โซซอล
facebook-icon

ซอลลี่นำความสนุกจากซีรีส์เกาหลีสุดฮิต 'What's Wrong with Secretary Kim' มาให้ทุกคนได้อ่านในรูปแบบตัวอักษรกันแล้วค่า~

ตอนที่ 4-2 หัวเย็น ใจร้อน ส่วนหลังเท้าน่ะไฟลุก!

ชื่อตอน : ตอนที่ 4-2 หัวเย็น ใจร้อน ส่วนหลังเท้าน่ะไฟลุก!

คำค้น : เลขาคิม นิยายเกาหลี

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.8k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 22 เม.ย. 2562 15:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4-2 หัวเย็น ใจร้อน ส่วนหลังเท้าน่ะไฟลุก!
แบบอักษร

​มีโซใช้คอตตอนบัดหมุนวนเบาๆ ในหูเพราะรู้สึกคันตั้งแต่เมื่อครู่นี้พลางเหลือบมองนาฬิกาตรงมุมขวาบนหน้าจอแล็ปท็อป เธอจ้องเลขสี่ทุ่มสี่สิบนาทีอย่างนิ่งๆ

“ไม่รู้ท่านรองจะบ่นฉันอยู่ไหมเนี่ย”

หลังเรียบเรียงคำเพื่อเขียนคู่มือการทำงานสำหรับเลขาคนใหม่แล้ว มีโซก็นั่งเหม่อลอยมองจออยู่พักใหญ่ก่อนจะคลิกหน้าต่างอินเตอร์เน็ต

ตัวชี้ตำแหน่งเล็กๆ กะพริบอยู่ใกล้ช่องค้นหาสีเหลืองของหน้าโฮมเพจเว็บไซต์เฮซ

เธอเอามือแตะคีย์บอร์ดแล้วก็ละมือออกสลับกันหลายครั้งอย่างชั่งใจอยู่สักพัก แต่สุดท้ายก็กลืนน้ำลายแล้วเริ่มพิมพ์บางคำลงในช่องค้นหา

ผลการค้นหาทั้งหมดปรากฏขึ้นเต็มหน้าจอโดยใช้เวลาไม่ถึงเสี้ยววินาที มีโซเปิดผ่านหลายๆ หน้าของเพจอย่างเคยชินโดยที่สีหน้ายังเหมือนเดิมตลอดเวลาไม่เปลี่ยนแปลงเลย

“ว่าแล้ว คงหาไม่ได้ง่ายๆ อย่างที่คิดหรอก”

หลังจากตกอยู่ในห้วงความคิดสักพัก เธอก็เริ่มค้นหาด้วยการพิมพ์คำใหม่เพิ่มลงไปอีกหนึ่งคำ


[อุบัติเหตุ ปีหนึ่งพันเก้าร้อยแปดสิบเก้า เด็ก]


มีโซใช้เวลาอยู่นานในการค้นหาอะไรบางอย่างในเว็บไซต์นู้นเว็บไซต์นี้ จากนั้นก็ส่ายหน้าไปมาตามด้วยการถอนหายใจเบาๆ

เรื่องอุบัติเหตุสมัยเด็ก หรือเรื่องเคยหลงทาง จนถึงเคยถูกขังไว้ที่ไหนหรือไม่ เธอเคยถามทั้งพ่อและพี่สาวอยู่บ่อยครั้งจนแทบจะทำให้ทั้งบ้านเหนื่อยหน่าย แต่ก็ได้รับคำตอบเดิมๆ ทุกครั้งว่าเรื่องแบบนั้นไม่เคยเกิดขึ้น

หลายครั้งที่เธอลองพยายามสังเกตว่าคนในครอบครัวโกหกหรือไม่ แต่ก็ดูจะไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย โดยเฉพาะพี่สาวคนโตผู้แสดงทุกอย่างผ่านสีหน้า ถ้าหากพี่โกหกจริงๆ คงไม่มีทางจะปกปิดเรื่องมาได้เป็นระยะเวลานานขนาดนี้แน่นอน

แล้วมันคือเรื่องอะไรกันนะ… หรือจะเป็นความฝันจริงๆ


[อย่าร้องไห้นะ มีโซ ห้ามร้อง]

[ฮืออออ น่ากลัว! …มันประหลาด!]

