Hecatia3120

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : การกลับมา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 678

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ม.ค. 2562 21:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
การกลับมา
แบบอักษร

​ครึ่งเดือนต่อมา

วังหลวง

"พระชายาเพคะ ได้เวลาแล้วเพคะ"นางกำนัลอี้เฟยเข้ามาตามเยว่จือ วันนี้ม้าเร็วจะมาส่งข่าวเรื่องสงครามระหว่างแคว้นที่ตำหนักฮองเฮา

ปกติเยว่จือจะได้รับจดหมายจากสามีของนางทุกๆเจ็ดวันอยู่แล้ว แต่ข่าวที่เป็นเรื่องใหญ่เรื่องสถานการณ์การรบต้องไปฟังพร้อมกันกับฮองเฮา

"เช่นนั้นรีบไปเร็วเข้า"เยว่จือที่นั่งเขียนจดหมายอยู่ลุกขึ้นอย่างรวดเร็วลืมอาการวิงเวียนก่อนหน้าเสียสนิท ช่วงนี้นางมักหน้ามืดเป็นลมบ่อยๆ อาการแพ้ท้องก็ดีขึ้นเมื่อเข้าสู่เดือนที่สี่ อย่างน้อยก็หยุดอาเจียร

ตำหนักฮองเฮา

"ถวายพระพรเสด็จแม่"เยว่จือถวายคำนับ เมื่อมองไปรอบๆก็พบว่าจิงซินและองค์ชายสามก็อยู่ที่นี่ด้วย

"รีบมานั่งกับแม่เร็วเข้า"ฮองเฮาวัยกลางคนรีบเข้ามาพยุงสะใภ้ให้ไปนั่งด้วยกัน ภาพเเบบนี้กลายเป็นภาพที่คุ้นชิรไปเสียเเล้ว

บางคนอาจจะว่าพระนางรักสะใภ้ไม่เท่ากันแต่จะมีไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้สาเหตุ เหตุที่ทำให้ทุกคนต้องช่วยกันดูแลเยว่จืออย่างดี

"พร้อมแล้ว เช่นนั้นกระหม่อมขอรายงานความคืบหน้า ณ บัดนี้เลยนะพ่ะยะค่ะ"

"ขณะนี้กองทัพแคว้นหมิงของเราสามารถเข้ายึดเมืองหลวงแคว้นเจิ้นฉีได้สำเร็จ ภายใต้การนำทัพขององค์ชายสี่และแผนกลศึกขององค์ชายสอง..."

"นอกจากนี้อีกไม่เกินสิบห้าวันองค์ชายสองจะเดินทางล่วงหน้ากลับมายังแคว้นของเราพร้อมกับทหารกองหนุนทั้งหมดพ่ะยะค่ะ"

สิ้นคำรายงานทหารม้าเร็วก็ถวายคำนับและถอยออกไป ฮองเฮายกยิ้มอย่างภูมิใจโอรสของตน เฟยเทียนเองก็หัวเราะออกมาเบาๆ พี่ชายของเขานี่ก็ใช่ย่อย หักหน้าน้องสี่จนไม่เหลือเค้าเลยทีเดียว

"ฮึก ท่านพี่จะกลับมาหาข้าแล้ว"ท่ามกลางความดีใจของทุกคนเยว่จือก็ร้องไห้ออกมาด้วยความตื้นตันดีใจกว่าใครเพื่อน ท่านพี่รักษาสัญญาจะกลับมาหานางก่อนสองเดือนจริงๆด้วย

"องค์ชายของเจ้าปลอดภัยกลับมาแล้ว

นะเยว่จือ"จิงซินยิ้มให้สหายอย่างจริงใจ

"อื้ม"เยว่จือยิ้มออกมา ฮองเฮาลูบผมนางอย่างเอ็นดูแต่ในใจกับกำลังครุ่นคิด นางต้องหาวิธีพาตัวเยว่จือออกมาจากตำหนัก นี่ก็ใกล้ครบหนึ่งเดือนแล้ว อีกไม่กี่วันยาพิษจะออกฤทธิ์อีกครั้ง!

