จันทร์อรุณ ณรัช

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

กฎแห่งการท้าชิงรัก

ชื่อตอน : กฎแห่งการท้าชิงรัก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 86

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ม.ค. 2562 18:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กฎแห่งการท้าชิงรัก
แบบอักษร

image

เสียงปืนแผดจนแสบแก้วหู...

กระสุนทุกนัดคือภาพสโลว์โมชั่นของธีร์กับไอ...

สองทายาทแห่งเทพเห็นวิถีกระสุน..หลบเลี่ยงราวกับกระสุนลอยนิ่ง ๆ ก็ปาน..

นี่มันอะไรกัน

พันโทจอห์น พงษ์รู้สึกตัวอีกที..ทหารทุกคนก็ล้มระเนระนาด..แถมยังลุกไม่ขึ้นอีก..

ปืนทุกกระบอก..ถูกดาบที่คมกล้าจนตัดเหล็กได้..ตัดกระบอกปืนราวกับตัดหยวกกล้วย..

ธีร์กับไอหยุดเคลื่อนไหวทั้งที่กระสุนเพิ่งกระทบกับพื้นดิน..ผนัง..ต้นไม้

เมื่อกระสุนกระทบกับวัตถุต่าง ๆ จนฝุ่นฟุ้ง...ทหารทุกคนที่มากับพันโท จอห์น พงษ์..ก็ล้มลงทุกคนอย่างไม่น่าเชื่อ

และเมื่อจอห์น พงษ์จะทำอะไรสักอย่างเพื่อระงับความตระหนกนี้..ก็รู้สึกเย็นวาบ..

ธีร์กับไอสอดดาบเข้าฝัก..

เสื้อผ้าเขาคล้ายกับโดนกรีดขาดกระจุยกระจาย..ข้อสำคัญ..ดาบที่คมกล้าไม่กระทบถูกผิวหนังของเขาเลยแม้แต่น้อย..แต่เสื้อผ้าขาดวิ่นรุ่งริ่ง..

“..น่าเกลียดน่าไอ..”ธีร์บ่น.. “..จะฟ้องนายแม่..เธอทำให้ผู้ชายโป๊..”

ไอหัวเราะอย่างซุกซน..จะว่าไป..เธอก็แค่สามขวบเท่านั้น..

ธีร์ส่ายหน้า...ชักดาบอีกครั้ง..ดาบอัศวินีเป็นดาบที่แข็งแกร่ง..ไม่ได้อ่อนพลิ้วเหมือนดาบสายธาราที่ไอถืออยู่..

และหันหลังตวัดฟันไปด้านหลัง..

เหมือนฟันใส่อากาศธรรมดา..แต่จริง ๆ ..เป็นการฟันมิติให้ฉีกขาดออก...

วิวทิวทัศน์เหมือนฉากผ้าที่ถูกดาบกรีดขาด..จอห์น พงษ์แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง..รวมทั้งทหารที่ดูจะล้มกลิ้งทุลักทุเลทุกคนนี้ด้วย..

ธีร์พูดขึ้นว่า..

“..ไปซะ..ทุกคน..ก่อนที่..ฉันจะโยนพวกนายออกไปจากบ้านฉันทีละอวัยวะ..”

“..หรือจะให้พวกเขาเอาหัวออกไปก่อนดีล่ะธีร์..” ดูไอจะโหดกว่าธีร์มากมายนัก..

จอห์น พงษ์ไม่กล้าพูดอะไรอีก..

อาวุธในมือพังพินาศ..เสื้อผ้าขาดกระจุย..เหลือแต่กางเกงก็บุญโขแล้ว..

เขาพยักหน้าให้ทหารใต้บังคับบัญชา..ก่อนจะเดินนำทุกคนออกไปทางมิติที่ถูกฉีกขาด..

ทหารที่เหลือรีบประคับประคองกันออกไปที่รอยฉีกของมิติจนหมดสิ้น..ทิ้งไว้แต่ข้าวของเช่นปืน..ซึ่งถูกดาบฟันขาดจนใช้การไม่ได้อีก..

เมื่อทหารคนสุดท้ายออกไป..ม่านมิติที่ฉีกขาด..ก็ปิดเข้าหากันอีกครั้ง..

จอห์น พงษ์ ถอนหายใจ..

หันหลังกลับไปดู..ด้านหลังกลายเป็นทิวทัศน์ของป่าและทิวเขา..ไม่เห็นสำนักสูญญตาอีกแล้ว..

ทหารที่ติดตามคนหนึ่งถามว่า..

“..เราจะทำยังไงต่อไปดีครับท่าน..”

“..กลับ..”..จอห์น พงษ์พูดง่าย ๆ .. “..เราไม่ตายก็บุญแค่ไหนแล้ว..”

เขาเองก็ไม่อยากจะปฏิบัติการณ์นี้อยู่แล้ว..เพราะจะมากจะน้อย..เขาก็ร่วมเป็นร่วมตายกับนักสู้ของสำนักสูญญตามาก่อน..

ใจที่ไม่อยากจะต่อสู้แต่ดั้งเดิม..พอเห็นอานุภาพที่น่าวิตกของธีร์กับไอ..สองเทพที่จุติมาเพื่อรับมือกับเทวีแวมไพร์..มันก็ยิ่งจะตัดสินใจง่ายขึ้น..แถมยังไปรายงานอย่างไม่ต้องลำบากใจนักด้วย..

พลังขนาดนี้..ใครจะสู้ได้..

