Hecatia3120

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ปกปิด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 639

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ม.ค. 2562 20:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ปกปิด
แบบอักษร

​ หลายวันต่อมา

ลู่หมิงส่งคนออกตามหายาถอนพิษมาตลอดหลายวัน ส่วนเรื่องคนร้ายนั้นพอสาวไปถึงตัวนางกำนัลที่เป็นผู้วางยาพิษนางก็ชิงฆ่าตัวตายต่อหน้าต่อตาทหารที่เข้าไปฃ

เรื่องที่เยว่จือต้องพิษถูกสั่งให้ปิดเป็นความลับแม้แต่ตัวของนางเองก็ไม่รู้เรื่องนี้ ตราบใดที่ยังไม่ถึงคืนเดือนดับครั้งหน้านางก็ไม่มีทางสงสัย

สำหรับสาเหตุที่ไม่บอกนางก็เพื่อไม่ให้คนของเทียนจินรู้ เขายังต้องออกรบหากรู้เรื่องนี้คงได้หนีกลับมาหาชายาจนตนเองต้องโทษเป็นแน่ ดังนั้นทุกคนตะรู้เพียงว่าเยว่จืออาการแพ้ท้องกำเริบแล้วหมดสติไปเท่านั้น

ตำหนักฮองเฮา

"ถวายพระพรพ่ะยะค่ะ"ลู่หมิงถวายคำนับอย่างนอบน้อมใบหน้าเคร่งเครียดของเขาไม่อาจพ้นสายตาของนางไปได้

"ตามสบาย องค์ชายหกมาถึงที่นี่มีเรื่องอะไรรึ"นางถามเข้าประเด็นทันที ดูจากสีหน้าอีกฝ่ายก็รู้ว่าต้องเรื่องสำคัญ

"โปรดให้คนออกไปให้หมดก่อนได้รึไม่พ่ะยะค่ะ"

"หึๆ หวังว่าจะไม่ลอบสังหารข้านะ^^ พวกเจ้าออกไปก่อน"สิ้นคำสั่งทั้งนางกำนัลใหม่ข้ารับใช้เก่าก็พากันออกไปจนเหลือเพียงฮองเฮาและนางกำนัลคนสนิทเท่านั้น

"เอาล่ะ ทีนี้ก็ว่าธุระของเจ้ามา"มือเรียวประสานกันไว้รอฟังอย่างตั้งใจ

"ฮองเฮาคงได้ยินเรื่องพระชายาองค์ชายสองล้มป่วยเมื่อหลายวันก่อน?"

"ข้าได้ยินมาบ้าง คิดจะไปเยี่ยมนางอยู่พอดีทีเดียว ได้ยินหมอหลวงว่านางหายดีแล้ว"

"นางมิได้หายดี กลับกันนางกำลังจะตาย

พ่ะยะค่ะ"เขากล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง คำบอกกล่าวจากอีกฝ่ายทำเอานางตกตะลึง กำลังจะตาย?เป็นไปได้อย่างไร!!

"นางต้องพิษเช่นเดียวกับเสด็จปู่ของข้าและนางจะตายในสามปีหากไม่ได้รับยาถอนพิษ ข้าไร้ทางออกจึงคิดให้ท่านช่วย ท่านคงพอมีทางช่วยใช่รึไม่"ราวกับถูกสาปไปชั่วขณะร่างระหงตัวชาไปทั้งตัวเมื่อได้ฟัง เรื่องเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆลู่

หมิงคงไม่กล้าหลอกลวงนาง

พิษชนิดนี้มีราคาตั้งเท่าไร จะมีกี่คนที่ยอมแลกทรัพย์สินเงินทองมากมายเพื่อพิษเพียงน้อยนิด ไหนจะยาถอนพิษอีกที่ผ่านมาไม่เคยมีใครรอดจากพิษชนิดนี้มาก่อนแล้วนางจะช่วยสะใภ้คนนี้ของนางได้อย่างไร

"ข้าจะส่งคนช่วยตามหายาถอนพิษอีกแรง แล้วเรื่องคนวางยาเล่าจับได้รึไม่"

"เรื่องนี้ข้าก็กำลังจะขอความช่วยเหลือจากท่านอยู่พอดี ข้าอยากรู้ที่มาของนางกำนัลที่เป็นคนวางยา บางทีอาจรู้อะไรมากขึ้น"