"ไหนๆแคว้นของเราก็ได้รับชัยชนะ เช่นนั้นเรามาสวดมนต์ขอบคุณสวรรค์ที่เมตตาแคว้นของเรากันดีรึไม่"ฮองเฮาเอ่ยถามเยว่จือก่อนจะหันไปมองจิงซิน

"ดีเลยเพคะ เช่นนั้นเรื่องของต่างๆหม่อมฉันจะเตรียมให้เองนะเพคะ"จิงซินเสนอตัว ช่วงนี้นางอยากหาสิ่งอื่นทำอยู่พอดี อยู่ที่ตำหนักไม่ปลอดภัยเอาเสียเลย โดยเฉพาะเวลาสามีของนางว่างงาน!

เฟยเทียนมองคนข้างด้วยสายตาไม่พอใจเท่าไรนัก เขารู้ทันความคิดของนางในทันที หึ!คิดว่าจะหนีพ้นรึเจ้าแมวน้อย คิดพลางยกยิ้มขึ้นมาทำเอาคนมองอย่างจิงซินขนลุกซู่

"เช่นนั้นฝากเจ้าด้วย เยว่เออร์เล่าอยากสวดมนต์กับแม่รึไม่" นางยิ้มให้จิงซินก่อนจะหันมาถามคำถามกับเยว่จือ

"แน่นอนเพคะ"เยว่จือยิ้มน้อยๆ ในใจตอนนี้คิดหาสิ่งของมาต้อนรับสามีที่จะกลับมาหานางในอีกไม่กี่วันนี้

ด้านหลังวัง

"นี่เป็นโอกาสดีของเรา ข้าหวังว่าเจ้าจะพร้อม"เสียงทุ้มของบุรุษคนนึงเอ่ยขึ้นพลางจ้องมองสตรีตรงหน้าอย่างเหนือกว่า

"ข้ามีสิทธิเลือกด้วยรึ"นางตอบกลับด้วยความไม่พอใจ นางเกลียดคนๆนี้จนอยากจะฆ่าให้ตายๆไปเสีย!

"หึๆ หนึ่งชีวิตแลกกับอิสระของเจ้า"พูดพลางโยนขวดยาสีดำสนิทให้นาง หญิงสาวรับเอาไว้พลางมองขวดยาในมืออย่างชั่งใจ ไม่ใช่ไม่กล้าทำเพียงแต่ไม่อาจมั่นใจได้ว่ายานี่จะได้ผลจริงๆ

"หวังว่าท่านจะไม่กลับคำพูด"นางตัดใจเก็บยาใส่ไว้ในแขนเสื้อ จะได้ผลหรือไม่นั่นไม่ใช่เรื่องของนางอีกต่อไปแล้ว เพราะนางมีหน้าที่แค่ใส่ยาพิษนี่ลงไปในสุราเท่านั้น

ทั้งสองแยกย้ายกันกลับไปอยู่ในที่ของตนเพื่อรอเวลาทำตามแผน อีกไม่กี่อึดใจคว้ามแค้นที่มีจะได้รับการชำระ ในขณะที่อีกคนจะได้รับอิสระอย่างที่ตนฝันมานาน...

หลายวันต่อมา

อารามหลวง

"มากันแล้วรึ"ฮองเฮาในชุดสีขาวสะอาดตาเข้าไปพยุงเยว่จือให้เข้ามาในวัดด้วยกัน จิงซินเองก็เดินตามมาอย่างเงียบๆใบหน้าหม่นหมองลงเล็กน้อย

ก่อนออกจากตำหนักฮองเฮาคราก่อนจิงซินถูกเรียกตัวเอาไว้ คราแรกคิดว่าอาจถูกตำหนิเพราะไปสร้างเรื่องโดยไม่รู้ตัว แต่เปล่าเลยสิ่งที่นางได้ฟังทำเอาหัวใจบีบคั้นอย่างหนักร่ำไห้ออกมาไม่หยุด

นางถึงกับซึมไปหลายวันหลังรู้ว่าสหายรักอย่างเยว่จือต้องพิษที่ไม่อาจหายาถอนพิษได้ และครั้งนี้นางก็เข้าใจถึงการมาที่วัดหลวงดี ทั้งหมดนี้เพื่อปิดบังคนๆเดียว....องค์ชายเทียนจิน

"ก่อนสวดมนต์ข้าอยากให้พวกเจ้าดื่มยาสมุนไพรนี่เสียก่อน นับเป็นการชำระร่างกายให้บริสุทธิ์ก่อนจะเริ่มด้วย" อย่างน้อยสมุนไพรนี่คงช่วยให้นางไม่เจ็บปวดมากนัก

ทั้งสองรับน้ำสมุนไพรมาดื่นอย่างงุนงง จิงซินเข้าใจได้ในอึดใจต่อมาว่าคงเป็นยาที่เตรียมมาให้เยว่จือนางจึงจิบแต่น้อยเท่านั้น

