น้ำมิ้ม

ในเมื่อความรักที่เขาเพียรรักษา ไม่มีค่าสำหรับใครเลย คงจะไม่แปลกอะไรถ้าวันนี้เขาจะเลือก "เงิน" ดูบ้าง ..นับจากนี้พัทธ์บอกตัวเอง เขาจะเป็นฝ่ายตีราคาดูบ้างว่าความรักมันควรจะตีเป็นเงินเท่าไร

แขกที่ไม่ได้รับเชิญ - 2

ชื่อตอน : แขกที่ไม่ได้รับเชิญ - 2

คำค้น : บ่วงพัทธ์ , จำเลยรัก , ตบจูบ , พัทธ์ , หนึ่งนาถ

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 45

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ก.พ. 2562 20:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
แขกที่ไม่ได้รับเชิญ - 2
แบบอักษร

ชายสูงวัยสองคนที่นั่งรออยู่ในห้องรับแขกชั้นล่างแม้ว่าจะมาด้วยกันแต่กลับไม่แม้แต่จะคุยกันจนลุงชุ่มอึดอัดแทนกับความสัมพันธ์ที่แปลกประหลาดนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสัมพันธ์กับพัทธ์ที่เกือบจะกลายเป็นคนแปลกหน้ากันอยู่แล้ว สิ่งเดียวที่ทำให้รู้ว่าแขกสองคนนี้คืออาแท้ๆของพัทธ์ คือเค้าโครงหน้าบางส่วนที่คล้ายคลึงกัน นอกจากนั้นไม่มีอะไรที่บ่งบอกเลย ไม่มีแม้แต่กิริยา ท่าทาง คำพูด หรือแม้แต่แววตาในยามที่มาเจอหน้ากันเช่นนี้

“อ้าวพัทธ์ หายดีแล้วเหรอ”

พงษ์ศักดิ์เอ่ยทักขึ้นก่อนขยับร่างท้วมในชุดทำงานไปนั่งที่โซฟาห่างออกไปเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ของหลานชายเดินลงบันไดตรงมาหาตนเองโดยมีหญิงสาวที่คุ้นหน้าอย่างประหลาดพยุงมา พลอยทำให้พิสุทธิ์หันมองตามที่พี่ชายพูดจึงได้เห็นสภาพของคนป่วย แขนล่ำสันสองข้างถูกพันด้วยผ้าพันแผลจนหนาและคล้องด้วยผ้าเอาไว้คล้ายกับคนแขนหัก ไม่ต่างจากศีรษะที่พันทำแผลไว้เช่นกัน แต่สำหรับชายสูงวัยสองคนที่ได้ข่าวว่าพัทธ์บาดเจ็บสาหัส การที่เห็นพัทธ์เดินปร๋อก็เลยออกจะทำให้ผิดไปจากที่คาดไว้มาก

“ยังครับ แต่ก็ดีขึ้นมาก อาพงษ์ศักดิ์กับอาพิสุทธิ์มีธุระอะไรหรือเปล่าครับถึงมาหาผมถึงที่ไร่” พัทธ์ถามขึ้นในขณะที่นั่งลงเรียบร้อยแล้วโดยที่หนึ่งนาถขยับถอยไปยืนด้านข้างโซฟาและเริ่มทำงานของเธอ...จับเวลา

“ทำไมถึงถามอะไรแบบนั้น อากับพิสุทธิ์ก็มาเยี่ยมแกนั่นแหละเจ้าพัทธ์”

“ถ้าอย่างนั้นผมก็ต้องขอบคุณอามากครับ แต่อาก็คงเห็นกับตาแล้วว่าผมไม่ได้พิการหรือนอนหยอดน้ำข้าวต้มจนต้องมีคนมาเยี่ยมบ่อยๆ”

“สงสัยว่าจะได้พยาบาลดีล่ะสิ เอ...ฉันว่าพยาบาลของแกคนนี้หน้าตาคุ้นๆนะ แกว่าไหมพิสุทธิ์” ชายสูงวัยร่างท้วมหันไปตามพิสุทธิ์ผู้เป็นน้องชายที่กำลังยืนจ้องหญิงสาวเพียงคนเดียวอยู่เช่นกัน หากเป็นสายตาที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก...ก่อนจะหันมาถามหลานชายเสียงขรึม

