เหล่าปราชญ์พเนจร
email-icon

มาทำวันนี้เป็นวันที่ดีกันเถอะเจ้าค่ะ✿◕ ‿ ◕✿

ตอนที่ 61 คราดาราสืบเสาะวิญญาณร้าย

ชื่อตอน : ตอนที่ 61 คราดาราสืบเสาะวิญญาณร้าย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 115

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ก.ย. 2562 20:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 61 คราดาราสืบเสาะวิญญาณร้าย
แบบอักษร

ตอนที่ 61 คราดาราสืบเสาะวิญญาณร้าย 

ณ โลกใบนี้มีความลึกลับมหัศจรรย์มากมาย นิทานแห่งต้นกำหนดโลก[เทลออฟสตาส์] นิทานต้องห้าม[อินทูเดอท์ดาร์กเนทส์] ตำนานแห่งยุคสมัย[พงศาวดารแห่งเทวาลัย] และประวัติศาสตร์ทมิฬ[เท็นเซ็นซึนโอวาริ] เรื่องราวนับพันจารึกลงในกระดาษหนังและเรียบเรียงเป็นเล่มหนังสือทิ้งไว้ใต้วิหารศักดิ์สิทธิ์และโบราณสถาน ท่ามกลางเรื่องราวเหล่านั้นมีเรื่องเล่าและนิทานจำนวนหนึ่งกล่าวถึงเนื้อหาคลุมเครือและมิสามารถพิสูจน์ เรื่องราวของโลกอีกฟาก หรือที่รู้จักในนาม ดินแดนคนตาย 

ภูตผี ภูตพราย วิญญาณ และยมทูต ณ ช่วงเพลาหนึ่งในกาลเวลาประวัติศาสตร์เคยมียุคสมัยที่สิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิตใช้เวลาร่วมกันอย่างสันติ ยุคเซ็นเร็นโฮ[ภพภูมิแห่งจอมอาคม] กระทั่งยุคแห่งสันติสิ้นสุดลงด้วยการหายสาบสูญของจอมอาคมผู้ยิ่งใหญ่ ยุคถัดๆมาความเชื่อเรื่องเกี่ยวกับวิญญาณและภูตพรายเริ่มถดถอย อาทิเรื่องการลดจำนวนของผู้มีพรสวรรค์ ศรัทธาและนักบุญ วิญญาณค่อยๆกลับคืนสู่โลกอีกฟาก ค่อยๆจางหายไปตามกาลเวลา และในที่สุดก็สลายหายจากวิถีชีวิตประหนึ่งกลับคืนสู่ต้นกำเนิดอีกครั้ง กลับสู่ยุคสมัยที่คนและวิญญาณไม่อาจเชื่อมใจถึงกัน ต่างกลายเป็นคนแปลกหน้า และหวาดกลัวซึ่งกันและกัน 

โลกใบนี้ที่ยังมิยอมรับและไม่อยากยอมรับการคงอยู่ของวิญญาณ ผีร้าย และภูตพราย 

กระนั้นความจริงยังน่าดีใจ เพราะยังมีคนบางกลุ่มเชื่อในวิชาไสยศาสตร์และมีพลังวิเศษสามารถสัมผัสถึงสิ่งลี้ลับอย่างเมรัยและแคทเธอรีน และที่น่าดีใจกว่านั้นคือ โลกนี้ยังมีเมืองแห่งวิญญาณ 

สมัยก่อนมีเมืองแห่งวิญญาณมากกว่าสมัยนี้สิบเท่า แต่ด้วยพญายมคิดเปลี่ยนตัวเอง ท่านอยากเป็นคนจริงจังสักครั้ง เลยสั่งเพิ่มแรงงานยมทูตและใช้แผนส่งวิญญาณไปสู่สุขติด้วยระบบการทำงานความเร็วสูงปานแสง ใครใกล้ตายก็ส่งยมทูตไปรอรับเลย มิต้องรอให้คนคนนั้นตายก่อนค่อยส่งยมทูตตามหา เพราะวิญญาณมักสติแตกและหนีไปทั่ว 

“เมืองแห่งวิญญาณก็เหมือนสถานีรถไฟรอให้วิญญาณขึ้นละน้า” 

