น้ำมิ้ม

ในเมื่อความรักที่เขาเพียรรักษา ไม่มีค่าสำหรับใครเลย คงจะไม่แปลกอะไรถ้าวันนี้เขาจะเลือก "เงิน" ดูบ้าง ..นับจากนี้พัทธ์บอกตัวเอง เขาจะเป็นฝ่ายตีราคาดูบ้างว่าความรักมันควรจะตีเป็นเงินเท่าไร

ชื่อตอน : เพื่อนบ้าน-1

คำค้น : บ่วงพัทธ์ , จำเลยรัก , ตบจูบ , พัทธ์ , หนึ่งนาถ

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 38

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ก.พ. 2562 13:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เพื่อนบ้าน-1
แบบอักษร

“วันนี้หนูหนึ่งพอแค่นี้ก่อนก็ได้นะลูก นี่ก็เกือบห้าโมงเย็นแล้ว”

ชายชราเอ่ยขึ้นหลังจากที่วันนี้หนึ่งนาถเปลี่ยนจากเข็นรถตักขี้วัวมาเป็นจับจอบเพื่อผสมเศษฟางเศษหญ้าให้คลุกเคล้ากับขี้วัวที่เธอและลุงชุ่มผลัดกันไปขนมาเทและรดปุ๋ยน้ำจุลินทรีย์เพื่อหมักให้ส่วนผสมทุกอย่างเป็นเนื้อเดียวกัน ซึ่งแม้ว่าจะเป็นการทำงานในโรงหลังคาและเธอเองก็มีอุปกรณ์พร้อมทั้งเสื้อคลุมและหมวก แต่การคลุกกองปุ๋ยคอกที่พูนสูง 90 เซนติเมตรก็ไม่ใช่เรื่องง่ายและต้องใช้แรงแทบทุกส่วนของร่างกาย สรุปคือ เหนื่อยไม่ต่างจากเมื่อวาน

“หนึ่งก็อยากเลิกงานเลยนะคะ แต่คุณพัทธ์จะไม่โผล่มาโวยวายพร้อมกับขู่ว่าจะหักเงินหนึ่งใช่ไหมคะลุง”

“ไม่หรอก...” ลุงชุ่มยิ้มกว้างพลางยืนยันเสียงหนักแน่น “คุณพัทธ์ก็แค่ขู่ไปอย่างนั้นแหละ ลุงยังไม่เห็นเขาเล่นงานใครอย่างที่ขู่สักคนเดียว”

“ก็หนึ่งไงคะลุง ที่หนึ่งต้องมาทำงานกับเขาที่ไร่นี่ก็เพราะคุณพัทธ์ของลุงนั่นแหละตัวการเลย ไม่รู้จะกลัวหนึ่งเบี้ยวหนี้อะไรนักหนาทั้งๆที่หนึ่งรับปากแล้วว่าจะใช้หนี้ให้จนครบ”

ชายชราที่ยืนฟังหญิงสาวบ่นพึมพำแล้วก็อยากจะอธิบายให้ฟังเหลือเกินว่าสิ่งที่พัทธ์กลัวนั้นไม่ใช่กลัวจะสูญเงินก้อนใหญ่ หากพัทธ์กำลังทวงคืนสิ่งอื่นที่มีค่ามากกว่านั้นที่เขาเคยสูญเสียไป และถ้าหากจะให้เดาความคิดของชายหนุ่มที่ลุงชุ่มเองก็เห็นมาตั้งแต่เล็กแล้วนั้น ลุงชุ่มเองก็คิดว่าพัทธ์น่าจะได้คำตอบกับตัวเองแล้วถึงเลือกที่จะพาหญิงสาวมาทำงานใช้หนี้ที่ไร่นี้มากกว่าจะรอรับแค่เงินที่หญิงสาวจะผ่อนให้

“ลุงว่าหนึ่งเลิกคิดมากเรื่องนั้น แล้วก็ตั้งใจทำงานที่ไร่นี้อย่างมีความสุขดีกว่า เพราะจริงๆที่ไร่นี้สวยมากนะ ตรงส่วนหน้าไร่มีเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมสวนส้มของเราด้วย คราวที่แล้วหนึ่งยังไม่เคยไปเที่ยวดูใช่ไหม”

