ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

EP 01 เงื่อนไขของไดสึเกะ Loading…25%

ชื่อตอน : EP 01 เงื่อนไขของไดสึเกะ Loading…25%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ก.พ. 2562 18:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP 01 เงื่อนไขของไดสึเกะ Loading…25%
แบบอักษร

image

EP 01

เงื่อนไขของไดสึเกะ Loading…25%

ปัง!


“กรี๊ดดด” ฉันกรีดร้องสุดเสียงเมื่อเห็นกับตาว่าพี่โยชิดะลั่นไกปืนที่เขายกมันขึ้นจ่อที่ขมับของตัวเอง


สองตาเบิกโพลงขึ้นในฉับพลัน หัวใจเต้นถี่ยิบในขณะที่เสียงหอบหายใจถี่ดังก้องไปทั่วทั้งห้อง เม็ดเหงื่อผุดซึมขึ้นมาเต็มใบหน้า สองมือที่ยังคงถูกมัดติดกับเตียงกำหมัดแน่นตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ตัว ตอนนี้มันชื้นไปด้วยเหงื่อจนรู้สึกเหนียวเหนอะหนะไปทั้งฝ่ามือ


นี่ถ้าไม่ติดตรงที่สองมือสองเท้าของฉันยังคงถูกมัดติดกับเตียงเอาไว้ ฉันอาจจะสะดุ้งและดิ้นจนตกเตียงไปแล้วก็ได้ ภาพทั้งหมดที่ฉันเห็นรวมถึงเสียงปืนนัดนั้น มันดังก้องชัดออกมาจากในความฝัน!


ใช่ ฉันฝัน ทุกครั้งที่หลับตา ฉันมักจะฝันเห็นเรื่องราวเหล่านั้นซ้ำๆ จนต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะอาการตกใจและหวาดผวาแบบนี้เสมอ เป็นแบบนี้นับตั้งแต่วันที่พี่โยชิดะตัดสินใจจะฆ่าตัวตาย...ต่อหน้าฉัน


“ฝันร้ายเหรอ”


คำถามที่ได้ยินทำให้ฉันสะดุ้งอีกครั้งด้วยความตกใจก่อนจะต้องรีบหันไปมองยังที่มาของเสียง ไม่คิดว่าจะมีคนอื่นอยู่ในห้องนี้มาก่อนในเมื่อก่อนจะหลับไปมีแค่ฉันอยู่เพียงคนเดียว แต่แล้วเมื่อได้เห็นใบหน้าที่คุ้นตาของเจ้าของเสียง ฉันก็ถึงกับต้องกัดฟันกรอด


“ตกใจกับความฝันหรือตกใจที่เห็นฉันมากกว่ากันล่ะ”


“ออกไป” ฉันไล่อย่างไม่คิดจะแยแสใบหน้าคมเข้มของไดสึเกะเลยสักนิด และไม่ได้สนใจด้วยว่าเขาจะยิ่งใหญ่มาจากไหน ไม่อยากรู้ว่าเขามาอยู่ในห้องพักของฉันได้ยังไงหรือจะมาทำไม เพราะสิ่งเดียวที่ฉันรู้และต้องการคือไม่อยากจะเห็นหน้าเขา


“เหอะ! คิดว่าตัวเองเป็นใครถึงได้มาไล่ฉัน นางพญาเหรอ ท่าทางจะไม่ได้ส่องกระจกมาหลายวันสินะ” ไดสึเกะพูดพลางลุกขึ้นยืนแล้วสืบเท้าตรงเข้ามาหาฉันที่เตียง


“ฉันบอกให้นาย...อื้อออ”


ริมฝีปากของฉันเบี้ยวจนผิดรูปเมื่อไดสึเกะคว้าหมับเข้าที่ข้างแก้มแล้วบีบเอาไว้แน่น รู้สึกปวดจนอยากจะผลักเขาออกไป แต่กลับทำได้แค่ดิ้นไปมาอยู่บนเตียง


