ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

chapter 31 ปัญหาของคนอื่น

ชื่อตอน : chapter 31 ปัญหาของคนอื่น

คำค้น : เพลิงรักอสุรา ละอองอาย NC Nc nc มาเฟีย นักศึกษา โคแก่กินหญ้าอ่อน โหด ดุ

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.9k

ความคิดเห็น : 29

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ม.ค. 2562 13:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
chapter 31 ปัญหาของคนอื่น
แบบอักษร

เก่งยืนกุมมืออยู่หน้าโซฟาตัวยาวในห้องรับรอง ร่างสูงของเจ้าของร้านกำลังนอนเอกเขนกอยู่บนโซฟานุ่ม สายตาก็กวาดมองเอกสารอย่างพินิจพิเคราะห์เหมือนทุกที จะต่างก็ตรงที่มุมปากของเขานั้นยกยิ้มอยู่ตลอดเวลา ชวนให้เก่งใจหงาดผวาอย่างบอกไม่ถูก


เก่งมีคำถามมากมายเต็มหัว ทว่ายังหาโอกาสเหมาะในการถามคำถามไม่ได้ แต่แล้วจู่ๆสายตาคมก็ช้อนขึ้นมาจากแฟ้มเอกสาร สบประสานสายตากับเขาเข้าอย่างจัง


เตโชมองเก่งนิ่งโดยไม่เอ่ยปากอะไร ทว่าการกระทำเช่นนั้นของเขาราวกลับจะถามเก่งว่า ‘มองทำซากอะไร’


“อะ...เออๆ” เก่งลนลานพูดอะไรไม่ถูก ราวกลับคำถามมากมายที่คิดเอาไว้อันตถานหายไปจนสิ้น เพียงถูกจับจ้องจากแววตาดุดันคู่นั้น


“พูดบ้าอะไร” เตโชตำหนิก่อนจะโยนแฟ้มคืนให้เก่งอย่างไม่สนใจ


เก่งเร่งคว้าแฟ้มกลางอากาศอย่างลนลาน เอกสารนี้ถือเป็นของสำคัญ หากชำรุดเสียหายเขาจะต้องลำบากไม่ใช่เล่นเลยทีเดียว ทว่าคนทำนั้นดูจะไม่ยี่หระ พลิกกายนอนหงายทอดสายตาออกไปมองภายในร้านผ่านบานกระจกอย่างสบายใจ


เก่งพยายามใช้เส้นสายทั้งหมดที่มีสืบหาเรื่องของมิว ทว่าไม่มีใครรู้และเห็นเธอมาเกือบสัปดาห์แล้ว คำพูดของเตโชที่เคยบอกว่ามิวอยู่บนเตียงของเขานั้นไม่รู้เชื่อถือได้มากน้อยเพียงใด


หากบอกว่าญาติของเขาถูกฆ่าตายด้วยฝีมือเจ้านายคนนี้ยังจะน่าเชื่อเสียกว่า!


“น่าเบื่อไปหมด” เตโชพึมพำกับตัวเองก่อนจะพยุงกายขึ้นนั่ง สอดปลายเท้าเข้าไปในรองเท้าหนังสีน้ำตาลเข้มก่อนจะลุกขึ้นยืนเทียบความสูงกับผู้จัดการร้าน สองขาก้าวเข้ามาหาเก่งอย่างไม่ประสงค์ดี


แววตาของนายหนุ่มทำให้ลูกน้องเผลอถอยหลังอย่างไม่รู้ตัว การลุกคืบเช่นนี้ของเตโชไม่ต่างกับสัตว์ร้ายที่หมายจะตะครุบเหยื่อให้แหลกคามือ


“ช่วงนี้ผลงานตกไปเยอะนะคุณผู้จัดการ” ไม่พูดเปล่า ปลายนิ้วยาวก็จิ้มที่หน้าอกของเก่งเบาๆอย่างตำหนิ


ร่างที่สูงกว่าของเตโชขยับเข้ามาชิดก่อนจะพูดเสียงเบาทว่าปนกลิ่นอายข่มขู่เอาไว้ทุกพยางค์


