น้ำมิ้ม

ในเมื่อความรักที่เขาเพียรรักษา ไม่มีค่าสำหรับใครเลย คงจะไม่แปลกอะไรถ้าวันนี้เขาจะเลือก "เงิน" ดูบ้าง ..นับจากนี้พัทธ์บอกตัวเอง เขาจะเป็นฝ่ายตีราคาดูบ้างว่าความรักมันควรจะตีเป็นเงินเท่าไร

แขกที่ไม่ได้รับเชิญ-1

ชื่อตอน : แขกที่ไม่ได้รับเชิญ-1

คำค้น : บ่วงพัทธ์

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 40

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ม.ค. 2562 21:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
แขกที่ไม่ได้รับเชิญ-1
แบบอักษร

บรรยากาศเงียบสงบในยามเช้าของไร่วนาพงษ์ถูกกลบด้วยเสียงรถยุโรปยี่ห้อหรูที่กำลังเลี้ยวแล่นไปตามทางเข้าหน้าไร่ทำให้ลุงชุ่มที่กำลังจะขี่รถมอเตอร์ไซค์เตรียมไปทำงานที่โรงหมักปุ๋ยเลี้ยวรถกลับทันทีเมื่อจำได้ดีว่ารถคันหรูที่เลี้ยวเข้ามานั้นเป็นรถของใคร ชายชราแทบจะไม่สนใจดับเครื่องด้วยซ้ำในขณะที่ก้าวยาวๆขึ้นบันไดไปบนบ้านไม้สักสองชั้นก่อนจะหันไปบอกเด็กรับใช้เร็วๆ

“เดี๋ยวไปเตรียมต้อนรับแขกของคุณพัทธ์ด้วย แต่เชิญไปที่ห้องรับแขกชั้นล่างก่อนนะ ห้ามให้ขึ้นมาบนห้องนอนคุณพัทธ์เด็ดขาด”

ลุงชุ่มกำชับเสียงเข้มก่อนจะรีบตรงไปเคาะบานประตูไม้สีน้ำตาลทองอย่างเร่งร้อนแม้จะรู้ว่าการปลุกเจ้านายด้วยวิธีนี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำถ้าไม่อยากโดนพัทธ์หงุดหงิดใส่ไปทั้งวัน แต่ถ้าไม่ปลุกแล้วปล่อยให้พัทธ์ไปเจอสองคนนั้นแบบไม่รู้เหนือรู้ใต้รับรองว่าไร่วนาพงษ์คงไม่แคล้วเหมือนโดนระเบิดลงแน่ๆ

“คุณพัทธ์ครับ คุณพัทธ์ คุณพงษ์ศักดิ์กับคุณพิสุทธิ์มาหาครับ”

ชายชราจัดการเคาะประตูแรงๆอีกสองสามครั้ง ไม่นานนักบานไม้หนาก็เปิดออกกว้างพร้อมกับเจ้าของร่างสูงที่ยืนตาแดงก่ำ กลิ่นเหล้าที่คลุ้งรอบตัวเจ้านายหนุ่มทำให้ลุงชุ่มเอ่ยขึ้นอย่างกังวล

“ลุงว่าคุณพัทธ์รีบไปอาบน้ำแต่งตัวเถอะครับ เดี๋ยวลุงจะคอยรับหน้าคุณๆให้เอง”

“ฉันสั่งว่าไม่ให้ใครเข้ามายุ่งในไร่ไม่ใช่หรือไงลุงชุ่ม แล้วทำไมถึงปล่อยให้พวกเขาเข้ามาได้”

“ขอโทษด้วยครับ แต่คนงานหน้าไร่คงจะไม่กล้าห้ามคุณอาของคุณน่ะครับคุณพัทธ์”