"ย่อมได้ ข้าจะให้คนสืบมาให้ ลำพังบัญชีรายชื่อคงบอกอะไรได้ไม่มาก ข้าอยากจับตัวคนที่มันบังอาจทำร้ายคนของข้าให้ได้" ใช่ นางต้องทำหน้าที่นี้แทนโอรสของนาง นางคงไม่อาจบอกเขาได้การทำในสิ่งที่ควรทำนี่แหละเหมาะสมที่สุดในเวลานี้

"แล้วเรื่องนี้เยว่จือรู้ตัวรึไม่"

"ไม่พ่ะยะค่ะ ข้าไม่อยากให้นางเป็นกังวลยิ่งนางกำลังท้องเช่นนี้ด้วย"เขาตอบไปตามความจริง

"อืม ข้าเห็นด้วยกับเจ้า ช่วงเวลาเพียงไม่ถึงสามปีนี้เราต้องหายามาถอนพิษนางให้ได้"แม้โอกาสจะมีเพียงน้อยนิดก็จะตามหาให้เต็มที่ที่สุด

"ขอบพระทัยที่ทรงเมตตาสหายของข้า โปรดรับการคารวะจากข้าแทนเยว่จือด้วยเถิด"ลู่หมิงนั่งลงถวายคำนับหน้าผากจรดพื้นอยู่สามครั้งด้วยความจริงใจ ถึงแม้นางจะไม่ใช่มารดาของเขาอต่นางก็ดีกับเขามาตลอดไม่เหมือนสนมคนอื่นๆ

"เอาเถิดๆ อย่างไรนางก็เป็นชายาของโอรสข้า หากข้าไม่ช่วยใครจะช่วยเล่า"ลู่หมิงมองใบหน้าเรียวงามแม้กำลังเคร่งเครียดแต่ก็ไม่ได้ทำให้นางดูด้อยลงเลย ยังคงไว้ซึ่งความสง่ามิน่าเล่านางจึงได้ใจของบิดาเขาไป ได้นางช่วยอีกแรงคงพอมีหวังที่จะหายาถอนพิษเจอ

ทางด้านค่ายทหาร

เทียนจินปล่อยให้น้องชายต่างมารดาวางแผนรบโดยไม่ทักท้วงอะไร ความจริงต้องบอกว่าไม่มีใครฟังต่างหาก

ในคราแรกเขาพอรู้อยู่ว่าแม่ทัพและทหารอีกหลายคนคิดทรยศเพราะในช่วงนี้องค์ชายสี่มีผลงานโดดเด่นในขณะที่เขาใช้เวลาไปกับการดูแลเยว่จือ ดังนั้นคนคิดจะย้ายข้างบ้างก็ไม่แปลกอะไร

แผนการรบครั้งนี้มีช่องโหว่มากมายเขาเลือกที่จะคัดค้านไปในคราแรกเมื่อเห็นว่าถูกปฏิเสธจึงปล่อยเลยตามเลย รอโอกาสตลบหลังสร้างผลงานนำชัยกลับแคว้นอย่างผู้ชนะ

หลายวันต่อมา

ทันทีที่ได้รับรายงานเรื่องทัพจากศัตรูที่เคลื่อนเข้ามาโดยมีองค์รัชทายาทของแคว้นเป็นผู้นำทัพหยางเฉิง(องค์ชายสี่)ก็เริ่มทำตามแผนทันที

เขาเลือกใช้กลศึกขึ้นบ้านชักบันไดและกลปิดเมือง กล่าวคือเริ่มจากจงใจวางกำลังด้านทิศประจิมให้น้อยเป็นการจงใจเผยจุดอ่อนให้อีกฝ่ายเห็น

ด้วยทิศนั้นเป็นพื้นที่ติดกับภูเขาเส้นทางย่อมมีความธุรกันดาน ดังนั้นกลขึ้นบ้านชักบันไดจึงเป็นเหมือนการประมาทข้าศึกว่าอีกฝ่ายจะไม่เลือกใช้เส้นทางนี้

เมื่ออีกฝ่ายยกทัพมาในทิศนั้นจริงย่อมเหนื่อยล้ากับการเดินทาง ครานี้ก็ใช้กลปิดเมืองตัดกำลังทัพของอีกฝ่ายล้อมโจมตีจนแตกพ่ายไป

จุดอ่อนนี้อยู่ที่จำเป็นต้องทำให้สำเร็จในคราแรกเพราะหากพลาดพลั้งย่อมไม่ต่างจากการเปิดโอกาสให้ข้าศึกยึดที่มั่นได้สำเร็จ

แต่ด้วยความมั่นใจในกำลังพลที่เหนือกว่าทำให้หยางเฉินประมาท เทียนจินที่วางแผนเอาไว้แล้วจึงทำได้เพียงเฝ้านับเวลาถอยหลังอย่างสบายใจ....