[นั่นมันไม่ใช่… นะ มันมืดเลยเหมือน… แค่นั้นเอง]

[แล้วนั่นอะไร]

[อืมม นั่นมัน… ไง]

[… งั้นเหรอ]


ตอนนั้นเด็กผู้ชายที่นั่งอยู่ข้างๆ ในความทรงจำตอนเธออายุประมาณสี่ห้าขวบจะอายุเท่าไหร่กันนะ หกเจ็ดขวบเหรอ แต่ก็น่าจะเรียนชั้นประถมแล้ว

เมโลดี้เลือนรางดังขึ้นในหัวของมีโซ เธอจำไม่ได้ว่ามันคือเพลงอะไรก็จริง แต่มันเป็นเพลงกล่อมเด็กแน่นอน

ความทรงจำที่ผุดขึ้นมาเป็นหย่อมๆ ราวกับใช้ยางลบลบออกไปก็มีเพียงบรรยากาศเย็นยะเยือก บทสนทนาที่ขาดๆ หายๆ ไม่ปะติดปะต่อและน้ำเสียงที่อบอุ่นจนเหมือนน้ำตาจะไหลรินเท่านั้น


[เดี๋ยวพี่ดึงออกให้ ออกไปจากที่นี่ด้วยกันนะ]


ถูกจับมัดด้วยกันไว้ที่ไหนนะ หรือว่าลักพาตัวงั้นเหรอ

แต่ไม่ว่าจะเปลี่ยนคีย์เวิร์ดอีกกี่ครั้งผลการค้นหาก็ยังคงเป็นเหมือนเดิม ไม่ว่าที่ไหนๆ ก็ไร้ข้อมูลที่มีโซตามหามาโดยตลอด

“โอ๊ย ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว ต้องเริ่มหาจากตรงไหนกันเนี่ย”

เธอละมือจากคีย์บอร์ดขึ้นมาขยี้ผมแล้วก็เริ่มบ่นพึมพำกับตัวเอง

“หาแล้วไงต่อ หาเจอแล้วจะทำอะไรได้ เขาจะจำฉันได้ไหม แต่ไม่สิ ฝั่งนั้นอายุมากกว่าฉันยังไงก็คงจำได้อยู่แล้วสิ”

มันก็ไม่ใช่เรื่องพิเศษขนาดนั้น แต่เหตุผลที่เธอยึดติดขนาดนี้คืออะไรกันนะ

อาจจะเป็นเพราะมันติดอยู่ในความทรงจำมาเนิ่นนาน

แม่ของเธอจากไปตั้งแต่ก่อนจำความได้ พ่อเองก็งานยุ่งอยู่เสมอ ส่วนพี่สาวสองคนน่ะอย่าไปพูดถึงเรื่องดูแลน้องเลย เพราะเธอกลับเป็นฝ่ายดูแลพวกพี่ๆ ตั้งแต่เด็กๆ แล้วด้วยซ้ำ

หรือเพราะเหงากันนะ

ยี่สิบเก้าปีที่ผ่านมา เธอใช้มันไปกับการคอยเอาใจใส่และเสียสละให้ผู้อื่นอยู่เสมอ แม้แต่อาชีพก็ยังเป็นอาชีพที่ต้องดูแลคนอื่นอย่างเต็มตัว

เธอเหนื่อยเต็มทีแล้วกับการเอาใจใส่คนอื่น

บางทีคงเป็นเพราะอารมณ์ที่อยากได้รับความใส่ใจจากใครสักคน ต้องการคำพูดปลอบใจอย่างอบอุ่น จึงทำให้คนที่ติดอยู่ในความทรงจำเมื่อครั้งยังเป็นเด็กกลายเป็นคนในอุดมคติของเธอ

