ลมหนาว l เคียงจันทร์ l ัYoshisuki

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ดวงใจอีกดวง 100%

ชื่อตอน : ดวงใจอีกดวง 100%

คำค้น : วิวาห์ / เเค้น / ร้าย /รัก / โหด / ทรมาน / ดราม่า

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 30k

ความคิดเห็น : 23

ปรับปรุงล่าสุด : 14 เม.ย. 2562 16:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ดวงใจอีกดวง 100%
แบบอักษร

“เขม...”

“เชิญคุณออกไปเถอะ” เธอไม่ได้ไล่เขา แต่เธอเพียงแค่บอกให้เขาออกไปจากห้องนี้ก็เท่านั้น...

 อัศวินเองก็รู้ดีว่าหญิงสาวนั้นคงอยากจะพักผ่อนจริงๆ เขาถึงไม่เอ่ยสิ่งใดต่อ เดินจากไปอย่างง่ายดาย ความเย็นชาที่เธอกำลังส่งมาให้เขาในยามนี้มันแทบจะทำให้หัวใจของเขาดวงนี้เจ็บร้าวเหลือเกิน เขารู้ดีว่ามันก็สมควรแล้วที่เธอจะทำเช่นนี้...เขาจะไม่ว่าหรือโกรธเคืองเธอเพราะทุกสิ่งมันก็สมควรแล้ว

 ในเช้าวันใหม่มันก็ยังคงจะเป็นเหมือนเดิมไม่ได้อะไรพิเศษสำหรับเขมมิกาเลยแม้แต่น้อย เธอสาวเท้าลงไปด้านล่างตามปกติเฉกเช่นทุกวันที่ผ่านมา แต่ทว่าพอในยามนี้มันกลับไม่เหมือนเดิม เมื่อเธอกำลังเห็นผู้ชายคนหนึ่งใส่ผ้ากันเปื้อนเดินวกวุ่นอยู่ระหว่างห้องครัวและห้องอาหาร

 “ตื่นแล้วหรอ มาทานอาหารเช้าก่อนสิ” อัศวินที่อยู่ในชุดผ้ากันเปื้อนเห็นร่างของภรรยาตนเดินลงมาก็รีบเดินเข้ามาใกล้ทันที พร้อมทั้งยังเอ่ยปากให้หญิงสาวนั้นทานอาหารเช้าเสีย

 “.......” เธอไม่พูดแต่ก็เดินไปยังห้องอาหาร

 อัศวินเห็นว่าเขมมิกาเดินเข้ามาแล้วเขาก็รีบตรงเข้าไปเลื่อนเก้าอี้ให้สาวเจ้าทันที ใบหน้าของอัศวินนั้นมันยิ้มออกมาราวกับว่าเขากำลังมีความสุข ใช่! เขากำลังมีความสุขที่ได้ทำอะไรๆให้หญิงสาวตรงหน้าคนนี้บ้าง

 “ทานเยอะๆนะ” ตักข้าวต้มหมูร้อนๆเสิร์ฟใส่จานเสร็จก็เอ่ยบอกเขมมิกาที่นั่งนิ่งอยู่

 เขาเองก็นั่งลงตามทีหลังจากนั้นแล้วทั้งสองก็ลงมือทานอาหาร้าร่วมกันโดยที่ไม่มีใครนั้นปริปากพูดอะไรสักคำ จนมันทำให้อัศวินเองก็รู้สึกอึดอัดใจ ก่อนจะเป็นคนโผ่คำถามถามหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างกัน

 “อยากไปไหนมั้ย”

 “อยากไปหาคุณแม่ค่ะ” เสียงเรียบๆที่ตอบกลับเขาไป เธอไม่ลังเลเลยที่จะตอบคำถามนี้ของอัศวิน

 “ไปสิ เดี๋ยวฉันพาไป”

 “ขอบคุณค่ะ”