ทั้งสามเริ่มสวดมนต์และทำสมาธิตั้งแต่เช้าจนตอนนี้ดวงอาทิตย์ค่อยๆเคลื่อนคล้อยลาลับขอบฟ้าไป ความมืดเข้าปกคลุมอารามหลวงแห่งนี้ในขณะที่ภายในยังพอสว่างไสวด้วยแสงเทียน

"อึก"เยว่จือเริ่มมีอาการปวดหัวขึ้นมาอีกครั้ง นางกำชายผ้าจากกระโปรงของนางจนยับยู่ยี่ คิ้วงามดุจกิ่งหลิวขมวดเข้าหากันเมื่อความปวดเเล่นเข้ามา เหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายเต็มกรอบหน้า

"อึก ปะ ปวดหัว"จนในที่สุดนางก็ทนไม่ไหวยกมือเรียมขึ้นกุมศีรษะ สตรีอีกสองนางที่นั่งขนาบข้างต่างตกใจลืมตาขึ้นมอง จิงซินเห็นอาการของสหายก็ตกใจได้แต่ปิดปากร้องไห้ออกมาอย่างห้ามไม่ได้

"ฮึก เสด็จแม่ไม่มีทางช่วยนางเลยหรือเพคะ"

จิงซินเจ้าไปเขย่าแขนฮองเฮาอย่างแรง ยิ่งเห็นเพื่อนรักดิ้นทุรนทุรายยิ่งสงสารจับใจ

"ข้าทำเท่าที่ทำได้ไปแล้ว"ดวงตาดุจหงส์สั่นระริก แม้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่เคยเห็นเวลาที่พิษกำเริบ แต่ใครจะไม่สะเทือนใจบ้าง ยิ่งเห็นนางเป็นสตรีทั้งยังตั้งท้องยิ่งปวดใจกับภาพตรงหน้า

"หากข้าให้นางดื่มยาอีกถ้วย นางจะหลับใหลไม่ได้สติแต่อาจจะมีไข้สูง ลูกของนางจะเป็นอันตราย.."

"ฮึก ฮือออ เยว่จือ"จิงซินเข้าไปกอดสหายเอาไว้ เยว่จือร้องโอดโอยอย่างน่าสงสารก่อนที่เสียงของนางจะเงียบลงพร้อมๆกับสติที่ดับวูบไปในเวลาหนึ่งชั่วยามต่อมา

สองชั่วยามต่อมา

"อึก อืมมม"เยว่จือยกมือขึ้นกุมขมับ ความปวดยังมีอยู่แต่นับว่าไม่มากเท่าไรนัก นางกระพริบตาถี่ๆองไปรอบๆอาราม

"ตื่นแล้วรึ"จิงซินเข้าไปประคองสหายเอาไว้ ใบหน้าหวานยังมีคราบน้ำตาให้คนป่วยได้เห็น

"ข้าเป็นอะไรกันแน่..."นางเอ่ยถามอย่างยากลำบาก นี่ไม่ใช่ครั้งแรกและนางก็อยากรู้ความจริง เพียงเจ็บไข้ธรรมดาจะทำให้นางเป็นถึงเช่นนี้เชียวหรือ

"เอ่อ..คือ..."จิงซินอ้ำอึ้งไม่กล้าบอก ขนาดตัวนางยังทำใจยอมรับไม่ได้นับประสาอะไรกับเจ้าตัวเล่า

"ข้าบอกนางเอง"ฮองเฮาที่ฟังบทสนทนาของสองสะใภ้อยู่นานเอ่ยขึ้นก่อนจะเดินเข้ามานั่งข้างๆเยว่จือ มือเรียวลูบศีรษะของนางเบาๆเหมือนมารดากับบุตรสาว

เยว่จือแม้จะรู้สึกอบอุ่นกับการกระทำนั้นแต่ความจริงที่ได้รับรู้กลับทำให้นางสะเทือนใจเป็นอย่างยิ่ง น้ำตามากมายไหลออกมาไม่หยุดตั้งแต่ได้รับรู้ว่าตนเองต้องพิษที่ไร้ทางรักษา

ยิ่งกว่านั้นคือความรู้สึกทราบซึ้งใจต่อสหายและฮองเฮาที่เป็นเสมือนมารดาอีกคนของนางคนนี้ ทุกคนดิ้นรนตามหายาถอนพิษมาให้นางตลอดหนึ่งเดือนมานี้ คงมีแต่นางที่ไม่ทุกข์ร้อนอะไรทั้งยังไม่รู้ตัวอีกด้วย