แถมยังสามารถเข้าออกมิติได้อย่างอิสระอีกด้วย..ยิ่งกว่าสาวเสียงเทพใช้เพลงเทพส่งวิญญาณมากมายนัก..

นี่คือการต่อสู้ระหว่างเทพ..ที่คนธรรมดาอย่างเขาไม่ควรจะข้องเกี่ยวเลยแม้แต่น้อย..

.....

มิติอันไกลโพ้นนับอนันตกาล...

คนแปดคนเดินทางไปยังเป้าหมายที่เหมือนจะล่วงรู้ก่อนว่าเป็นที่ใด..

กำแพงสูงตระหง่าน..ประกายเรื่อราวกับแสงสนธยา..ล้วนให้ทุกคนพบเห็นอยู่ตรงหน้านี้แล้ว..

จินดาพิสุทธิ์ซึ่งนำทาง..หันมาหาอจินไตย..ยิ้มเล็กน้อย..

“..นี่บ้านเธอหรืออจินไตย..”

เจ้าหญิงอจินไตยพยักหน้า..สายตาเธอจ้องค้างราวกับงู..

หลายคนอาจจะกังวลหรือกลัวกับสายตานี้..ยกเว้นจินดาพิสุทธิ์..

เพราะจินดาพิสุทธิ์รักนาง..

“..ริต้า..ในวังสนธยาไม่ใช่ใครจะเข้าไปได้ง่าย ๆ ..”

“..แล้วเธอล่ะ..อจินไตย..”

อจินไตยยิ้มราวกับมีสิ่งแฝงเร้น..

มีแต่จินดาพิสุทธิ์เท่านั้นที่จะรู้ว่า..ยิ้มของอจินไตยแม้จะเหมือนลึกลึบน่ากลัว..แต่แท้ที่จริง..ไม่มีอะไร

“..แต่ก่อนฉันเข้าไปได้..แต่เดี๋ยวนี้..”

“..เธอเป็นเจ้าหญิงไม่ใช่หรือ..”จินดาพิสุทธิ์ถาม..

“..ฉันเสียพลังของชาวสนธยา..ต่อให้เป็นเจ้าหญิง..แต่ตอนนี้..ก็คงไม่ใช่แล้ว..ศักดิ์ฐานะต่ำต้อยกว่าชาวเมืองสนธยาทั่วไปเสียอีก..เรื่องนี้..ทุกคนทราบดี..เพราะชาวสนธยาล่วงรู้ถึงกันได้ตลอดเวลา..”

“..แล้วอย่างนี้จะทำยังไงดี..”

“..เธอฝึกวิชาอากาศมนตราสำเร็จ..วิชาอากาศมนตราเป็นวิชาของแคว้นเรา..แม้จะไม่ใช่ชาวสนธยาโดยตรง..แต่พอมีวิชาของแคว้น..ก็เท่ากับเป็นชาวสนธยาคนหนึ่ง..”

จินดาพิสุทธิ์พยักหน้า..

ผ้าแพรที่พันรอบเอวและไหล่สองชาย..เคลื่อนไหวได้เองจนจินดาพิสุทธิ์ขมวดคิ้ว..

แพคเกจกับศศินาสบตากัน..มีนากับปักษาก็อุทานออกมาเบา ๆ ..วาหุกับสินธุยังนิ่งอยู่..

“..มันดีใจที่ได้กลับบ้าน..”เสียงอจินไตยพูด..

“..หือ..”

“..เธอคิดว่าแพรพรรณแห่งทางช้างเผือกเป็นอะไร..มันมีชีวิตนะ..และการสำเร็จวิชาอากาศมนตรา.เท่ากับให้ชีวิตกับมัน..ราวกับไก่ที่เพิ่งฟักออกจากไข่..”

จินดาพิสุทธิ์เพิ่งเข้าใจกระจ่าง..

หลายครั้ง..ที่แพรพรรณแห่งทางช้างเผือนเคลื่อนไหวได้เอง..ที่แท้มันเป็นแบบนี้..

แพรพรรณแห่งทางช้างเผือก..ปรากฏขึ้นหลังจากที่จินดาพิสุทธิ์ใช้ลูกแก้วมนตราฝึกวิชาสำเร็จ..เมื่อฝึกได้สำเร็จ..ลูกแก้วก็แตกออก..และแพรพรรณนี้ก็เหมือนออกมาจากลูกแก้วที่แตก..

ดูราวกับลูกไก่ออกจากเปลือกไข่ก็ปาน..

อจินไตยหัวเราะเบา ๆ ..

“..ฉันในตอนนี้..จะเข้าวังสนธยายังทำไม่ได้..แต่หากเธอพาเข้าไป..ก็อีกเรื่องหนึ่ง..รวมทั้งทุกคนในที่นี้ด้วย..แพรพรรณแห่งทางช้างเผือกเหมือนเป็นใบเบิกทางที่ดี..เพราะคนที่มีมัน..ในแคว้นของเรา..ไม่ใช่คนทั่วไปที่จะมีได้..”

จินดาพิสุทธิ์ขมวดคิ้ว..

“..มีแพรพรรณแห่งทางช้างเผือกอีกหรือไง..”

