Hecatia3120

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

สุราและยาพิษ

ชื่อตอน : สุราและยาพิษ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 702

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ก.พ. 2562 19:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
สุราและยาพิษ
แบบอักษร

​หลังจากเทียนจินกลับมาได้ไม่กี่วัน

หยางเฉินก็ให้ม้าเร็วมาส่งข่าวที่วังหลวงว่าอีกเจ็ดวันทัพใหญ่จะเดินทางกลับมาและคงถึงในเวลาไม่เกินยี่สิบวันหลังออกเดินทาง

ทหารเหล่านี้ได้รับการฝึกอย่างหนักจากเทียนจินจึงมีความอดทนและว่องไวไม่ต้องใช้เวลาในการเดินทัพมากมายเช่นแคว้นอื่นๆทำให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นรวดเร็วมากขึ้นไปอีก

ขนาดทหารปลายแถวยังขนาดนี้คงไม่มีใครคิดถึงทหารองครักษ์และความร้ายกาจของตัวคนฝึกอย่างเทียนจินออก คำบอกเล่าถึงความโหดเหี้ยมของเขาไม่ได้เกินจริงเลย

ตำหนักยวิ๋นชิง

"นี่ยาอะไร เหตุใดจึงมียาเพิ่มขึ้นมาอีกถ้วยเล่า"ร่างสูงเอ่ยถามอย่างจับผิด ความอิจฉาริษยาของคนในวังหลวงเขารู้ดี และจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายคนของเขาได้เด็ดขาด!

"ยาบำรุงจากเสด็จแม่เพคะ ไม่ขมเหมือนยาของท่านพี่ด้วยนะเพคะ"ร่างบางยิ้มออกมา เห็นสามีทำหน้าไม่พอใจก็หัวเราะเบาๆกับความขี้น้อยใจของสามี

"อืมมม แต่ถึงจะขมอย่างไรก็ดีต่อข้าและลูกนี่เพคะ ข้ารู้ว่าท่านพี่เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ข้าเสมอ"นางขึ้นไปนั่งบนตักแกร่งยกแขนขึ้นคล้องคอสามีเอาไว้จุมพิตหนักๆที่ริมฝีปากล่างของเขาอย่างเอาใจ

"รู้ก็ดี"เอ่ยตอบเสียงเรียบพยายามกลั้นเอาไว้ไม่ยิ้มออกไปให้นางได้ใจอยากรู้นักนางจะทำเช่นไรต่อไป

"ลูกแม่ ทำเช่นไรพ่อเจ้าจะหายโกรธแม่นะ"นางเอ่ยพลางใช้มือลูกหน้าท้องเบาๆแต่สายตายังจับจ้องไปที่ใบหน้าหล่อเหลาไม่วางตา ปกติเขามักยอมให้นางเสมอโดยเฉพาะช่วงนี้ที่นางตั้งท้องและครั้งนี้เขาก็ต้อมยอม

เเต่กลับผิดคาดเมื่อเทียนจินยกชาขึ้นจิบอย่างหน้าตาเฉย เยว่จือยังไม่ยอมแพ้นางจุมพิตเขาอีกหนึ่งครั้ง เวลาเขาโกรธวิธีนี้มักได้ผลเสมอ แต่ครั้งนี้กลับไม่เป็นดังที่คิดเมื่อคนตัวโตยั่งนั่งนิ่งไม่สนใจนาง

"อึก"หัวใจของชายหนุ่มกระตุกวูบเมื่อมีหยาดน้ำใสๆร่วงหล่นลงมาสัมผัสกับแขนเสื้อของเขาพร้อมๆกับเสียงสะอื้นเบาๆของคนบนที่นั่งอยู่บนหน้าตัก

"เยว่เออร์เป็นเช่นไรบ้าง..."ฮองเฮาก้าวเข้ามาในห้องเพื่อมาเยี่ยมสะใภ้ของตนแต่กลับชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นภาพตรงหน้า