“คิดว่าฉันอยากจะมาที่นี่มากนักรึยังไง” ไดสึเกะเค้นเสียงถาม ก่อนที่เขาจะสะบัดใบหน้าของฉันออกแรงๆ เหมือนที่ทำเมื่อวาน ใบหน้าด้านซ้ายของฉันหันกลับมากระแทกเข้ากับหมอนหนุนอีกข้าง มันไม่ได้เจ็บที่ใบหน้า แต่กำลังเจ็บที่ใจ เพราะไม่ว่าฉันจะโกรธเกลียดเขาเท่าไหร่ แต่กลับทำอะไรไม่ได้เลยสักอย่างเดียว


“ก็แล้วมาทำไม ไสหัวนายกลับไปซะไดสึเกะ ฉันไม่มีทางแต่งงานกับนาย จำเอาไว้” ฉันพูดพลางหันกลับมาจ้องมองคนข้างเตียงด้วยสองตาที่ไม่คิดจะยอมแพ้


“แล้วคิดเหรอว่าถ้าฉันมีทางเลือกอื่น ฉันจะยอมแต่งงานกับเธอน่ะ” ไดสึเกะย้อนถาม คำถามของเขาทำให้ฉันเผลอกำมือแน่นจนปลายเล็บจิกลงไปบนอุ้งมือ


“ไหนๆ เราทั้งคู่ก็มีทางเลือกไม่มากอยู่แล้วนามิ ทางที่ดีฉันว่าเรามาทำข้อตกลงกันก่อนจะดีกว่า เลิกคิดว่าตัวเองเป็นเสือทั้งที่เป็นแค่ลูกแมวสักที” ไดสึเกะยื่นข้อเสนอ และฉันเดาว่านั่นคือสาเหตุที่เขามาที่นี่ในวันนี้


“ฉันไม่มีอะไรจะตกลงกับนายทั้งนั้น” ฉันบอกอย่างมั่นใจ พูดจบก็เห็นได้ชัดว่าสายตาของไดสึเกะวาวโรจน์ขึ้นมา แต่ในขณะเดียวกันมุมปากของเขากลับยกยิ้มเหมือนจะมีอะไรที่ทำให้เขามั่นใจว่าเขากำลังถือไพ่เหนือกว่าฉัน


“ถ้างั้นก็แปลว่าเธอจะยอมเป็นเมียฉันจริงๆ งั้นสิ” น้ำเสียงของไดสึเกะติดจะเย้ยหยันฉันอยู่กลายๆ เขาสบตาฉันนิ่งๆ ก่อนจะเริ่มใช้สายตาคู่นั้นมองต่ำลงไปเรื่อยๆ ก่อนจะมองย้อนกลับขึ้นมาสบตากับฉันอีกครั้งแล้วเดินเข้ามาใกล้


“อย่าเข้ามานะ”


“จริงๆ ฉันว่าลีลาเธอก็ไม่เลวหรอกนะ ติดตรงที่...ฉันเบื่อแล้ว”


“นายจะเอายังไงก็ว่ามา”


จนแล้วจนรอดฉันก็ต้องถามออกไปก่อนที่ไดสึเกะจะทำในสิ่งที่ฉันคิดว่าคนเลวอย่างเขาสามารถทำได้ เพราะต่อให้เขาจะพูดว่าเกลียดฉัน แต่ถ้าการพูดว่ารักฉันมันจะทำให้เขาได้ทุกอย่างที่ต้องการคนอย่างเขาก็จะทำ


ไดสึเกะแค่นหัวเราะในลำคอก่อนจะผละตัวออกไป รอยยิ้มมุมปากของเขาทำให้ฉันต้องพยายามนับหนึ่งถึงสิบในใจอยู่หลายครั้ง รู้สึกปวดหัวตุบๆ เหมือนมีก้อนอะไรสักอย่างกระดอนอยู่ข้างใน