“..ลูกแก้วมนตราเป็นสัญลักษณ์ของบุคคลชั้นสูง..ขนาดเจ้าหญิงอย่างฉันยังมีมันไม่ได้..มันหลุดไปยังโลกของเธอหนึ่งอัน..อาจจะเป็นวาสนาหรือโชคชะตาก็ไม่ทราบได้..ในโลกของแคว้นสนธยา..ยิ่งหาคนที่ทำให้ลูกแก้วมนตราแตกจนได้แพรพรรณแห่งทางช้างเผือกได้ยากยิ่ง..”

อจินไตยยิ้มอีก..ส่งสายตาราวกับงู..และพูดอีกว่า..

“..คนในโลกของพวกเธอที่สามารถฝึกวิชาอากาศมนตราจนลูกแก้วมนตราแตกได้แพรพรรณแห่งทางช้างเผือกระดับนี้..ในชั่วกัปชั่วกัลป์จะมีอีกไหรก็ยังไม่รู้..ขนาดชาวสนธยาเองน้อยคนถึงจะทำได้..พอฉันรู้ว่าเจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทราทำสำเร็จ..ก็กระหายอยากจะพบตัวตนที่แท้จริงอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน..ถึงกับใฝ่ฝันหลงรักเลยทีเดียว..เพราะเธอไม่ใช่คนในมิติสนธยาแต่ทำเรื่องที่ชาวมิติสนธยาน้อยคนจะทำได้..มันน่าประหลาดใจไม่น้อย..”

พูดพลางจับแพรพรรณแห่งทางช้างเผือก..ลูบแผ่วเบา..

“..ฉันหลงรักเธอตั้งแต่ตอนนั้นแหละ..ริต้า..”

จินดาพิสุทธิ์โอบร่างอจินไตยไว้..ตอนนี้รู้แล้วว่าทำไมอจินไตยถึงมาหาเธอ..และทำไมถึงได้พยายามใกล้ชิดจนเธอหลงรักไปด้วย..

ศศินานิ่งเล็กน้อย..ก่อนจะถามว่า..

“..เหมือนมีอะไรมากกว่านั้นเลยนะอจินไตย..ฉันรู้สึกได้..”

วาหุที่เงียบขรึมก็พยักหน้า..

“..ข้าก็รู้สึกเช่นท่าน..ท่านปีศาจหมาป่า..”

อจินไตยหัวเราะ..

“..เราคงจะปิดบังไม่ได้อีก..เอาล่ะจะเล่าให้ฟัง..ข้าเป็นเจ้าหญิงแห่งแคว้นสนธยา..มีพันธะผูกพันว่า..หากมีใครบรรลุถึงวิชาอากาศมนตรา..ได้แพรพรรณแห่งทางช้างเผือก..บิดาจะต้องยกให้กับคน ๆ นั้น..แต่ทอดตาทั่วแผ่นดิน..คงหาคนที่ข้าพึงใจได้ยากยิ่ง..เพราะ..เพราะ..คนที่ข้าพึงใจ..จะมากจะน้อย..ต้องเป็นหญิงเช่นเดียวกัน..”

ปักษาหัวเราะ..

“..เยี่ยงนี้เอง..”

“..ท่านลองคิดดูว่า..ข้าพึงใจสตรี..และจะมีอีกไหมในใต้หล้า..มีสตรีที่สามารถบรรลุถึงวิชานี้..และต่อให้มี..จะโฉมสะคราญและมีคุณสมบัติควรแก่การรักใคร่ได้กี่มากน้อย..”

อจินไตยหลับตานิ่ง..ไม่สามารถใช้สายตานิ่งแบบงูในภาวะที่เคลิ้มฝันถึงอดีตไม่ได้..

“..เมื่อเจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทราฝึกวิชาอากาศมนตราสำเร็จ..จะต้องมีคนล่วงรู้อย่างน้อยก็คือข้าและบิดาที่มีอำนาจพลังแห่งสัญญาหมั้นหมาย..ข้าเห็นในนิมิตของข้า..ก็พึงใจเจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทราเป็นอย่างนิ่ง..ทั้งงดงาม..สง่างาม..เก่งกาจ..เป็นคนที่ข้าใฝ่ฝันถึงมานาน..บิดาข้าแม้จะอยากให้ข้าได้ร่วมชีวิตกับบุรุษทีฝึกวิชาอากาศมนตราสำเร็จมากกว่า..แต่ก็จนใจที่หาไม่ได้อีกแล้ว..คนที่ฝึกปรือวิชาอากาศมนตราสำเร็จจนได้แพรพรรณแห่งทางช้างเผือก..ในแคว้นของเรา..ล้วนแต่อายุมาก..และมีพันธะแล้วทั้งสิ้น..แม้บิดาจะไม่อยากให้ข้าพีงใจสตรี..แต่ความต้องการเสาะหาผู้ที่ฝึกวิชาอากาศมนตราสำเร็จ..มีมากกว่า..ท่านจึงไม่ขัดขวางข้าแต่อย่างใดที่ข้าจะรักกับเจ้าหญิงแห่งวังจันทราคนนี้..”

ทุกคนต่างก็เคลิบเคลิ้มและตื่นเต้นกับเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์ที่ได้ฝึกปรือวิชาล้ำค่าได้เป็นผลสำเร็จ..ซึ่งไม่เป็นเพียงแค่วิชาธรรมดา..แต่เป็นวิชาสูงค่าของแคว้นเร้นลับที่ทั่วแผ่นดินต่างก็หวาดหวั่นทีเดียว..

ทั้งหมดเดินมาถึงประตูเมือง..

ประตูบานใหญ่ปิดสนิท..