 จากนั้นไม่นานอัศวินก็พาเขมมิกาไปหามารดาองหญิงสาวในบ้านอีกหลังหนึ่ง ระหว่างทางที่มาไม่มีใครจะปริปากพูดอะไรเช่นเดิม จะมีก้เพียงแค่เสียงลมหายใจและเครื่องปรับอากาศภายในรถเท่านั้นที่ได้ยิน

 “มะ...แม่ค่ะ” เมื่อย่างก้าวเท้าเดินเข้าสู่บ้านก็พบว่ามารดาของเธอนั้นกำลังก้มๆเงยๆอยู่ในสวน เสียงเรียกของเธอนั้นแทบอยากจะเขาไปกอดให้หายคิดถึงนัก มันคิดถึงมาก คิดถึงมาตลอด...อัศวินที่ได้แต่เดินตามมาข้างหลังก็ทำได้เพียงแค่ยืนอยู่เงียบๆ

 “คุณแม่สวัสดีครับ”

 “สวัสดีจ๊ะ” วลีพรส่งยิ้มให้ลูกเขยที่ยืนอยู่ ก่อนจะหันไปหาบุตรสาว

 “เขม มาได้ไงลูก ทำไมไม่โทรมาบอกแม่ก่อนล่ะ ฮึ?”

 “ก็คิดถึงไงค่ะ เลยไม่บอก กะว่าจะมาเซอร์ไพรส์”

 “จ๊ะ เซอร์ไพรส์มากเลยล่ะ แล้วเป็นยังไงบ้าง”

 “สบายดีค่ะ” แม้ว่ามันจะเป็นคำโป้ปดแต่เธอก้อยากจะให้มารดานั้นได้สบายใจว่าเธออยู่ดีกินดี ร่างกายสมบูรณ์ครบถ้วน

 “แน่ใจหรือ เอ้านั่นพาคุณวินเขาเข้าบ้านเสียสิ เดี่ยวแม่ไปล้างมือสักแปบหนึ่งแล้วเดี๋ยวตามไป”

 “ค่ะ” จากนั้นเธอก็เดินนำไป โดยที่อัศวินก็เดินตามหลัง ทั้งสองมุ่งตางเข้าไปที่ห้องโถงที่มีไว้สำหรับนั่งเล่น ทั้งสองนั่งอยู่เคียงข้างกันแต่ทว่าทั้งเธอและเขาไม่ได้พูดอะไรกันเลยสักคำ เพียงแค่คำเดียวก็ไม่มีและคนที่รู้สึกอึดอัดที่สุดก็ไม่ใช่ใครนอกเสียจากอัศวิน

 “มะ...แม่ค่ะ เขมอยากคุยเรื่องนั้น” เมื่อเธอเห็นว่ามารดาเดินเข้ามาถึง เธอก็รีบโผ่ถามในสิ่งที่อยากรู้มาตลอด

 “เรื่องนั้น...”

 อัศวินที่ไม่รู้เรื่องก็ได้เพียงแค่คิดว่ามันคือเรื่องอะไรกันทำไมสีหน้าของทั้งสองคนนั้นดูไม่สู้ดีเอาเสียเลย

 “วินแม่วาลไปซื้อให้แม่หน่อยจะได้มั้ยจ๊ะ” เธอรู้ดีว่า บุตรสาวของตนนั้นอยากจะสนทนาเพียงแค่สองคนเท่านั้นจึงหาข้ออ้างให้อัศวินนั้นออกไปข้างนอกเสีย

 “ได้สิครับ” เขาตบปากรับคำอย่างเร็วไว

 บอกกันเสร็จสรรพว่าต้องการอะไร อัศวินก็มุ่งหน้าขับรถคู่ใจของตนเองออกไปจัดหาซื้อมาให้ทันที ในห้องโถงนั้นในยามนี้จึงเหลือเพียงแค่วลาพรและเขมมิกาเท่านั้น

