ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

chapter 35 หลับตาเถอะนะ

ชื่อตอน : chapter 35 หลับตาเถอะนะ

คำค้น : เพลิงรักอสุรา ละอองอาย NC Nc nc มาเฟีย นักศึกษา โคแก่กินหญ้าอ่อน โหด ดุ

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.5k

ความคิดเห็น : 38

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ม.ค. 2562 11:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
chapter 35 หลับตาเถอะนะ
แบบอักษร

เสียงเครื่องมือตัดถ่างที่พยายามเจาะเข้ามาในตัวรถยังคงร้องกระหน่ำ รอบคันรถมีกลุ่มชายฉกรรจ์มากมายรายล้อมพร้อมกับใช้กำปั้นทุบรถอย่างเดือดดาล


“พวกนี้เป็นใคร ศัตรูของนายเหรอ?” มิวถามคนขับรถ ที่ตอนนี้ชักมีดออกมาถือเตรียมพร้อม สายตามองดูคนเหล่านั้นอย่างพินิจพิเคราะห์


“ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ นายมีศัตรูมากจนพวกเราจำไม่หมด” ลูกน้องตอบอย่างจนใจ


เส้นทางสู่อำนาจของเตโชไม่ใช่เพียงเพราะเป็นหลานชายตระกูลใหญ่ เขาต้องก้าวข้ามทุกกลุ่มอำนาจเพื่อขึ้นไปยืนอยู่บนยอดเขาที่สูงที่สุด กำชัยชนะเหนือทุกคน เช่นนั้นแล้วศัตรูที่มีก็ล้นฟ้าจนจดจำไม่หมดว่ามีใครบ้าง


เด็กสาวขมวดคิ้วมุ้น จะมีสักกี่คนที่สร้างศัตรูเอาไว้มากมายจนจำไม่ได้ว่ามีใครบ้าง แล้วอย่างนี้การอยู่ข้างเขาจะเรียกว่าฉลาดอยู่อีกเหรอ?


เธอหาเรื่องตายให้ตัวเองชัดๆ!


ปัง ปัง ปัง!


แล้วจู่ๆที่ข้างหูก็เกิดเสียงปืนดังกระหน่ำจนมิวหูดับไปช่วงหนึ่ง หล่อนได้ยินเพียงเสียงวิ้งยาวๆ เมื่อมองกลับไปก็พบว่าที่กระจกด้านข้างของเธอนั้นมีกระสุนเจาะค้างอยู่สามลูก


ชายคนนั้นทุบกระจกอย่างเดือดดาล ระบบความปลอดภัยของตัวรถยังคงทำงานได้ดี ไม่มีส่วนไหนที่คนพวกนั้นสามารถเจาะผ่านเข้ามาได้ ทว่าเจ้าเครื่องมือตัดถ่างที่กำลังพยายามตัดประตูทางฝั่งคนขับนั้นไม่ค่อยสู้ดีเท่าไหร่ คล้ายกับว่าทางด้านนั้นน่าจะทนได้ไม่นานนัก


และท่าทางหัวเราะของคนด้านนอกก็ทำให้มิวเริ่มรู้สึกอย่างนั้น พวกมันใกล้จะพังเข้ามาในรถได้สำเร็จ และชีวิตที่เหลือของเธอก็คงจะดับสิ้นลงไปด้วย


ปึง!


เสียงของเหล็กที่แตกหักดังขึ้นก่อนที่ประตูฝั่งคนขับจะถูกกระชากออกไป คนขับรถนั้นคล้ายกลับรออยู่ก่อนแล้ว ทันทีที่ประตูถูกกระชากร่างของเขาก็กระโดดออกไปจากตัวรถทันที ใช้มีดในมือกรีดผ่านตัวศัตรูฝ่าวงล้อมออกไปด้านนอกได้ในที่สุด


มิวเห็นเพียงว่าเขากำลังต่อสู้กับผู้ชายนับสิบ อีกทั้งคนพวกนั้นมีปืนเป็นอาวุธ แต่เขากลับไม่มีอะไรเลยนอกจากใบมีดเล่มเดียว ยิ่งตกอยู่ในวงล้อมก็ยิ่งเสียเปรียบ


“เฮ้ย ในนี้มีผู้หญิงอยู่อีกคนด้วยวะ” แต่แล้วเสียงของชายคนหนึ่งก็ทำให้มิวต้องเบนสายตามามองทางต้นเสียง


เป็นชายร่างท้วมไว้หนวดเครารุงรัง มันกำลังพยายามเอื้อมมือมาคว้าตัวเธอที่นั่งอยู่เบาะหลังของรถ เพราะประตูฝั่งคนขับถูกทำลาย ระบบล็อครถต่างๆยังคงทำงานอยู่ ทำให้พวกมันไม่สามารถเปิดประตูอื่นๆได้ หากจะเข้ามาก็จะต้องเข้ามาทางประตูฝั่งคนขับที่เปิดโล่งอยู่