เยว่จือยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาลวกๆแล้วลุกขึ้นจากตักของเขาเดินไปหยุดตรงหน้าแม่สามีย่อกายทำความเคารพอย่างนอบน้อม เสแสร้งร้องไห้ไปก็เปล่าประโยชน์แม่สามีของนางฉลาดรู้ทันไปเสียหมด

"เทียนจิน!เจ้าทำอะไรเยว่เออร์!"นางตวาดถามโอรสเสียงดังไม่ทันดูให้ดีว่าเยว่จือแค่แสดงออกมาเท่านั้นไม่ได้ร้องไห้จริงๆ

"คะ คือข้าแค่..."ร่างสูงที่ยังอึ้งอยู่พยายามคิดหาคำตอบอย่างยากลำบาก หากบอกว่าแค่แกล้งนางเล่นคงโดยแม่บังเกิดเกล้าสั่งสอนอีกยกใหญ่

"เสด็จแม่เพิ่งกลับมาจากอารามหลวงใช่รึไม่เพคะ เดินทางมาเหนื่อยๆดื่มชาก่อนเถิดเพคะ"เยว่จือเอ่ยเสียงเรียบ แกล้งนางดีนักนางจะแกล้งเขาบ้าง!

"อืม ก็ดีเหมือนกัน"เยว่จือส่งสัญญาณให้แม่สามีเป็นอันรู้กันก่อนจะค่อยๆรินชาใส่ถ้วยน้ำชาส่งไปให้นาง

"เรื่องที่เจ้าจะไปถือศีลกับแม่ที่วัดเล่าตกลงจะไปสักกี่วัน"แสร้งเอ่ยถามพลางปรายตามองโอรส เห็นมีสีหน้าตกใจร้อนรนก็ยิ้มเยาะในใจ

"ถือศีล? นี่มันอะไรกันเยว่เออร์!?"

"ว่าจะไปสักหนึ่งเดือนเพคะ อึก ไม่อยากอยู่ที่ตำหนัก"ราวกับถูกสาปไปชั่วขณะร่างสูงของเทียนจินยืนนิ่งไม่ไหวติง หนึ่งเดือน!ฝันไปเถิด!

"ก็ดีน่ะสิ แม่จะได้มีเพื่อน^^"เทียนจินมองรอยยิ้มของมารดามุมปากกระตุก นั่นมันรอยยิ้มเคลือบยาพิษชัดๆ! เขาจะทำอย่างไรให้มารดายอมกลับไปดี จะได้คุยกับเมียได้ถนัดหน่อย

"เสด็จแม่ได้เห็นของบรรณาการจากแคว้นเจิ้นฉีแล้วหรือไม่พ่ะยะค่ะ" เหมือนจะได้ผลเมื่อมารดาของเขามีสีหน้าไม่พอใจขึ้นมาทันที

มารดาของเขาไม่ใช่คนโง่คำถามเพียงเท่านี้นางคงตีความได้ ความหึงหวงของนางเขาที่เป็นลูกก็รู้ดีอีกเช่นกัน

"เมื่อไหร่"เค้นถามโอรสเสียงลอดไรฟัน เยว่จือขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจบทสนทนาของทั้งสอง

"ทันทีที่ทัพใหญ่กลับถึงวังหลวงพ่ะยะค่ะ"

คำตอบของเขาทำเอาฮองเฮาลุกขึ้นทันที เพราะนี่ก็เหลือเวลาอีกไม่กี่วันแล้ว

"เยว่เออร์เรื่องถือศีลก็เอาตามที่เจ้าว่าก็แล้วกัน แม่คงต้องกลับตำหนักก่อน"เยว่จือตอบรับอย่าง งงๆก่อนจะถวายคำนับแล้วเดินไปส่งเสด็จที่หน้าตำหนัก

เทียนจินยิ้มออกมาเมื่อแผนการของเขาสำเร็จ มารดาของเขาคงรีบกลับไปสั่งคนของนางให้ไปจัดการกับสตรีผู้นั้นแล้ว คราแรกเขากะจะบอกคราหลังเพราะอยากอยู่กับเมียก่อน แต่ก็ต้องบอกตอนนี้แทน