 “เขมอยากรู้เรื่องมะ...แม่ค่ะ”

 “ฟังดีๆนะเขม”

 วลาพรเอ่ยพูดกับเขมมิกา อดีตที่เคยเป็นเพียงแค่เด็กน้อยตัวเล็กๆจากสถานสงเคราะห์ ใบหน้าของเด็กสาวตัวน้อยๆมันยังตราตรึงอยู่ แม้ว่าเวลาจะล่วงเลยมานานมากแล้ว แต่เธอยังคงจดจำวันแรกที่พบเจอหญิงสาวได้ ดวงตาที่แสนเศร้าโศกมันปรากฏเด่นชัดที่ดวงหน้าของหนูน้อยในยามนั้น เธอรู้สึกรักเด็กน้อยคนนั้นจนสุดหัวใจอย่างที่บอกไม่ถูก ความรู้สึกมันเกิดขึ้นมาอย่างที่ไม่อาจจะคาดคิดได้ 

สุดท้ายแล้วเธอจึงตัดสินใจรับเลี้ยงเด็กคนนั้นมาเป็นบุตรบุญธรรมของตนเองเสียเพราะเธอก็ไม่อาจที่จะมีบุตรได้ การตัดสินใจครั้งนั้นมันคือว่ามันคือการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุด เพราะในทุกวันนี้ เด็กสาวในวันนั้นโตขึ้นมาเป็นเขมมิกาในวันนี้ หญิงสาวรักและทดแทนบุญคุณของเธออย่างที่ควรเป็น... 

  “แม่บอกมาเถอะค่ะ”

 “ตอนนี้เขาอาศัยอยู่ที่มูลนิธิบ้านเพียงรัก แม่เป็นคนไปฝากให้เขาไปอยู่ที่นั้นเอง แม่ครูก็โทรมารายงานข่าวอยู่ตลอดนะ” วลาพรเอ่ยบอกบุตรสาว


 “จะ...จริงหรือค่ะ” เมื่อได้ยินข่าวเช่นนั้น เธอไม่อาจที่จะสะกดกั้นความรู้สึกที่มีอยู่ได้เลย เพราะมันทั้งดีใจจนเนื้อเต้นไปหมด ความพยายามที่เธอทำมาตลอดในยามนี้มันสำเร็จแล้ว


 “จริงจ๊ะ” เธอเองก็ดีใจที่ได้เห็นรอยยิ้มของเขมมิกา ที่ในช่วงนี้เธอแทบจะไม่ได้เห็นมันเลย...


 “เขมอยากจอแม่แล้วค่ะ” เธอไม่สามารถกลั้นรอยยิ้มไว้ได้จริงๆ


 “เขมขอบคุณแม่มากนะคะ ที่ดีกับเขมมาตลอด คอยอยู่เคียงข้างเขมในวันที่ไม่มีใคร เขมรักและคิดถึงแม่ตลอดเวลานะคะ”


 “จ๊ะ แม่ก็รักเขมมากๆนะ ถ้าวันนั้นเราไม่ได้เจอกัน ตอนนี้แม่ก็ไม่รู้ว่าเขมจะเป็นยังไงบ้าง แม่เองก็ขอบคุณที่เขมก้าวเข้ามาในชีวิตแม่นะลูก”


 วลาพรและเขมมิกาส่งยิ้มแห่งสายสัมพันธ์ถึงกัน ทั้งสองโอบกอดกันด้วยความรักทั้งหมดที่มี


 “แล้วพ่อล่ะคะ”


 “เข้าบริษัทนะจ๊ะ แล้วเขมช่วงนี้เป็นยังไงบ้างดูแลหลานแม่ดีมั้ย”


