Minchol

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 41 เรื่องมันมาถึงจุดนี้ได้ยังไง

ชื่อตอน : บทที่ 41 เรื่องมันมาถึงจุดนี้ได้ยังไง

คำค้น : ซอฟท์วาย,ไป๋หลง,หลงไป๋,ไป๋อวี่,จูอี้หลง

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 221

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ก.พ. 2562 22:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 41 เรื่องมันมาถึงจุดนี้ได้ยังไง
แบบอักษร

        ​เสี่ยวหลานหน้าหงิก ในมือเธอถือไม้แขวนเสื้อกลุ่มใหญ่ บนไม้แขวนเสื้อ ก็มีทั้งกางเกง เสื้อตัวใน เสื้อตัวนอก แล้วยังผ้าพันคอ รวมไปถึงพวกเข็มขัดที่แขวนรวมๆกันไว้ เธอกึ่งหิ้วกึ่งแบกกระเตงของทั้งหมด วิ่งตามสไตลิสที่แบกของมากมายพอๆกับเธอ พากันเร่งฝีเท้าตามไป๋อวี่เข้าไปในตัวตึก     

        ทำไมไป๋อวี่จะต้องรับงานติดๆกันถึงขนาดนี้ ทั้งบินไปบินมา ทั้งนั่งรถตระเวณ วันนี้ ถึงแม้งานจะอยู่ในเมืองเดียวกันหรืออยู่ใกล้ๆกัน การเดินทาง ก็ต้องเสียเวลาบนถนนไม่ใช่น้อย แถมยังต้องคอยเปลี่ยนเสื้อผ้า เพื่อให้ไม่ซ้ำซาก     

        นี่อวี่เกอ คิดจะไม่หลับไม่นอน คิดจะไม่กินไม่ดื่ม จะเอาแต่ทำงานหรือยังไง ....ถึงไป๋อวี่จะไม่พูดอะไร เสี่ยวหลานก็รู้ ว่ามันเป็นเพราะจูอี้หลง เห็นเขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตั้งไม่รู้กี่ครั้ง เช็คข่าวคราวของจูอี้หลงในเว่ยปั๋ว แต่กลับไม่กล้าเข้าไปเขียนคอมเม้นท์อะไร     

        เมื่อวาน เธอยังรู้สึกเหลืออด จนบอกเขาว่า ...ทำไมเกอไม่เม้นท์ไปเลย ว่า I love you ไป๋อวี่มองหน้าเธอ แล้วทำท่าว่าจะพิมพ์ I love you ลงไปจริงๆ ทำเอาถังซัน ต้องรีบคว้ากระชากโทรศัพท์ออกจากมือ ทำตาเขียวใส่ไป๋อวี่ แล้วเก็บโทรศัพท์ของไป๋อวี่ไว้กับตัว ไม่ยอมคืนให้เขา

        เรื่องมันมาถึงจุดนี้ได้ยังไงนะ ถังซันนึก.... ไป๋อวี่เริ่มชอบจูอี้หลงตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ... ถังซันนึกย้อนกลับไป..


        เมื่อต่างคนต่างก็แยกย้ายกันไปหลังสิ้นสุดการถ่ายทำเจิ้นหุน ไป๋อวี่กับจูอี้หลงก็ยังคงติดต่อกันอยู่ ทั้งในทางสื่อสาธารณะที่แฟนๆมองเห็น ทั้งทางโทรศัพท์ที่ทั้งคู่รู้สึกเป็นส่วนตัวมากกว่า แม้ว่าจะไม่บ่อยนัก แต่ตั้งแต่ตอนนั้น ถังซันก็เริ่มรู้สึกแล้วว่า ไป๋อวี่ให้ความสำคัญกับนักแสดงรุ่นพี่คนนี้ มากกว่านักแสดงคนอื่นๆที่เขาเคยร่วมงานด้วย     

