ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

EP 01 เงื่อนไขของไดสึเกะะ Loading…50%

ชื่อตอน : EP 01 เงื่อนไขของไดสึเกะะ Loading…50%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ก.พ. 2562 17:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP 01 เงื่อนไขของไดสึเกะะ Loading…50%
แบบอักษร

image

EP 01

เงื่อนไขของไดสึเกะ​ Loading…50%

“งั้นเหรอ คงต้องพิสูจน์ให้ดูสินะ เธอถึงจะเข้าใจว่าฉันหรือเธอกันแน่ที่กำลังเพ้อเจ้อ” ไดสึเกะพูดพลางกระตุกยิ้มเย้ยหยัน พูดจบเขาก็โน้มใบหน้าลงมาช่วงชิงริมฝีปากของฉันในทันที


ริมฝีปากหนาที่ทาบลงมาสนิทบดขยี้ริมฝีปากของฉันจนรู้สึกแสบร้อนไปหมด แต่ยิ่งดิ้นฉันก็ยิ่งเป็นฝ่ายเหนื่อยซะเอง มิหนำซ้ำก็ยิ่งรู้สึกเหมือนใกล้จะขาดอากาศหายใจอยู่รอมร่อ


ฮึก!


เสียงลมหายใจถี่กระชั้นดังจนน่ากลัวเมื่อไดสึเกะละริมฝีปากออก แต่ฉันยังไม่ทันจะได้ตั้งสติ เขาก็บีบแก้มฉันแรงๆ ก่อนจะทาบริมฝีปากลงมาอีกครั้ง


ไดสึเกะตั้งใจจะบีบปากฉันเพื่อให้ฉันเปิดปากรอรับปลายลิ้นของเขาที่ตั้งใจจะแทรกเข้ามา วินาทีที่รู้สึกได้ว่าปลายลิ้นสากของเขากำลังกวาดต้อนอยู่ในโพรงปากของฉันมันทำให้ฉันดิ้นพล่าน หยดน้ำตาไหลออกมาอย่างห้ามไม่ได้และไม่มีความสามารถพอที่จะปาดมันออกได้ด้วยตัวเองตราบใดที่ข้อมือของฉันยังคงถูกพันธนาการเอาไว้


“เหอะ” ไดสึเกะทิ้งลมหายใจหนักๆ ใส่หน้าของฉันเมื่อเขาละริมฝีปากออก หากแต่ยังไม่ยอมผละตัวออกไป สายตาที่จ้องมองฉันมีแต่ประกายความเย้ยหยันดูถูกจนฉันนึกเกลียดตัวเองอยู่ลึกๆ


“นี่แค่เริ่มต้นนามิ เธอรู้ดีว่าฉันทำได้มากกว่านี้ และทำแน่!” ไดสึเกะตะคอกเสียงดังเหมือนตั้งใจจะทำให้ฉันสะดุ้งตกใจ สายตาที่เขามองมาดุดันจนยากจะปฏิเสธว่ามันทำให้ฉันเริ่มรู้สึกกลัวใจเขาขึ้นมาทีละนิดๆ


“จำเอาไว้ว่าทุกอย่างที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี้ เธอเป็นคนเลือกเอง” ไดสึเกะทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ เขาพูดพลางยกนิ้วโป้งขึ้นมาเกลี่ยกลีบปากของฉันเบาๆ ซึ่งถึงแม้ว่าฉันจะพยายามหันหน้าหนีเขาเท่าไหร่แต่สุดท้ายแล้วก็ถูกฝ่ามือหนารั้งใบหน้าของฉันให้หันกลับมาสบตากับเขาได้อยู่ดี


อาการแสบร้อนปากทำให้ฉันต้องเม้มริมฝีปากแน่นอยู่ตลอดเวลาจนมันสั่น อยากจะยกมือขึ้นมาถูแรงๆ ด้วยซ้ำ ติดตรงที่ทำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง


ฟึ่บ!


