พราวนภา/เนตรอัปสรา/มณีหยาดฟ้า

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

อีกมุมของคนฟอร์มจัด (80%)...ยิ้มเเก้มเเตก >///<

ชื่อตอน : อีกมุมของคนฟอร์มจัด (80%)...ยิ้มเเก้มเเตก >///<

คำค้น : รักโคตรร้าย ผู้ชายฮาร์ดคอร์ ,ป๋าพงษ์ , หมอครีม ,แอบรัก

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.1k

ความคิดเห็น : 30

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ก.พ. 2562 19:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
อีกมุมของคนฟอร์มจัด (80%)...ยิ้มเเก้มเเตก >///<
แบบอักษร



“นี่! ไม่หยิ่งสักเรื่องจะได้ไหม หนาวจนปากสั่นตัวซีดยังจะมาทำปากดีอวดเก่งไม่เข้าเรื่องอีก…มานี่”

เขากดเสียงต่ำด้วยความระอากับความไว้ตัวและเย่อหยิ่งของอีกฝ่าย ก่อนจะลากเธอให้ก้าวตามไป คิริมาขืนตัวต้านแรงเอาไว้ บิดข้อมือจนหลุด แล้วเอ่ยออกมา     

“ก็บอกแล้วไงว่าอย่ามายุ่งกับฉัน นายก็เกลียดฉันเหมือนคนอื่นๆ ไม่ใช่หรือไง ฉะนั้นนายควรจะหัวเราะเยาะฉันแล้วเดินจากไป หรือไม่ก็แกล้งฉันเหมือนที่คนอื่นทำ ฮึก…ทำเหมือนฉันไม่มีชีวิตจิตใจ” ท้ายประโยคคิริมาสะอื้นฮักปนตัดพ้อ ก่อนจะปล่อยโฮออกมาพร้อมน้ำตาไหลพราก         

“ยัยแว่นบ้า! ฉันไม่ได้ระยำขนาดนั้นเว้ย!” พงษ์สวัสดิ์ตะเบ็งเสียงแข่งกับสายฝนอย่างเหลืออดกับความจองหองของคนที่เหมือนตัวคนเดียว    

ครั้นเห็นอีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมามองอย่างตัดพ้อเขาก็ทำท่าจะดึงเธอเข้ามาซบอก แต่กลับต้องยกมือค้างกลางอากาศ แล้วทำเป็นลูบท้ายทอยตัวเองแก้เก้อกระดาก กระทั่งทนฟังเสียงสะอื้นไห้ปานจะขาดใจไม่ไหว เอื้อมมือไปแตะไหล่สะท้านอย่างเก้ๆ กังๆ ที่สุดก็ตัดสินใจตวัดร่างบางเข้ามากอด เลื่อนมือที่แตะอยู่ตรงเอวอ้อนแอ้นมากดศีรษะน้อยให้ดวงหน้าที่เปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาซบลงตรงอกตัวเอง คราแรกนั้นคิริมาทำหน้าตื่นๆ และดิ้นรนต่อต้านการกระทำอันแสนอุ่นซ่านอย่างบ้าคลั่ง แต่เขาหายอมไม่ ยิ่งยัยแว่นออกท่าพยศเขาก็ยิ่งจับหัวเธอกดกับอกตัวเอง ที่สุดเธอก็ยอมจำนน หลุดสะอื้นฮัก แล้วปล่อยโฮออกมาเสียงดังลั่นอย่างสุดกลั้น      

“ครีม”

ผ่านไปสักพักพงษ์สวัสดิ์ก็เอ่ยเรียกคนที่ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดร้องแต่อย่างใด ยิ่งเธอร้องเขาก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองเหมือนจะเป็นบ้า และทำอะไรไม่ถูก

“ฮึก…อะไร” เธอผงกหัวขึ้นจากอกกว้าง แล้วมองเขาตาแดงๆ พร้อมเอ่ยเสียงเครือเจือสะอื้น ขณะที่หยาดน้ำใสๆ ยังคงไหลพรากออกมาจากนัยน์ตาหม่นเศร้าไม่ขาดสาย   

“พอหรือยัง” เสียงห้าวทุ้มเอ่ยถามชิดหน้าผากมนของคนที่ตนอุทิศอกซับหยาดน้ำตาให้เมื่อครู่   

“พออะไร”

“ร้องไห้พอหรือยัง”

“ยัง” คิริมาเอ่ยทั้งน้ำตา

ว่าแล้วเธอก็ปล่อยโฮออกมาอีกระลอก ทำเอาคนไม่เคยรับมือกับน้ำตาถึงกับกลอกตาขึ้นฟ้า ก่อนจะกดท้ายทอยสลวยรั้งใบหน้าเลอะหยาดน้ำตามาซบอกตัวเองอีกครา    

“ปล่อยฉันนะ! นายจะทำบ้าอะไร!”