เอาเถิดอย่างไรสตรีนั่นก็คิดจับบิดาของเขาอยู่แล้ว เป็นคนของศัตรูเก็บไว้ก็อันตรายเปล่าๆกำจัดได้ก็ดี

เยว่จือเดินกลับเข้ามาแล้วเดินผ่านเขาไปหน้าตาเฉยแบบที่เขาทำกับนางบ้าง เห็นสามีไม่พอใจก็ยิ่งอยากแกล้งเข้าไปอีก นางเข้าไปในห้องนอนรื้อหาหีบคิดจะแกล้งเก็บเสื้อผ้าอาภรณ์ไปอยู่ตำหนักของตนเอง

ปึง ปึง ปึง

"เยว่เออร์เปิดประตูให้พี่เดี๋ยวนี้นะ!"เทียนจินออกคำสั่งเสียงดังลั่น ชายาของเขาชักจะดื้อเกินไปแล้ว

เยว่จือไม่ใส่ใจเสียงนั้นนางพยายามจะหยิบหีบใบนึงลงมาแต่ด้วยส่วนสูงของนางพอจะเอื้อมหยิบจึงทำหีบนั้นตกลงมาอย่างจัง

"กรี๊ดดดดดดด"

"เยว่เออร์!!"เสียงกรีดร้องของนางทำใจเขาหล่นวูบ กลัวนางและลูกน้อยจะเป็นอะไรไป

ปัง! โครม!

เทียนจินพังประตูเข้ามาสำเร็จ เห็นนางนั่งอยู่ที่พื้นก็รีบเข้าไปพยุงนางขึ้นก่อนจะับนางหมุนไปมาดูให้แน่ใจว่านางไม่ได้รับบาดเจ็บ

"ฮึก ท่านพี่"เยว่จือโผเข้ากอดสามีของนางเอาไว้แน่น ก็หีบที่นางทำหล่นน่ะสิมันคือหีบใส่ชุดของเขา ทุกๆชุดที่นางตัดให้เขาเก็บเอาไว้หมด สามีของนาง...น่ารักเกินไปแล้ว>\<

"น่ารักที่สุดเลยเพคะ^^"นางถูหน้าไปมากับอกของเขาอย่างออดอ้อน เทียนจินขมวดคิ้วอย่างงุนงง แต่เมื่อเห็นหีบที่อยู่บนพื้นกับชุดที่หล่นออกมาก็นึกอายนางขึ้นมา

"เห็นเสียแล้วรึ"เขาพูดเบาๆแต่นางกลับได้ยินชัดเจนเพราะภายในห้องเงียบสนิท นางผละออกจากเขาก้มลงหยิบขึ้นมาดู มรตั้งแต่ชุดที่ขนสดยังเล็กๆฝีมือปักไม่ละเอียดนัก คงเป็นตอนนางเพิ่งเข้าวัง

"คิกๆ หากให้เดาคงมีอีกหลายชุดใช่รึไม่"นางเอ่ยถามตาเป็นประกาย ไม่นึกโกรธที่ถูกหลอกให้นั่งตัดชุดพวกนี้ให้เขาเลยแม้แต่น้อย กลับดีใจที่เขาเก็บรักษามันเอาไว้อย่างดีอีกด้วย

"อืม"เขาตอบเสียงเบาใบหน้าขึ้นสีแดง นึกอับอายยิ่งนัก ยิ่งเห็นนางเอาชุดพวกนั้นมากอดแบบนั้นยิ่งรู้สึกอายเข้าไปใหญ่

"มีแล้วอยู่ที่ไหนเล่าเพคะข้าอยากเห็นอีก"นางลุกขึ้นมายืนตรงหน้าเขา มือเรียวเล็บเขย่าแขนของเขาเบาๆอย่างน่ารัก

"ทะ ที่ตำหนักพี่"นางทำอะไรกับเขากัน เขาไม่เคยรู้สึกเขินอายเช่นสตรีแบบนี้มาก่อนเลย แล้วดูท่าทางออดอ้อนของนางนี่อีก แค่นี้เขาก็ตกหลุมรักนางจนโงหัวไม่ขึ้นแล้ว