หลังจากที่ไดสึเกะเย้ยหยันฉันจนพอใจ เขาก็เดินกลับไปทิ้งตัวนั่งลงที่โซฟา แต่สายตากลับยังจ้องมองฉันราวกับกลัวว่าฉันจะคลาดสายตา


ฉันสะบัดหน้าหันหนีสายตาคู่นั้นออกมาอีกทางเพราะไม่ต้องการจะเห็นหน้าเขา แต่โชคร้ายที่ด้านหลังห้องดันเป็นกระจก ดังนั้นต่อให้ไม่ฉันจะเห็นหน้าเขาตรงๆ ก็ต้องเห็นเงาของเขาสะท้อนอยู่บนกระจกบ้านั่นอยู่ดี


“นับจากวินาทีนี้ไป ไม่ว่าเธอจะหลับตาหรือว่าลืมตา อย่าคิดว่าจะรอดจากสายตาของฉัน” เขาพูดทั้งที่ยังไม่ละสายตาไปจากเงาสะท้อนของฉันเลยแม้แต่เสี้ยววินาที เราทั้งคู่ต่างก็ยังคงจ้องมองกันและกันผ่านเงาสะท้อนของเราอยู่อย่างนั้นสักพักจนกระทั่งฉันพ่ายแพ้


ฟึ่บ!


สุดท้ายฉันก็เลยต้องหันหน้ากลับมามองเพดาน ก่อนจะปิดเปลือกตาลงเพราะไม่ต้องการจะมองเห็นภาพใดๆ อีกต่อไป


ความเงียบทำให้ฉันได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเองชัดขึ้นทุกขณะ รวมไปถึงรู้สึกได้ว่าหยดน้ำตากำลังไหลออกมาช้าๆ ในหัวใจของฉันมีแต่ภาพของพี่โยชิดะเต็มไปหมด ฉันคิดถึงเขาเหลือเกิน คิดถึงพี่ชายที่คอยปกป้องฉันมาตลอด ซึ่งต่อไปนี้คงไม่มีอีกแล้ว


ก๊อกๆๆ


เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นไม่ได้ทำให้ฉันตกใจหรือแม้แต่สนใจจะลืมตาตื่น จนกระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามาใกล้เตียง ตามมาด้วยเสียงถาดอาหารที่วางลงบนโต๊ะด้านข้าง


อาหารโรงพยาบาลก็มาเวลานี้ทุกวันนั่นแหละ


“เอาออกไป” ฉันพูดโดยไม่ลืมตาขึ้นมองหน้าพยาบาลที่ยกถาดอาหารเข้ามาด้วยซ้ำ


“แต่คุณนามิไม่ได้ทานอะไรมาสามวันแล้วนะคะ”


“ไม่หิว เอาออกไป”


“เอาวางไว้ตรงนั้น หมดหน้าที่แล้วก็ออกไปได้” ไดสึเกะพูดแทรกอย่างตั้งใจ ฉันรู้ว่าเขาตั้งใจจะทำทุกอย่างเพื่อกดดันฉัน

หลังจากคำสั่งของไดสึเกะ ฉันก็ได้ยินเสียงพยาบาลคนนั้นเดินออกไปก่อนที่เธอจะปิดประตูห้องลงเบาๆ


...เหมือนทุกวัน...


ฉันยังคงนอนนิ่งไม่ขยับ นี่เข้าวันที่สี่แล้วที่ฉันช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เพราะสองมือและสองเท้าถูกมัดเอาไว้ ทางเลือกของฉันในเวลาที่ฉันหิวคือการให้พยาบาลที่ยกถาดอาหารเข้ามาให้เป็นคนป้อน เพราะโอยามะอนุญาตให้แก้มัดฉันเฉพาะเวลาที่จะไปเข้าห้องน้ำเท่านั้น และนั่นต้องมีคนของเขาเฝ้าอยู่ในห้องด้วย


คิดแล้วก็แอบนึกขำเหมือนกันที่เขากลัวแม้กระทั่งผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างฉัน ส่วนฉันก็กลัวอดตายจะแย่ เพราะตั้งแต่วันแรกที่ตื่นขึ้นมาบนเตียงของโรงพยาบาลจนกระทั่งถึงวันนี้ ฉันก็ยังไม่เคยร้องขอให้พยาบาลหน้าไหนมาป้อนอาหารสักคำ


บ้าฉิบ!


“ฉันรู้ว่าเธอชอบอวดเก่ง แต่มันผิดเวลาไปหน่อย ลืมตาแล้วหันมานามิ” ไดสึเกะลุกขึ้นแล้วเดินเข้ามาข้างเตียงอีกครั้ง เสียงฝีเท้าของเขาทำให้ฉันลืมตาขึ้นแล้วรีบหันไปมอง ถึงได้เห็นว่าเขาเพิ่งจะเปิดฝาถ้วยซุปนั่นออก และกำลังใช้ช้อนเขี่ยมันวนไปวนมาในถ้วย


“มีสองทางเลือก จะให้พยาบาลเข้ามาป้อน หรือให้ฉันกรอกปาก” ไดสึเกะถามพลางเคาะช้อนลงที่ขอบถ้วยซุปเบาๆ