ครั้งนี้เธอเอ่ยประท้วงด้วยท่าทางตื่นๆ เพราะสติเริ่มมีกว่าในคราแรก ขณะขืนกายเอาไว้ เขาทำอะไรที่ไม่สมควรทำในโรงเรียน ถึงแม้จะไม่ส่อไปในทางชู้สาวก็เถอะแต่ถ้าใครมาเห็นเข้ามันคงไม่ดีแน่ โล่งใจหน่อยก็ตรงที่ตอนนี้นักเรียนกลับบ้านจนเกือบหมดแล้ว ส่วนคนที่เดินผ่านไปมาก็กางร่มวิ่งฝ่าสายฝนด้วยท่าทางเร่งรีบ บวกกับร่มที่เขาถืออยู่ก็คันใหญ่จนสามารถบดบังทั้งคู่จากสายตาสอดรู้สอดเห็น ฉะนั้นจึงไม่มีใครสนเขาและเธอ       

“ปล่อย” คิริมาเอ่ยเสียงสั่นๆ น้ำตาไหลไม่หยุดหย่อน แรงน้อยนิดยังคงพยายามหาทางให้ตัวเองหลุดไปจากการกระทำอันน่ากระดากอาย เพราะกลัวว่าหากนานกว่านี้จะมีคนมาเห็นเข้า         

“ทีเมื่อกี้ก็ทำแบบนี้ไม่เห็นโวยวาย” แทนที่จะทำตามความต้องการของเธอเขากลับเลิกคิ้วทำหน้าตาย แถมยังถือวิสาสะรั้งเอวบางเข้าหา แล้วลอยหน้ายั่วน้อยๆ           

“ปล่อย” คิริมายังคงทำเสียงอู้อี้ประท้วงด้วยถ้อยคำเดิม เห็นเขาทำอย่างนั้นก็ยิ่งตีโพยตีพายไปว่าอีกฝ่ายกลั่นแกล้ง แล้วน้ำตาก็ไหลรินออกมาอีกระลอก   

“ถ้าอยากให้ปล่อยก็หยุดร้องไห้ ฉันปลอบใครไม่เป็น” เขาเอ่ยเสียงแข็งๆ ทำหน้ายุ่งปนกระวนกระวายอย่างพิลึกเพราะจนปัญญาไม่รู้ว่าจะต้องปลอบให้อีกฝ่ายหยุดร้องได้อย่างไร      

“นายไม่เป็นฉัน นายไม่มีวันเข้าใจหรอกว่าฉันรู้สึกยังไง” คิริมาเอ่ยเสียงเครือเจือสะอื้น    

“เออ…ไม่เข้าใจก็ไม่เข้าใจ เอาตามที่เธอสบายใจเลย แต่หยุดร้องไห้ได้ไหมวะ” เขาเอ่ยอย่างจนใจ ยอมหมดทุกอย่างเพราะไม่ชอบน้ำตาผู้หญิงเป็นทุนเดิม แต่ก่อนเขามองว่ามันน่ารำคาญเหลือจะทน แต่พอเห็นคิริมาร้องไห้เขากลับรู้สึกทุรนทุรายไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก  

“นะ…หยุดร้องไห้เถอะนะ ถ้าเธอเสียใจเพราะโดนยัยหมาบ้าพิมมี่แกล้งฉันจะไปเอาคืนให้ ขอเพียงเธอบอกฉันจะไปจัดการให้” เขาเอ่ยอาสาแข็งขัน  

ก่อนจะทำให้คนที่ร้องไห้จนตัวโยนถึงกับกลั้นก้อนสะอื้นในฉับพลัน ด้วยการดึงชายเสื้อแจ็กเกตสุดแนวของตัวเองขึ้นมาเช็ดน้ำตาให้ การกระทำที่ดูไม่อ่อนโยน แถมยังเต็มไปด้วยท่าทางกระแทกกระทั้น ดูดิบๆ ห่ามๆ แต่กระนั้นหัวใจคนถูกกระทำกลับเต้นไม่เป็นส่ำ