 มีโซทิ้งหลังพิงเก้าอี้หมุน ตอนนี้ทั้งความล้าและความง่วงกำลังโจมตีเธออย่างพร้อมเพรียงกัน

“อ่า ง่วงจะตายอยู่แล้ว แต่เดี๋ยวท่านรองต้องโทรมาแน่เลย ฉันปิดโทรศัพท์จริงๆ เลยดีไหม เฮ้อ ทำไมต้องโทรเรียกฉันทุกครั้งที่กินเหล้าด้วยเนี่ย ให้ไปขับรถแทนนี่มัน…”

ดวงตาของมีโซที่บ่นพึมพำอยู่คนเดียวกะพริบตาเชื่องช้าก่อนจะค่อยๆ หลับตาลงอย่างสมบูรณ์



[L’araignee gypsie monte à la gouttiere…]


เสียงเพลงดังขึ้นแทรกในช่วงที่เธอหลับใหล มันคือเพลงกล่อมเด็กที่เธอรู้จักแน่นอน แต่กลับมีเนื้อเพลงเป็นภาษาต่างประเทศ คนต่างชาติเหรอ ไม่ใช่หรอก เพราะเขาพูดภาษาเกาหลีได้ดีเกินไป


[เดี๋ยวพี่ดึงออกให้…]


กรรไกร สิ่งที่มองเห็นได้จากแสงสะท้อนของพระจันทร์คือด้ามจับสีดำที่มีลายนกพิราบวาดไว้ของกรรไกรที่มีขนาดยาวพอสมควร


[ออกไปกันเถอะ อย่ามองไปทางนั้นเด็ดขาดเลยนะ ห้ามลืมตาจนกว่าพี่จะบอกว่าลืมได้ ห้ามลืมตาเด็ดขาด เข้าใจไหม สัญญากับพี่นะ]

[อือ สัญญา]

[อะ จับมือพี่ไว้]


ถึงแม้จะไม่รู้ว่ามันเป็นเพราะครึ่งหลับครึ่งตื่น หรืออาจจะเป็นอาการผีอำ ทว่าเธอกลับรู้สึกถึงความอบอุ่นและความนุ่มนวลของมือที่ตัวเองจับเอาไว้ได้เป็นอย่างดี

แต่พอเดินไปได้ประมาณห้าก้าว อยู่ๆ ก็เริ่มเกิดเสียงกริ๊ก กริ๊ก จากที่ไหนสักแห่งดังขึ้นที่ข้างหูของเธอ


[พี่ เสียงอะไรอะ]

[ไม่มีเสียงอะไรเลยนี่]

[มีนะ]

[ไม่มีอะไรหรอก หลับตาไว้นะ นี่มันแค่ความฝัน ตื่นมาก็จะจำไม่ได้เลยสักอย่าง ฝันที่ทำให้โตขึ้น แค่ฝันร้ายเท่านั้น]

[จริงเหรอ]

[จริง แค่ออกไปได้ทุกอย่างจะจบ แล้วก็จะลืมทุกๆ อย่าง]


ทว่าเสียงนั้นยังคงดังให้ได้ยินในหูอย่างต่อเนื่อง กริ๊ก กริ๊ก เสียงเหมือนดังจากชิงช้าในสนามเด็กเล่น เสียงเสียดสีที่ดังขึ้นเป็นจังหวะเหมือนเกิดจากการแกว่งไกวของอะไรบางอย่างที่มีน้ำหนัก


กริ๊ก กริ๊ก

[อ๊ะ อ๊ะ… แมงมุม! แมงมุม! อ๊า พี่ มันน่ากลัว!]



มีโซสะดุ้งตื่นด้วยความหวาดผวาตกใจ เธอถดตัวจนตกจากเก้าอี้ตามไปด้วยทันที

กริ๊ก กริ๊ก

เก้าอี้หมุนตัวเก่าที่ถูกใช้งานมานานเกิดเสียงดังขึ้นปลุกความหวาดกลัวของเธอขึ้นมาเมื่อได้ยินมัน และตอนนี้เสียงนั้นก็ยังดังขึ้นอย่างต่อเนื่องจากทางฝั่งโน้น

“อ๊า อ๊าก! น่ากลัว! น่ากลัว!”

