โซซอล
facebook-icon

ซอลลี่นำความสนุกจากซีรีส์เกาหลีสุดฮิต 'What's Wrong with Secretary Kim' มาให้ทุกคนได้อ่านในรูปแบบตัวอักษรกันแล้วค่า~

ตอนที่ 1-1 เลขาคิมมีโซผู้ละมุนละไม

ชื่อตอน : ตอนที่ 1-1 เลขาคิมมีโซผู้ละมุนละไม

คำค้น : เลขาคิม นิยายเกาหลี

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 21.1k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 21 เม.ย. 2562 17:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1-1 เลขาคิมมีโซผู้ละมุนละไม
แบบอักษร

​#1. เลขาคิมมีโซผู้ละมุนละไม


เมื่อหนึ่งอาทิตย์ก่อน วันที่ 24 ตุลาคม ปี 2012 เวลา หกนาฬิกา สามสิบนาที

บ้านพักของลียองจุนแห่งยูอิลกรุ๊ป เพนท์เฮ้าส์ขนาดร้อยยี่สิบสี่ตารางวา บนชั้นหกสิบหกที่มองเห็นทัศนียภาพของแม่น้ำฮัน ซึ่งไฟในห้องนั้นถูกเปิดอย่างสว่างจ้ามาพักใหญ่แล้ว

เขามักเอางานกลับมาทำที่บ้านหลังจากไปดูงานหรือออกนอกสถานที่นั่นทำให้ไม่ได้มีกำหนดเวลางานที่ชัดเจนแต่ละวัน แต่ถึงจะไปทั่วทุกทิศแค่ไหนก็ยังติดนิสัยเริ่มต้นชีวิตด้วยการตื่นนอนตอนตีห้าเสมอ ทว่าวันนี้เขาจำเป็นต้องตื่นเช้าขึ้นกว่าเดิม เพราะต้องเข้าร่วมงานประชุมและรับประทานมื้อเช้าร่วมกับกลุ่มผู้บริหารบริษัทท็อปห้าของประเทศแทนผู้เป็นพ่อ

ทุกด้านของหน้าต่างห้องแต่งตัวสะท้อนภาพเมืองด้วยแสงแดดอ่อนๆ ยามเช้า ยองจุนมองแสงไฟสีส้มที่ยังไม่ถูกปิดลงก่อนจะเดินเข้าไปทางราวแขวนเสื้อที่ถูกดีไซน์มาเป็นพิเศษ

ตรงนั้นมีชุดสูททูพีชสีเทาและเสื้อเชิ้ต รวมถึงเน็กไทด์ไหมเนื้อดีสีม่วงถูกแขวนไว้อย่างดีโดยฝีมือของเลขาคิม ชุดสีคลาสสิค เหมาะสำหรับงานประชุมทางการในช่วงเช้า

ยองจุนใส่กางเกงและเชิ้ตอย่างไม่รีบร้อน เลือกคัฟลิงค์ นาฬิกาและเครื่องประดับให้เข้ากับสีเน็กไทด์ จากนั้นจึงเลื่อนสายตามองบนโต๊ะก่อนจะเห็นว่าไลท์เตอร์ที่เขาเริ่มเบื่อและคิดว่าจะเปลี่ยนเร็วๆ นี้ถูกแทนที่ด้วยของใหม่แล้วโดยยังไม่ได้บอกเลยด้วยซ้ำ

ในขณะที่ติดคัฟลิงค์เรียบร้อยแล้ว เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น

“ท่านรองประธานคะ เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จหรือยังคะ”

“อืม เข้ามาได้”

ผู้หญิงในผ้ากันเปื้อนเดินนำหน้าเข้ามาก่อนพร้อมรถเข็นสำหรับชงชา ตามด้วยหญิงสาวอีกคนในชุดสูททางการสีดำที่เดินตามหลังเข้ามาพร้อมกับถือแท็บเล็ตพีซีหนึ่งเครื่องและสมาร์ทโฟนอีกสองเครื่อง

“เบรกฟาสต์ทีค่ะ วันนี้เตรียมเป็นดาร์จีลิงเฟิร์ตฟลัชที* ให้นะคะ และจากตารางงานเป็นการประชุมร่วมรับประทานอาหารช่วงเช้า ดังนั้นวันนี้เลยไม่มีมื้อเช้าค่ะ”

“วางไว้ตรงนั้นเลยครับ”

หญิงในชุดผ้ากันเปื้อนขยับวางตามคำสั่ ก่อนโค้งลาด้วยความสุภาพและออกไปจากห้อง จากนั้นหญิงสาวผู้อยู่ในชุดสูทถึงได้ส่งแท็บเล็ตให้กับยองจุน

“ตารางงานของวันนี้ค่ะ”

“ขอบใจ”

“ไม่เป็นไรค่ะ รับชาเลยไหมคะ”

“อืม”

ยองจุนนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้โบราณกวาดสายตามองตารางงานวันนี้ ระหว่างนั้นหญิงสาวในชุดสูทก็กำลังเตรียมชาให้กับเขาเช่นกัน เธอหยิบชาขึ้นก่อนจะใส่ลงภาชนะชงชาชั้นดีแล้วค่อยๆ เทลงในแก้วตามขั้นตอนจนทั้งห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมสะอาดของชา

เธอยิ้มหวานละมุนพร้อมกับส่งถ้วยชาให้กับชายหนุ่ม ยองจุนใช้มือซ้ายจับถ้วยลวดลายงดงามเอาไว้และเอ่ยปากหยอกล้อหลังลิ้มรสเพียงจิบเดียว

“เพราะมีรอยยิ้มตามมา อร่อยขึ้นเลยนะเนี่ย”

“คุณดูกัดฟันพูดนะคะ”

“อ้าว โดนจับได้ซะแล้ว”

ยองจุนหยอกล้อกับท่าทางเคร่งขรึมของอีกฝ่ายสักพัก แล้วเปลี่ยนท่าทีเป็นจริงจังหลังเห็นตารางงานเลี้ยงต้อนรับของสถานทูตเยอรมัน

“สภาพร่างกายเป็นยังไงบ้าง”      

“ยอดเยี่ยมค่ะ”

“งานนี้สำคัญมาก ห้ามผิดพลาดเด็ดขาดเข้าใจไหม”

“นี่ไม่ใช่ครั้งแรกนะคะ ฉันทำได้อยู่แล้วค่ะ”

หญิงสาวในชุดทางการสีดำคือคนที่ทำงานให้เขามาตั้งแต่ตอนเรียนรู้งานที่ต่างประเทศเป็นเวลาสองปีจนกระทั่งเข้ารับตำแหน่งนี้ รวมทั้งหมดเป็นเวลาเก้าปีที่อีกฝ่ายเป็นทั้งเลขาส่วนตัว คอยประสานงาน ดูแลเรื่องต่างๆ หรือจะเป็นคนขับรถ ไปจนถึงพาร์ทเนอร์ปาร์ตี้งานสำคัญอย่างวันนี้ เลขาคิมมีโซคือผู้ที่ทำหน้าที่ทุกอย่างได้เป็นอย่างดีแม้จะเป็นแค่เรื่องเล็กน้อย สาวโสดวัยยี่สิเก้าที่ไม่ได้ทำเพียงแค่งานเก่งเท่านั้น แต่เธอยังเป็นเจ้าของรูปร่างผอมบาง มีส่วนเว้าส่วนโค้งและสวยสมวัยอีกด้วย

เสียงสั่นจากกระเป๋าแจ็กเก็ตด้านขวาของเลขาคิมที่เธอใส่โทรศัพท์แยกไว้ในกระเป๋าเมื่อตอนชงชา มันเป็นด้านที่ใส่สมาร์ทโฟนเครื่องสีดำและเป็นโทรศัพท์ส่วนตัวด้วย

“รับสายไหมคะ”

รู้ดีว่าเป็นใครแม้ไม่ได้เห็น

ยองจุนเองก็เช่นกัน ชายหนุ่มที่สนใจเพียงแค่ชามาพักใหญ่พ่นลมหายใจพร้อมสีหน้ารำคาญใจ

“อย่ารับ มีเหตุผลอะไรถึงต้องพังเวลาดีๆ ในตอนเช้าลงเพราะโทรศัพท์จากนักโทษกันล่ะ”

เลขาคิมดูชื่อบนจอโทรศัพท์ที่ปรากฎชื่อของผู้บริหารระดับสูงก่อนจะกดปิดเสียงลง เธอเดินไปที่ราวแขวนเสื้อหลังตรวจความเรียบร้อยของแจ็กเก็ตอีกครั้งแล้วก็ถามขึ้นพร้อมหยิบเน็กไทด์

“นักโทษเหรอคะ”

“นักโทษน่ะ ไม่ได้ทำผิดแค่เพราะขโมยของหรือทำร้ายคนอื่นหรอกนะ”

ยองจุนบ่นพึมพำคนเดียวอย่างจับจุดไม่ได้ เขาดื่มชาจิบสุดท้ายก่อนวางถ้วยลงและลุกขึ้นจากเก้าอี้

ชายหนุ่มผู้เต็มไปด้วยความอวดดีและมั่นใจกลัดกระดุมปกเสื้อแล้วก้าวเดินเข้าหาเลขาสาว มองเธอแล้วเริ่มพูดต่อ

“ไร้ความสามารถ มันผิดที่ไร้ความสามารถแล้วยังไม่รู้ตัวอีกด้วย”

ยังคงเต็มไปด้วยคำพูดที่ยากจะเข้าใจได้ แต่สีหน้าของเลขาคิมที่กำลังผูกเน็กไทด์ให้เขาอย่างเคยชินยังคงละมุนละไมไม่เปลี่ยนแปลง

จากนั้นปกเสื้อของยองจุนก็เข้าที่เรียบร้อยอย่างไร้ที่ติ

“อืม แต่เธอคงไม่เข้าใจเลยสินะ”