“ค่ะ หนึ่งเองก็อยากเห็นค่ะลุง โดยเฉพาะต้นส้มที่ได้ปุ๋ยจากฝีมือของหนึ่งเนี่ย หนึ่งว่ามันต้องเป็นต้นที่มีส้มดกที่สุดแน่ๆค่ะ”

“ปีหน้ารอดูได้เลย แล้วจะรู้ว่าลุงไม่ได้โม้”

ชายชราว่าพลางยิ้มกว้างกับหญิงสาวที่แม้จะยิ้มรับหากแววตาที่หลุบซ่อนลงอย่างไม่ต้องการให้อีกฝ่ายจับได้ว่าเธอกำลังรู้สึกหมดหวังขนาดไหนเมื่อได้ยินอีกฝ่ายพูดออกมา ‘ปีหน้า’ ยิ่งคิดก็ยิ่งท้อใจ จะต้องมีปีหน้าอีกกี่ปีเธอถึงจะใช้หนี้พัทธ์ได้หมดกัน  

หนึ่งนาถแทบจะถอนหายใจออกมาอีกเฮือกใหญ่ เมื่อนึกถึงผู้ชายคนที่เป็นทั้งเจ้าหนี้และเจ้านายของตัวเอง ระดับความแปรปรวนของพัทธ์ทำให้หนึ่งนาถสับสนอยู่หลายครั้งว่าตกลงแล้วเขาเป็นคนแบบไหนกันแน่ ก่อนจะสรุปเอาง่ายๆว่า เขาคงเข้าวัยทองแล้วถึงได้อารมณ์ขึ้นๆลงๆแบบนี้ แถมยังชอบมาคอยตามติดเข้มงวดกับเธอตลอดเวลาตั้งแต่ตื่นนอนอย่างกับกลัวเธอจะหนีหนี้ทั้งๆที่ตัวเองก็แกล้งเธอสารพัด

“ว่าแต่วันนี้ลุงให้หนึ่งเลิกก่อนก็ดีเหมือนกันค่ะ หนึ่งว่าจะไปซักผ้าอยู่เหมือนกัน ทิ้งไว้หลายวันแล้ว”

“งั้นรอลุงเดี๋ยว ลุงขอต้อนวัวพวกนี้เข้าคอกก่อน แล้วลุงจะขี่มอเตอร์ไซด์ไปส่งที่บ้านเอง”

“ไม่เป็นไรค่ะลุง ลุงจัดการน้องวัวที่นี่ดีกว่าค่ะจะได้ไม่เสียเวลา หนึ่งเดินกลับเองได้ค่ะ”

“โอเค แล้วเย็นๆลุงจะแวะเอาปิ่นโตไปส่งให้นะ”

“ขอบคุณค่ะลุง”

หนึ่งนาถยกมือไหว้ชายชราที่ตอนนี้เป็นทุกอย่างให้เธอแล้วอย่างซาบซึ้งใจ ก่อนจะเดินกลับกระท่อมหลังน้อยของเธออย่างเพลียๆเมื่อนึกถึงอีกหนึ่งภารกิจที่จะต้องกลับไปจัดการ เพราะถึงแม้ว่าจะตัวเองจะทำงานหนักจนร่างกายเริ่มชินขึ้นมาบ้าง แต่อีกหนึ่งงานหนักที่ทำให้เธอต้องพยายามทำใจให้ชินอีกอย่างหนึ่งก็คือ การซักผ้าที่แสนจะสกปรกของตัวเอง