“ผู้หญิงคนนี้เป็นใครเหรอพัทธ์”

“เธอชื่อหนึ่งนาถครับ เป็นลูกสาวของนุชนารถ อาน่าจะยังพอจำนุชได้อยู่มั้งครับ”

พัทธ์ตอบพลางยิ้มเย็นในขณะที่หนึ่งนาถพนมมือไหว้ชายสูงวัยทั้งสองอย่างมีมารยาท แต่กลับกลายเป็นว่าชื่อของนุชนารถกลับทำให้ชายสูงวัยสองคนแทบจะอ้าปากค้าง พิสุทธิ์เหงื่อตก ในขณะที่พงษ์ศักดิ์ร้องทักขึ้นเสียงดัง

“นี่ยัยนุชทิ้งแกไปจนมีลูกโตขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย อ๋อ..ฉันรู้แล้ว คนแม่พลาดไปแล้วเลยแก้ตัวด้วยการส่งลูกมาแทนใช่ไหม"

“ถ้าอาไม่มีอะไรจะเยี่ยมผมแล้ว ผมขอตัวไปพักผ่อนก่อนนะครับ หมอสั่งว่าให้ผมนอนพักฟื้นเยอะๆ”

พัทธ์ตอกกลับคนเป็นอาด้วยน้ำเสียงเย็นชาไม่แพ้สีหน้า ในขณะที่อดเหลือบมองหญิงสาวที่ยืนเม้มปากนิ่งอยู่ด้านหลังไม่ได้ ดูเหมือนว่านี่คงจะเป็นครั้งที่สองที่หญิงสาวต้องรับรู้เรื่องราวของแม่เธอที่เคยทำกับเขาไว้ในอดีต และมันคงจะทำให้เธอเสียใจไม่น้อยเพราะสิ่งที่เธอรับรู้จากปากของเขาและอาๆ กับสิ่งที่หญิงสาวรับรู้จากแม่และยายคงจะเป็นหนังคนละม้วน

“เดี๋ยวก่อนเจ้าพัทธ์”

พงษ์ศักดิ์เอ่ยท้วงขึ้นเมื่อเห็นว่าหลานชายของตนทำท่าว่าจะลุกไปจริงๆ ก่อนจะหันไปสะกิดน้องชายตัวเองให้ไปหยิบแฟ้มเอกสารที่วางอยู่ข้างๆโซฟามา โดยมีสายตาของพัทธ์ที่มองตามคนทั้งคู่อย่างสมเพช... สุดท้ายอาของเขาก็ไม่ได้อยากจะมาเยี่ยมเขาจริงๆอย่างที่พูด หรืออันที่จริงต้องบอกว่า ไม่เคยคิดจะสนใจอยู่แล้วว่าเขาจะเป็นจะตายยังไง

“อารู้ว่าแกต้องการพักผ่อน เรื่องนั้นอาเองก็ไม่อยากจะรบกวนแกนัก แต่ว่าก็อย่างที่รู้ คุณพ่อ...ปู่ของแกน่ะ ยกมรดกทั้งหมดให้แกคนเดียว เรื่องที่บริษัทมันก็เลยต้องวุ่นวาย อะไรที่ฉันเคยจัดการได้มันก็ต้องผ่านมือแก แต่พอฉันส่งเอกสารไปให้เลขาแก เรื่องก็เงียบ ฉันเลยคิดว่าแกควรจัดการเรื่องบริษัทให้ฉันก่อน ทุกอย่างมันจะได้เดินหน้าได้ และฉันกับพิสุทธิ์จะได้ไม่ต้องมาวุ่นวายกับแกที่ไร่นี่อีก”

“ผมต้องขอโทษด้วยที่ทำให้อาต้องวุ่นวาย แต่ว่าอาก็รู้ว่าผมรถคว่ำ โชคดีเท่าไรแล้วที่ไม่ตาย ตอนนี้ผมเลยอยากจะพักรักษาตัวสักระยะ ยังไม่อยากจัดการอะไร เพราะผมตั้งใจว่าจะรอจัดการทีเดียวหลังจากที่ตำรวจจับคนร้ายที่ตัดสายเบรกผมได้” นัยน์ตาดำเข้มของพัทธ์วาวโรจน์ขึ้นในขณะที่ประสานกับผู้เป็นอาที่จ้องกลับอย่างไม่เกรงอีกฝ่ายเช่นกัน