"อย่าร้องไห้ไปเลยนะ เวลายังมีอีกมากเราต้องหายาถอนพิษได้แน่"ฮองเฮาเอ่ยปลอบนางด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อให้กำลังใจคนป่วย

"นั่นสิ เจ้าร้องเช่นนี้ ฮึก หลานข้าจะร้องไปด้วยนะ"จิงซินกล่าวเสริมขึ้นมาแต่ก็ร้องไห้ไม่ต่างกัน

"ฮึก เจ้าก็ร้องนี่จิงซิน ฮึก ไม่ต้องเอาลูกข้ามาอ้างเลย"เยว่จือต่อว่าอย่างไม่จริงจังนัก เรื่องนี้นางคงต้องใช้เวลาทำใจ อย่างไรก็ต้องเผื่อใจเอาไว้หากวันนั้นมาถึง.....วันที่ไม่สามารถหายาถอนพิษมาได้วันที่นางต้องจากท่านพี่และลูกน้อยไปตลอดกาล.....

ห้าวันต่อมา

"ไม่เป็นอะไรแน่รึ"จิงซินประคองสหายมาที่หน้าอาราม ความจริงนางอยากให้เยว่จือพักอีกสักนิดแต่กลับถูกปฏิเสธ

"ข้าไม่เป็นไรจริงๆ กว่าพิษจะกำเริบก็อีกหนึ่งเดือนมิใช่รึ ตอนนี้ข้าอยากกลับไปเตรียมต้อนรับท่านพี่"นางยิ้มบางๆออกมา นางควรใช้เวลาให้คุ้มค่าที่สุดกับคนที่นางรักมิใช่หรอกรึ คำกล่าวที่ว่าช่วงเวลาของความสุขมักผ่านไปเร็วเสมอนางเพิ่งเข้าใจก็วันนี้เอง

"อืม เช่นนั้นก็ตามใจเจ้า เสด็จแม่ยังห้ามเจ้าเอาไว้ไม่ได้ข้าจะห้ามเจ้าได้อย่างไร"เยว่จือไม่ได้ตอบอะไรเพียงส่งยิ้มให้สหายอีกครั้งก่อนจะเดินมาที่เกี้ยวของนางเพื่อกลับตำหนัก

ระหว่างทางนางลูบท้องไปพลางคิดถึงอดีตไปพลาง ยังจำได้ว่าตอนอายุสิบสามนางร้องไห้จะเป็นจะตายเศร้าซึมอยู่ตั้งหลายวันเพราะไม่อยากเข้าวัง

ตอนนั้นนางพลาดโอกาสที่จะได้ใช้ช่วงเวลาเหล่านั้นกับบิดามารดาให้มากที่สุดเพราะขังตัวเองอยู่ในห้องคิดแล้วก็เสียดาย

ต่อมาได้เข้าวังได้รู้จักผู้คนมากมาย ได้พบกับคนรักที่ดีคนที่รักนางและนางรักจดหมดหัวใจ ตอนนั้นนางเองกังวลแทบแย่ว่าหากถึงวันที่จะได้กลับจวนนางยังจะได้พบเขาอีกหรือไม่

เป็นโชคดีของนางที่สุดท้ายแล้วชีวิตนี้ได้แต่งให้องต์ชายสองได้อยู่ร่วมกันจนมีพยานรักตัวน้อยๆอยู่ในท้องของนาง

"เรามาใช้เวลาสามปีนี้ให้มีความสุขมากที่สุดด้วยกันนะลูก"ร่างบางยิ้มออกมาทั้งน้ำตา จะหายาถอนพิษได้รึไม่นั้นคงต้องให้สวรรค์ลิขิตแล้ว

ไม่นานเกี้ยวของนางก็หยุดลงที่หน้าตำหนัก เยว่จือเช็ดน้ำตาออกลวกๆก่อนจะลงจากเกี้ยว แต่ภาพตรงหน้าทำเอาน้ำตาที่เพิ่งแห้งเหือดไปไหลบ่าออกมาอีกครั้ง

"พี่กลับมาหาเจ้าตามสัญญาแล้วนะเยว่เออร์"ร่างสูงส่งยิ้มอบอุ่นมาให้ เขาคิดถึงนางใจจะขาดอยู่แล้ว ขนาดเร่งเดินทางก็ยังมาถึงช้าไม่ทันใจเขาอยู่ดี