 คนเป็นยายพูดถึงหลานก็ใจเต้นรัว และคนที่บอกว่าเขมมิกานั้นกำลังตั้งครรภ์ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนนอกซะเสียจากอัศวิน ในตอนแรกเธอนั้นตกใจที่มารดาโทรมาถามไถ่ แล้วก็ได้รู้อยากแจ่มแจ้งว่าใครเป็นคนบอก


 “ดีสิค่ะ” เธอส่งยิ้มหวานให้กับมารดาที่นั่งอยู่ด้วยกัน ก่อนที่สีหน้าของเขมมิกานั้นจะเริ่มเปลี่ยนแปลงไปราวกับว่าเธอกำลังมีเร่องทุกข์ใจที่ต้องการจะบอก


 “มีอะไรหรือเปล่า ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะเขม แม่เจอแม่ของเขมแล้วนะ เครียดเรื่องอะไรมีอะไรที่อยากจะบอกแม่หรือเปล่า”


 “คะ...คือ”


 “บอกแม่มาเถอะ เราไม่ใช่คนไกลกันที่จะต้องมากังวลอะไร”


 “มะ...แม่ค่ะ คะ...คือเขม จะยะ...หย่า” เธอบอกในสิ่งที่เธอตัดสินใจดีที่สุดแล้ว แก่มารดาว่าเธอนั้นจะหย่ากับชายหนุ่มที่ขึ้นชื่อว่าสามี ไม่ใช่ว่าไม่รัก แต่เพราะเธอรักมาจนเกินไปต่างหาก มันถึงทำให้ทั้งร่างกายและหัวใจของเธอนั้นเจ็บมากถึงเพียงนี้ ในเมื่ออยู่ไปมันก็ไม่มีประโยชน์จะฉุดรั้งก็คงจะทำไม่ได้ ในเมื่อเธอเอื้อยเอ่ยเรื่องนี้บอกแก่เขาแล้ว ผู้ใหญ่อย่างมารดาของเธอก็ควรที่จะรับรู้ด้วยเช่นกัน


 “คิดดีแล้วหรือลูก” วลีพรเองก็ตกใจที่จู่ๆ บุตรสาวของตนนั้นพูดเรื่องนี้ออกมา หัวใจของคนเป็นแม่และยายมันก็เริ่มจะหนักอึ้งขึ้นมาทันที ถ้ามันจะเป็นเช่นนั้นแล้ว แล้วหลานของเธอเล่าจะเป็นเช่นไร เด็กน้อยยังไม่ทันที่จะได้ลืมตาดูโลกเสียด้วยซ้ำ ก็จะเป็นเด็กกำพร้าพ่อเสียแล้ว


 “ค่ะ เขมคิดดีที่สุดแล้ว จะอยู่ต่อกันไปมันก็จะมีแต่เจ็บปวด คุณวินเขาไม่ได้รักเขม” ในยามนี้เธอไม่รู้ว่าความรู้สึกที่เขามีต่อเธอมันเปลี่ยนแปลงบ้างหรือเปล่าแต่ว่าสิ่งที่เธอรับรู้ตั้งแต่แรกยามครั้งเมื่อเจอหน้ากันคือเขาไม่รักเธอ ไม่เคยรักเธอเลยสักนิด


 “แล้วหลานแม่ละเขม จะให้หลานแม่กำพร้าพ่อตั้งแต่ยังไม่ทันจะได้ลืมตาดูโลกเลยหรือ” วลีพรนึกห่วงหลานของตนเป็นที่สุด เธอไม่อยากที่จะให้หลานของตัวเองนั้นต้องเกิดมาโดยที่ไม่มีพ่อมาอุ้มชู


 “เขมสัญญาว่าจะดูแลเขาให้ดีที่สุดค่ะ จะไม่ให้เขาต้องรู้สึกแบบนั้น” นี่คือคำสัญญาของเธอ เธอสัญญาว่าจะเลี้ยงดูเด็กคนนี้ให้ดีที่สุด จะไม่ให้ใครมาว่าได้ว่าลูกของเธอนั้นไม่มีพ่อขาดความอบอุ่น

 “มันไม่เหมือนกัน แม่อยากจะให้เขมคิดดูดีๆนะ”

 “สิ่งนี้มันดีที่สุดแล้วค่ะ...”