หญิงสาวฉวยโอกาสทองที่ลุงชุ่มให้เธอเลิกงานก่อนเวลาขนเสื้อผ้าที่ใส่คลุกปุ๋ยคอกเมื่อวานขนมากองไว้หน้าเพิงห้องน้ำอย่างเตรียมพร้อม แต่โอ่งปูนปากกว้างใบยักษ์ที่เปรียบเสมือนเป็นแท้งค์น้ำสำรองด้านหลังห้องน้ำถูกปิดฝาล็อกไว้อย่างดีจนเจ้าตัวที่เพิ่งตั้งใจว่าจะลงมือซักผ้าแทบจะอับจนหนทาง เพราะน้ำในโอ่งใบเล็กที่ต่อรางเข้ามาไว้อาบในเพิงห้องน้ำนั้นแห้งจนเกือบถึงก้นโอ่ง หนึ่งนาถจึงได้แต่หอบเสื้อผ้าเหม็นๆออกมานั่งหน้ามุ่ย จนกระทั่งลุงชุ่มที่ขี่จักรยานยนต์ไปเอาปิ่นโตมื้อเย็นมาไว้ให้ร้องทักอย่างแปลกใจ

“อ้าวหนูหนึ่ง ทำไมเอาเสื้อผ้ามากองไว้อย่างนั้นล่ะ”

“หนึ่งตั้งใจว่าจะซักผ้าค่ะลุง แต่น้ำในห้องน้ำมันหมด”

“อ้าวหมดแล้วเหรอ ถ้าอย่างนั้นหนูหนึ่งจะเอาเสื้อผ้าไปซักที่โรงหมักปุ๋ยหรือเปล่าเดี๋ยวลุงขี่รถพาไป หรือถ้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศจะไปที่น้ำตกท้ายไร่ก็ได้นะ ส่วนน้ำที่นี่เดี๋ยวลุงจะไปบอกให้คนงานเอารถขนน้ำในไร่มาเติมในโอ่งใบใหญ่ไว้สำรองเพิ่มให้”

“น้ำตกเหรอคะลุง?” หญิงสาวอดตาโตขึ้นมาไม่ได้ ก็ตั้งแต่ที่เธอมานอกจากกระท่อมที่ไร้ไฟฟ้าแห่งนี้แล้ว วันๆเธอก็ขลุกอยู่แต่ที่โรงหมักปุ๋ย หันไปทางซ้ายก็ขี้วัวหันไปทางขวาก็ขี้วัว ดังนั้นพอจะมีสถานที่ใหม่ๆให้เปิดหูเปิดตาบ้างใครจะไม่ดีใจ

“หนึ่งไม่ยักรู้ว่าที่นี่มีน้ำตกด้วย คุณพัทธ์ไม่เคยบอกหนึ่งเลย หนึ่งอยากจะไปซักผ้าที่น้ำตกค่ะลุง ลุงชุ่มพาหนึ่งไปได้ไหมคะ”

หนึ่งนาถเอ่ยพลางจ้องประกายตาสดใสไปยังชายชราอย่างมีความหวัง หากนายชุ่มเองที่พอได้ยินชื่อของเจ้านายหนุ่มกลับยิ้มแห้งๆ พลางแทบอยากจะเอามือตบปากตัวเองที่เผลอพูดออกไปโดยลืมไปแล้วว่าพัทธ์เคยสั่งเขาไว้อย่างไร ท้ายไร่คือเขตหวงห้ามและน่าจะรวมไปถึงคนด้วย

“ลุงว่าหนูหนึ่งไปซักผ้าที่โรงหมักปุ๋ยดีกว่า ส่วนที่น้ำตกท้ายไร่หนูหนึ่งรอให้คุณพัทธ์พาไปเองดีกว่า นี่อีกเดี๋ยวก็คงจะกลับจากในเมืองมาแล้ว ถ้ากลับมาแล้วไม่เจอ...”