ฉันรู้ว่าเขาเองก็คงไม่ได้อยากแต่งงานกับฉันมากพอๆ กับที่ฉันไม่อยากแต่งงานกับเขานั่นแหละ ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่โผล่มายื่นข้อเสนอให้ฉันถึงที่แบบนี้ แต่ที่เขายอมมันก็เพราะคำว่าผลประโยชน์ เพราะหากโอยามะเอาเรื่องเขาขึ้นมา หรือแม้แต่โอซึนซึเกะที่เป็นลุงแท้ๆ ของเขารู้เรื่องที่เขาก่อขึ้นมาแล้วละก็ เขาอาจถูกเขี่ยออกจากแบล็กสกอร์เปี้ยนไปเลยก็ได้ ซึ่งนั่นเท่ากับเขาจะสูญเสียทุกอย่าง ทั้งความยิ่งใหญ่ อำนาจ รวมไปถึงเงินปันผลจำนวนมหาศาล


“ยอมแต่งงานกับฉัน...แต่โดยดี”


“เหอะ” ฉันแค่นหัวเราะออกมาด้วยความประหลาดใจ ไม่แน่ใจว่าฉันกำลังหูฝาดไปรึเปล่าด้วยซ้ำ


ไหนล่ะข้อเสนอ สิ่งที่เขาพูดมา มันต่างจากที่โอยามะพูดตรงไหนกัน หรือมันจะต่างกันตรงท้ายประโยค เพราะคำว่าแต่โดยดีที่เขาพูดออกมา เหมือนจะรู้ดีอยู่แล้วว่าฉันคงไม่ยอมง่ายๆ และนั่นอาจทำให้เขาต้องวุ่นวาย


“แล้วฉันจะหย่าให้ทีหลัง โดยมีข้อแม้ว่าต้องรอให้เรื่องทุกอย่างซาลงก่อน”


ยิ่งได้ฟังสิ่งที่ไดสึเกะพูด ฉันก็ยิ่งต้องบอกตัวเองให้อดทนมากขึ้นทุกทีๆ


“ถ้าเธอยอมตกลง มีโอกาสเมื่อไหร่ ฉันจะคืนอิสรภาพให้เธอรวมถึงคนของเธอทันที ซึ่งเธอเองก็รู้อยู่แล้วว่าฉันต้องรีบทำเรื่องนั้นแน่” ไดสึเกะย้ำด้วยสายตาและท่าทางจริงจัง มันบ่งบอกว่าเขาเองก็จะพยายามทำทุกทางเพื่อให้ตัวเองเป็นอิสระจากฉัน รวมถึงจากเงื่อนไขของโอยามะโดยเร็วอย่างที่พูด


“แต่ถ้าไม่ ก็แปลว่าเธอยินยอมยกอิสรภาพของเธอให้ฉัน...ตลอดชีวิต”


สายตาคมปลาบจ้องมองมาที่ฉัน แววตาร้ายกาจอย่างนั้นสะท้อนความคิดชั่วร้ายที่บ่งบอกถึงความเป็นไดสึเกะออกมาได้เป็นอย่างดี เพราะสุดท้ายแล้วไม่ว่าฉันจะตกลงหรือไม่ตกลง สิ่งที่เขาจะได้และต้องการมันก็แค่ผลประโยชน์ของตัวเอง!


“ตราบใดที่นายยังเป็นแค่ลูกไล่ของโอยามะ ฉันก็ไม่เห็นว่าข้อเสนอของนายมันจะเข้าท่าตรงไหน” ฉันแค่นยิ้ม ทำเอารอยยิ้มร้ายกาจบนใบหน้าของไดสึเกะหายวับในฉับพลัน ดวงตาที่วาวโรจน์อยู่แล้ววาววับขึ้นมาอีกหลายเท่าตัว


“บอกตามตรงนะไดสึเกะ...ฉันไม่เคยเกลียดใครเท่านายเลย แต่รู้อะไรมั้ย” ฉันแสร้งเหยียดยิ้มแล้วมองผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างเตียงตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้าเหมือนกับที่เขามองฉันเมื่อครู่ ต่างกันตรงที่ฉันแสดงออกชัดเจนผ่านสายตาว่าฉันรังเกียจเขา ฉันเสแสร้งแบบเขาไม่เก่งหรอก และไม่คิดว่าจำเป็นต้องทำด้วย