 วลีพรรู้ว่าหญิงสาวตรงหน้านั้นเป็นคนเช่นไร ในเมื่อคิดที่จะกระทำการใดๆแล้ว เขมมิกานั้นจะทำให้มันสำเร็จ แล้วเธอก็คิดว่าเรื่องนี้มันก็คงจะเป็นเช่นนั้นเหมือนกัน ไม่ใช่ไม่รู้ว่าทั้งสองไม่ค่อยจะลงรอยกันนัก แต่ก็ยังคะยั้นคะยอให้ทั้งสองต้องแต่งงานกันเพราะธุรกิจ เรื่องนี้เธออดที่จะสงสารใครไม่ได้เลยทั้งเขมมิกาและอัศวินแต่ทว่ามันกลับไม่ใช่ความผิดของทั้งสองเลยสักนิด มันเป็นเพียงแค่ความต้องการของผู้ใหญ่เท่านั้น...ไม่เคยคิดเลยสักนิดว่าผลที่มันจะตามมามันจะเป็นอย่างไร

 “แม่รู้นะว่าเขมต้องการจะทำอะไรแล้วจะทำมันให้ได้แต่เรื่องนี้แม่อยากให้เราคิดดูดีๆ คิดถึงลูกที่กำลังจะเกิดมาบ้าง”

 “เรื่องที่เขมจะทำมันเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้วสำหรับเราทั้งสองคนค่ะ”

 “แม่คงห้ามความคิดเราไม่ได้ใช่มั้ย”

 เขมมิกามิได้โต้ตอบใดๆ เพียงแค่อยู่นิ่งๆ แค่การที่เธอนั่งนิ่งไม่ตอบมันก็ถือว่าคือคำพูดของนั้นไม่อาจจะมีสิ่งใดมาเปลี่ยนแปลงมันได้เลยสักนิด

 “เอาละ ยังไงอยู่กันไปมันก็ไม่มีความสุข แม่จะยอมรับในการตัดสินใจของเขม”

 “ขอบคุณแม่มากนะคะ” เธอรู้ดีว่ามารดานั้นก็หนักใจเรื่องนี้ แต่นี้มันคือทางเลือกที่ดีที่สุดแล้ว

 ซึ่งในขณะเดียวกัน ในขณะที่ทั้งสองแม่ลูกนั้นกำลังสนทนาเรื่องราวต่างๆ อัศวินที่กลับมาจากการจับจ่ายซื้อของตามคำกล่าวอ้างของแม่ยายก็เดินก้าวเข้ามาภายในบ้านทันที ใบหน้าหล่อที่ปรากฏอยู่ในยามนี้มันเริ่มจะแปรเปลี่ยนไปเมื่อบทสนทนาที่เขาได้ยินนั้นมันคือเรื่องที่เขาไม่ต้องการให้มันเป็นไปมากที่สุด เรื่องราวที่เขมมิกาเคยพูดขึ้นแล้วแต่เขาไม่อาจจะยอมรับมัน ในวันนี้สาวเจ้านำมันมาพูดอีกครั้ง...หากว่าเธอนั้นยังมีความคิดเช่นนั้นอยู่เขาก็คงที่ไม่อาจจะเปลี่ยนแปลงความคิดของเธอได้...