“แต่ถ้าแกไม่เซ็นเอกสารพวกนี้ เรื่องทุกอย่างมันจะยังคาราคาซัง บริษัทจะเสียหาย”

น้ำเสียงที่เคยสุขุมของพงษ์ศักดิ์ตวัดห้วนขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าพัทธ์ทำท่าจะบ่ายเบี่ยง ก่อนที่พิสุทธิ์จะเสริมผู้เป็นพี่ชายขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยพอใจเช่นกัน

“แกอย่ามาทำเป็นอ้างเลยเจ้าพัทธ์ ฉันรู้นะว่าแกแค่อยากถ่วงเวลา ทีเรื่องคดีอุบัติเหตุเล็กๆน้อยๆแกกลับรีบสั่งให้ไอ้ผู้ช่วยของแกไปจัดการ เปลืองเงินทองไปจ้างรางวัลนำจับทั้งๆที่ตำรวจเขาก็จัดการเองได้อยู่แล้ว”

“ต่อให้อาพิสุทธิ์คิดว่าอุบัติเหตุที่ผมเจอมันเป็นแค่อุบัติเหตุเล็กๆน้อยๆ แต่ไม่ว่ายังไงผมก็ต้องทำอะไรสักอย่าง ผมต้องการให้พวกมันชดใช้ความผิดให้เร็วที่สุด จะไม่ปล่อยให้รอดไปได้สักคนเดียวแน่ๆครับ”

พัทธ์เอ่ยย้ำชัดทุกคำ สายตาที่มองไปยังอาแท้ๆของตนนั้นเอาจริงไม่แพ้คำพูดที่จงใจขู่เพื่อหวังจะหาพิรุธ แต่ก็ยังไม่มีท่าทีใดๆจากชายสูงวัยทั้งสองคนให้เขาได้มั่นใจเลย

“เรื่องคดี อาเห็นด้วยกับพิสุทธิ์นะ พัทธ์ควรปล่อยให้ตำรวจเขาจัดการไปอย่าไปยุ่งเลยจะดีกว่า ส่วนเรื่องอาการบาดเจ็บ อาก็เข้าใจว่าพัทธ์ต้องการพักฟื้นร่างกายให้เต็มที่ แต่พัทธ์ก็ต้องเข้าใจอาด้วย มันเป็นเรื่องของความรับผิดชอบต่อบริษัท หวังว่าพัทธ์จะเข้าใจที่อาพูด”

นายพงษ์ศักดิ์เอ่ยพลางยื่นทั้งแฟ้มโครงการสำคัญของบริษัทและแฟ้มเอกสารการเปลี่ยนแปลงกรรมการผู้จัดการส่งให้หลานชายที่ยังคงนั่งจ้องแฟ้มนิ่งราวกับไม่ยอมรับรู้รับฟัง

“พัทธ์...”

“ผมเข้าใจครับอาพงษ์ศักดิ์ แต่ว่าผมเองก็กำลังชั่งใจอยู่ ...ว่าอะไรมันจะเสียหายกว่ากัน ถ้าผมเซ็นมัน หรือว่า ผมจะเปลี่ยนใจไปลองบริหารบริษัทดูบ้าง”

“แกหมายความว่ายังไงเจ้าพัทธ์” พงษ์ศักดิ์พยายามข่มความหงุดหงิดอย่างสุดความสามารถในขณะที่ถามหลานชายที่เหยียดยิ้มมุมปากอย่างยียวน

“ก็หมายความว่า ผมไม่ควรจะทิ้งโอกาสดีๆที่ปู่ทำเพื่อผมไปง่ายๆน่ะสิครับอา ไหนๆผมก็ได้มรดกทั้งหมดคนเดียวแล้ว จะแปลกอะไรถ้าผมคิดจะไปจัดการทุกอย่างในบริษัทเอง เผื่อว่ามันจะทำให้ตัวเลขที่ติดตัวแดงในบัญชีมาหลายรอบมันดีขึ้นได้บ้าง”

“ถ้าแกคิดว่าตัวเองมีความสามารถมากพอ ฉันก็ไม่ขัด แต่ตอนนี้บริษัทต้องการขยายการลงทุน ต้องใช้เงินอีกมาก ถ้าแกไม่เซ็นมอบอำนาจบริหาร ก็เซ็นเอกสารโครงการร่วมทุนซะ อย่ามัวแต่คิด แต่ไม่ลงมือทำสักที!”