เธอเอาชนะความขลาดกลัวไม่ได้ มีโซใช้มือทั้งสองข้างกุมศีรษะของตัวเองเอาไว้นั่งหลบมุมตัวสั่นอยู่ข้างผนังด้วยความหวาดกลัวแล้วส่งร้องเสียงดังก้องห้องพัก

แปลกจัง มันคือแมงมุมเหรอ

ถึงจะเป็นตอนเด็กแค่ไหน แต่ในโลกนี้คงไม่มีทางมีแมงมุมตัวใหญ่ขนาดนั้นแน่

แล้วมันคืออะไรกันแน่       


[ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร นี่มันแค่ความฝัน ตื่นมาก็ไม่มีอะไรแล้ว ไม่ต้องร้องนะ เดี๋ยวก็ลืมทุกอย่างหมดแล้ว ยิ้มเหมือนเมื่อกี้เร็ว มีโซ]


“ไม่ ฉัน ทำ ไม่ได้ กลัว น่ากลัว… ใคร ใครก็ได้.. ช่วยฉัน…!”

ขณะนั้นโทรศัพท์มือถือที่เป็นสิ่งเดียวที่เธอสามารถเอื้อมมือแตะได้ก็เริ่มส่งเสียงขึ้น

“อ่า…”

เมื่อตั้งสติได้อย่างลำบากหลังจากเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเป็นรอบที่เจ็ด มีโซก็รับโทรศัพท์โดยที่น้ำเสียงยังคงสั่นเครือ

“ฮ…ฮัลโหล”

-ฉันเอง

คนที่โทรมาก็คือยองจุน

“ท่านรองประธาน...”

โทนเสียงของยองจุนดังขึ้นกว่าเดิมเมื่อสัมผัสได้ว่าบรรยากาศของมีโซไม่ปกติ

-ทำไมเสียงเป็นแบบนั้น เกิดอะไรขึ้น

หากเป็นปกติคงแกล้งแซวไปแล้ว แต่ยองจุนก็สามารถเดาสถานการณ์ได้แม่นอย่างกับมีตาทิพย์ทั้งๆ ที่ทำเพียงแค่คุยโทรศัพท์เท่านั้น วันนี้มีโซจึงรู้สึกขอบคุณอีกฝ่ายมากกว่าทุกๆ วัน ในบรรดาคนรอบตัวจะมีใครอีกที่ได้ยินแค่เสียงก็รู้แล้วว่าต้องเกิดเรื่องขึ้นกับเธอ

“ไม่ ไม่เป็นไรค่ะ ฉันแค่เผลอหลับไปน่ะค่ะ ให้ไปรับตอนนี้เลยไหมคะ”

-เรื่องนั้นไม่จำเป็นหรอก ฉันอยู่หน้าบ้าน

“โอ๊ะ จริงเหรอคะ ดีเลยค่ะ พรุ่งนี้ตารางงานแน่นตั้งแต่เช้า งั้นพักผ่อนให้เต็มที่นะคะวันนี้ เดี๋ยวฉันจะรีบไปบ้านท่านรองแต่เช้า…”

- เปิดประตู

“คะ? ประตูอะไรคะ”

-คุยกันหน่อย

“อะไรนะคะะะ?”

มีโซนั่งกระพริบตาอย่างมึนๆ อยู่สักพักก่อนจะตั้งสติได้ เธอจึงพาตัวเองวิ่งไปที่ประตูหน้าบ้านแล้วส่องผ่านช่องประตูเพื่อมองดูด้านนอก    

ลียองจุนของโลกใบนี้กำลังยืนอยู่ตรงนั้น และอาจเป็นเพราะเธอมองผ่านเลนส์กลมๆ เลยทำให้เขาดูพิเศษไปกว่าทุกวัน ใบหน้าของยองจุนดูแป้นๆ จนน่าตลกขบขันเหมือนกับในการ์ตูน

ความคิดเห็น