จุ๊บ

">\<"

นางจุมพิตเขาเร็วๆแล้วหันกลับไปหยิบชุดมาเทียบกับตัวเขา ปล่อยให้เขาเขินอายอยู่ตรงนั้น

"หืมม ตัวโตขึ้นตั้งเยอะ ทำไมข้าไม่เห็นโตบ้างล่ะข้าสูงไม่ถึงไหล่ท่านเสียที"นางบ่นออกมาเบาๆ เทียนจินถึงกับหัวเราะออกมากับท่าทางกระเง้ากระงอดของนาง

"ตัวแค่นี้ก็ดีแล้ว พี่ชอบให้เจ้าเป็นชายาตัวน้อยแบบนี้มากกว่า"ไม่พูดเปล่ายังใช้แขนโอบรั้งเอวบางของนางให้เข้ามาใกล้ โอบกอดทั้งแม่และลูกด้วยความรัก

"เห็นแก่ความน่ารักเรื่องก่อนหน้านี้ข้าจะหายโกรธก็ได้^^"นางกอดเขาตอบแล้วยิ้มออกมาอย่างมีความสุข

หนึ่งเดือนต่อมา.....

งานเลี้ยงฉลองชัยชนะของแคว้นหมิง

หลังจากทัพใหญ่กลับมาถึงแคว้นได้ไม่ถึงสัปดาห์ฮ้องเต้ก็ทรงมีราชโองการจัดงานเลี้ยงขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองให้พวกเขาทันที

ครั้งนี้คนที่ได้รับคำชื่นชมจากฮ้องเต้เห็นจะหนีไม่พ้นเทียนจิน เรื่องนี้ทำเอาหยางเฉินหรือองค์ชายสี่แค้นใจเป็นอย่างมาก นี่ไม่ต่างจากการโดนหักหน้า ตนเองคุมทัพใหญ่แต่กลับไม่ได้เรื่องพลาดโอกาสสำคัญไป

"องค์ชายสี่ก้าวมาข้างหน้าซิ"ฮ้องเต้เอ่ยขึ้นหลังชื่นชมเทียนจินเสร็จ หยางเฉินลุกขึ้นจากที่นั่งแล้วเดินมาหยุดตรงหน้าบิดาตามคำสั่ง

"ออกรบครั้งแรกนับว่าไม่เลว แม้จะเป็นแผนของพี่ชายเจ้าแต่เจ้าเป็นผู้คุมทัพอยู่ดี เจิ้นภูมิใจในตัวเจ้าจริงๆ ครั้งหน้าเจ้าต้องเอาชนะได้ด้วยตนเองแน่  เจิ้นมั่นใจ"

"กงกง!"

"พ่ะยะค่ะ"

"พระราชทานทองคำสิบหีบ ผ้าหนึ่งร้อยพับให้แก่องค์ชายหยางเฉิน"

"ขอบพระทัยเสด็จพ่อ"หยางเฉินกล่าวอย่างทราบซึ้ง เดิมทีคิดว่าคงถูกมองข้ามแน่แล้วแท้ๆไม่คิดว่าบิดาจะพูดปลอบใจและให้รางวัลแก่เขา

"ท่านพี่"เยว่จือเอ่ยเรียกสามีเบาๆก่อนจะเอามือแตะที่แขนของเขา นั่งมานานนางเริ่มรู้สึกเพลียและอยากพักผ่อน เมื่อหลายวันก่อนนางอาการกำเริบหนักจนสุดท้ายก็ล้มป่วยจนตอนนี้ยังไม่หายดี

"อืมเช่นนั้นเรากลับกันเถิด"เทียนจินประคองให้นางลุกขึ้น ทั้งสองถวายคำนับฮ้องเต้และฮองเฮา   ก่อนจะพากันกลับไป