นาทีนั้นคิริมายืนตัวแข็งทื่อเหมือนถูกสาป สมองคล้ายไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น ส่วนหัวใจก็เต้นผิดจังหวะ ก่อนจะสะดุ้งน้อยๆ เมื่อถูกอีกฝ่ายขยับเข้ามาโอบไหล่บอบบาง ส่วนมืออีกข้างก็ยังถือร่มเพื่อบดบังสายฝนที่ยังโปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย แล้วพาเธอเดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆ ทว่ามั่นคง         

“นายจะพาฉันไปไหน” เสียงสะท้านหลุดออกมาจากปากอิ่ม ขณะที่เจ้าตัวพยายามขืนกายเอาไว้อย่างสุดความสามารถ แต่มีหรือจะต้านแรงฉุดรั้งของคนเอาแต่ใจได้ไหว     

“ไม่พาไปฆ่าก็แล้วกันล่ะน่า เดินตามมาดีๆ”

“อย่ามาสั่ง!” วาจาอวดดีที่หลุดออกมาจากปากคนจองหองที่ไม่ดูสภาพตัวเองว่าย่ำแย่ขนาดไหนทำให้เขาหยุดเดิน แล้วหันไปมองหน้าซีดเซียวของอีกฝ่ายอย่างเอาเรื่อง   

“ถ้าดื้อนักจะ ‘อุ้ม’ เอาสิ…ถ้าเธอไม่อยากตกเป็นข่าวให้คนเอาไปเม้าท์กันทั้งโรงเรียนในวันพรุ่งนี้” คราวนี้คนไม่เคยถูกขัดใจไม่แค่เอ่ยข่มขู่เฉยๆ แต่ยังเลิกคิ้วท้าทายด้วยท่าทางยียวน เห็นอีกฝ่ายทำท่าฮึดฮัด แต่ก็ยอมที่จะเดินตามมาดีๆ มุมปากหยักลึกก็กระตุกเล็กน้อยด้วยความพึงพอใจ    

เขาบังคับเธอให้เดินกางร่มมาด้วยกันจนมาถึงรถยนต์คันหรูที่จอดรออยู่ริมถนนไม่ไกลมากนัก ก่อนจะเอ่ยสั่งคนที่เปียกโชกไปทั้งตัวด้วยเสียงแข็งๆ     

“ขึ้นไป”

แทนที่จะทำตามคำสั่งของคนที่ชอบมายุ่งกับเธอ คิริมากลับเชิดหน้าทำท่านิ่งๆ ซึ่งการท้าทายด้วยการดื้อเงียบก็ทำให้พงษ์สวัสดิ์กลอกตาขึ้นฟ้า ก่อนจะส่งร่มให้คนของพ่อที่ก้าวลงมาจากตำแหน่งข้างคนขับ แล้วจัดการยัดร่างบางเข้าไปในรถท่ามกลางเสียงประท้วงดังลั่น   

“แค่นี้ก็สิ้นเรื่อง”

เขาเอ่ยอย่างผู้กำชัย เห็นแม่คนอวดดีกำลังกระเถิบไปตามความยาวของเบาะรถเพื่อหวังจะเปิดประตูอีกด้านแล้วหนีไป เขาก็กระโจนขึ้นไปคว้าข้อมือเธอเอาไว้ แล้วสั่งให้คนขับออกรถทันที     

“นายจะพาฉันไปไหน” ครั้นหนีลงจากรถไม่ได้คิริมาก็หันไปถามคนที่กอดอกนั่งทำหน้านิ่งอยู่ใกล้ๆ ด้วยท่าทีแตกตื่น รู้สึกกระวนกระวายใจที่ตกอยู่ในสถานการณ์ชวนอึดอัดเช่นนี้

“ไปส่ง” พงษ์สวัสดิ์เอ่ยตอบสั้นๆ ทว่าได้ใจความ ก่อนจะหันไปหาคนขับรถที่พ่วงด้วยตำแหน่งบอดี้การ์ดประจำตัว แล้วออกคำสั่งเสียงเรียบ  

“ภพไปส่งยัยนี่ที่คอนโดตองเก้าด้วยนะ”   

หลังจากนั้นพงษ์สวัสดิ์ก็เอ่ยสั่งให้ชัยซึ่งนั่งข้างคนขับโทรศัพท์ไปบอกพ่อของตนว่าจะกลับบ้านช้านิดหน่อย แล้วหันไปคว้าผ้าขนหนูที่ลูกน้องส่งมาให้

“ทำไมนายถึงรู้ว่าฉันพักที่ไหน”

“ก็ฉันฉลาดไงเลยรู้” เขาเอ่ยรวนหน้าตาย จนเธอต้องย่นจมูกใส่ด้วยความหมั่นไส้ และท่าทางมีชีวิตชีวาแถมยังดูเป็นหญิงไม่เย็นชาทำให้มุมปากหยักยกยิ้ม   