เมรัยนวดแก้มนุ่มนิ่ม นางมองแคทเธอรีนเขียนอาคมใช้เปิดประตูสู่โลกอีกฟาก “ท่านเมรัยรู้ได้อย่างไรว่าที่นี้มีเมืองแห่งวิญญาณ” จอมอาคมน้อยหยักคิ้วฉงนสงสัย อุ้งมือนางตวัดพู่กันวาดอักษรอาคมบนประตูไม้เก่า ปากเอ่ยถามหมอผีน้อยอย่างอยากลองเชิงภูมิปัญญา จอมอาคมน้อยเพิ่งมาถึงเมืองซีเคร็ทออฟวอร์มินาน นางมิมีข้อมูลเกี่ยวกับเมืองนี้ แม้ด้วยปัญญาของนางก็ยากกล้าพูดว่าเมืองแห่งความลับมีเมืองแห่งวิญญาณ 

“หางข้ามันบอก โฮ่ง” 

“ข้าถามจริงๆนะคะ” จอมอาคมน้อยโกรธแล้ว เจ้าสีนวลก็โกรธด้วย เจ้านายและสัตว์เลี้ยงพร้อมใจชูหางประหนึ่งอยากกัดนิ้วเมรัย หมอผีน้อยขบขัน 

“วันก่อนข้าตบตีกับผีน่ะ จับมันทุ่มใส่ดิน มันเลยยอมสารภาพว่ามีแหล่งชุมนุมของวิญญาณแถวๆนี้” 

อาคารเก่าใกล้พังขับเสริมบรรยากาศรอบตัวเมรัยให้แลพิศวงประหนึ่งแม่มดร้ายหลอกกินตับเด็ก นางแย้มยิ้มอวบอิ่ม สีหน้าเหมือนมิใช่คนชอบโกหก แคทเธอรีนเชื่อครึ่งมิเชื่อครึ่ง นางจับจ้องเมรัยสักครู่ครั้นไม่พบพิรุธก็ปล่อยผ่าน “ข้าไม่เชื่อท่านหรอก” “อาเร๊ะ” เมรัยลากเสียงยาวปานอยากกวนประสาทแคทเธอรีน หมอผีน้อยเป็นโรคแพ้สาวน้อยน่ะ อาการหนักขึ้นเรื่อยๆหลังจากขืนใจโซฟี 

กริ่ง กริ่ง แกร๊ง 

จอมอาคมน้อยเบ้ปากเบือนหน้าหนี นางวาดอาคมเรียบร้อยพลางยกฝ่ามือตบแปะๆ ครั้นลวดลายอาคมเปล่งแสงสว่างระยิบระยับ เมรัยเอนหลังมือแปะท้องยังมิหยุดขำ แคทเธอรีนหน้าแดงระเรื่อพลางเปิดประตูไม้เก่าที่ใช้เป็นประตูเชื่อมโลกอีกฟาก ดินแดนคนตายหรือก็คือเมืองแห่งวิญญาณ 

ณ นครที่ยี่สิบแปดชื่อ เมืองฉลามน้อย 

“ชื่อมุ้งมิ้งดีนะ” 

เมรัยคลี่ยิ้ม แคทเธอรีนสงบนิ่ง เบื้องหน้าทั้งสองคือถนนหลวงอันคับคั่งด้วยวิญญาณนับร้อยนับพันเดินขวักไขว่ ใต้แสงมณีสีทองคำดุจแพรผ้าจักรพรรดิ ตึกอาคารทรงโบราณมีหลังคามุงกระเบื้องและสูงกว่าสิบชั้น สะพานแขวนข้ามลำธารมรกต ริมทางเท้ามีแผงลอยขายสมุนไพรและปลาตากแห้ง เรือแจ่วแล่นโคลงเคลงเหนือคลองบึง ต้นหลิวทอดยาวเรียงรายสลับต้นคูนผลิดอกสีเหลืองไสว โคมไฟแขวนประดับเพิ่มความสง่าสดใสดั่งสรวงสวรรค์ทิวาลัย พุ่มดอกเข็มสีแดงดั่งโลหิต ใกล้ๆร้านน้ำชามีร้านขายผ้าไหมสีสันหลากหลาย ทั่วมุมเมืองมีผ้าไหมยากหลากโทนสีแขวนประดับประดาช่างสวยวิจิตการตา บรรยากาศครื้นเคร่งแว่วเสียงหัวร่อกังวาน หากเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจจักแว่วยินเสียงพิณไพเราะ และเสียงสีซอดังเสนาะ 