เวลาผ่านไปครู่หนึ่งก็มีนางกำนัลยกสุราเข้ามาเปลี่ยนให้ฮ้องเต้ นางกำนัลที่มีหน้าที่ทดสอบพิษทำการตรวจสอบตามหน้าที่ก่อนจะส่งต่อไปยังนางกำนัลอีกคนเพื่อถวายแด่กษัตริย์ของตน

ฮองเฮารับสุราชุดนั้นมาก่อนจะค่อยๆรินใส่จอกสุราที่ทำจากงาช้างชั้นดีที่พระนางเพิ่งได้มาเมื่อหลายวันก่อนอย่างเบามือ

แต่ทันทีที่สุราถูกรินก็เปลี่ยนเป็นสีดำทันทีบ่งบอกว่าสุรานี้มีพิษอยู่! จอกสุราถูกนางเขวี้ยงลงพื้นอย่างรวดเร็วจนทุกคนตกใจโดยเฉพาะคนเป็นฮ้องเต้ที่นั่งอยู่ข้างๆ

"จับคนที่วางยาพิษให้ได้!"เมื่อรู้ว่ามีคนกล้าดีมาวางยาพิษสวามีของตนพระนางก็โกรธจัดจนหน้าดำหน้าแดงไปหมด แววตาแข็งกร้าวขึ้นอย่างที่ไม่มีใครเคยได้เห็นทำเอาทุกคนหวาดกลัวจนเหงื่อตก

"ข้าจะให้โอกาสสารภาพมา หากข้าหาตัวเจอด้วยตนเองล่ะก็....มันผู้นั้นไม่ได้ตายดีแน่!"นางเอ่ยเสียงเหี้ยม ฮ้องเต้จับแขนของนางเบาๆเหมือนต้องการจะสื่อว่าเขาไม่เป็นอะไร

นางสูดหายใจเข้าลึกๆอย่างต้องการระงับโทสะ ไม่นานนักคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดก็ถูกนำตัวมารวมกับนางกำนัลที่มีหน้าที่นำสุราเข้ามาและนางกำนัลที่ทำหน้าที่ตรวจสอบพิษ

"ฝ่าบาทโปรดเมตตาหม่อมฉันไม่ได้ทำจริงๆนะเพคะ หม่อมฉันเพียงนำสุราเข้ามาตามหน้าที่เท่านั้น"

"ใช่เพคะ หม่อมฉันเองก็ตรวจสอบพิษตามปกติก็ไม่พบอะไรเพคะ ฮึก ฝ่าบาทโปรดพิจารณาด้วยเพคะ"เหล่านางกำนัลต่างร้องห่มร้องไห้หวาดกลัวกันจนตัวสั่น เรื่องแบบนี้คงไม่ใช่แค่พวกนางที่อาจถึงตายแต่ครอบครัวของพวกนางก็ด้วย

"คนที่มีหน้าที่เรื่องสุราก็มีแต่พวกเจ้าที่อยู่แผนกสุราทั้งนั้นไม่ใช่รึ!"เสียงตวาดถามยิ่งทำพวกนางกำนัลทั้งเด็กแก่ตื่นตระหนกร้องไห้กันระงมหนักกว่าเดิม

"มะ มีคนอื่นอีกเพคะ"นางกำนัลที่นั่งอยู่ด้านหลังสุดเอ่ยขึ้นทั้งน้ำตา ทหารองครักษ์จับตัวนางมาคุกเข่าอยู่ด้านหน้าอย่างรู้หน้าที่

"คนอื่น? มันเป็นใครบอกข้ามาเดี๋ยวนี้!"

นางกำนัลเงยหน้าขึ้นหันมองไปที่หมิงซินก่อนจะตกใจเมื่อเห็นจิงซินนั่งอยู่ไม่ไกลนัก นางไม่รู้ว่าคนที่นางเห็นคือใครกันระหว่างสองคนนี้

เฟยเทียนที่เห็นนางกำนัลมองมาทางชายาของตนก็รู้สึกถึงความผิดปกติ นางกำนัลผู้นี้คล้ายจะจำได้ว่าคนร้ายคือใครแต่กลับไม่มั่นใจ

ชั่วอึดใจนั้นเองที่เขานึกออก ชายาของเขามีน้องสาวฝาแฝดนี่ คงไม่ใช่ว่านางไม่มั่นใจหรอกนะว่าคนที่เห็นคือใคร

"มะ หม่อมฉันเห็นพระชายาสามเพคะ><"นางก้มหน้าตะโกนตอบเสียงดัง จิงซินตกใจจนหน้าซีด นางหรือ?นางไม่ได้เป็นคนทำเสียหน่อย!