ขณะที่จินดาพิสุทธิ์ยังไม่ทราบจะทำอย่างไรต่อ..เจ้าหญิงอจินไตยก็พูดขึ้นว่า..

“..เพียงรอสักครู่..ริต้า..”

จินดาพิสุทธิ์ครั้นได้ยินว่ารอ..ก็ไม่ได้ปริปากอันใดอีก..

อจินไตยบอกให้รอ..ก็ต้องรอ..

แพคเกจศศินาสะกดใจเล็กน้อย..วาหุสินธุก็ไม่ปริปาก..แต่ปักษากับมีนาต่างก็มีความกังวล..

ปักษาพูดขึ้นว่า..

“..องค์หญิง..ข้ารู้สึกแปลกประหลาด.”

จินดาพิสุทธิ์เพียงแต่ยิ้มเล็กน้อย..

“..เจ้าเพียงแค่ยืนนิ่ง ๆ ..แต่หากยืนไม่ได้..ก็หาที่นั่งพัก..ประหลาดอันใดได้..”

เพียงแค่พูดจบ..ประตูเมืองก็เปิดออกแล้ว..

ประตูที่กว้างใหญ่..

และเมื่อเปิดออก..ก็มีชายเครื่องแบบเหมือนกันกลุ่มหนึ่งเข้าแถวรออยู่..

อจินไตยขมวดคิ้ว..

“..ทหารองครักษ์วังสนธยา..”

ทหารที่ท่าทางเป็นหัวหน้าพูดขึ้นว่า..

“..ผู้ซึ่งฝึกวิชาอากาศมนตราสำเร็จ.ย่อมมีสิทธิ์เข้ามาในอาณาเขตแห่งวังสนธยานี้..แต่หาใช่จะให้เข้าไปอย่างง่ายดายไม่..เชิญท่านแสดงวิชาอากาศมนตราและแพรพรรณแห่งทางช้างเผือกชนะพวกเราเสียก่อน..”

จินดาพิสุทธิ์หันมาทางอจินไตย..

“..เรื่องนี้เหมือนท่านจะไม่ได้บอกเรานะอจินไตย..”

“..การแอบอ้างว่าใครคนหนึ่งสำเร็จวิชาอากาศมนตรา..เป็นเรื่องที่ไม่ยากเย็นนัก..วิธีที่ดีที่สุดคือการพิสูจน์ด้วยความเป็นจริง..คนสำเร็จวิชาอากาศมนตรา..ย่อมผ่านทหารองครักษ์แห่งวังสนธยาได้สบาย..”

จินดาพิสุทธิ์หัวเราะ..

ชายผ้าแพรสองชายม้วนราวมีชีวิต..ดึงดาบสองเล่มของปักษาและมีนา...และถือราวกับเป็นสองแขนของจินดาพิสุทธิ์..

ปักษาและมีนาตื่นตะลึง..

จินดาพิสุทธิ์เดินเข้าประตูวังอย่างปลอดโปร่ง..

ทหารองครักษ์แปรขบวนล้อม..ชักดาบประจำกายออกมา..

จินดาพิสุทธิ์วางฝ่ามือไปข้างหน้าตั้งตรง..

และเมื่อทหารองครักษ์บุกเข้ามา..แพรพรรณแห่งทางช้างเผือกที่เหมือนถือดาบสองเล่ม..ต่างก็กวัดแกว่งดาบเป็นเพลงดาบที่น้อยคนจะรู้จัก..ต้านปะทะดาบของเหล่าองครักษ์ไว้..

แพคเกจอุทานออกมา..

“..เพลงดาบของสำนักสูญญตา...”

เพลงดาบของสำนักสูญญตามีหลากหลาย..ที่สำคัญมีเพลงดาบครุฑแดง..ที่เป็นวิชาดาบประจำตัวของหนึ่งและดิน..เพลงดาบขุนเขาสนธยาซึ่งเป็นเพลงดาบประจำตัวของสอง..แต่สำหรับแคทซึ่งเป็นเจ้าสำนักฝ่ายตึกแดง..เป็นนายแม่ของริต้าหรือจินดาพิสุทธิ์..เจนจบทุกเพลงดาบและลึกซึ้ง..

แม้ริต้าเดิมจะเป็นศิษย์โดยตรงของอารามขาวที่เน้นเรื่องฝึกจิตสูญญตา..แต่มองเห็นนายแม่ตึกแดงฝึกปรือวิชาสอนศิษย์ทุกเมื่อเชื่อวัน..แม้ไม่ได้ฝึกฝน..แต่ก็ยังจดจำท่าเพลงดาบได้..ไม่ใช่แต่เพลงดาบ..กระทั่งหมัดสูญญตาก็จำได้เช่นกัน..

แม้จะไม่ลึกซึ้งนัก..แต่ก็พอเพียงกับการใช้งานแล้ว..

ตัวเองก้าวเท้าด้วยลีลาที่แปลกประหลาด..ฝ่าเข้าไปในคมดาบของเหล่าองครักษ์..แพคเกจจนตายก็จำวิชานี้ได้ดี..ไม่คิดว่าริต้าจะใช้วิชานี้ได้ด้วย..

“..เครซี่พิสตอล..”แพคเกจอุทาน..

วิชาที่ย่าหงส์สอนให้คิตตี้..แต่ริต้ารู้วิชานี้ด้วยหรือ..

หวนนึกถึงการใช้กระสุนแสงแห่งจิตสูญญตาที่ริต้าใช้ได้เพื่อรับมือกับไฮยีน่าแวมไพร์..ก็คิดว่าน่าจะเชื่อมโยงเกี่ยวเนื่องกัน..