“อย่าให้เรื่องผู้หญิงบั่นทอนฝีมือสิ... ไม่อย่างนั้นผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะชอบคุณไปได้ถึงเมื่อไหร่” พูดจบก็ตบไหล่ของเก่งเบาๆแล้วเดินออกจากห้องไป ไม่หันมามองผู้จัดการร้านที่ยืนแข็งค้างเป็นท่อนหินไปแล้ว


หากไม่ติดว่าเงินเดือนของที่นี่สูงกว่าทุกที่ที่เขาเคยทำมา และหากไม่ติดว่างานนี้มันตรงกับไลฟ์สไตล์ของเขา เก่งคงคิดจะลาออกจากงานนี้วันละหลายสิบรอบ


สามปีที่เขาทำงานอยู่ตรงนี้ คำชมที่เจ้านายมอบให้กลับทำให้เขากลับไปฝันร้ายตอนกลางคืน เก่งเฝ้าภาวนาให้เขาไม่เป็นที่พอใจของเจ้านายบ้าง อยากจะให้เขาลองตำหนิดู เผื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องฝันร้ายตอนกลางคืนอีก


แต่แล้วพอโดนตำหนิเข้าจริงๆ เก่งรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังฝันร้ายขณะที่ยังไม่ได้หลับด้วยซ้ำไป!


ระหว่างทางลงจากชั้นสอง เตโชมองเห็นพูกำลังจับร่างของผู้หญิงคนหนึ่งเอาไว้ที่ตรงทางขึ้นบันได เขาพิจารณาดูใบหน้าของผู้หญิงคนนั้นอยู่นานจึงนึกได้ในที่สุดว่าเธอเป็นผู้หญิงที่เขาส่งไปให้ผู้จัดการร้านเพื่อเป็นของขวัญ


ทีท่าของหล่อนดูเดือดดาลเอาเรื่องทีเดียว แม้จะถูกผู้ชายร่างสูงร่างพูจับเอาไว้ก็ยังดีดดิ้นและร้องโวยวายไม่เลิก


“บอกให้ปล่อยไงไอ้สวะ แกคิดว่าตัวเองเป็นใคร” ผู้หญิงคนนั้นร้องตะโกนแข่งกับเสียงเพลงที่ดังกระหึ่ม ทว่ามีน้อยคนนักที่จะได้ยิน เพราะทุกคนต่างมัวเมาในแสงสีและเสียงเพลง อีกทั้งฤทธิ์แอลกอฮอล์ในเลือดก็กำลังครุกรุ่น


จะมีก็แต่เตโชที่เดินทอดน่องลงมาจากชั้นสอง ที่เปิดูเปิดตาดูการกระทำของหญิงสาวอย่างสนอกสนใจ


ผู้หญิงคนนั้นจ้องหน้านักฆ่าของเตโชอย่างเอาเป็นเอาตาย สายตาเคียดแค้นที่มองมาราวกลับว่าจะกินเลือดเนื้อของพูให้หมดสิ้น แต่แล้วความรู้สึกรับรู้ถึงภัยร้ายก็ทำให้หล่อนช้อนสายตาไปทางบันได ก่อนจะพบกับร่างสูงใหญ่ที่กำลังเดินลงมาอย่างเนิบช้า


สายตาคมเข้มคู่นั้นจ้องมาทางเธอไม่กระพริบ กลิ่นอายอันตรายแผ่ซ่านจนร่างที่เคยดีดดิ้นของขิมหยุดชะงัก ราวกับว่าทุกก้าวที่เขาเยื่องย่างเข้ามาหาเธอเต็มไปด้วยหมอกควันพิษ ทำลายสตินึกคิดของหญิงสาวไปจนสิ้น


เพียงไม่นานร่างสูงนั้นก็มายืนอยู่ตรงหน้าเธอ สายตาของเขาช้อนมองร่างเล็กของผู้หญิงตรงหน้าอย่างพินิจพิเคราะห์ก่อนจะยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย


“ไปเถอะ ไม่ใช่ปัญหาของเรา” เตโชบอกกับพู ทว่าสายตาของเขาจดจ้องใบหน้าของขิมนิ่ง


พูปล่อยร่างของผู้หญิงคนนั้นในทันที เจ้าหล่อนเมื่อหลุดจากการจับกุมก็ขยับถอยหลังไปเล็กน้อยราวรับรู้ได้ถึงความอันตรายจากผู้ชายตรงหน้า ทว่าเตโชหาได้สนใจเธออีก เขาก้าวขาเดินออกไปจากตรงนั้นราวเธอเป็นเพียงหมอกควันไร้ค่า


ขินลูบแขนของตนเองที่ขนทุกเส้นกำลังลุกเกรียว ปกติหล่อนจะไม่ตื่นกลัวกับอะไรเช่นนี้มาก่อน เพราะเธอไม่ใช่คนขวัญอ่อนธรรมดาทั่วไป เธอเป็นผู้ล่ามาตลอดชีวิต ทว่าสายตาคู่นั้น... ราวกลับว่าเธอกลายเป็นกระต่ายตัวน้อยที่กำลังถูกเสือร้ายจดจ้องหมาดร้ายก็ไม่ปาน ขิมไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองตัวเล็กขนาดนี้มาก่อนเลย...


“มาทำอะไรที่นี่อะขิม?” เสียงของเก่งปลุกเธอจากภวังค์ฝันร้าย หล่อนหันไปมองร่างของแฟนหนุ่มที่กำลังเดินลงมาจากด้านบนช้าๆแล้วจึงรีบกระโจนเข้าไปหาราวกับต้องการอุ่นไอ


ขิมไม่ได้พูดคำใดเพียงแต่เกาะแขนของเขาเอาไว้แน่น เก่งสัมผัสได้ถึงความสั่นเทาน้อยๆของหญิงสาว ทว่าเขาก็ไม่รู้ว่าสาเหตุของมันคืออะไร


“เมื่อกี้ขิมเข้าไปที่ห้อง เห็นข้าวของกระจุยกระจายเหมือนมีคนเข้าไปขโมยของ ก็เลยจะมาหาว่าพี่ปลอดภัยดีใช่ไหม” เจ้าหล่อนบอกเสียงสั่น ทั้งๆที่เมื่อครู่กำลังโกรธเกรี้ยวราวฟ้าจะถล่มดินจะทลาย


ข้าวของหลายอย่างของเธอถูกทำลายและเอามากองไว้กลางห้อง หล่อนกำลังคิดว่าเป็นฝีมือของมิวที่กลับมาอยู่ที่ห้องของเก่งอีกครั้ง ความตั้งใจแรกหมายจะอาระวาทให้ร้านแตก จิกหัวญาติห่างๆร่านรักแล้วตบให้หน้ายับเยินจนสาแก่ใจ


แต่เมื่อได้เจอคนผู้นั้น ความโมโหของเธอคลายถูกเขาเหยียบขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี


เก่งฟังแล้วก็ประหลาดใจไม่น้อย คอนโดนั้นถึงจะไม่ได้เด่นดังเรื่องความปลอดภัยระดับสูง ทว่าก็มีระบบคีย์การ์ดหน้าคอนโด คนที่จะเข้าไปต้องมีคีย์การ์ด เป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีขโมยขึ้นไป


แต่แล้วเก่งก็คิดถึงบางสิ่งขึ้นมาได้ ยังมีกุญแจและคีย์การ์ดอีกชุดอยู่ที่มิว!


“มีอะไรหายไปบ้างไหม?” เก่งถามเสียงดัง มือก็จับแขนผู้หญิงตรงหน้าแน่นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน


ขิมที่ถูกจับเขย่าเริ่มไม่พอใจ เพราะเธอไม่เคยถูกเก่งปฏิบัติต่อเธอเช่นนี้มาก่อน เจ้าหล่อนรีบสะบัดแขนจากการจับกุมทันที


“ก็ของนังมิวนั้นแหละ หายไปหมด เงินของขิมที่เก็บไว้ในตู้เสื้อผ้ามันก็เอาไป” หญิงสาวพูดอย่างเดือดดาล


“เป็นไปไม่ได้ มิวไม่ใช่คนขี้ขโมย” เก่งเถียงเสียงแข็ง ทว่าทันทีที่พูดจบ ใบหน้าของเขาก็ถูกฝ่ามือของหญิงสาวซัดเข้าให้เต็มแรง