 นายชุ่มท้วงขึ้นอย่างกังวล เพราะตลอดหลายวันที่ผ่านมาแทบจะเป็นกิจวัตรไปแล้วที่พัทธ์จะชอบมาตามติดหญิงสาวตรงหน้านี้แทบทุกเย็น ดีไม่ดีก็แวะมากินข้าวด้วยดื้อๆ ขืนถ้าคุณพัทธ์กลับมาแล้วไม่เจอหนึ่งนาถที่กระท่อม ไม่แคล้วเจ้าของไร่หนุ่มจะไม่พอใจใส่เขาอีก

“ไปเลยไม่ได้เหรอคะ ถ้าเกิดคุณพัทธ์ไปด้วย หนึ่งว่าคงไม่ได้พักผ่อนหย่อนใจหรอกค่ะ ลุงพาหนึ่งไปนั่นแหละค่ะดีแล้ว รับรองว่าหนึ่งจะรีบไปรีบกลับ ไม่โอ้เอ้จนคุณพัทธ์ของลุงจับได้แน่ๆค่ะ”

หนึ่งนาถรีบจัดแจงทุกอย่างอย่างรวดเร็วพลางคว้ากองเสื้อผ้าและอุปกรณ์ซักมาหอบไว้พลางยิ้มกว้าง และเป็นยิ้มเดียวกับที่เคยทำให้คนใจแข็งอย่างพัทธ์ใจอ่อนมาแล้ว นับประสาอะไรกับลุงชุ่มที่ไม่เคยมีเรื่องมีราวอะไรกับหนึ่งนาถมาก่อน ดังนั้นชายชราจึงได้แต่รับคำพลางไปเอารถจักรยานยนต์มารับหญิงสาวที่กระตือรือร้นที่จะได้เที่ยวเล่นในรอบเดือน ก็บอกแล้วว่าที่ไร่นี่มีแต่อะไรที่น่าดูน่ามองทั้งนั้นแหละยกเว้นเจ้าของไร่แค่คนเดียวจริงๆ

......................

น้ำตกที่หนึ่งนาถหวังไว้ว่าจะเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของเธอนั้นออกจะผิดคาดสำหรับเธอไม่น้อย เพราะน้ำตกที่ลุงชุ่มพาเธอมาถึงคือธารน้ำสายเล็กที่ไหลผ่านชั้นโขดหินเตี้ยๆเป็นชั้นๆที่มองดูแล้วคล้ายกับเป็นฝายชะลอน้ำที่ชาวบ้านทำกันไว้เพื่อกันน้ำป่าหลากแรงเสียมากกว่า แถมพอมาถึงเธอก็เจอกับแก๊งเด็กๆที่ลงเล่นน้ำเป็นที่เจี๊ยวจ๊าวกันอยู่ก่อนแล้วเกือบสิบคน ทำเอาคนที่จะมาพักผ่อนหาความสงบได้แต่หันมายิ้มแห้งๆกับชายชราที่ยิ้มกว้างให้กับเธอ ก่อนที่ลุงแกจะหันไปตะโกนข้ามฝั่งทักทายเด็กๆเสียงดังลั่น

“แอบมาเล่นน้ำกันอีกแล้วเหรอครับ ระวังคุณพัทธ์มาเจอแล้วจะดุเอาอีกนะ!”

“ไม่กลัวหรอกน่า...คุณพัทธ์ของลุงน่ะ”

เสียงทุ้มที่ตะโกนกลับมานั้นห้าวเกินกว่าจะเป็นเสียงเด็ก และเมื่อหญิงสาวมองหาต้นตอของเสียง ร่างสูงบึกบึนก็โหนลงมาจากต้นไม้ใหญ่ฝั่งตรงข้ามที่เจ้าตัวปีนไปนอนเล่นอย่างสบายอารมณ์ ซึ่งแม้อีกฝ่ายจะสวมเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์สบายๆ แต่ผมยาวระต้นคอที่ขับให้ใบหน้ารูปสี่เหลี่ยมนั้นดูเซ็กซี่มากกว่าจะดูเซอร์ ทำเอาหนึ่งนาถแอบอุทานในใจ...นี่มันทาร์ซานใช่ไหมใครก็ได้ตอบเธอที

“คุณทินวัฒน์ ลูกชายเจ้าของสวนยางที่อยู่ติดๆกับเรานี่แหละครับ”