ใช่..จิตของย่าหงส์มาสอนริต้าในตอนที่เจ้าหญิงแห่งจันทราเข้าสมาธิช่วงที่อยู่บนเขามัชฌิมานั้นเอง..

เพียงแค่ผลักมือ..แทนที่จะยิงกระสุนแสง..กลับผลักพลังของความว่างของวิชาอากาศมนตราออกมาแทน..ท่าร่างที่พลิ้วไหว..รวมกับวิชาที่เลิศล้ำ..ยังจะมีใครต้านทานได้อีกหรือ..

ศศินากับแพคเกจชมดูอย่างตื่นตะลึง..

ฝีมือของริต้าเหนือกว่าคิตตี้อีกหรือนี่..

ริต้าที่เป็นเด็กเงียบขรึม..ขี้อาย..แต่กลับเปลี่ยนตัวเองไปได้ขนาดนี้..

จินดาพิสุทธิ์เพียงแค่ก้าวเท้าตามหลักการของวิชาเครซี่พิสตอล..ผลักพลังอากาศมนตราออกไปแทนกระสุนปืน..สองชายผ้าแพรพรรณแห่งทางช้างเผือกจับสองดาบกวัดแกว่งด้วยเพลงดาบพิสดาร..ทหารองครักษ์ที่ตั้งแถวต่อสู้ด้วยต่างก็กระจัดกระจายไป..

“..มีทหารถึงหนึ่งกองร้อย..แต่..ทุกคน..ไม่สามารถต้านทานนางได้..”เสียงวาหุพูดออกมา..

หัวหน้าทหารองครักษ์ชูดาบขึ้น..

“..พอเถิด..ท่านคือเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์จริง ๆ ..เจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทรา..ผู้ซึ่งสำเร็จวิชาอากาศมนตราขั้นสูงสุด..วังสนธยายินดีต้อนรับท่าน..”

ก่อนจะปรายตามายังผู้ติดตามอีกเจ็ดคน..

“..รวมทั้งผู้ติดตามของท่านด้วย..องค์หญิงอจินไตย..ขออภัยที่เราต้องทำตามกฎ..”

อจินไตยถอนหายใจ..

“..ข้าปราศจากพลังของชาวสนธยา..ก็ต้องพึ่งใบบุญคนรัก..กลับเข้าบ้านตัวเอง..เป็นเรื่องที่น่าอนาถนัก..”

หัวหน้าองครักษ์พูดอย่างเห็นใจ..

“..ท่านยินยอมเสียพลังของชาวสนธยาเพื่อคนรักของท่าน..พวกเรามีแต่จะยกย่องไม่ว่า..เพียงแต่ทุกสิ่งต้องกระทำตามกฎ..องค์หญิง..บิดาท่านเป็นกังวลถึงท่านยิ่งนัก..”

อจินไตยพูดอย่างหดหู่..

“..ข้าขอร้องในนามคนรักขององค์หญิงแห่งจันทรา..ท่านพาพวกเราไปหาบิดาด้วยเถิด..”

หัวหน้าทหารองครักษ์โน้มตัวลง..

“..องค์หญิง..เชิญ..”

ท่าทียังคงนอบน้อมเช่นเดิม..ทั้งที่เวลานี้..ด้วยศักดิ์ฐานะของเจ้าหญิงอจินไตย..ถือว่าต่ำต้อยนักหนา..

......

วังสนธยา

จินดาพิสุทธิ์ประคองเจ้าหญิงอจินไตย..นำหน้าคนทั้งหกเข้ามาในห้องโถงใหญ่...

ในสายตาของเจ้าหญิงแห่งวังจันทรา..แม้จะเป็นวังใหญ่โต..แต่ก็ไม่ได้แตกตื่นแต่ประการใด..เพราะวังเจ้าแคว้นต่อให้เป็นแคว้นสนธยา..ก็คงโอ่อ่าประมาณกัน..

หัวหน้าทหารองครักษ์นำคนทั้งหกมาถึงสถานที่แห่งหนึ่ง..เหมือนถูกสั่งไว้ก่อน..

นี่คือห้องเหมือนส่วนตัว..และเอาไว้พักผ่อน..

มีคน ๆ หนึ่งอยู่ที่นั่น..เป็นชายกลางคนท่าทางขรึมเคร่ง..

รูปร่างบึกบึน..แต่ก็โอ่อ่าไปด้วยเสื้อผ้าสดใส..

หัวหน้าทหารองครักษ์น้อมศีรษะ..เจ้าของห้องโบกมือ..

“..ท่านไปเถิด..”

หัวหน้าทหารองครักษ์ล่าถอยไป..ไม่ห่วงใยอันใด..แม้จะปล่อยให้เจ้าของห้องอยู่ร่วมกับอาคันตุกะ..

ทุกคนนอกจากอจินไตยต่างก็คาดเดาว่าเจ้าของห้องนี้เป็นใคร..และไม่ควรจะผิดพลาด..

เขายิ้มและพูดว่า..

“..การปรากฏกายของพวกท่านอยู่ในความคิดอ่านของเรา..ไม่ต้องเกรงใจไป..”

พลางวาดสายตามายังอจินไตย..อ้าแขนรับ..

“..ลูกพ่อ..ลำบากเจ้าแล้ว..”

อจินไตยผวาเข้าหา..กอดชายคนนั้นไว้..

