลับไปหรือไม่ เฮ้อ"

"เจ้าผู้เดียวที่ไหน พวกเราด้วย ดู ซิ ข้ามิได้อยากตามมาแม้แต่นิดเดียว แต่ฮองเฮา สั่งให้ข้ามา ข้าล่ะไม่พอใจนัก " ไม่อยากมาแล้วมาทำไม ถามเธอบ้างหรือป่าวว่าเธออยากมาไหม พวกชะนีปากหอยปากปูนี่ จัดการจังไงดีนะ

เธอมองตามพื้นทันที เห็นหนอนตัวจ้อยตัวหนึ่งกำลังไต่อยู่ แต่ก็ตัวเล็กเกินไปเลยตัดใจ มองหาอย่างอื่นต่อ แล้วก็ต้องสะดุดกับกิ้งกือสิบตัว ที่กำลังคลานอย่างเชื่องช้า ราวกับว่ามันกำลังเดินเล่นในงานพบญาติอย่างไงอย่างนั้น

"หึ นี่คือบทลงโทษของพวกชะนีขี้นินทา" เธอหยิบกิ่งไม้หนึ่งอัน ก่อนจะเริ่มเอาไปจิ้มข้าง ๆ กิ้งกือ พอกิ้งกือเดินผ่านมา เธอก็จัดการเหวี่ยงกิ้งกือไปทางวงสนทนาทันที

"กรี๊ด กรี๊ด กรี๊ด" เสียงกรี๊ดลั่นหากแต่ยังไม่พอ นั่นเพียงแค่ตัวเดียว เธอจัดการเหวี่ยงครอบครัวกิ้งกือที่เหลือไปทางกลุ่มชะนีขี้เม้าทันที เกิดความโกลาหลขนาดย่อม สตรีพวกนั้นวิ่งกันพล่านส่วนเธอต้องขำอยู่เงียบ ๆ ริอาจนินทาระยะเผาขนต้องเจอแบบนี้ นี่แค่เบาะ ๆ นะคะ ระหว่างที่เธอกำลังขำอยู่นั้นก็มีเสียงจากผู้ชายคนหนึ่งเอ่ยขึ้นเสียก่อน

"องค์หญิงทำเช่นนี้ไม่สมเป็นกุลสตรีเลยนะพ่ะย่ะค่ะ" เธอเลยเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนในใจจะร่ำร้องว่าโอปป้า ในที่สุดเธอก็เจอเหยื่อรายแรกแล้ว ตอนเดินทางเธอไม่ทันได้สังเกตว่ามีผู้ใดมาบ้าง แต่ตอนนี้ขบวนหยุดพักเธอจึงได้หันมอง แต่ก่อนจะตอบออกไป ก็ต้องคิดหาคำราชาศัพท์ที่เคยร่ำเรียนมาเสียก่อน

"เจ้าแอบมองเปิ่นกง เช่นนี้ คงมิใช่กำลังหลงรักเปิ่นกงกระมัง"

"อะ องค์หญิง" เห็นผู้ชายหน้าตาโอปป้าตรงหน้ามีท่าทีอึกอัก ไปไม่เป็นเธอยิ่งถูกใจ โอ๊ยพ่อกวางน้อย มามะ มาหาเจ๊

"ว่าแต่เจ้าชื่ออะไรหรือ"

"องค์หญิงนี่พระองค์กำลังล้อกระหม่อมเล่นหรือพ่ะย่ะค่ะ" เธอบอกออกไปตอนไหวว่าเธอล้อเล่น นี่เธอพูดจริงนะ

"แล้วเจ้าชื่ออะไรล่ะ " เธอยังคงถามย้ำอีกที โอกาสจะได้รู้จักโอปป้าเช่นนี้ หาไม่ได้ง่าย ๆ หรอกนะ อีกอย่างขบวนเดินทางนี้จะใช้เวลากี่วันก็มิอาจทราบได้ เพราะฉะนั้นพ่อกวางน้อยโอปป้าตรงหน้า อาจจะเสร็จเธอก่อนก็เป็นได้

"กระหม่อม อู่ถง เป็นองครักษ์ขององค์หญิงพ่ะย่ะค่ะ"

"แล้วเจ้าเป็นมานานแล้วหรือ"

"ตั้งแต่องค์หญิงยังเล็กพ่ะย่ะค่ะ" เธอเห็นแววตาเศร้าแม้จะเพียงชั่วครู่แต่ก็ทันเห็น คงมิใช่หลงรักร่างนี้มานานแล้วกระมัง ถ้าเช่นนั้นก็เข้าทางชะนีเลย