 และสุดท้ายสิ่งที่เขาทำได้คือการที่ตนเองนั้นต้องทำตัวให้เป็นปกติ เดินเหินเข้าไปภายในราวกับว่ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่ได้ยินในสิ่งที่ทั้งสองนั้นพร่ำพูดกัน หูตาอื้อตรึงไปซะเสียหมด แต่ก็ต้องทำเป็นว่ามันไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นเลยสักนิด

 “กลับมาแล้วหรือวิน”

 “ครับ” ใบหน้าที่ฝืนยิ้มปรากให้คนทั้งสองที่นั่งอยู่ได้มองเห็น ทั้งๆที่ในใจของเขานั้นมันแสนจะต่างกันนะ

 “ผมเอาของที่ซื้อมาไปไว้ในครัวแล้วนะครับ”

 “ขอบใจวินมากนะ”

 “ไม่เป็นไรครับ”

 “มาเถอะ เดี๋ยวแม่จะไปทำอะไรให้กินกัน มานั่งรอตรงนี้ก่อน”

 “เดี๋ยวเขมไปช่วยค่ะ”

 “ไม่ต้องหรอก นั่งอยู่นี่แหละเดี๋ยวแม่ทำเอง” เอ่ยปากห้ามลูกสาวเสร็จจากนั้นก็เดินมุ่งหน้าเข้าไปที่ครัวทันที

 พอไม่มีบุคคลที่สาม บทสนทนาที่เคยเกิดขึ้นก่อนในยามนี้มันเงียบกริบ แม้กระทั่งเพียงแค่เสียงลมหายใจก็ยังได้ยินกัน ทั้งเขมมิกาและอัศวินไม่มีใครเปิดปากคุยกันสักนิด ระยะห่างที่นั่งมันก็ห่างเป็นเมตรก็ว่าได้

 “เธอบอกเรื่องนั้นไปเรียบร้อยแล้วใช่มั้ย” เพราะความอึดอัดที่มันไม่อาจจะทานทนได้ ทำให้เขาเองที่ต้องเป็นฝ่ายเอ่ยปากพูดอกไป

 **“ค่ะ”** เขมมิกาพยักหน้ารับ

 “ฉันบอกเธอไปแล้วไม่ใช่หรือ”

 “มันคือการตัดสินใจของฉันที่คิดทบทวนทุกอย่างดีแล้ว” เธอหนักแน่น แม้ว่ามันจะเจ็บปวด

 “ฉันบอกไปแล้วไม่ใช่หรือว่าฉันไม่ยอม” เขาเองก็เริ่มจะกลัวใจของเขมมิกาเข้าแล้ว เพราะแววตาที่เธอส่งมาในยามนี้มันทั้งเย็นชาและวางเปล่าไร้ความรู้สึก ไร้ความคิดที่เขาจะหาคำตอบได้

 “คุณไม่ยอมแต่ฉันยินยอมที่จะเซ็นใบหย่า ต่อให้คุณจะพูดอะไรอีก ฉันก็ไม่มีทางที่จะหยุดเรื่องนี้มันเป็นคุณเองนะคุณวินที่บังคับให้ฉันต้องทำแบบนี้” *‘ทั้งๆที่ฉันไม่อยากจะทำมันเลยสักนิด’* ประโยคหลังนี้เธอไม่ได้เอ่ยออกไป ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมต้องทำเป็นเข้มแข้งเพราะสุดท้ายแล้วเธอก็อ่อนแอแพ้ให้เขาเสียทุกครั้งไป หยาดน้ำตาที่ไหลออกมาจนนับครั้งไม่ได้มันก็เพราะผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าเธอนี้ ทั้งๆที่รู้ว่าเจ็บปวดทรมานแทบจะขาดใจแต่ใจเจ้ากรรมมันก็ดันไปรักให้กับชายผู้นี้

 “ต่อให้ฉันรู้สึกผิดมากแค่ไหนเธอก็ไม่พร้อมจะให้อภัยฉันเลยหรือ...”