จินดาพิสุทธิ์ก็ไม่ได้เหนือความคาดหมาย..โน้มศีรษะคารวะ..

“..องค์ราชาแห่งแคว้นสนธยา..นามท่านคือ..อสงไขย..ข้าจินดาพิสุทธิ์ขอคารวะด้วยใจจริง..”

ราชาอสงไขยหัวเราะกังวาน..

“..ท่านเป็นคนรักของอจินไตย..จะมากมารยาทใยกัน..ต้องขอบคุณท่านด้วย..ที่นำพาอจินไตยมาหาเราได้ในครั้งนี้..นางสูญสิ้นอำนาจพลังแห่งชาวสนธยา..ตามกฎแล้วไม่สามารถเหยียบที่วังแห่งนี้ได้อีก..แต่ท่านก็ใช้สิทธิ์แห่งผู้ที่ฝึกปรือวิชาอากาศมนตราขั้นสูงสุด..นำพานางมาหาข้าจนได้..”

จินดาพิสุทธิ์อยากจะกล่าวถึงตำราที่ตามหา..แต่สงบปากคำไว้..เพราะเห็นว่ายังไม่สมควร..

ราชาอสงไขยรู้ว่าจินดาพิสุทธิ์มีความนัยอยู่..ก็หัวเราะเบา ๆ ..

“..เรื่องตำราของราชาปีศาจเล่มที่สี่..มีความสำคัญสำหรับท่านมาก..แต่จนใจที่ไม่อาจจะให้ท่านสมประสงค์เสียทีเดียว..”อำนาจของราชาอสงไขยนั้นลึกล้ำ..การจะล่วงรู้ทุกสิ่งไม่ใช่เรื่องยากสำหรับท่าน...

ผู้ติดตามของจินดาพิสุทธิ์ทุกคนถึงกับอ้าปากค้าง..แม้แต่เรื่องนี้..บิดาของอจินไตยก็ล่วงรู้ด้วย..

การที่อจินไตยสิ้นพลังแห่งชาวสนธยา..แม้จะไม่ได้บอกกล่าว..แต่ท่านก็ล่วงรู้..ไม่เพียงเท่านั้น..เหมือนชาวสนธยาทุกคนก็ล่วงรู้..เพียงแต่..ไม่ได้ห้ามปราม..เพราะต่างเคารพการตัดสินใจของกันและกัน..

แม้แต่ความรักที่อจินไตยมีต่อจินดาพิสุทธิ์..แม้จะเป็นหญิงด้วยกัน..ก็ไม่มีผู้ใดทักท้วง..เพราะถือว่า..เป็นสิทธิของเจ้าหญิงอจินไตย..ต่อให้ชอบไม่ชอบ..ก็ถือเป็นสิทธิ์ที่ไม่อยากล่วงละเมิด..

อาจจะเป็นเพราะเหตุนี้..พลังประหลาดข้อหนึ่งของชาวสนธยาคือพลังแห่งการล่วงรู้โดยไม่ต้องบอกกล่าว..ซึ่งหากทุกคนจะเอาสิ่งที่รู้มาเป็นอารมณ์..พลังประหลาดนี้..ก็น่าจะเป็นโทษมากกว่าคุณแล้ว..

ราชาอสงไขยนิ่งชั่วขณะ...

“..ท่านไม่ใช่ชาวสนธยาเรา..ก็อาจจะไม่ล่วงรู้บางสิ่งบางอย่าง..วังสนธยาของข้า.มีส่วนหนึ่งที่ข้าไม่อาจจะทำอย่างไรได้..นั่นคือ..ตำหนักชิงพลบ...”

ตำหนักชิงพลบ..ชื่อช่างแปลกประหลาด..ทุกคนที่ติดตามต่างคิด..

“..ตำหนักชิงพลบ..เป็นที่อยู่ของจ้าวเมฆแดง..จะว่าไป..เขาก็คือญาติฝั่งหนึ่งของข้า..มีสิทธิ์ในแคว้นสนธยากึ่งหนึ่ง..ดินแดนแถบตอนใต้..อยู่ใต้การปกครองของเขา..”ราชาอสงไขยพูด.. “..มันเป็นคำสั่งตกทอดจากบรรพบุรุษ..ให้เจ้าแห่งวังสนธยาและเจ้าตำหนักชิงพลบ..ถือว่ามีอำนาจเท่าเทียม..ช่วยกันดูแลแว่นแคว้น..และเพื่อความสัมพันธ์..บางครั้งหากจะมีการเกี่ยวดองกัน..ก็ย่อมจะทำได้..เพียงแต่บรรพบุรุษมีความแยบยลในความคิด..และเปิดช่องทางให้ไม่เป็นการเสียเปรียบต่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง..จึงมอบหมายให้เงื่อนไขการเกี่ยวดอง..ขึ้นกับฝ่ายหญิงเป็นสำคัญ..”

อจินไตยยิ้มและมองคล้ายงูอีกครั้ง..

“..เราชื่นชมและชื่นชอบผู้ที่เก่งกล้า..จึงได้แต่วางเงื่อนไขว่า..หากตำหนักชิงพลบจะเกี่ยวดองกับวังสนธยาเรา..ผู้ที่เกี่ยวดองด้วย..จักต้องฝึกวิชาอากาศมนตราและได้แพรพรรณแห่งทางช้างเผือกมาครอบครอง..ซึ่งยังไม่มีผู้ใดทำได้จนบัดนี้...พอดี..ข้ารู้เรื่องของเจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทรา..ที่ฝึกวิชาสำเร็จ..หัวใจข้าก็มอบให้แก่นางไปเสียแล้ว..”

