ไอลดา ลีลาวดี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

แค่ตัวสองรอง (105%)

ชื่อตอน : แค่ตัวสองรอง (105%)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ม.ค. 2562 14:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
แค่ตัวสองรอง (105%)
แบบอักษร

“พรุ่งนี้ฉันจะพาไปหาหมอนะ ยังไงก็ต้องหาเผื่อเป็นอะไรจะได้รักษาทันท่วงที”

“หิวไหมคะ ทานอะไรมาหรือยัง” มินตราเปลี่ยนเรื่องคุย

เธอยังอุตส่าห์มีน้ำใจกับเขา อิทธิกุลสบสายตากับมินตรานิ่งโดยไม่มีคำพูดอะไรออกมา กลิ่นที่ติดตัวมาทำให้เธอมั่นใจว่าเขาคงเที่ยวผับบาร์มา มินตราเลือกที่จะไม่ถามไม่พูดเรื่องที่เขาผิดนัด เพราะตอนนี้เขาก็อยู่ที่นี่แล้ว

“เธอนอนเถอะ ฉันกินมาเรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวจะไปอาบน้ำ” เขาหันมาลูบศีรษะเธอเบาๆ

“เดี๋ยวมิ้นรอนอนพร้อมท่านประธานนะคะ”

มินตรายิ้มให้เขา ชายหนุ่มยิ้มตอบและเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ น้ำตาเจ้ากรรมก็พรากอาบแก้มทั้งสองข้าง ทำไมมันรู้สึกเจ็บปวดอย่างนี้ รอยลิปสติกสีแดงที่ปกคอเสื้อเธอเห็นมันถนัดตา แต่เขาคงไม่เห็นหรือเห็นแต่ไม่คิดว่าเธอจะเห็น หญิงสาวนอนหงายมือวางบนท้องตัวเองลูบเบาๆ เธอต้องไม่เสียใจต้องไม่ร้องไห้ เพราะมันจะมีผลไปถึงลูกน้อย เธอต้องเข้มแข็งเพื่อลูก...เพื่อสิ่งเดียวที่เป็นของเธอโดยแท้จริง

อิทธิกุลออกมาจากห้องน้ำก็เห็นมินตราหลับตะแคงข้างให้เสียแล้ว เขาเดินมาหอมแก้มหญิงสาว ก่อนจะเอื้อมมือไปปิดสวิตช์ไฟที่หัวเตียง เมื่อความมืดปกคลุมน้ำตาที่กักเก็บไว้ก็เอ่อท้นอีกครั้ง มินตราร้องไห้เงียบๆ เพราะกลัวเขาจะได้ยิน อิทธิกุลคว้าร่างบางเข้ามากอด เธอขยับเข้าหาแต่หันหลังให้แทน ชายหนุ่มก็ไม่ได้คิดอะไรผล็อยหลับไปแล้ว น้ำตาของมินตรายังไหลไม่หยุด เสียงข้อความโทรศัพท์ดังขึ้นแสงไฟวูบวาบหน้าจอ เธอไม่ต้องถือวิสาสะกดดูก็เห็นข้อความที่แจ้งเตือนได้

‘พรุ่งนี้อย่าลืมนัดไปดูแหวนแต่งงานตอนเก้าโมงนะคะ เจอกันที่ร้านเลยดีกว่า นรีไปรอที่นั่นค่ะ’

มินตรายกมือขึ้นปิดปากไม่ให้เสียงสะอื้นเล็ดลอดออกมา พยายามข่มตาหลับแต่ก็ไม่อาจทำได้ หญิงสาวร้องไห้จนเหนื่อย พลิกกายออกจากร่างของชายหนุ่ม เธอหันหน้าเผชิญกับเขาขณะที่เขาหลับ ทำให้มินตราจ้องมองหน้าชายหนุ่มได้ถนัดท่ามกลางความมืด แต่ความหล่อเหลาและใจดียังคงตราตรึงที่ใบหน้า มือบางค่อยๆ เอื้อมไปลูบไล้เบาๆ แล้วเสียงสะอื้นก็เล็ดรอด จนเธอต้องรีบยกมือมาปิดปากแทน มินตรานอนหันหลังให้เขาอีกครั้ง เพราะกลัวชายหนุ่มจะลืมตามาเห็น เธอได้แต่ท่องเอาไว้ ‘ผู้หญิงอ่อนแอไม่น่ารัก’ ประโยคนี้เขาบอกเธอตั้งแต่แรกคบหากัน และเธอจำมันได้ขึ้นใจ

มินตราตื่นขึ้นมาตอนเช้า อาการดังเมื่อวานกลับมาอีกแล้ว ทำไมช่วงเช้าและเย็นมันถึงได้ทรมานเพียงนี้ แต่หญิงสาวรู้อยู่แก่ใจว่าอาการแบบนี้คืออะไร จะอดทนและทำอาการให้ปกติมันก็ยากไป มินตราวิ่งเข้าห้องน้ำไปโก่งคออาเจียนหวังว่าเขาจะไม่ตื่นเพราะกลับมาก็ดึกแล้วแต่ผิดถนัด อิทธิกุลลุกมานั่งลูบหลังให้แล้วพยุงเธอกลับมานอนที่เตียง

“เธอป่วยเป็นอะไรกันแน่” น้ำเสียงราบเรียบแต่มันก็ทำให้คนฟังสะดุ้งได้ มือบางยกขึ้นกุมท้องอย่างห่วงแหน

“กะ...กระเพาะค่ะ มิ้นเคยเป็นโรคกระเพาะ” สีหน้าคงไม่เชื่อนัก

“แล้วยังเวียนหัวหรือเปล่า” มินตราส่ายหน้าตีหน้าซื่อทันที เขากำลังสงสัยและเธอจะไม่มีวันให้เขารู้เด็ดขาด