        แต่ถังซันก็ยังรู้สึกว่า จูอี้หลงคล้ายกับว่าไม่เต็มใจ ที่จะคบหาติดต่อกับไป๋อวี่เท่าไหร่ ดูเขาหลีกเลี่ยง ทั้งการติดต่อทางสื่ออินเตอร์เน็ตและทางโทรศัพท์อย่างไรชอบกล ถังซันมาเริ่มสงสัยในความรู้สึกของจูอี้หลงก็เมื่อเริ่มแพร่ภาพเจิ้นหุน นักแสดงทั้งสองมีตารางที่จะต้องทำงานร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นงานถ่ายภาพแฟชั่น งานร่วมรายการวาไรตี้ งานให้สัมภาษณ์ต่างๆ จูอี้หลงที่เมื่อก่อน มักจะหลบสายตาไป๋อวี่ กลับกลายเป็นคนที่คอยจ้องมองและส่งยิ้มให้ไป๋อวี่อยู่เสมอ.... นั่นคงเป็นการพยายามสร้างกระแสเพื่อโปรโมตละครกระมัง ...ถังซันเคยคิดอย่างนั้น   

         ครั้งแรกที่นักแสดงทั้งสองกลับมาเจอกันอีกครั้ง หลังเวลาเกือบขวบปี ก็คืองานเปิดตัวเจิ้นหุน ถังซันเห็นไป๋อวี่มีทีท่าเก้อเขินเมื่อเจอหน้าจูอี้หลงอีกครั้งหนึ่ง ตอนนั้นแหละที่เขาเริ่มเชื่ออย่างไม่มีข้อกังขาว่าไป๋อวี่มีความรู้สึกพิเศษให้จูอี้หลงจริงๆ เขายังไม่เคยเห็นไป๋อวี่แสดงอาการขัดเขินต่อหน้ากล้องอย่างนี้มาก่อน โชคดีที่ไป๋อวี่เป็นนักแสดงที่มีความสามมารถ ภายในระยะเวลาสั้นๆ เขาก็สามารถกลบเกลื่อนอาการเหล่านั้น กลับมาเป็นไป๋อวี่ผู้ร่าเริงแจ่มใส ตามปกติของเขาได้

        มันคงเป็นฤดูร้อนที่ดีที่สุดสำหรับคนทั้งสอง และก็ดีที่สุดสำหรับทีมงานทุกๆคน ความสำเร็จของเจิ้นหุน เป็นผลพวงของการทำงานหนักของทุกๆคน ที่สำคัญที่สุด มันเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ ที่ไม่สามารถเอ่ยปากบอกใครได้ของไป๋อวี่และจูอี้หลง ความสัมพันธ์ที่ดูคล้ายกับจะเป็นควันหลงของละครเรื่องเจิ้นหุน ใครต่อใครที่มองเห็น ต่างก็คิดว่า ทั้งคู่กำลังช่วยกันโปรโมทละครอยู่ ความสนิทสนม เสียงหัวเราะ สายตา และรอยยิ้ม ล้วนแล้วแต่มีเพื่อช่วยสร้างกระแสให้แก่ละคร ใครจะรู้ว่า นั่นมันไม่ใช่การสร้างภาพ     

        ความรู้สึกที่เริ่มก่อตัวขึ้น ตั้งแต่เมื่อหนึ่งปีก่อน ทำให้คนทั้งคู่ไม่เคยลืมเลือนกัน ไม่เคยสามารถตัดความคนึงหาออกจากหัวใจได้.....     

        การได้กลับมา พบกัน และร่วมงานกันอีกครั้งหนึ่ง หลังจากหนึ่งขวบปีผ่านไป เป็นการตอกย้ำ ให้ไป๋อวี่มั่นใจว่า ความคนึงหา ความทุรนทุรายทั้งหลายที่เขามี และไม่สามารถสนองตอบมันได้ ด้วยการเพียงแค่ติดต่อกันทางสื่ออินเตอร์เน็ต หรือทางโทรศัพท์ ก็คือความรัก ที่เขามีให้แก่นักแสดงผู้เป็นคล้ายพี่ชายของเขา และนั่นมันทำให้เขาตัดสินใจ ที่จะยอมรับความรู้สึกของตัวเอง และเดินหน้า เพื่อที่จะได้ความรักนั้นมาครอบครอง    