ลุงชุ่มหันมาบอกหญิงสาวในขณะที่ร่างสูงล่ำสันเดินลุยธารน้ำตรงเข้ามาหาทั้งคู่ ซึ่งพอเข้ามาใกล้ๆหนึ่งนาถก็สังเกตเห็นว่าผู้ชายตรงหน้าเต็มไปด้วยมัดกล้ามอย่างคนที่ออกกำลังกายอยู่เสมอ โดยเฉพาะซิกแพ็คที่ดูเซ็กซี่ขึ้นหลายเท่าตัวเมื่อมีเสื้อกล้ามสีขาวเปียกน้ำชุ่มจนแนบเนื้อชวนมองจนหนึ่งนาถเกือบจะลืมมองหน้าเขาไปแล้วถ้าอีกฝ่ายไม่ทักขึ้น

“ไม่น่าเชื่อว่าวันนี้ลุงชุ่มจะพาสาวสวยมาด้วย ไหนบอกผมว่าโสดไง โกหกกันชัดๆ”

“เปล่าครับ คุณหนึ่งนาถเธอเป็นคนงานใหม่ที่ไร่ของเราเองครับคุณทิน”

“คนงาน? ถ้าอย่างนั้นสนใจมาสมัครงานที่ไร่ผมไหมครับ ผมจ่ายค่าจ้างคุณสองเท่าเลย แต่ถ้าคุณตัดสินใจจะไปสมัครงานภายในห้านาทีนี้ผมจะจ่ายให้คุณสามเท่าทันที”

เสียงทุ้มที่พูดราวกับโฆษณาขายตรงทำเอาหญิงสาวที่ยืนมองเพลินหลุดขำออกมาอย่างลืมตัว และรอยยิ้มกว้างสดใสนี้เองที่ทำให้คนที่เพิ่งพูดเล่นเมื่อครู่ชักอยากจะเอาจริงเอาจังกับคำพูดตัวเองเป็นครั้งแรก...ใครว่านางฟ้าต้องอยู่แค่บนฟ้า!

ทินวัฒน์แทบจะไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองกำลังยิ้มตามผู้หญิงตรงหน้าไปโดยอัตโนมัติก่อนจะยิ่งฉีกยิ้มกว้างขึ้นเมื่อเจ้าของรอยยิ้มสดใสเอ่ยกับเขาอย่างอารมณ์ดี

“เป็นข้อเสนอที่น่าสนใจนะคะ ไว้ฉันเบื่องานที่ไร่วนาพงษ์เมื่อไหร่ ฉันจะลองไปสมัครดูค่ะคุณทินวัฒน์”

“คุณชื่อหนึ่งนาถใช่ไหมครับ ผมขอเรียกคุณว่าคุณหนึ่งเฉยๆได้ไหม แล้วคุณก็เรียกผมว่า ‘ทิน’ เฉยๆ แลกกัน”

“ได้ค่ะคุณทิน ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ เผื่อวันหลังหนึ่งมาเที่ยวที่น้ำตกนี่อีกจะได้มีเพื่อน”

“ด้วยความยินดีครับ ผมจะมาตั้งแคมป์รอคุณหนึ่งทุกวันเลย รับรองว่าคุณหนึ่งจะมีผมแล้วก็สมุนอีกฝูงเป็นเพื่อน”

ทินวัฒน์บุ้ยใบ้ไปยังแก๊งเด็กข้างหลังที่เล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน ก่อนจะหันมาทางลุงชุ่มที่ยังคงยืนยิ้มอย่างดีใจที่เห็นหนึ่งนาถดูผ่อนคลายขึ้นเมื่อได้มาเปลี่ยนบรรยากาศและได้เจอเพื่อนคุยบ้าง

“ผมขออนุญาตลุงชุ่มไว้ล่วงหน้าเลยนะครับ เผื่อว่าพวกเด็กๆเจี๊ยวจ๊าวกันไปบ้าง กลัวว่าจะไปรบกวนคนที่ไร่ของลุง”

“ไม่เป็นไรหรอกครับคุณทิน น้ำตกนี่ไหลผ่านทั้งไร่ของเราแล้วก็ของคุณทินอยู่แล้วอย่ากังวลไปเลยครับ คุณพัทธ์เขาก็แค่ห่วงเรื่องความปลอดภัยมากกว่าจะหวงห้ามไม่ให้มาเล่นน้ำกันครับ”