เวลาต่อมา

"แย่แล้วพ่ะยะค่ะ! เป็นดังที่องค์ชายคาดครั้งนี้แคว้นเจิ้นฉีเตรียมตัวมาดียิ่งนัก"

"พวกมันใช้ธนูเพลิงยิงเผาทำลายค่ายด้านทิศประจิมวอดวายกว่าครึ่ง ตอนนี้กำลังได้เปรียบทัพของเราอยู่พ่ะยะค่ะ" ถ้อยคำรายงานจากทหารคนสนิทต่างอยู่ในความคาดหมายของเทียนจิน เขาได้คิดเรื่องนี้เอาไว้แล้ว

เทียนจินยิ้มเยาะออกมา ป่านนี้คนวางแผนคงร้อนรนอยู่ไม่สุข เขาควรใช้โอกาสนี้เรียกความเชื่อถือกลับมา แต่ใช่ว่าจะยอมรับพวกหน้าไหว้หลังหลอกพวกนั้นมาเป็นพวกนะ เเค่อยากทำให้พวกมันรู้ซึ้งถึงการเลือกข้างผิดของพวกมันก็เท่านั้น!

"ส่งคนฝีมือดีของเราไปช่วย หนึ่งพันคนก็พอแล้ว"มุมปากหนายกยิ้มอีกครั้งก่อนจะกระดกสุราในมือหมดจอกอย่างอารมณ์ดี

ภายนอก

"อ๊ะ! นั่นคนขององค์ชายรองมาช่วยแล้ว!"รองแม่ทัพตะโกนเสียงดัง เหล่าแม่ทัพนายพลหันไปมองเป็นตาเดียว ดูจากฝีมือทหารเหล่านั้นเกรงว่าอาจจะเหนือกว่าคนเป็นแม่ทัพเสียอีก

หนึ่งในแม่ทัพยกยิ้มออกมา ที่ผ่านมาเขาอยู่ฝ่ายเทียนจินมาตลอดจึงโดนกดขี่ไม่มีใครเห็นหัวในการศึกครั้งนี้ โชคดีจริงๆที่ร่วมรบกับองค์ชายรองผู้นี้มาตลอด ฝีมืออันร้ายกาจขององค์ชายเทียนจินเขาประจักษ์แก่สายตาแล้ว

หยางเฉินกัดฟันกรอดอย่างเจ็บใจ มั่นใจอยู่แปดในเก้าว่าพี่ชายต่างมารดาคนนี้ต้องรู้อยู่ก่อนว่าเขาจะพ่ายต่อศัตรูแต่กลับนิ่งเฉย นี่คงรอโอกาสนี้อยู่ใช่รึไม่ ยิ่งคิดก็ยิ่งโกรธจนเลือดขึ้นหน้า

ไม่นานนักทัพศัตรูก็ถอนกลับไป ซากศพเหล่าทหารฝ่ายศัตรูเกลื่อนกลาดเต็มพื้นไปหมด ทหารของเทียนจินกลับไปยังที่ของตนทันทีปล่อยให้ทหารคนอื่นๆโห่ร้องกันอย่างฮึกเหิมที่เอาชนะได้ในคราแรกนี้

กระโจมใหญ่

"วันนี้ช่างโชคดีนักที่ได้องค์ชายสองช่วยเอาไว้ ข้านึกว่าจะพ่ายแพ้ให้แก่ศัตรูตั้งแต่ยกแรกเสียแล้ว" แม่ทัพคนนึงกล่าวอย่างเอาใจในขณะที่เทียนจินไม่แม้แต่จะปรายตามอง

"เรื่องนั้นผ่านไปแบ้วอย่าได้ใส่ใจ ข้าอยากให้พวกเราวางแผนการรบครั้งหน้าจะดีกว่า จะรอเป็นฝ่ายตั้งรับอยู่เช่นนี้ไม่ได้ จริงรึไม่น้องสี่?"