ช่างเป็นโชคดีที่รถคันนี้ค่อนข้างกว้าง ประกอบกับชายคนนั้นค่อนข้างอ้วน ทำให้เขาตัวติดอยู่กับช่วงเบาะคนขับ เอื้อมมือมาได้ไม่ถึงตัวเธอ เด็กสาวจึงพยายามเบียดถอยร่างไปจนชิดติดกับประตูอีกด้าน พยายามหลีกหนีการจับกุมอย่างที่สุด


“มานี่นังตัวดี มาเป็นเมียพวกข้าซะดีๆ!” ชายร่างอ้วนคนนั้นพูดออกมาพลางแลบลิ้นเลียริมฝีปาก เป็นภาพชวนสยดสยองที่ไม่น่ามองเอาเสียเลย


ร่างอ้วนของเขาพยายามยืดตัวเข้ามาในรถอย่างสุดกำลัง ทั้งๆที่หากเขาฉลาดกว่านี้สักนิดก็แค่ปรับเบาะให้ถอยหลัง เพื่อที่พื้นที่จะได้กว้างขึ้นและตัวเขาจะเข้ามาได้โดยไม่ต้องลำบาก แต่คงเป็นเพราะในสมองนั้นมีแต่เศษขี้เลื่อย จึงทำให้เขาไม่ทันคิดและพยายามเบียดตัวเองเข้ามาในรถทั้งๆที่เบาะคนขับถูกปรับเอาไว้จนแทบจะเบียดชิดติดพวงมาลัย


“อร๊าย!” มิวร้องลั่นเมื่อฝ่ามือบวมฉุของเขาจับเข้าที่ชายกระโปรงของเธอ เด็กสาวเกิดปฏิกิริยารีเฟล็กซ์ต่อเนื่อง ขาข้างหนึ่งยกขึ้นถีบเข้าที่ใบหน้าของชายคนนั้นอย่างแรง ทำเอาใบหน้าอ้วนที่เต็มไปด้วยหนวดเคราหงายไปด้านหลัง อีกทั้งยังมีรอบรองเท้านักเรียนปะทับอยู่บนใบหน้าอีกด้วย


“นังสารเลว ฉันจะฆ่าแก!” ชายคนนั้นแผดเสียงลั่น ใบหน้าของเขาแดงกล่ำอย่างคนโกรธจัด


มิวเห็นเขากำลังพยายามเอื้อมมือลงไปหยิบอะไรบางอย่างที่เอวของตน เธอเดาว่าอาจจะเป็นอาวุธเพราะสายตาที่เขากำลังมองเธอนั้นดูดุดันราวจะกินเลือดกินเนื้อก็ไม่ปาน


ร่างแบบบางยิ่งถอยตัวเข้าไปแนบชิดตัดกับประตูด้านข้าง มิวแทบจะทำตัวเองให้หายเข้าไปกับบานประตูนั้น ในใจก็นึกสังเวศชะตาชีวิตตัวเอง ทำไมมันถึงเจอแต่เรื่องร้ายๆ ทำไมชีวิตเธอไม่เจออะไรดีๆเหมือนคนอื่นเขาบ้าง


“ตายซะเถอะแก!” ชายร่างฉุคนนั้นเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้งพร้อมมีดสั้นในมือ เขางื้อมันขึ้นสุดแขนตั้งใจจะแทงให้ถูกตัวเธอ ทว่าเด็กสาวถดกายหลบทำให้ใบมีดนั้นปักจมเข้าไปในเบาะแทน


เม็ดเหงื่อไหลซึมเต็มแผ่นหลังของเด็กสาว ช่วงเข้าตาจนนั้นเอง สายตาของเธอพลันมองไปที่ใต้เบาะเห็นบางสิ่งกำลังวางนิ่งอยู่ตรงนั้น ราวกลับปีศาจจำศีลที่รอให้คนหยิบมันขึ้นมาใช้


“สารเลวเอ้ย แกไม่มีทางรอดมือข้าไปได้หรอก” ชายคนนั้นยังคงร้องสบถอย่างเดือดดาล เขาชักมีดกลับไปอีกครั้ง หนนี้ตั้งใจจะล้มตัวเข้าใส่เด็กสาวและแทงมีดเข้าที่กลางตัวของเธอให้หายแค้น


มิวหอบหายใจด้วยความตื่นกลัว เธอเห็นผู้ชายคนนั้นพยายามปีนเข้ามาในรถอย่างอยากลำบากและเหมือนเขาจะเพิ่งคิดได้ว่าตนเองสามารถปรับเบาะให้ถอยห่างจากพวงมาลัยได้ ทำให้ร่างของเขาสามารถเข้ามาในรถได้โดยไม่ยากเย็นอีกต่อไป ในตอนนี้เองที่ร่างของเขากำลังออกแรงเงื้อมืดสุดแขน ตั้งท่าพุ่งเป้ามาที่เธออย่างแรงกล้า


ร่างเล็กก้มลงไปหยิบปืนใต้เบาะรถอย่างเร็ว ก่อนจะหลับหูหลับตายิ่งมันไปด้านหน้าโดยไม่สนใจว่าจะโดนหรือไม่ ขอเพียงให้ตอนนี้สามารถยิ่งปืนออกไปได้เธอก็รู้สึกสบายใจขึ้น


ปัง!