 “แล้วทุกครั้งที่คุณกระทำกับฉัน คุณเคยถามหาเหตุผลบ้างหรือเปล่า เอาเพียงแค่อารมณ์ของตนเองเป็นที่ตั้ง ต่อให้ฉันตายไปตรงหน้าคุณก็คงไม่รู้สึกอะไรขึ้นมาและทุกอย่างที่มันทำให้คุณเปลี่ยนไปมันไม่ใช่ความรักเลย มันคือสิ่งที่คุณคิดว่าคุณควรกระทำ ลูกคือคำตอบที่ชัดเจนสำหรับฉัน...ว่าอย่าให้เขาได้เจอพ่อของตัวเองเลย”

 “...!!!”

 “เขม...”

 “ฉันรู้ว่าฉันผิด ฉันรู้ว่าฉันมันเลว แต่ขอร้องเถอะนะ ขอร้อง”

 “พอเถอะค่ะ เราไม่ควรจะพูดเรื่องนี้กันอีกแล้ว ต่อให้คุณจะพูดหรือจะถามอีกสักร้อยสักพันครั้ง คำตอบที่ฉันให้ได้มันก็คือคำตอบเดิมเท่านั้น” แม้ภายนอกมันจะเย็นชาคล้ายว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ทว่าภายในในตอนนี้มันน้ำตาตกใน

 “......” เขาไม่รู้ว่าจะโต้ตอบกลับไปเช่นไรดี เพราะเขมมิกาในตอนนี้มันน่ากลัวนัก เขาไม่เคยพบเธอในลักษณะเช่นนี้ ลักษณะที่สายตาของสาวเจ้านั้นแน่วแน่เอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้ ตอนนี้เขากลัวเหลือเกิน...กลัวว่าทุกอย่างมันจะไม่มีวันหวนคืนกลับมาอีกครั้ง กลัวว่าครั้งนี้เขาจะต้องเสียคนที่รักไปอีกครา...เพราะทุกอย่างมันเริ่มจากเขาเองทั้งหมด มันเริ่มจากความแค้นที่มันสุ่มอก จนสุดท้ายมันก็กลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทิ่มแท่งเขาเอง

 อัศวินดึงร่างของเขมมิการั้งเข้ามาไว้ข้างในอ้อมกอดแน่น เขาไม่รู้ว่าอ้อมแขนนี้มันจะมีความหมายสำหรับผู้หญิงคนนี้มากแค่ไหน แต่ในยามนี้แล้ว เธอนั้นมีความหมายกับเขามาก มีค่ามากมายจนไม่อาจที่จะหาสิ่งใดมาเทียบแทน หากว่าย้อนเวลากลับไปได้ เขาก็จะยังให้มันยังคงเป็นเหมือนเดิมเพราะเรื่องราวทั้งหมดที่มันเกิดขึ้น หากว่ามันไม่มาจากความแค้นที่มี วันนี้เขาคงจะไม่รู้ว่า เขานั้นรักเขมมิกามากมายแค่ไหน...

 “อือ คุณวิน มันอึดอัด ปล่อย”

 “ไม่ ฉันอยากกอดกับเธอไปอีกนานๆนะ ฉันไม่รู้ว่าจะต้องขอร้องเธอมากมายแค่ไหนถึงทำให้ใจของเธอนั้นอ่อนลงได้ ฉันไม่รู้จริงๆ...” น้ำเสียงของเขาแสดงออกอย่างชัดเจนว่ารู้สึกอย่างไร มันทั้งเศร้าสร้อยและเหงาหงอย

 “ไม่รู้ก็ไม่ต้องทำค่ะ ทำแบบที่คุณเคยทำเถอะ ไม่ต้องมาสนใจ ใส่ใจอะไรกับฆาตกรอย่างฉัน ต่างคนต่างอยู่ ทำเหมือนที่เคยทำเสียเถอะ”

 “กลับมาเป็นเหมือนเดิมไม่ได้หรือ” ท่าทีที่ห่างเหินเช่นนี้มันทำให้เขาร้าวระทมไปเสียหมดทั้งกายและใจ

 “กลับไปให้คุณต้องทำร้ายฉันอีกน่ะหรือคะ”

 “มันไม่ใช่แบบนั้น”

 “แล้วมันจะเป็นแบบไหนได้ล่ะคะ ขอร้องอย่าทำร้ายกันต่อไปเลย เราพูดเรื่องนี้กันหลายรอบแล้วนะคุณวิน จบเสียทีเถอะค่ะ ฉันเหนื่อยแล้ว ฉันไม่สามารถจะสู้รบปรบมือกับคุณได้อีกแล้ว...”