เยว่จือวิ่งเข้าไปกอดชายคนรักอย่างลืมตัวจนเขาต้องรีบรับร่างของนางเอาไว้ พอจะเอ่ยตำหนิที่นางไม่รู้จักระวังคนตัวเล็กในอ้อมแขนก็ร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมาเสียอย่างนั้น

"ฮึก ฮืออออออ ท่านพี่ ท่านพี่ ฮือออ"มือเล็กกำเสื้อของเขาแน่นซบหน้าลงกับอกอุ่นร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายใคร แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวให้นางได้ระบายความทุกข์ออกมา

"ขอโทษที่กลับมาช้า พี่ขอโทษนะ"เทียนจินที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรกอดภรรยาเอาไว้แน่น เขาคิดว่านางคงจะคิดถึงเขามากเหมือนที่เขาคิดถึงนางเช่นกัน

"ฮึก ฮืออออออ ทะ ท่านพี่ อึก "ร่างบางผละออกจากอ้อมกอดของอีกฝ่าย นางกำลังจะเอ่ยบอกความจริงกับเขาแต่ก็หน้ามืดเสียก่อน ยังดีที่เทียนจินว่องไวกว่าคว้าตัวนางกลับมาได้ทัน

"เยว่เออร์!!"เขากอดร่างของชายาตัวน้อยเอาไว้แน่น รู้สึกใจหายวาบเมื่อเห็นนางวูบไปต่อหน้า

"ขะ ข้าไม่เป็นไรเพคะ ข้ามีเรื่อง..."

"ไปพักก่อนเถิด ดูสิหน้าซีดเช่นนี้พี่ชักไม่แน่ใจแล้วว่าเจ้ากินยาบำรุงครบรึไม่ คงไม่ได้แอบเททิ้ง?"

"ข้าไม่เคยเททิ้งเลยแม้แต่หยดเดียว ข้าเป็นเด็กดีท่านพี่ก็รู้ แต่ข้ามีเรื่อง..."

"เรื่องอื่นเดี๋ยวค่อยคุยก็ได้ ตอนนี้สุขภาพของเจ้าสำคัญที่สุด หาากเจ้าเป็นอะไรไปพี่จะอยู่ได้อย่างไรหื้ม"พูดพลางช้อนอุ้มตัวชายารักตรงไปยังห้องนอนด้านในตำหนัก หารู้ไม่คำพูดของเขาทำเอานางถึงกับขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้ง

เขาพูดมาเช่นนี้นางควรจะบอกความจริงอย่างไร หรือจะปิดเอาไว้แบบนี้ต่อไปไม่บอกให้เขาได้รู้ แบบนั้นจะดีรึไม่ ปิดเอาไว้จนกว่าวันนั้นจะมาถึง แล้วหาหนทางออกจากวังหลวงแห่งนี้ไปเสีย แบบนี้ท่านพี่ก็คงไม่ต้องทุกข์ทนกับการจากไปขอนาง

"คิดอะไรอยู่บอกพี่ได้รึไม่"เทียนจินเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง แววตาของชายาเขาเหตุใดดูเศร้าถึงเพียงนี้

"ท่านพี่อีกสักสองสามปีหากลูกของเราเติบโตแล้วข้าอยากไปเที่ยวดูธรรมชาติภายนอกวังหลวงเพคะ"

"หึๆ เรื่องเท่านี้เองรึได้สิพี่จะพาเจ้ากับลูกไป

เราจะไปด้วยกันห้าคนพ่อแม่ลูกดีรึไม่"

เทียนจิ้นยิ้มออกมาตาคมเปล่งประกายวิบวับอย่างสื่อความหมายจ้องมองภรรยาสาวไม่วางตา

"ห้าคนหรือเพคะ?"นางขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ

"ก็มีเจ้า มีพี่ และลูกๆของเราอีกสามคนอย่างไรเล่า ปีละคนพอดี"คำตอบจากสามีทำเอานางอายจนหน้าแดง คนบ้านี่เพิ่งกลับมาก็คิดเรื่องผลิตทายาทกับนางอีกแล้วรึ นางกำลังเศร้าอยู่นะ><

-------------------------

มาอีกตอนจ้าาหายไปหลายวัน😅 เตรียมพับกบพบกับมาม่าถ้วยสุดท้ายของจิงซินกันเถอะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น