สีหน้าของพัทธ์ดูเหมือนจะทะมึนขึ้นเมื่อได้ฟังเหตุผลของผู้จัดการไร่ของตัวเอง อาพงษ์ศักดิ์ อาพิสุทธิ์ ญาติ...ที่ปีๆหนึ่งได้เจอกันก็ต่อเมื่อทั้งสองคนอยากจะได้เงินก้อนจากคุณปู่ของเขา ญาติ...ที่เคยด่ากราดเขาอย่างสาดเสียเทเสียเมื่อวันเปิดพินัยกรรมของคุณปู่แล้วเขาเป็นคนได้มรดกทั้งหมดคนเดียว และดีไม่ดีอาจจะเป็นคนที่รู้เรื่องอุบัติเหตุรถคว่ำของเขาดีที่สุดก็ได้

“ลุงไปเรียกเด็กขึ้นมาเก็บห้องฉันคนหนึ่ง แล้วให้เตรียมอุปกรณ์ทำแผลมาให้ฉันด้วย”

“ได้ครับคุณพัทธ์”

ลุงชุ่มรับคำอย่างโล่งใจก่อนจะมองตามแผ่นหลังกว้างที่เดินหัวเสียกลับเข้าห้องไปอย่างหนักใจแทน ไม่รู้ว่าฟ้าจะทดสอบความอดทนของพัทธ์อีกนานแค่ไหน จะต้องให้พัทธ์สูญเสียอีกมากเท่าไหร่ ถึงจะเปิดโอกาสให้ชายหนุ่มตรงหน้าได้มีโอกาสมีความสุขเหมือนคนอื่นเขาบ้าง  

“เดี๋ยวนายเอาชุดทำแผลจากโรงพยาบาลขึ้นไปให้คุณพัทธ์ด้วยนะ”

“แต่ว่าผมทำแผลไม่เป็นนะครับลุงชุ่ม ถ้าเกิดผมเผลอไปทำคุณพัทธ์เจ็บ ผมมีหวังได้ตกงานแน่ครับลุง”

เด็กรับใช้ในบ้านที่ตอนนี้เหลือแต่ผู้ชายแทบจะทั้งนั้นเพราะไม่มีหญิงสาวคนไหนทนฤทธิ์พัทธ์ได้สักคนโอดครวญกับชายชราอย่างน่าสงสาร ทำเอาลุงชุ่มอดปวดหัวไม่ได้ในนาทีที่ต้องรีบร้อนแบบนี้ จะหาใครมารับมือกับพัทธ์แทนเขาดี

“จริงสิ ...เมื่อวานคุณพัทธ์ไปโรงพยาบาลกับหนูหนึ่งนี่นา” ชายชรายิ้มกว้างเมื่อเห็นทางสว่างก่อนจะหันไปสั่งเด็กรับใช้เสียงเข้ม

“นายไปจัดการเสิร์ฟน้ำกับของว่างให้คุณอาของคุณพัทธ์ให้เรียบร้อย และห้ามให้ไปไหนเด็ดขาดจนกว่าฉันกับคุณพัทธ์จะมา เข้าใจไหม?”

“ครับลุง”

นายชุ่มเหลือบมองไปทางชั้นบนของบ้านอย่างกังวลใจ แต่นาทีนี้คงไม่มีตัวเลือกอื่นที่ดีกว่านี้แล้ว ก่อนที่ร่างผอมเกร็งจะก้าวยาวๆออกไปทางด้านหลังบ้าน ...จุดมุ่งหมายคือ กระท่อมท้ายไร่ของหนึ่งนาถ

..................................

“เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ”

มือเรียวปิดเทปพันแผลให้อย่างเบามือก่อนหญิงสาวจะถอยออกห่างใบหน้าคมเข้มที่ดูเหมือนจะอารมณ์เย็นลงแล้วแต่สีหน้าของพัทธ์ยังคงขรึมอยู่เมื่อหันไปบอกผู้จัดการไร่ของตัวเอง

“ลุงชุ่มลงไปรับหน้าคุณอาให้ฉันก่อนเถอะ ขอฉันคุยอะไรกับหนึ่งนาถสักเดี๋ยวก่อน”

“ได้ครับคุณพัทธ์”