 “แล้วถ้าฉันบอกว่าความรู้สึกที่มีทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้วล่ะเขม...มันเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ”

"คุณริน กลับไปเถอะค่ะ ฉันไม่อยากเห็นหน้าคุณ" ปานธิดาบอกกับคนที่ยืนอยู่ในบ้านของเธอ ที่เขานั้นถือวิสาสะเดินยุ่งย่ามเข้ามา โดยที่เธอไม่ได้อนุญาต ไม่ได้เอ่ยปากเชิญชวนสักนิด

"ไม่ ฉันไม่กลับ ต่อให้เธอจะไล่ฉันสักกี่พันครั้งฉันก็จะยังอยู่ตรงนี้" คติของเขาในยามนี้คือด้านได้อายอด ต่อให้ต้องได้ยินคำไล่ของปานธิดา นับร้อยครั้งเขาก็ยังจะคงยืนอยู่ตรงนี้ ยืนอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน

 "คุณจะมายุ่งกับฉันอีกทำไม จะเข้ามายุ่งกับชีวิตฉันทำไม ขอร้องล่ะ ปล่อยกันไปเถอะ กลับไปหาคนที่คุณรักเสีย"

"ฉันจะอยู่ตรงนี้ ฉันจะไม่ปล่อยเธอไป ฉันรู้ว่าฉันนั้นทำผิดมากมายเเค่ไหน สิ่งที่ฉันกำลังอยู่ในตอนนี้ก็เพื่อจะไถ่โทษต่อเธอ"

"ถ้าคุณมาเพื่อไถ่โทษก็กลับไปซะ คำขอโทษของคุณมันไม่คุณค่าพอที่ฉันจะต้องฟัง"

ปานธิดาเหลียวมองเขาด้วยหางตา เพราะเธอนั้นไม่อาจที่จะจ้องมองเขาได้อย่างเต็มตา ถ้อยคำที่เขาพูดออกมาว่าเพื่อไถ่โทษมันเเสนจะทิ่มเเทงเข้าไปในหัวใจของเธอ จนเธอนั้นเจ็บแปลบ

"ฉันสัญญาว่าจะช่วยเรื่องเเม่ของเธอให้ถึงที่สุดนะ"

"ฉันขอบคุณคุณที่อยากช่วยเหลือ แต่กลับเงินของคุณไว้เถอะค่ะ แม่ยังดูเเลฉันมาตลอดเวลาแล้วทำไมฉันจะดูแลท่านไม่ได้"

"เงินตั้งมากมาย เธอจะหามาจากไหนปานธิดา"

"ต่อให้ฉันต้องขายศักดิ์ศรีตัวเองเพื่อเเลกกับเงินที่จะเอามารักษาเเม่ ฉันก็พร้อมที่จะทำ" เธอพูดจริงทุกอย่าง ต่อให้เธอต้องทำเรื่องที่มันน่าอายเธอก็จะทน เพื่อคนที่รัก "เสียสติไปแล้วหรือ!!! ฉันไม่มีทางให้เธอทำแบบนั้นเด็ดขาด ถ้าจะขายก็ต้องขายให้ฉันเเค่คนเดียว คนเดียวเท่านั้น!!!"



มาเเล้วจ้าา

ไรท์เพิ่งจะทะเลาะกับ word เสร็จ

นางทำให้หัวร้อนมากมาย

ขอให้สนุกกันนะคะ


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น