ราชาอสงไขยนิ่งขรึมลง..จนอจินไตยรู้สึกผิดสังเกต..

“..ท่านพ่อ.มีอันใดที่ท่านยังไม่บอกต่อลูก..”

“..เจ้าเสียพลังแห่งชาวสนธยาไป..การหยั่งรู้จึงอ่อนด้อยลงมาก..จึงอาจจะไม่ทราบว่า..ทางตำหนักชิงพลบมีผู้ฝึกวิชาอากาศมนตราและได้แพรพรรณแห่งทางช้างเผือกแล้วหนึ่งคน..นั่นคือ..เจ้าชายอนันตรัย..หลานของจ้าวเมฆแดง..”

อจินไตยชะงักท่าที..จินดาพิสุทธิ์เริ่มเห็นสีหน้าหวาดวิตกของคนรัก..

ราชาอสงไขยถอนหายใจ..

“..เจ้าชายอนันตรัยหมายปองเจ้ามานานนักหนา..และแม้ว่าเจ้าจะมีคนรัก..เขาก็ยังจะหมายปองเจ้า..ถึงกับยอมทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อจะฝึกวิชาอากาศมนตราจนสำเร็จตามเงื่อนไข..บัดนี้..เขาเป็นคนรุ่นใหม่อายุเยาว์เพียงหนึ่งเดียวที่มีวิชาสูงสุด..”

อจินไตยเม้มปาก..

“..เรื่องนั้นไม่ควรจะเกี่ยวกับข้า..เพราะข้ามีคนรักแล้ว..”

“..ตามกฎแห่งแคว้นสนธยา..หากเจ้าหรือคนรักไม่ไปเหยียบย่างที่ตำหนักชิงพลบ..ก็แล้วไป..เพียงแต่..ถ้าจะไปเหยียบที่นั่น..เจ้าคงรู้ถึงกฎแห่งการท้าชิงรักของแคว้นเรา..และเจ้าชายก็กำลังรอให้เจ้าหรือคนรักของเข้าเหยียบย่างเข้าไปอยู่..ซึ่งสิ่งเหล่านี้..ข้าไม่อาจจะทำอย่างไรได้..”

จินดาพิสุทธิ์เม้มปาก..

“..กฎเกณฑ์อันใดหรือ..”

“..เจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทราคงไม่ทราบ..ชาวแคว้นสนธยาเรามีกฎแห่งการท้าชิงรัก..หากสตรีเหยียบย่างไปในสถานที่ของผู้ที่มีคุณสมบัติเกี่ยวดอง..ผู้ที่มีคุณสมบัติ..ย่อมจะขอท้าชิงตามเงื่อนไข..เป็นผู้ที่มีคุณสมบัติเกี่ยวดองที่ดีที่สุด..หรือแม้แต่สตรีผู้นั้นไม่ได้ไปเอง..แต่คนรักของสตรีนั้นไป..ก็ย่อมเข้าเงื่อนไขของการท้าชิงเช่นกัน..”

“..มีกฎเช่นนี้ด้วย..”จินดาพิสุทธิ์ถึงกับคราง..

“..หากจะไม่อยากจะโดนท้าชิง..ก็ง่ายดายยิ่ง..ก็ต้องไม่ไปเหยียบย่างยังสถานที่ของผู้ที่มีคุณสมบัติเกี่ยวดอง..เช่นนี้ก็ทำอันใดไม่ได้แล้ว...”ราชาอสงไขยหัวเราะเบา ๆ .. “..เหมือนเจ้าชายอนันตรัยจะล่วงรู้ว่าจะต้องทำอย่างไร..เขาจึงรีบไปเสาะหาตำราเล่มที่สี่ของราชาปีศาจ..พร้อมทั้งนำพาเอาบริวารของราชาปีศาจสองคนเข้าไปในตำหนักชิงพลบ..หากเจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทราต้องการตำราเล่มนั้น..ก็คงยากที่จะไม่เหยียบย่างเข้าสู่ตำหนักของจ้าวเมฆแดงได้..”

อจินไตยเม้มปาก..

“..เมื่อเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์เหยียบย่างเข้าไป..ก็เท่ากับเจ้าชายสามารถใช้กฏแห่งการท้าชิงรักได้..”

มีเสียงเฮอะของการแค่นเสียงอย่างเย็นชา..

นั่นเป็นเสียงของแพคเกจ..

แพคเกจเช็ดจมูก..

“..ถ้างั้น..พวกเราหกคนจะบุกตำหนักชิงพลบให้ริต้ากับอจินไตยเอง..ไม่ต้องห่วงหรอกน่า..”

ราชาอสงไขยหัวเราะ..

“..ข้าซาบซึ้งใจในมิตรภาพของพวกท่านนัก..แต่พวกท่านมั่นใจหรือว่า..จะชนะวิชาอากาศมนตราขั้นสูงสุดและแพรพรรณแห่งทางช้างเผือกของเจ้าชายอนันตรัยได้..แม้แต่เจ้าหญิงของพวกท่าน..เรายังไม่มั่นใจ..อย่าว่าแต่จะต้องเผชิญกับวิชาอากาศมนตราเลย..กระทั่งทหารแคว้นสนธยา..พวกท่านที่เป็นชาวโลก..ยังจะเอาชนะได้หรือ..”