“ไม่กิน”


“ไม่มีในตัวเลือก”


“ฉันบอกว่าไม่...อื้อ แค่กๆๆๆ” ฉันถึงกับสำลัก เมื่อไดสึเกะพยายามจะกรอกซุปสาหร่ายผ่านช้อนใส่ปากฉัน เขาบีบปากฉันเอาไว้ก่อนจะจ่อซุปร้อนๆ ที่เขาไม่แม้แต่จะเป่ามันก่อนที่จะกรอกใส่ปากฉันด้วยซ้ำ


“ถ้าจะให้กรอกปาก ก็อ้าปากดีๆ แต่ถ้าเรื่องมากฉันจะเอาช้อนงัด”


“พยาบาล” ฉันบอกสั้นๆ เมื่อไดสึเกะตักซุปใส่ช้อนขึ้นมาขู่อีกรอบ กับการกระทำที่เขากำลังทำ ฉันว่าคำว่าเลวมันยังน้อยไปด้วยซ้ำ


“เหอะ!” ไดสึเกะแค่นหัวเราะในลำคอก่อนที่เขาจะวางช้อนกลับลงในถ้วยซุปตามเดิมแล้วเอื้อมมือไปกดอินเตอร์คอมที่หัวเตียงเพื่อเรียกพยาบาล


“คนไข้ห้อง 1212 หิวจะตายแล้ว”


คำก็ตาย สองคำก็ตาย ถ้าฉันตายไปสักคนเขาคงมีความสุขมากสินะ ถ้าอย่างนั้นทำไมวันนั้นเขาไม่ฆ่าฉันล่ะ เดาว่าถ้าย้อนเวลากลับไปได้เขาคงทำ และฉันเองก็คิดว่าฉันก็คงไม่อยากอยู่จนถึงวันนี้เหมือนกัน


ก๊อกๆๆ


แล้วพยาบาลก็เคาะประตูห้องก่อนจะเปิดเข้ามา ใบหน้าที่แต่งแต้มสีสันด้วยเครื่องสำอางเจื่อนลงนิดหน่อยเมื่อถูกคนข้างเตียงถอนหายใจใส่


“จะเข้าห้องน้ำค่ะ ไม่ได้หิว”


“เอ่อ...”


“กินให้หมดแล้วค่อยไป”


“ค่ะๆ”


“ปวดฉี่ หรือจะให้ฉันฉี่บนเตียงเลย”


“คือว่า...”


“ให้ฉี่บนเตียงไปนั่นแหละ ถ้าไม่กินก็ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น”


“แต่ว่า...” พยาบาลที่ยืนอยู่ข้างเตียงมองหน้าฉันกับไดสึเกะสลับกันไปมาเมื่อฉันกับเขายังคงต่างคนต่างพูดโดยไม่สนใจฟังคำพูดของอีกฝ่าย และเมื่อมันมีปัญหามากนัก ฉันจะฉี่บนเตียงจริงๆ คอยดู!


“บนเตียงก็บนเตียง”


“อย่าค่ะๆ เดี๋ยวดิฉันพาไปเข้าห้องน้ำนะคะ” พยาบาลรีบร้องบอกเมื่อฉันยืนยันว่าจะฉี่บนเตียงจริงๆ นั่นทำให้ฉันถึงกับต้องถอนหายใจแรง


“คิดว่ายัยนั่นจะกล้าฉี่บนเตียงจริงๆ รึไง”


“จะลองดูก็ได้” ฉันหันไปพูดกับพยาบาล ซึ่งเธอคงไม่กล้าปล่อยให้ฉันทำแบบนั้นจริงๆ หรอก ไม่อย่างนั้นคนเดือดร้อนคงไม่ได้มีแค่ฉัน


“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวดิฉันพาไปได้ค่ะ คุณโอยามะอนุญาตให้คุณนามิเข้าห้องน้ำได้นะคะ” พยาบาลรีบบอก ซึ่งถึงแม้ว่าน้ำเสียงของเธอจะสั่นเพราะเกรงไดสึเกะอยู่ไม่น้อย แต่ถ้าตีความหมายจากคำพูดที่เธอเพิ่งจะพูดออกมา คนที่เธอกลัวและเชื่อฟังที่สุดดูเหมือนจะไม่ใช่คนที่ยืนหน้าตึงอยู่ตอนนี้ เหอะ!


บ้าชะมัด ข้อมือฉันแดงไปหมดเลย

ความคิดเห็น