"อ้อ เจ้าคงหลงรักเปิ่นกงมานานมากแล้ว" เธอลองหยอดออกไปหน่อย เผื่อวันนี้จะได้เด็กในสังกัดคนแรกก็เป็นได้

"องค์หญิง นี่พระองค์กล่าวสิ่งใดออกมา ทรงรู้ตัวหรือไม่ พระองค์ถูกส่งตัวมาเพื่อเป็นพระสนมของฮ่องเต้หลงจื่อ ทรงลืมไปแล้วหรือ" เธอไม่ได้ลืม แต่เธอไม่เคยรู้เข้าใจไหม แต่ยังไม่ทันจะได้ถามอะไรต่อ พ่อโอปป้านั่นก็หายไปซะแล้ว เฝ้าชะเง้อมองหาก็ไม่เห็นแม้นเงา ไม่เป็นไร หยอดวันละนิด ใกล้ชิดวันละหน่อย รับรองไม่รอดเงื้อมมืออีเจ้แน่นอน คอนเฟิร์มค่ะ

"เธอนั่งรถม้ากับขบวนเป็นเวลาถึงสิบวัน พอมาถึงยังไม่ทันได้นั่งก็ต้องถูกเรียกตัวไปเข้าเฝ้าเสียแล้ว แต่เรื่องที่ชะนีอารมณ์เสียที่สุดไม่ใช่ความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง แต่เป็นไอฮ่องเต้หลงจื่อผู้นั้น

พอเธอมาถึงกลับไม่ยอมออกมาพบ แถมปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยอีกว่าไม่ขอรับเธอเป็นสนม แล้วถามเธอสักคำไหมว่าอยากได้ผัวเช่นเขาหรือเปล่า

ชะนีอย่างเธอสวย เริ่ด รวย ฐานะหรือก็เป็นตั้งองค์หญิง จะมีกิ๊กหน้าตาโอปป้าในสังกัดกี่คนก็ได้ แต่ระหว่างที่เธอกำลังก่นด่าเจ้าฮ่องเต้นั่นอยู่ในใจก็มีผู้ชายหน้าตาคมเข้มผู้หนึ่งเดินมานั่งตรงหน้าเสียก่อน

ดูจากตำแหน่งที่นั่งแล้วไม่น่าจะใช่ฮ่องเต้หรอกมั้ง ก่อนที่เขาจะเอ่ยอะไรออกมา องครักษ์ของเธอก็ยื่นแผ่นกระดาษมาให้ก่อน แถมยังลงตราประทับแคว้นหลิงเสียอีก ใจความในกระดาษแผ่นนั้นเขียนว่า ไม่ว่าเงื่อนไขใดเจ้าจงยอมรับแต่โดยดีเพื่อบ้านเมืองจะได้สงบสุข

การเจริญสัมพันธไมตรีครั้งนี้ต้องสำเร็จเท่านั้น หากไม่สำเร็จอย่ากลับมาให้ข้าเห็นหน้าอีก นี่คือคนเป็นพ่อเขียนถึงลูกจริงหรือ เธอเองก็อดสงสัยไม่ได้

"องค์หญิง ท่านเต็มใจที่จะเป็นหวางเฟยของเปิ่นหวางหรือไม่" นั่นคือคำกล่าวที่เขาถามเธอออกมา

"เพคะ หม่อมฉันเต็มใจ" เอาวะ ไหน ๆ ก็กลับไปไม่ได้แล้ว หาที่พึ่งก่อนแล้วกัน

"เฮ้อ" เขาจะถอนหายใจเพื่อ ? เธอไม่ได้น่ารังเกียจขนาดนั้นเสียหน่อย

“เช่นนั้นเชิญองค์หญิง ไปกับเจากงกงก็แล้วกัน ว่าแต่พระองค์ชื่ออะไรอย่างนั้นหรือ" แม้แต่ชื่อยังไม่รู้แต่จะให้เธอไปเป็นเมียไอ้บ้านี่ เธอแอบก่นด่าอยู่ในใจ

"หลิงจู่เซียน เพคะ" แต่ก็ต้องเก็บอารมณ์เอาไว้ก่อน

"อื้อ เช่นนั้นก็ตามเจากงกงไปรอเปิ่นหวางที่วังก็แล้วกัน แล้วก็โปรดระมัดระวังการกินด้วยล่ะ" เขาเอ่ยบอกเช่นนี้ นี่เขาคงไม่ได้งกของกินหรอกนะ เธอไม่แย่งกินหรอกนะจะบอกให้ คนสวยเลือกกินนะคะจากนั้นเธอก็เดินตามขันที ที่มีชื่อว่าเจากงกงไป อย่างไม่มีทางเลือก

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น