“เอ้า…นี่ผ้า เช็ดผมให้แห้งซะ เดี๋ยวจะเป็นหวัด”

เขาเอ่ยพลางยัดผ้าขนหนูใส่มือเธอ คิริมามองอย่างอึ้งๆ พร้อมกันนั้นก็มีคำถามผุดขึ้นในหัวว่า เจ้าของหน้าหล่อใสออร่าที่นั่งจ้องเธออยู่ใช่คนเดียวกับที่แกล้งเธอหรือ เพราะไม่คิดว่าเขาจะดีกับเธอขนาดนี้ ความอบอุ่นแปลกๆ ที่วาบขึ้นมาในอกทำให้เธอนั่งนิ่งเหมือนคนไร้สติ   

เห็นว่าอีกฝ่ายยังถือผ้าขนหนูค้างเติ่งเขาก็ฉวยมันมา แล้วลงมือเช็ดผมให้เธอเสียเอง การเอาใจใส่ที่ถึงจะไม่อ่อนโยนแต่ก็ทำให้คนถูกดูแลถึงกับตัวแข็งทื่อ หัวใจเจ้ากรรมเต้นไม่เป็นส่ำ ก่อนจะละล่ำละลักบอกอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงสะท้าน พร้อมทำท่าจะยื้อแย่งผ้าขนหนูจากมือเขา       

“เดี๋ยวฉันเช็ดเองก็ได้”  

“นั่งนิ่งๆ เถอะน่า เดี๋ยวก็เสร็จแล้ว”

ปากเอ่ยสั่งเสียงดุๆ ส่วนมือก็ยังคงสาละวนกับการเช็ดผมให้เธอ ทันใดนั้นทั้งคู่ก็ต้องนิ่งค้างเมื่อเผลอสบตากัน เขารีบยัดผ้าขนหนูใส่มือเธอในสภาพโหนกแก้มขึ้นสี แล้วขยับไปนั่งกอดอกทำหน้านิ่ง ส่วนคิริมาก็หน้าร้อนวูบ รีบหลุบตาลง แล้วเช็ดผมตัวเองด้วยท่าทางเงอะๆ งะๆ กระทั่งมันเริ่มแห้ง เธอถึงได้ยื่นผ้าขนหนูคืนให้เขา         

แอร์รถยนต์ที่ค่อนข้างเย็นทำให้คนที่เพิ่งตากฝนมาถึงกับสั่นสะท้าน ยกแขนขึ้นกอดตัวเองเอาไว้ แต่กระนั้นก็ยังไม่วายปากสั่น เขาเหลือบตามองเป็นระยะ ที่สุดก็ทนไม่ไหว ถอดเสื้อแจ็กเกตออก ทว่าแทนที่จะเอาให้ดีๆ กลับโยนเสื้อไปคลุมหัวเธอเหมือนเจตนาจะหาเรื่องเสียมากกว่า  

“นายทำบ้าอะไรเนี่ย!” 

คิริมาโวยลั่น ดึงเสื้อที่คลุมอยู่ตรงศีรษะของตัวเองออก แล้วมองหน้าเขาอย่างเคืองๆ ทว่าแทนที่จะสะทกสะท้านคนช่างก่อกวนกลับทำเพียงไหวไหล่ ก่อนที่เธอจะโยนเสื้อคืนให้บ้าง         

“เอาเสื้อฉันไปคลุมจะได้คลายหนาว”

เขายื่นเสื้อให้เธออีกครั้ง ครั้นเห็นเธอยังมองอย่างอึ้งๆ เพราะไม่คิดว่าคนที่ชอบแกล้งตั้งแต่เจอกันในครั้งแรกจะเกิดใจดีขึ้นมาหลายครั้งหลายคราในเวลาไล่เลี่ยกัน ก็จัดการเอาเสื้อของตัวเองไปคลุมร่างบางให้เสียเอง การกระทำที่ดูกระด้างกระเดื่องแต่แฝงไปด้วยความอ่อนโยนอย่างน่าพิลึกทำเอาลมหายใจของสาวแว่นถึงกับสะดุดกึก หัวใจดวงน้อยเต้นโครมคราม ส่วนใบหน้านวลปลั่งนั้นก็เห่อร้อนด้วยความสะเทิ้นอายแกมประหม่า ซึ่งท่าทางดูเอาใจใส่สาวเจ้านั้นก็ทำให้สารถีที่แอบมองกระจกมองหลังถึงกับกลั้นยิ้มแทบไม่อยู่           