ราชาอสงไขยหันมาทางวาหุและสินธุสององครักษ์แห่งจินดาพิสุทธิ์..

“..ท่านทั้งสองเป็นยอดฝีมือของโลกของท่าน..มีฝีมือที่คนในโลกท่านยากที่จะเอาชนะ..ลองบอกข้าสักนิด..เมื่อเห็นทหารองครักษ์ของเรา..ท่านมีความมั่นใจจะเอาชนะได้กี่ส่วน..”

วาหุสีหน้าเย็นชา..แต่ก็ตอบตามตรงแม้จะพูดน้อย..

“..ข้าไม่มั่นใจจะเอาชนะได้สักส่วนเดียว..”

ราชาอสงไขยหัวเราะ..

“..ในดินแดนแห่งแคว้นสนธยา..วิชาฝีมือใด ๆ ที่เก่งกล้าในโลกของท่าน..ใม่อาจจะมีผลต่อที่นี่..นอกเสียจากวิชาที่เป็นของที่นี่โดยตรง..ในที่นี้..มีแต่วิชาอากาศมนตราของเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์เท่านั้น..ที่กลับจะเพิ่มพูนพลังมากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก..แต่ว่า..ข้าเชื่อ..วิชาอากาศมนตราของคนนอกแคว้น..ไม่มีทางเหนือกว่าวิชาอากาศมนตราที่ฝึกจากคนของแคว้นสนธยาได้เลย..”

ผู้ติดตามเจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทรา..ต่างคนต่างก็มองหน้ากัน..

อจินไตยมีความหวาดวิตกอยู่บ้าง..

แต่จินดาพิสุทธิ์กลับพูดขึ้นว่า..

“..ถ้าข้าประสงค์ตำราเล่มสุดท้าย..ดูท่าจะต้องไปยังตำหนักชิงพลบเท่านั้น..และควรจะรับคำท้าชิงตามกฎแห่งการท้าชิงรักของเจ้าชายอนันตรัยด้วยใช่ไหม..”

ราชาอสงไขยพยักหน้า..

“..มิผิด..เพียงแต่..สิ่งที่ท่านประสงค์ก็คือตำราเล่มสุดท้าย..มาตรแม้นท่านจะพ่ายแพ้..ก็เพียงเสียแต่คนรัก..คืออจินไตยลูกของข้า..แต่ถ้าขอร้องอนันตรัยดี ๆ ..เขาคงจะมอบตำราเล่มที่สี่ให้..เพราะมันไม่มีผลต่อเขาแม้แต่น้อย..”

ใช่..ตำราเล่มที่สี่..ไม่มีผลใด ๆ ต่อเจ้าชายอนันตรัย..

ความสำคัญก็เพียงแค่..ทำให้จินดาพิสุทธิ์ต้องเข้าไปในตำหนักชิงพลบ..เพื่อจะให้เจ้าชายอนันตรัยใช้กฎแห่งการท้าชิงรักได้เท่านั้น..

ต่อให้ส่งบริวารไปแทน..หรือแม้แต่แพคเกจศศินาซึ่งอ่อนกำลังลงไปนับแต่เข้ามายังแคว้นสนธยา..คงไม่รอดเงื้อมือของทหารองครักษ์ตำหนักชิงพลบหรือว่าวิชาอากาศมนตราของเจ้าชายอนันตรัยแน่นอน..ซึ่งแม้จะไม่ฆ่าฟัน..แต่จินดาพิสุทธิ์ก็ต้องไปช่วยทุกคนอยู่ดี..

อจินไตยไม่ทราบจะทำอย่างไรดี..ดวงตาที่จ้องราวกับงู..กลับหม่นประกายลง..

แต่นางก็ยังอดพูดไม่ได้..

“..ต่อให้ข้าเป็นของอนันตรัย..ข้าก็ไม่สามารถอยู่ที่แคว้นสนธยาได้อยู่ดี..”

“..ตำหนักชิงพลบมีวิธีทำให้เจ้าฟื้นพลังแห่งชาวสนธยาได้..เจ้าก็น่าจะรู้..แต่ต่อให้ไม่สามารถฟื้นคืนพลังแห่งชาวสนธยาได้..อนันตรัยคงไม่ถือว่ายุ่งยาก..หากจะส่งเจ้าไปยังโลกภายนอกและไปหาเจ้าทุกวัน..”

อจินไตยถอนหายใจ..

“..ริต้า..ฉันรู้ว่าตำรานั่นมีความสำคัญกับเธอแค่ไหน..ดังนั้น..”

จินดาพิสุทธิ์ยิ้มละไม..พูดอย่างอบอุ่น..

“..แต่เธอก็มีความสำคัญสำหรับฉันเหมือนกัน..ดังนั้น..ฉันต้องการทั้งสองอย่าง..ตำราเพื่อช่วยโลกของฉัน..กับเธอที่เป็นโลกอีกใบของฉัน..”

เจ้าหญิงแห่งจันทรารู้สึกถึงการสั่นไหวของผ้าแพรที่พาดชายสองไหล่..ดูท่า..แพรพรรณแห่งทางช้างเผือกก็สนับสนุนการตกลงใจของเจ้าหญิงแห่งจันทราเช่นกัน..

“..พรุ่งนี้..เราจะไปยังตำหนักชิงพลบ..ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น..ฉันจะไม่ยอมเสียเธอไปหรอก..อจินไตย..”

..................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น