“อาลองส่งเอกสารมาให้ผมก่อนดีกว่าครับ ขอผมศึกษาสักระยะแล้วผมจะตัดสินใจเองว่าผมจะเซ็นเอกสารแฟ้มไหน”

พงษ์ศักดิ์มองหน้าคนเป็นหลานที่ยังคงเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพและใบหน้าที่เรียบสนิทแต่สุดท้ายก็ไม่ยอมจัดการตามที่เขาต้องการเลยสักอย่าง ทำเอาร่างท้วมของชายสูงวัยจำใจต้องลุกขึ้นก่อนจะทิ้งแฟ้มไว้ที่โต๊ะเล็กๆด้านหน้าชายหนุ่มด้วยสีหน้าที่ปิดบังความไม่พอใจไม่มิด

“แกตัดสินใจให้ดีๆก็แล้วกันเจ้าพัทธ์ อย่าหาว่าฉันไม่เตือน”

พัทธ์เหยียดยิ้มรับประโยคแสดงความห่วงใยเป็นพิเศษของอาตัวเอง ก่อนที่รอยยิ้มนั้นจะกลายเป็นบึ้งตึงขึ้นทันควันเมื่อผู้เป็นอาส่งสายตาดูแคลนไปยังหญิงสาวที่ยืนนิ่งอยู่ด้านหลังเขา

“แล้วฉันก็ขอเตือนแกอีกอย่าง อย่ามัวแต่หลงผู้หญิงจนถูกหลอกเหมือนเมื่อยี่สิบปีก่อนอีกล่ะ แค่ครั้งนั้นพวกฉันก็ขายหน้าจนไม่กล้าขึ้นมาที่เชียงรายตั้งนาน คราวนี้หวังว่าแกคงจะทันเล่ห์เหลี่ยมผู้หญิงขึ้นมาบ้าง อย่ามัวแต่หลงเด็กจนหน้ามืดถูกปอกลอกเหมือนคนแม่อีก!”

“หยุดเดี๋ยวนี้นะครับอา!”

“กรุณาหยุดเถอะค่ะ”

หญิงสาวลูกครึ่งที่ยืนนิ่งมาตลอดก้าวมาเผชิญหน้ากับชายสูงวัยทั้งสองคนพร้อมกับหันมาช่วยประคองพัทธ์ที่ลุกขึ้นยืนพรวดจนเกือบจะหลุดลืมตัว มือเรียวบีบแขนแข็งแกร่งอีกฝ่ายแรงๆเป็นเชิงเตือน ก่อนจะหันไปบอกอาของชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงราบเรียบขัดกับสายตาที่วาวโรจน์ขึ้นอย่างถือตัว

“กรุณาอย่าพูดถึงดิฉันกับแม่นุชในแง่ที่ไม่ดีเถอะค่ะ ถ้าคุณจะไม่เห็นแก่ฉันเพราะเห็นว่าฉันเป็นเด็ก เป็นคนแปลกหน้า ฉันก็ไม่ว่า แต่อย่างน้อยคุณก็ควรให้เกียรติหลานของคุณเอง การพูดจาแย่ๆเพื่อให้อีกฝ่ายดูไม่ดี ไม่ควรจะออกจากปากคนใกล้ชิด โดยเฉพาะคนในครอบครัว ที่ควรจะมีแต่ความปรารถนาดีให้กัน ถ้าคุณไม่รู้จะแสดงออกอย่างไร ก็...ไม่ต้องพูด บางครั้งมันอาจจะเป็นสิ่งที่ดีสิ่งเดียวที่คุณจะทำให้คุณพัทธ์ได้”

“นี่เธอ!”