ร้านน้ำชามีวิญญาณอมนุษย์สัตว์หนาแน่นมิต่างจากบริเวณถนนหลวง และตรอกซองมุมทุกหนแห่ง ร้านขายตำรามีวิญญาณนักศึกษาพยายามซื้อหนังสือเรียน ร้านขายตุ๊กตาไม้ช่างเงียบเหงาทั้งคนขายและเจ้าเด็กดื้อที่แอบขโมยตุ๊กตาแมวไปหนึ่งตัว กลิ่นไอความมลคลลอยอบอวลชวนสูดเข้าปอด ทรวงอกขยายพองโต หัวใจอิ่มเอมสดชื่น สิ่งที่กำลังใช้ชีวิตที่นี้มีสามประเภท หนึ่งวิญญาณประเภทต่างๆ สองเจ้าหน้าที่ปรโลก ยมทูตเองจ้า และสามคือมนุษย์สองหน่อน่าหม่ำ 

วิญญาณที่เดินสัญจรเบื้องหน้าพวกเมรัยแต่งเครื่องแต่งกายหลากหลายตามแต่วัฒนธรรมพื้นเมือง มีตั้งแต่ชาวเมืองแห่งความลับ สวมสูทสีกรม่า สวมเนทไทสีนิล กระทั่งมีชาวบ้านธรรมดาตาดำๆที่สวมชุดผ้าสีจางๆมีรอยปะเย็บ แน่นอนพวกเขาเหล่านี้ล้วนเสียชีวิตและตายแล้ว แต่ทำไมพวกเขายังยิ้มแย้มและใช้ชีวิตมิต่างจากยามมีชีวิตน่ะหรือ เพราะว่าพวกเขาว่างและไม่มีอะไรให้ทำอย่างไรล่ะ พวกเขาต้องต่อคิวรอให้ยมทูตเรียกตัวขึ้นรถไฟ รถไฟจักส่งพวกเขาไปปรโลกและที่นั่นพวกเขาต้องเข้าศาลาแห่งการพิพากษา ตัดสินชะตา บุญและบาปที่พวกเขากระทำ ผลเป็นเช่นไรก็ขึ้นอยู่กับสิ่งที่พวกเขาทำตอนยังมีลมหายใจ 

วิญญาณแต่ละตนมีเวลารอขึ้นรถไฟไม่เหมือนกัน บางรายรอหนึ่งนาที บางรายอาจรอนนานถึงสิบหรือร้อยปี 

เมรัยเคยเจอวิญญาณที่ต้องรอขึ้นรถไฟนานสุดหนึ่งหมื่นปี ให้ทายใครเอ๋ย นางมิบอกหรอก 

ท่วงทำนองแห่งอุทัยบรรเลงร่าเริง เหล่าวิญญาณไร้ถิ่นเริ่มเต้นระบำใต้แสงตะเกียงปลาทอง เมรัยอมยิ้มมองวิญญาณต่างๆสวมใส่หน้ากากปิดบังโฉมหน้าแท้จริง แต่งกายด้วยอาภรณ์แห่งโลกวิญญาณสีสันสดใสและปักลวดลายธรรมชาติ เทือกเขาสูง ขุนเขาภูผา แม่น้ำ ท้องทะเล และฟากฟ้านภา เมรัยอยากโยกย้ายส่ายสะโพกด้วย อยากเอาแคทเธอรีนทุ่มอีกต่างหาก “เต้นกัน” “ไม่ค่ะ” เต้น..” “ไม่ค่ะ” “พวกเราไปทำงานกันเถอะ” “..ค่ะ” 

หมอผีน้อยคอตกให้เสียใจเวลาเจอเด็กจริงจัง เอาเรื่องงานมาก่อนเรื่องเต้น 

ก็น้า เมรัยเป็นพวกทำแบบ อยากทำ ควรทำ ต้องทำ นี่นา 

ส่วนแคทเธอรีนเป็นพวกแบบ ต้องทำ ควรทำ และอยากทำไว้หลังสุด 

สองสาวน้อยเดินฝ่าบรรดาวิญญาณมนุษย์ อมนุษย์ และภูตวิเศษ กระรอกสามหาง เต่ากระดองแข็ง พวกเขาเก้าส่วนตกใจเมื่อเห็นพวกเมรัยเดินเล่นอย่างยืดอกมิเกรงใจใคร ขณะที่พวกเขาหวาดหวั่นจับใจ “จอมอาคม!!” “หมอผี!!” “เรียกยมทูตเร็ว” 

“หยาบคายทำเหมือนพวกเราเป็นตัวอันตรายเสียได้ เดี๋ยวปั๊ดแม่ใช้ไฟสวรรค์เผา @#@” 