หนึ่งนาถหันไปมองคนป่วยประจำไร่อย่างงุนงง ...อันที่จริงต้องบอกว่าเธอสงสัยตั้งแต่ที่ลุงชุ่มไปตามตัวเธอมาจากกระท่อมแล้ว แล้วยิ่งได้รับคำสั่งให้จัดการพันแผลให้ชายหนุ่มหญิงสาวก็ยิ่งประหลาดใจ เพราะจุดที่ชายหนุ่มให้พันแผลทั้งแขนขาส่วนใหญ่แทบไม่มีอาการบาดเจ็บแล้ว

“คุณพัทธ์มีธุระจะคุยกับฉันเหรอคะ”

“ฉันอยากให้เธอรับสมอ้างว่าเป็นคนที่ฉันจ้างมาคอยดูแลฉันที่ไร่นี้ระหว่างที่ฉันพักฟื้นหลังจากออกจากโรงพยาบาล”

“คะ? ...”

“แล้วระหว่างที่ฉันลงไปเจออา เธอก็ต้องไปดูแลฉันด้วย จับเวลาไว้...ครบสิบนาทีเมื่อไหร่ เธอต้องรีบขอตัวพาฉันกลับขึ้นมาที่ห้องทันทีไม่ว่าอาของฉันจะกลับหรือยังไม่กลับก็ตาม”

“แต่ว่าเขาเป็นคุณอาของคุณนะคะ แล้วอีกอย่างพวกเขาอุตส่าห์มาเยี่ยมคุณ จะให้ฉันออกหน้าทำเหมือนกับรีบไล่พวกเขากลับแบบนั้นฉันคิดว่ามันจะไม่เหมาะมั้งคะ”

หนึ่งนาถมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ ทั้งๆที่อาของตัวเองมาเยี่ยมแท้ๆแต่พัทธ์กลับทำท่าเหมือนรังเกียจไม่อยากจะเสวนาด้วย และสายตาของเธอคงจะแสดงออกอย่างชัดเจน ใบหน้าคมเข้มจึงตอบกลับเสียงห้วน

“เธอเชื่อฉันเถอะว่าพวกเขาไม่ได้มาเยี่ยมฉันจริงๆหรอก ที่พวกเขามาก็เพราะเรื่องสมบัติทั้งนั้น”

สีหน้ากังขาของหนึ่งนาถทำให้พัทธ์เลิกคิดที่จะอธิบายต่อ แต่เปลี่ยนเป็นสั่งหญิงสาวสั้นๆแทน

“ช่างเถอะ เธอแค่มาดูแลฉันก็พอ”

ชายหนุ่มว่าพลางยกแขนขึ้นและส่งสายตาแกมบังคับให้หนึ่งนาถที่ยังยืนงงอยู่ให้เดินเข้ามาใกล้

“มาช่วยพยุงฉันสิ แค่นี้ต้องให้บอกด้วยหรือไง”

“นี่ฉันต้องทำแบบนี้ทุกครั้งที่อาของคุณมาเลยใช่ไหมคะ”

หนึ่งนาถบ่นงึมงำขณะที่เดินตรงมาหาอ้อมแขนนั้นก่อนจะสอดแขนเรียวของตนโอบเอวอีกฝ่ายไว้ คนตัวโตกว่ายิ้มมุมปากเล็กน้อยแต่น้ำเสียงที่เอ่ยออกมานั้นแสนจะเคร่งขรึมจริงจัง

“ใช่ และช่วยทำให้แนบเนียนหน่อย เริ่มจากที่หน้าของเธอก่อนเลย เลิกทำตาขวางใส่ฉันได้แล้ว เดี๋ยวเขาหาว่าฉันคุมลูกน้องไม่อยู่”

หนึ่งนาถเผลอค้อนใส่อีกฝ่ายอย่างลืมตัว หากแล้วก็เป็นฝ่ายหายใจไม่ทั่วท้องเองเมื่อรู้สึกว่าลมหายใจอุ่นๆอยู่ชิดหน้าผากเธอเหลือเกิน แต่พอจะขยับออก แขนแข็งแรงก็โอบไหล่รั้งเธอให้ชิดพลางกระซิบใกล้ตาพราว

“ยืนดีๆสิ ...ไปกันได้แล้วคุณพยาบาลจำเป็น”

.............................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น