“ดิฉันขอโทษนะคะที่ต้องเสียมารยาท แต่ตอนนี้ได้เวลาที่คุณพัทธ์ต้องทานยาแล้วก็ล้างแผลตามที่หมอสั่งแล้ว ขอตัวนะคะ”

หนึ่งนาถก้มศีรษะให้อีกฝ่ายพอเป็นพิธีก่อนที่จะพาพัทธ์เดินห่างออกไป ทิ้งให้ชายสูงวัยสองคนได้แต่หงุดหงิดก่อนที่จะพากันก้าวยาวๆออกไปจากบ้านไม้แสนร่มรื่นของพัทธ์ราวกับไม่อยากทนอยู่ต่ออีกสักนาทีเดียว

“ขอบใจนะ”

เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบาเอ่ยขึ้นเมื่อหญิงสาวประคองเขาขึ้นมาจนถึงห้องนอน หากใบหน้าเรียวสวยกลับทำเหมือนไม่ได้ยินจนพัทธ์ต้องเอ่ยท้วงขึ้น

“ฉันขอบใจเธอ เธอได้ยินหรือเปล่า”

“ได้ยินค่ะ แต่ฉันก็แค่ทำตามที่คุณสั่ง ไม่เห็นต้องมาขอบคุณอะไรกันเลยนี่คะ”

“งั้นก็ขอบใจที่ทำตามคำสั่งฉันก็แล้วกัน”

พัทธ์ว่าพลางยิ้มน้อยๆแต่กลับทำให้หญิงสาวใจเต้นแรงขึ้นราวกับมีคนเข้าไปตีกลองอยู่ในนั้นเพียงเพราะสิ่งเดียว...ยักษ์ก็ยิ้มเป็นด้วย?

“เอ่อ...ค่ะ งั้นถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันขอตัวก่อนนะคะ”

หนึ่งนาถเอ่ยอย่างตะกุกตะกักพลางรีบหลบตาเขาพัลวันเมื่อแอบถูกจับได้ว่าเผลอจ้องหน้าเขาอยู่นานแล้ว ร่างเพรียวหันรีหันขวางก่อนจะรีบเดินออกไปทันที พร้อมๆกับที่แก้มใสของเธอเรื่อขึ้นอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้เมื่อแอบหันไปมองแล้วเห็นว่าคนตัวโตนั่งแกะผ้าพันแผลฝีมือเธออยู่พร้อมกับรอยยิ้มน้อยๆ ทั้งๆที่เรื่องที่เขาเจอวันนี้ไม่น่าจะยิ้มได้เลยด้วยซ้ำ ...ถ้าเธอเป็นเขา เธอคงไม่สามารถยิ้มได้อีกถ้าคนที่เธอรักทำร้ายกันแบบที่พัทธ์กำลังเผชิญอยู่ขณะนี้ โดยเฉพาะถ้าคนคนนั้นเป็นคนในครอบครัวของตนเอง

“ยายจ๋า ยายต้องหายไวๆแล้วมาหาคุณพัทธ์นะจ๊ะ อย่างน้อยถ้าพวกเขาได้ฟังเรื่องทั้งหมดจากปากยาย เขาจะได้ไม่เข้าใจแม่นุชผิดอีก แล้วอีกอย่าง...คุณพัทธ์เขาก็จะได้ไม่ต้องเจอเรื่องแย่ๆคนเดียวแบบนี้”

หนึ่งนาถพึมพำกับตัวเองในขณะที่ก้าวช้าๆกลับไปยังกระท่อมท้ายไร่ของตัวเอง พร้อมกับพยายามที่จะปรับตัวให้ชินกับความจริงที่เธอต้องเผชิญมากขึ้น...ไม่ว่าอย่างไรเธอก็คงต้องอยู่ที่ไร่นี้อีกนาน อย่างน้อยถ้าหากเธอกับพัทธ์จะเป็นมิตรกันบ้าง เธอก็คงจะอยู่ที่ไร่นี้อย่างสงบสุขมากขึ้น...เธอคงจะไม่หวังจากพัทธ์มากเกินไปใช่ไหม? 

....................................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น