ชายหนุ่มสวมนาฬิกาพร้อมทั้งเครื่องประดับทุกอย่าง สอดผ้าเช็ดหน้าลายหมากรุกไว้ในกระเป๋าเรียบร้อย แล้วยืดแขนไปด้านหลังเพื่อรอให้เลขาคิมที่ถือแจ็กเก็ตเอาไว้ในมือสวมเข้าแขนทั้งสองข้างของเขาได้พอดี แจ็กเก็ตสีเทาขยับเข้าที่บนร่างกายของชายหนุ่มอย่างเรียบร้อย

“คุณรู้ไหม เลขาคิม”

“เรื่องไหนคะ”

ชายหนุ่มยืนตรงหน้ากระจกหลังเลขาคิมจัดความเรียบร้อยของรอยยับบนแจ็กเก็ตและฉีดน้ำหอมลงบนข้อมือให้

ห้องสว่างไสวจนแสบตาแม้มีเพียงแสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าเท่านั้น มันไม่ใช่เพราะแสงไฟที่ไหนหรอก แต่เป็นเพราะยองจุน ชายที่ยืนสง่างามอยู่ตรงหน้ากระจกคนนี้ต่างหาก

เขามองภาพตัวเองในกระจกด้วยสีหน้าพึงพอใจอยู่พักใหญ่ก่อนจะเอ่ยปากถามด้วยท่าทางสบายๆ

“ทำไมคนเราถึงไร้ความสามารถได้ล่ะ”

คำถามนี้อาจทำให้คนทั่วไปฟังแล้วตื่นตระหนกขึ้นมาได้ แต่ไม่ใช่กับเลขาคิมที่ตอบรับเข้าคู่ได้อย่างดีราวกับทำเป็นประจำชีวิตประจำวัน

“นั่นสิคะ”

“มันง่ายมากไม่ใช่เหรอ พยายามและไขว่คว้ามา แค่ทำตามโพรเซสง่ายๆ พวกนั้นยังไม่ได้เลย เหตุผลเพราะอะไรกัน”

“มนุษย์ส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นแบบท่านรองประธานนี่คะ”

เลขาคิมอธิบายพร้อมรอยยิ้มอ่อนหวาน แต่ดูเหมือนจะไม่คลายความสงสัยให้ผู้เป็นเจ้านาย ชายหนุ่มถึงได้ถามเธอกลับอีกครั้ง

“จริงเหรอ”

“ใช่ค่ะ ตั้งแต่ฉันเกิดมาจนถึงตอนนี้ ยังไม่เคยเจอคนแบบท่านรองประธานเลยสักครั้งค่ะ”

ยองจุนไหวไหล่เบาๆ กับคำพูดพร้อมรอยยิ้มละมุนของเลขาคิม เขายิ้มมุมปากและมองกระจกอีกครั้ง

ผู้นำทางความคิดก็เป็นแค่ผู้นำทางความคิด แต่ไม่ใช่แค่นั้น เขาคือผู้นำแห่งโลกนาร์ซิสสิสต์** ท็อปออฟท็อปของความร้ายกาจ ที่สุดของที่สุดในโลก

ความรู้สึกของคนส่วนใหญ่หลังจากได้พบลียองจุนก็คือ ‘ความน่าสงสัยซึ่งไร้คำอธิบาย’ แม้เขาจะเต็มไปด้วยความมั่นใจอย่างร้ายกาจ แต่ความเก่งกาจก็เป็นเหตุผล ซึ่งกลายเป็นสาเหตุที่ทำให้ให้เข้าใจได้

“โทรมาอีกแล้วเหรอ”                 

ครั้งนี้คือสายจากโทรศัพท์สีขาวเป็นเครื่องสำหรับการทำงาน เลขาคิมรีบรับโทรศัพท์แนบข้างใบหูและตอบรับอย่างสุภาพด้วยความรวดเร็ว

ส่วนยองจุนมองกระจกอีกครั้งระหว่างรอเลขาคิมรับโทรศัพท์ ก่อนจะตกใจอย่างหนักเมื่อค้นพบว่าบนศีรษะตัวเองมีผมหงอก เขาจดจ้องมันด้วยสายตา ‘ไม่นะ! สิ่งน่าเกลียดแบบนี้มาอยู่บนร่างกายฉันได้ไง!’ สีหน้าเขาบูดบึ้งเมื่อดึงเส้นผมเจ้าปัญหาออกมา

“ใคร”

เลขาคิมขยับโทรศัพท์จากใบหูพร้อมยิ้มหวานตอบกลับ

“‘นักโทษประหาร’ ค่ะ ให้วางเลยไหมคะ”


* เป็นยอดชายอดแรกที่เก็บเกี่ยวเมื่อเริ่มฤดูใบไม้ผลิ คือระหว่างเดือนมีนาคม-เมษายน

** โรคหลงตัวเอง

ความคิดเห็น