“เดี๋ยวเที่ยงนี้เสร็จธุระแล้วจะมารับไปหาหมอ ปล่อยไว้หลายวันถ้าเป็นโรคกระเพาะจริงคงทะลุกันไปข้างนึง”

“ท่านประธานไปทำงานเถอะค่ะเดี๋ยวสายๆ มิ้นจะไปหาหมอเอง”

“ทำไมถึงดื้ออย่างนี้นะ”

เธอไม่ได้ดื้อเพียง แต่ไม่อยากรอใคร รอแล้วมันเจ็บปวดเขารู้บ้างหรือเปล่า การรอใครสักคนแล้วเขาไม่มาตามนัด เขาไม่สนใจและเห็นคนอื่นสำคัญกว่านั้น มันแทบเจียนตาย ยิ่งรู้ว่าวันนี้เขาไม่อาจอ้อยอิ่งอยู่กับเธอได้ เพราะมีนัดสำคัญกับณัฐนรีว่าที่เจ้าสาว เธอต้องท่องจำให้ขึ้นใจ

“อาการดีกว่าเมื่อวานแล้วค่ะ ท่านประธานไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ เดี๋ยวมิ้นจะรีบไปหาหมอเลยค่ะ”

“เดี๋ยวเที่ยงฉันจะมารับ แต่งตัวไว้นะ”

มินตราได้เพียงแต่ยิ้ม เขาลุกจากเตียงไปอย่างรีบร้อน เพราะใกล้จะได้เวลานัดแล้ว หญิงสาวพลิกกายหันหลังให้ทันที อิทธิกุลหันกลับมามอง เขาเห็นไหล่กลมกลึงนั้นสั่นไหวเล็กน้อย เขาไม่อยากจะคิดว่าเธอร้องไห้

มินตราพยายามฝืนตัวเองลุกขึ้นมาทำอาหารเช้าให้เขาทั้งที่วิงเวียนศีรษะ แต่เพื่อไม่ให้เขาสงสัยไปกว่านี้ พยายามยิ้มแย้มให้ได้มากที่สุด ซึ่งวิธีดังกล่าวมันผิดปกติจนเขาเอะใจ ร้อยวันพันปีรอยยิ้มของเธอกว่าจะได้เห็นนั้นยากนัก

“ท่านประธานจะทานอาหารเช้าก่อนไหมคะ มิ้นทำเสร็จพอดีเลย” เธอเอ่ยถามเขา ขณะเดินออกมาจากห้องนอน

“ไม่ล่ะ ฉันรีบ”

มินตราแค่พยักหน้าแล้วหันไปสนใจเก็บถ้วยชามล้าง ไม่เซ้าซี้ไม่ตอแยให้เขารู้สึกรำคาญ อิทธิกุลเดินมาสวมกอดเธอจากด้านหลัง สูดกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ต้นคอวางมือไว้ที่ท้อง ทำให้มินตราตาลุกวาว เธอวางมือทับบนหลังมือเขาทันที

“เดี๋ยวตอนเที่ยงฉันจะกลับมากิน”

แล้วเขาก็จูบเรือนผม ก่อนจะคว้ากระเป๋าทำงานและเสื้อตัวนอกออกจากห้องไป ปล่อยให้คนยืนอยู่ลำพังพ่นลมหายใจ  เมื่ออยู่คนเดียวเธอก็ไม่ต้องฝืนอีก มินตรากลับไปทิ้งตัวลงนอนอีกครั้ง หากเลยช่วงเช้าไปแล้วมันจะรู้สึกดีขึ้น เธอกังวลว่าหากอาการตอนเช้าเป็นแบบนี้ทุกวัน คงต้องมีสักวันที่เขาจะรู้ความจริง แล้วความคิดก็ค่อยๆ เลือนหาย เมื่อดวงตาปิดสนิทลง

อิทธิกุลมาตามนัดที่ให้ไว้กับณัฐนรี หญิงสาวรออยู่ก่อนแล้ว เธอเดินเข้ามาควงแขนทันทีเมื่อเห็นว่าที่สามีเดินเข้ามาในร้าน เขาก็ยิ้มให้เธอมองและดูเธอแบบแปลกๆ อาการของคนเมาจนแทบจะไม่ได้สติ ทำไมเช้านี้ถึงไม่มีอาการแฮงก์แต่อย่างใด

“ช่วยนรีเลือกแหวนหน่อยนะคะ นรีดูไว้แล้วแต่ยังไม่ถูกใจ”

พนักงานหยิบแหวนวงที่เธอเลือกมาให้ดูห้าวง ณัฐนรีหยิบใส่นิ้วแล้วโชว์ให้เขาดูวงแล้ววงเล่า อิทธิกุลก็ได้แต่พยักหน้ าเขาไม่ถนัดเรื่องการเลือกเครื่องประดับ และไม่รู้ด้วยว่าชอบแบบไหน แหวนเพชรก็เหมือนกันทุกๆ วง

“นรีชอบวงไหนล่ะครับ”

ณัฐนรียิ้มเขินอายยิ่งเห็นสายตาของพนักงานที่ชื่นชมมายังเธอและเขา ทำให้เธอยิ่งมีความสุข

“วงนี้ดีไหมคะ น้ำงามดีนรีชอบ”

อิทธิกุลพยักหน้าให้เธอเลือกตามใจชอบ ยิ่งใกล้วันงานเขากลับไม่มีความสุขเอาเสียเลย ชายหนุ่มมองไปทั่วร้าน ร้านนี้เป็นร้านเครื่องเพชรที่ใหญ่ที่สุด และมารดาของเขาก็ใช้บริการบ่อยๆ ทำให้รู้จักกับพนักงานเป็นอย่างดี

ความคิดเห็น