"เจ้ามั่นใจได้อย่างไร หากไม่ใช่ชายาของข้าเล่า?"เฟยเทียนเอ่ยถามน้ำเสียงเย็นยะเยือกบาดใจคนฟัง จิงซินของเขาไม่มีทางทำเรื่องเช่นนี้!

"มะ หม่อมฉันจำกำไลหยกได้เพคะ หยกสีเลือดสลักชื่อตระกูลหม่า.."ครานี้ทุกสายตาจับจ้องไปที่กำไลหยกของจิงซินซึ่งนางก็ใส่อยู่จริงๆ

หมิงซินที่ได้ยินเช่นนั้นก็รีบเก็บกำไลของตนเองให้ดี โชคดีที่นางถอดออกก่อนเข้างานเพราะเกิดอยากใส่กำไลหยกชั้นดีอีกอันที่องค์ชายเจ็ดให้แก่นางเมื่อไม่กี่วันก่อน นางไม่คิดว่าจะมีใครมาเห็นเกือบไปแล้วเชียว

"เสด็จแม่ ขะ ข้าไม่ได้ทำ ฮึก ไม่ได้ทำนะเพคะ"

จิงซินร้องไห้ออกมาพยายามบอกความจริงแต่ดูเหมือนจะไม่มีใครเชื่อนาง

"เสด็จแม่จะทรงเชื่อนางกำนัลคนเดียวโดยไม่ไต่สวนไม่ได้นะพ่ะยะค่ะ"เฟยเทียนรีบท้วง ไม่แน่นางกำนัลคนนี้อาจเป็นคนของศัตรูก็ได้

"แม่ไต่สวนแน่เฟยเทียน แต่อย่างไรเสียตอนนี้คงต้องนำตัวผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดไปขังไว้ก่อน ตามกฎของแคว้นเรา"แม้จะลำบากใจแต่ก็จำต้องทำตามกฎอย่างเลี่ยงไม่ได้ ถึงนางจะมั่นใจในตัวสะใภ้คนนี่แค่ไหนแต่คนอื่นๆไม่คิดเช่นนั้น

"ท่านพี่ ฮึก ฮือออ ข้าไม่ได้ทำนะเพคะ"จิงซินร้องไห้ออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่นี่มันเรื่องอะไรกัน ต้องมีใครใส่ร้ายนางแน่ๆ

"พี่เชื่อเจ้านะซินเออร์พี่จะหาคนผิดมาลงโทษให้ได้ มันต้งชดใช้อย่างสาสม!"เอ่ยพลางตวัดสายตาไปมองหมิงซินอย่าอาฆาต เขามั่นใจว่านางเป็นคนทำ!

"อึก อะ องค์ชายสองข้าขอเตือนด้วยความหวังดี หากท่านไม่อยากเดือดร้อนไปกับนางท่านอยู่เฉยๆไม่ดีกว่ารึ"แม้จะหวาดกลัวต่อคำขู่แต่นางก็กล่าวออกมาหน้าตาเฉย

"หึ ข้ามั่นใจในตัวชายาของข้า ใครก็ตามที่ใส่ร้ายนางมันจะไม่ตายดี ข้าจะทรมานจนมันต้องร้องขอความตายจากข้าเลยที่เดียว"หมิงซินเบือนหน้าหนีทำเฉยกับคำขู่

ฮองเฮามองมาที่นางอย่างจับผิดในขณะที่คนถูกปองร้ายอย่างฮ้องเต้ส่งคนออกไปสืบหา

ความจริงเงียบๆ....

-------------------

ยาวๆไปจ้าาาาา

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น