“เลิกเข้าข้างมันสักที ป่านนี้มันหนีไปมีผัวไม่รู้กี่คนต่อกี่คนแล้ว!” คำพูดของหล่อนตะคอกออกมาเสียงดังอย่างเอาเรื่อง ความอดทนของขิมไม่ได้มีมากมายนัก ยิ่งเป็นเรื่องของเก่งหล่อนยิ่งอ่อนไหวง่าย


เก่งปากหยดเลือดข้างมุมปากช้าๆ เขาพยักหน้าแล้วหัวเราะกับตัวเอง หนนี้สายตาที่เขามองขิมไม่ใช่หวาดกลัวหรือเกรงใจอีกต่อไป มันเป็นสายตาแห่งความเกลียดชัง ขยะแขยงจนไม่อยากจะมองหน้า!


ขิมรู้สึกร้าวในอกเมื่อเห็นแววตาเช่นนั้นจากชายคนรัก หล่อนตั้งใจจะยื่นมือไปปลอบโยนเขาทว่าช้าไปเสียแล้ว...


เตโชที่เดินออกมานอกร้านกำลังขึ้นไปนั่งบนรถของตนที่ลูกน้องจอดรออยู่หน้าร้าน ฉันพลันเขาก็เห็นการ์ดสองคนหิ้วร่างผู้หญิงคนหนึ่งออกมาจากร้าน ชายหนุ่มปรายตาไปมองเพียงแวบเดียวก่อนจะปิดประตูรถอย่างไม่สนใจ


เขาคาดว่าต่อไปผู้จัดการร้านคนเก่งของเขาคงต้องเสียเวลาอีกนานโขกว่าจะสลัดผู้หญิงคนนั้นได้ แต่ก็นั่นแหละ ‘เธอไม่ใช่ปัญหาของเขา’


เพราะฉะนั้น เขาจะมองดูฝีมือของหมากตัวนี้ไปเงียบๆ หากแค่ผู้หญิงบ้าคนเดียวยังจัดการไม่ได้ เขาก็ไม่มีประโยชน์อะไรกับเขาอีก


“กลับบ้านกันเถอะ ที่นี่มีแต่อะไรน่าเบื่อ” เตโชบอกลูกน้องที่นั่งอยู่ด้านหน้าสองคน


เพราะอิฐกับอรรถหนีเอาตัวรอดไปก่อน เขาจึงต้องเอามือรองของสองคนนั้นขึ้นมารับใช้ใกล้ชิดแทน ทว่าชิวกับพูก็ถือว่าใช่ได้ ถึงจะพูดจาไม่ค่อยเข้าหูนักก็ตาม


“รีบกลับไปหานายหญิงใช่ไหมครับนาย” เสียงของชิวร้องแซวมาจากหน้ารถ


พูได้ยินดังนั้นก็อยากจะเอากำปั้นยัดปากเพื่อน ปากพาซวยจริงๆ คิดว่านายเป็นใครทำไมถึงได้กล้าหยอกล้อเล่นหัวเช่นนี้


“ตอนนี้ยังไม่ใช่หรอก” เสียงของเตโชดังมาจากด้านหลัง เป็นน้ำเสียงที่ไม่ส่อแววใดๆ ทั้งพูและชิวต่างมองย้อนกลับไปทางกระจกมองหลัง ก่อนจะเห็นว่านายกำลังหลับตายิ้มอย่างมีความสุข


ตอนนี้ไม่ใช่...แสดงว่าต่อไปก็อาจจะไม่แน่ใช่ไหม?


******************************************************************************************************************************************************************


ต่อไปนี้คือความเจ้มจ้นนน จะพลาดไม่ได้สักตอนนะรีทจ๋าาา ไรท์พยายามใช้ลูกไม้ทั้งหมดที่มีในงานเขียนแล้ว ถ้ามีคำผิดตรงไหนขออภัยในความง่วงงุนของไรท์ด้วย


เม้นต์มาคุยกันงับ ยังคงทายต่อมาได้เรื่อยๆน่าา อันนี้แจกของรางวัลจริงจัง สำหรับคนที่ตอบถูเป็นคนแรก ชุฟ

ความคิดเห็น