มิวหายใจถี่ระรัว แรงถีบของปืนหลังจากลั่นไกทำให้เธอรู้สึกเจ็บที่หง่ามนิ้วระหว่างนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ ทันทีที่ยิงได้เธอก็ไม่มีแรงมากพอจะจับกระบอกปืนไว้ได้อีก ปล่อยให้มันตกลงกับพื้นก่อนจะลืมตาขึ้นช้าๆ


กลิ่นคาวเลือดฟุ้งกระจาย ภาพตรงหน้าที่เห็นคือใบหน้าที่ไม่เหลือเค้าเดิมของชายร่างอ้วน หน้าทั้งหน้าคล้ายหายยุบเข้าไปในกะโหลก กลายเป็นรูใหญาจนสามารถมองทะลุไปด้านหลังได้ ภาพสมองที่ไหลย้อยทำให้เด็กสาวรู้สึกสะผืดผะอมจนไม่สามารถทนมองได้อีกต่อไป


มือเล็กเอื้อมไปปลดประตูทิ้งให้ร่างของตัวเองไหลลงไปด้านนอกรถอย่างคนสิ้นไร้เรี่ยวแรง คล้ายกลิ่นคาวเลือดของคนผู้นั้นจะติดตามตัวเธอมาและภาพนั้นยังคงติดตามไม่จาก


ร่างเล็กพยายามคลานหนีให้ห่างจากตัวรถ มือไม้ของเธอสั่นระริกอย่างควบคุมไม่อยู่ ตอนนี้เธอลืมเรื่องการถูกปิดล้อม ลืมเรื่องอันตรายรอบด้าน เพราะภาพการตายของชายคนนั้นกำลังหลอกหลอนและกัดกินหัวใจของเธออย่างรุนแรง


ฉับพลันนั้นเองก็มีฝ่ามืออุ่นร้อนของใครคนหนึ่งยื่นมาปิดตาของเธอช้าๆ กลิ่นกายอันแสนคุ้นเคยของเขาลอยเข้ามาปะทะจมูก เด็กสาวปล่อยตัวให้เขาเข้ามาโอบไม่ดีดดิ้นหรือหลบหนีเพราะตัวเธอในตอนนี้ก็ไม่มีเรี่ยวแรงจะทำสิ่งใดนอกจากนั่งนิ่งอยู่บนพื้น


“ไม่เป็นไรแล้ว หลับตาซะ เราจะกลับบ้านกัน” เป็นครั้งแรกที่มิวรู้สึกอุ่นใจยามได้ยินเสียงของชายคนนี้พูดข้างๆใบหู


หล่อนปล่อยตัวให้เขาทำทุกอย่างตามใจชอบ ดวงตาของเธอหลับสนิทและขยับกายเข้าไปชิดอกอุ่นราวเด็กน้อย


หากอ้อมกอดของเขามันทำให้เธอลืมเรื่องเลวร้าย หากเขาสามารถแบกรับเรื่องร้ายๆแทนเธอได้ เธอก็พร้อมจะจมอยู่ในอ้อมอกนี้ โดยไม่สนใจซากศพหรือเศษชิ้นส่วนมนุษย์รอบตัวอีกต่อไป


************************************************************************************************************************************************************


***ปฏิกิริยารีเฟล็กซ์ต่อเนื่อง​ เป็นปฏิกิริยาของร่างกายที่ตอบสนองโดยอัตโนมัติ โดยไม่ผ่านสมองก็ตอบสนองออกมาเลย เช่นเราเหยียบเศษแก้วแล้วชักเท้ากลับทันที สมองยังไม่ทันได้สั่งการแต่ไขสันหลังตอบสนองให้ขาเราชักกลับ สมัยเรียนถ้าเจอข้อสอบที่ยากๆก็จะพูดกันว่าทำข้อสอบแบบรีเฟล็กซ์เลย คือทำโดยสัญชาตญาณ ไม่ผ่านสมอง 555***


เรื่องนี้มีครบทุกรสนะคะบอกเลยยย สยองไปหน่อยรับไหวอะป่าววว นี่แค่น้ำจิ้มเด้อออ ยังมีอีกเยอะมากกกก เตรียมรับกันไว้ให้ดี จุฟ

ความคิดเห็น