ชายชราเอ่ยแก้ต่างให้กับเจ้านายตนอย่างอดไม่ได้ เพราะที่ผ่านมาพัทธ์มักจะคอยให้คนมาเดินเวรผ่านแถวนี้เสมอเพราะเป็นเขตติดต่อกันระหว่างไร่วนาพงษ์และสวนยางของทินวัฒน์ ซึ่งนอกจากจะคอยเป็นหูเป็นตาแล้วก็เพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับคนงานด้วยเพราะส่วนนี้เป็นส่วนของท้ายไร่ที่ไม่ค่อยมีคนผ่านมากนัก ตอนหลังๆพัทธ์เลยสั่งให้คนงานสร้างกระท่อมเพิ่มและให้ลุงชุ่มจัดคนมาคอยเดินเวรยามทุกคืน จนกระทั่งเมื่อหลายอาทิตย์ก่อนที่พัทธ์พาหนึ่งนาถมาที่กระท่อมนี้แทน และให้ลุงชุ่มเคลียร์คนออกไปพักที่อื่น ชายชราจึงต้องพาคนของตนไปนอนพักในส่วนโรงเลี้ยงวัวบ้าง หรือตั้งเต็นท์แถวๆธารน้ำตกบ้างเพื่อเคลียร์พื้นที่ปลอดภัยบริเวณกระท่อมตามคำสั่งของชายหนุ่ม

“ถ้าอย่างนั้นก็ดีเลย งั้นวันนี้เรามาฉลองที่เราได้รู้จักกันดีไหมครับ ผมกับเด็กๆเอาขนมมากินเล่นกันเยอะเลย แต่ต้องลุยน้ำกันไปหน่อยล่ะ ถ้าคุณหนึ่งไม่อยากเปียก ผมอาสาอุ้มข้ามไปเองครับ”

“วันนี้หนึ่งคงไม่กล้ารบกวนคุณทินหรอกค่ะ เพราะหนึ่งตั้งใจมาซักผ้าที่นี่ แต่สงสัยหนึ่งคงต้องหอบกลับไปซักที่โรงหมักปุ๋ยแทน เดี๋ยวเด็กๆจะเล่นน้ำกันไม่ได้เพราะหนึ่งทำน้ำตกสกปรกไปด้วยค่ะ”

หญิงสาวว่าพลางชูอุปกรณ์ซักผ้าในมือให้อีกฝ่ายดูประกอบ หากทินวัฒน์กลับยิ้มกว้างพลางฉวยผงซักฟอกในมือหญิงสาวมาพลางทำเสียงแข็งขัน

“งั้นผมอาสาช่วยคุณหนึ่งซักเอง พอซักเสร็จเร็วก็ข้ามไปกินอะไรด้วยกันที่ฝั่งโน้น เห็นไหมครับ วิน-วิน ทั้งสองฝ่าย”

“ไม่เป็นไรค่ะคุณทิน หนึ่งจัดการเองได้ค่ะ เอาอย่างนี้ถ้าคุณทินอยากจะเลี้ยงข้าวจริงๆรอหนึ่งสิบห้านาที รับรองว่าหนึ่งจะรีบซักแล้วรีบไปร่วมแจมด้วยเลยค่ะ”

คำตอบที่หญิงสาวไม่ได้ปฏิเสธทำเอาคนชวนยิ่งยิ้มกว้าง พลางปักหลักนั่งลงให้กำลังใจคนซักผ้าด้วยตาที่เป็นประกาย จู่ๆเพลงรักที่เคยได้ยินมามากมายบนโลกใบนี้ก็ดังก้องขึ้นในสมองจนทินวัฒน์เผลอฮัมออกมาอย่างไม่รู้ตัว

You're so sexy lady รู้ไหมใจฉันละลาย sexy lady เธอนุ่มนวลเกินบรรยาย stop me baby make me crazy ใครว่านางฟ้าอยู่บนฟ้า!

..............................


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น