พินิจจากท่าทางท่านเมรัยก็ไม่ผิดหรอกที่พวกเขาจะกลัว แคทเธอรีนนี้ทำหน้าแบบ อืออออออ 

เพราะพวกนางปรากฏกายโดยมิใช้หน้ากากปิดบังตัวตนและกลิ่นไอทำให้พวกวิญญาณสัมผัสได้ถึงไออาคมและพลังวิญญาณที่สูงส่งของแคทเธอรีน จอมอาคมมีชื่อเสียงในหมู่สังคมวิญญาณมาก แต่หมอผีน้อยไม่มีเลย นางเหมือนผู้ช่วยที่ตามก้นอาจารย์มาฝึกงานไล่ผีเฉยๆ พลังวิญญาณเมรัยก็ต่ำเตี้ยติดดินอีกต่างหาก 

แคทเธอรีนมิมั่นใจว่าควรพาเมรัยมาด้วยหรือเปล่า ทว่าหมอผีน้อยเกาะมาแล้วก็ช่างเถอะ 

ถ้าเมรัยมีอันตราย แคทเธอรีนย่อมช่วยเหลืออย่างไม่คิดอคติ นั้นเพราะนางคือจอมอาคมอย่างไรล่ะ 

แต่จอมอาคมน้อยมิรู้สักนิด ถ้าแคทเธอรีนตกอยู่ในอันตรายนะ เมรัยเผ่น..หนีคนแรกเลย พร้อมบอก ขอบคุณนะ ข้าจะยกย่องเจ้าเป็นผู้เสียสละ 

ก็นางอ่อนแอนี่นา ช่วยมิได้หรอกนะ พุงนางยังไม่ใหญ่พอเอาฟาดหัวใครด้วย ฉะนั้นนางขอเผ่น หนีโล้ด!! 

“บอกไว้ก่อนข้าอ่อนแอมาก เจ้าห้ามทิ้งข้านะ”เมรัยเกาะไหล่แคทเธอรีนพลางบอกความจริงอันน่าเศร้าสลดให้จอมอาคมถอนหายใจเฮือก กวนประสาทนางมิพอยังเป็นภาระให้นางอีก บัดซบจริงๆ 

“ห้ามห่างข้านะคะ” กระนั้นจอมอาคมน้อยเตือนด้วยความห่วงใย เพราะหากเมรัยโดนผีสิงจริงๆ แคทเธอรีนคงรู้สึกผิด 

“เช่นนั้นก็ดี” 

เมรัยพยักหน้าพลางยิ้มพรายอย่างนัยแอบแฝง พวกเมรัยเดินสำรวจเมืองแห่งวิญญาณโดยที่ยังมิเจอเบาะแสน่าสนใจ แคทเธอรีนคิดว่าเรื่องวิญญาณร้ายย่อมต้องถามพวกวิญญาณด้วยกัน กระนั้นพวกวิญญาณในเมืองไม่มีใครรู้เรื่องเท่าไหร่นัก “ถ้าอยากรู้ข่าวลองถามที่สำนักงานยมทูต” พวกวิญญาณธรรมดาชำนาญและรอบรู้เรื่องข่างลื่อ กระนั้นข่าวลื่อไม่มีมูลความจริง หากอยากรู้ความจริงควรถามแหล่งข่าวอย่างสำนักยมทูต 

“สำนักยมทูตสินา..” 

เมรัยมือหนุนศีรษะก้าวเท้าเตาะแตะพุงกระเด้งดุกดิก “แคทเธอรีนมีเงินปรโลกรึเปล่า” 

“มีค่ะ” 

“ขอยืมหน่อยสิ” 

“ไม่ค่ะ” 

“แหงะ” 

โลกเมรัยมีเงินเหรียญ โลกวิญญาณมีเงินปรโลก เมรัยมิมีเงินปรโลกเนื่องจากนางมิค่อยมาโลกฟากนี้ นางอยากมีเงินปรโลกติดกระเป๋าสักหน่อย แต่การจะหาเงินปรโลกไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับคนเป็น ถ้าเป็นคนตายจะหาง่ายกว่านี้ แต่นางมิใช่ง่ะ 

แคทเธอรีนมิถามเหตผลุที่เมรัยขอยืมด้วย ขี้งกซะไม่มี อย่างนี้ต้องจับทุ่ม!! 

-- 

ความคิดเห็น