        ไป๋อวี่เป็นคนที่ซื่อตรงต่อความรู้สึกของตัวเอง เขาไม่เคยปฏิเสธ ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์เกลียด อารมณ์รัก หรืออารมณ์อิจฉาริษยา เด็กหนุ่มคนนี้ ช่างแสนจะแตกต่างจากจูอี้หลง ความแตกต่างที่แสดงให้เห็น นับตั้งแต่วันแรกที่คนทั้งสองได้เจอหน้ากัน ใครจะรู้ว่า ความแตกต่างนี้เป็นเหมือนดั่งแม่เหล็กขั้วบวกและขั้วลบ มันดึงคนทั้งคู่เข้าหากัน อย่างไม่สามารถผลักไสแต่ละฝ่ายออกไปให้พ้นตัวและหัวใจได้    

        ตอนนี้ความรู้สึกที่ไป๋อวี่ปฏิเสธไม่ได้ กำลังเล่นงานเขาอย่างหนัก ไม่ว่าเขาจะพยายามลืมความรู้สึกนั้น มากเพียงใดก็ตาม มันก็ยังตามมาหลอกหลอนเขาทุกครั้งที่เขาหยุดอยู่นิ่งๆ ไป๋อวี่จึงต้องพยายามทำตัวเองให้ยุ่งอยู่ตลอดเวลา แต่คนเราก็ไม่ใช่เครื่องจักร ที่จะสามารถทำงานได้ตลอดเวลา     

        อีเว้นต์เมื่อวานนี้ ไป๋อวี่ถึงกับไม่สามารถสะกดกลั้นความอ่อนล้า ทั้งทางร่างกายและจิตใจของเขาเอาไว้ได้ สีหน้าที่หม่นหมองของเขา รวมไปถึง อาการเหม่อลอยในบางครั้ง มีผลกระทบต่อการทำงานของพิธีกรในงานเป็นอย่างมาก ไป๋อวี่ที่ปกติเคยมีลูกล่อลูกชน และเคยส่งมุขรับมุขของพิธีกรได้อย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง กลับกลายเป็นไป๋อวี่ที่เผลอตัว ใจลอยและมีใบหน้าเศร้าซึมในบางครั้ง ไม่ให้ความร่วมมือกับพิธีกร จนดูเหมือน พิธีกรบกพร่อง ไม่ได้เตรียมงานมาให้ดี     

        คุณนายไป๋คงจะมองเห็นลูกชายตัวเอง วิ่งรอกทำงานไม่หยุดไม่หย่อนรวมถึงเห็นสีหน้าอันอ่อนล้าของเขา แตกต่างไปจากภาพที่เคยสดใสร่าเริง คุณนายถึงได้อดใจไว้ไม่ได้ ต้องติดต่อมาทางถังซัน ทั้งๆที่ไม่เคยทำอย่างนั้นมาก่อน     

        กลับถึงปักกิ่ง เขาคงต้องไปรายงานตัวกับภรรยาบอสใหญ่.... อ้อ ต้องแวะไปหาไฉ่หงก่อน ตั้งแต่ไป๋อวี่กลับจากออสเตรเลีย เขาก็ต้องวิ่งวุ่นตามอารมณ์ปรวนแปรของไป๋อวี่จนแทบประสาทจับอยู่แล้ว ไม่มีโอกาสได้คุยกับไฉ่หงเลย เห็นทางจูเหล่าซือสงบเงียบ ราบรื่น จนดูน่าอิจฉา แต่ถังซันไม่เชื่อว่าทางนั้นจะไม่มีคลื่นใต้น้ำอะไรเลย ...    

        จูเหล่าซือ... คุณมันภูเขาไฟใต้มหาสมุทร ระเบิดทีไม่มีใครเห็น แต่คุณทำแผ่นดินเสทือนหลายริ้กเตอร์ สึนามิที่คุณส่งมา จะท่วมพวกผมตายอยู่แล้ว.... แม้แต่จักรวาลน้อยๆของพวกผม.... ก็กำลังจะแตกสลายเพราะแรงระเบิดของคุณ.......


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}