“ถ้าการแต่งงานของเรามันจะทำให้ฉันได้เห็นนายตายทั้งเป็น ฉันว่ามันก็เข้าท่าดี…อื้อออ”


ริมฝีปากของฉันบิดเบี้ยวอีกครั้งเมื่อถูกไดสึเกะบีบเข้าเต็มแรง แต่ความคิดที่จะอ้อนวอนขอให้คนสารเลวอย่างเขาเห็นใจ ไม่เคยมีอยู่ในความคิดของฉันแม้เพียงเสี้ยววินาที


“ถ้าเธอเลือกแบบนั้นก็ตามใจ ฉันจะถือว่าฉันให้โอกาสเธอแล้ว และคนอย่างฉันไม่ให้โอกาสใครเป็นครั้งที่สอง”


“โอ๊ย!”


“ฉันหวังว่าเธอจะทำหน้าที่เมียให้ดีก็แล้วกันนามิ”


“นายอย่าเพ้อเจ้อไปหน่อยเลย และฉันจะพูดเป็นครั้งสุดท้าย ช่วยจำใส่หัวของนายเอาไว้เลยนะไดสึเกะว่าฉันจะไม่มีวันแต่งงานกับนาย!” ฉันประกาศกร้าว เมื่อครู่นี้ฉันแค่พูดออกไปเพราะต้องการจะยั่วโมโหเขาเท่านั้นเอง ซึ่งมันก็พิสูจน์แล้วว่าตัวเขาเองก็น่าจะเป็นเดือดเป็นร้อนกับการแต่งงานบ้าบอนี่อยู่เหมือนกัน


“งั้นเหรอ คงต้องพิสูจน์ให้ดูสินะ เธอถึงจะเข้าใจว่าฉันหรือเธอกันแน่ที่กำลังเพ้อเจ้อ” ไดสึเกะพูดพลางกระตุกยิ้มเย้ยหยัน พูดจบเขาก็โน้มใบหน้าลงมาช่วงชิงริมฝีปากของฉันในทันที


ริมฝีปากหนาที่ทาบลงมาสนิทบดขยี้ริมฝีปากของฉันจนรู้สึกแสบร้อนไปหมด แต่ยิ่งดิ้นฉันก็ยิ่งเป็นฝ่ายเหนื่อยซะเอง มิหนำซ้ำก็ยิ่งรู้สึกเหมือนใกล้จะขาดอากาศหายใจอยู่รอมร่อ


ฮึก!


เสียงลมหายใจถี่กระชั้นดังจนน่ากลัวเมื่อไดสึเกะละริมฝีปากออก แต่ฉันยังไม่ทันจะได้ตั้งสติ เขาก็บีบแก้มฉันแรงๆ ก่อนจะทาบริมฝีปากลงมาอีกครั้ง


ไดสึเกะตั้งใจจะบีบปากฉันเพื่อให้ฉันเปิดปากรอรับปลายลิ้นของเขาที่ตั้งใจจะแทรกเข้ามา วินาทีที่รู้สึกได้ว่าปลายลิ้นสากของเขากำลังกวาดต้อนอยู่ในโพรงปากของฉันมันทำให้ฉันดิ้นพล่าน หยดน้ำตาไหลออกมาอย่างห้ามไม่ได้และไม่มีความสามารถพอที่จะปาดมันออกได้ด้วยตัวเองตราบใดที่ข้อมือของฉันยังคงถูกพันธนาการเอาไว้


“เหอะ” ไดสึเกะทิ้งลมหายใจหนักๆ ใส่หน้าของฉันเมื่อเขาละริมฝีปากออก หากแต่ยังไม่ยอมผละตัวออกไป สายตาที่จ้องมองฉันมีแต่ประกายความเย้ยหยันดูถูกจนฉันนึกเกลียดตัวเองอยู่ลึกๆ


“นี่แค่เริ่มต้นนามิเธอรู้ดีว่าฉันทำได้มากกว่านี้ และทำแน่!้”

ความคิดเห็น