จากนั้นทั้งคู่ก็ต่างนั่งเงียบๆ ไม่นานพงษ์สวัสดิ์ก็เลิกคิ้วหนาที่พาดอยู่เหนือดวงตาร้ายๆ เมื่อได้ยินเสียงกรนน้อยๆ ครั้นหันไปมองคนที่กำลังนั่งสัปหงกก็ถึงกับหลุดยิ้มออกมา พอเธอจะเอนศีรษะไปฟาดเข้ากับกระจกรถเขาก็ทำตาโต รีบวาดมือไปคว้าข้างขมับอิ่ม แล้วเป่าลมออกจากปากเบาๆ จากนั้นก็จับให้เธอนั่งตัวตรง ประคองร่างบางของคนไม่ได้สติเอาไว้ด้วยท่าทางระมัดระวัง ครั้นเธอโงนเงนทำท่าจะเอนศีรษะไปฟาดกับกระจกรถอีกคราเขาก็ชักจะทนไม่ไหว สุดท้ายก็ต้องคว้าลำคอระหงให้เธอเอนมาหา แล้วกดศีรษะน้อยมาซบตรงไหล่กว้าง              

“ภพขับรถวนไปก่อน” เขาเอ่ยสั่งเสียงที่ฟังดูนุ่มนวลติดจะแผ่วเบา ขณะมองคนที่หลับซบไหล่ตัวเองแบบไม่รู้เรื่องด้วยสายตาอ่อนโยนโดยไม่รู้ตัว         

“แต่จะถึงคอนโดเธอแล้วนะครับ อีกอย่างนายก็รอนายน้อยอยู่นะครับ” คนที่ทำหน้าที่เป็นทั้งสารถีและบอดี้การ์ดประจำตัวตั้งแต่พงษ์สวัสดิ์เข้าเรียนชั้นมัธยมเอ่ยแย้งเล็กน้อย  

“ทำตามที่บอก” 


อ๊ายยยยย…บอกเลยว่าอิป๋าในมุมนี้ก็ละมุนไม่เบานะเออ ถึงแม้จะดูกระด้างไปบ้างแต่อ่อนโยนใจละลาย แบบว่าคนฟอร์มจัดก็งี้ล่ะจ้า แล้วไปรอลุ้นในตอนหน้าว่าอิป๋าจะพาหนูครีมไปไหนกันแน่ถึงไม่ยอมไปส่งที่คอนโดดีๆ เอิ๊กๆๆๆ เอ้า…ใครรออยู่ ใครยังตามอ่านตลอดๆ เม้นท์มาแสดงตัวอย่างด่วนๆ จ้า มาให้กำลังใจกันบ้างนะคะ ^^ 

#ปล.หายหน้าไปเป็นช่วงๆ เพราะปวดหลังมากๆ และเร่งรีไรท์งานจ้า อีกอย่างคือแก้ไขนิยายบางส่วน สำหรับคนที่รอฉากตอนโต ตอนพระนางได้กัน ก็อดใจรออีกหน่อยนะคะ อีกไม่นานแล้วจ้า ขอผูกปมนิดหน่อยและลงฉากฟินๆ ในวัยเด็กก่อนนะคะ ถ้าเม้นท์มาให้กำลังใจกันเยอะๆ ก็จะรีบมาอัพให้ผ่านช่วงนี้ไปอย่างรวดเร็วจ้า

***สำหรับคนที่อยากให้ตัดเนื้อหาตอนมัธยมออกเอก็ต้องขออภัยด้วยนะคะที่ตัดออกให้ไม่ได้จ้า เข้าใจว่าอยากจะอ่านตอนปัจจุบันเร็วๆ แต่เอได้เขียนเค้าโครงเรื่องและผูกปมไปแล้ว เลยแก้ไขลำบากจ้า ยังไงก็ต้องขออภัยด้วยนะคะ ทนอ่านอีกนิดเนาะเดี๋ยวก็ถึงตอนปัจจุบันแล้วจ้า ยังไงก็อย่าเพิ่งทิ้งกันนะคะคนเขียนเครียดมากจ้ากลัวนิยายไม่สนุก กลัวไม่ถูกใจทุกคน อยากจะทำตามที่ทุกคนต้องการ แต่เรื่องมันดำเนินมาแบบนี้แล้ว ตัดออกให้กระชับได้นิดหน่อย แต่จะให้ตัดหมดแล้วดำเนินไปสู่ตอนโตเลยคงไม่ได้จ้า ^^





แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น