"เรื่องนั้นข้าคิดไว้แล้วพี่สองไม่ต้องห่วง พี่สองคอยคุมกำลังเสริมให้ดีก็พอ ครั้งนี้ข้ายอมรับว่าพลาดไปบ้างแต่ครั้งหน้าข้าไม่พลาดซ้ำสองแน่"

"แต่กระหม่อมเห็นว่าเราไม่ควรเสี่ยงพ่ะยะค่ะ

วันนี้เราชนะแต่สูญเสียทหารกล้าไปจำนวนมาก" คนอื่นๆพากันพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

"จากที่ข้าเคยรบเคียงบ่าเคียงไหล่องค์ชายเทียนจินมาหลายสนามรบ แผนครั้งนี้กระหม่อมอยากฟังความเห็นจากองค์ชายเทียนจินก่อน..."

"ผู้ช่ำชองด้านการรบและมีประสบการณ์มากย่อมมีแผนดีๆจริงรึไม่"แม่ทัพฟงเอ่ยขึ้น คำพูดของเขาทำให้แม่ทัพคนอื่นๆคล้อยตามได้อย่างเห็นได้ชัด หยางเฉินกำหมัดแน่นอย่างต้องการข่มโทษะ

"เช่นนั้นกระหม่อมเองก็อยากฟังความเห็นจากองค์ชายดูสักครั้ง"แม่ทัพหลิวกล่าวขึ้นบ้าง ยิ่งเห็นฝีมือทหารที่มาช่วยยิ่งทำให้มั่นใจว่าองค์ชายรองผู้นี้ไม่ธรรมดา

"เช่นนั้นต้องขออภัยน้องสี่แล้ว ตามความเห็นของข้าป่านนี้ศัตรูคงรู้หมดแล้วว่าภายในค่ายของเราเป็นเช่นไร" เอ่ยตอกย้ำความผิดพลาดของอีกฝ่าย หยางเฉินกำหมัดแน่นกว่าเดิมก่อนก่อนจะหันมองไปทางอื่น

"ข้าว่าเราควรเป็นฝ่ายรุกได้แล้ว เริ่มจากส่งทัพหน้าไปทางทิศตะวันตกของข้าศึก ส่งเสียงโห่ร้องให้อึกทึกครึกโครมที่สุดเท่าที่จะทำได้ พวกมันจะได้ประมาณจำนวนคนไม่ถูก.."เขาสำรวจสีหน้าของเหล่าเเม่ทัพแวบนึงเห็นว่ายังคงนิ่งตั้งใจฟังก็เอ่ยต่อ

"จากนั้นให้อีกทัพเข้าโจมตีทิศตะวันออก จะได้ไม่มีใครตั้งตัวทัน ทำเช่นนี้สักเจ็ดวันสลับทิศไปมา"

"ข้ารู้แล้ว ตามกลศึกส่งเสียงบูรพาฝาตีประจิมใช่รึไม่ แค่สลับทิศทางเท่านั้น"แม่ทัพคนนึงเอ่ยขึ้นก่อนจะกระแอมแก้ขัดเมื่อเหลือบเห็นสายตาจากผู้เป็นนายอย่างองค์ชายสี่

"ท่านพูดถูกแล้วท่านแม่ทัพ พอครบเจ็ดวันข้าศึกคงจะจับทิศทางเราได้ ฝ่ายนั้นเองคงไม่โง่ถึงขั้นไม่รู้จักกลศึกตีหญ้าให้งูตื่น ย่อมรู้แจ้งกลศึกของเราและป้องกันได้ถูกทาง"

"เราจะใช้โอกาสนั้นเข้าตีจากทิศใต้โดยตรง วิธีนี้จะทำให้เรายึดเมืองหลวงได้สำเร็จโดยง่ายดาย จากนั้นการล้มข้าศึกคงไม่ยาก ยิ่งเรายึดเมืองหลวงทหารของเรามีแต่จะฮึกเหิมชัยชนะย่อมเป็นของเราโดยสมบูรณ์" แม่ทัพต่างๆพยักหน้าเห็นด้วยทันที ทุกคนยอมรับแผนการอันแยบยลนี้

หยางเฉินถูกหมางเมินมองข้ามไปโดยปริยาย เขาทนนั่งฟังจนสรุปแผนการสำเร็จ ในใจคุกกรุ่นไปด้วยโทษะที่ถูกหักหน้า แม้ตนได้คุมทัพใหญ่แต่กลับต้องยอมทำตามอีกฝ่ายที่มีอำนาจคุมแค่ทัพที่เป็นกองหนุน!

กระโจมองค์ชายสอง

"ส่งคนไปบอกคนของเราให้เตรียมโยกย้ายคนของฝ่ายนั้น ย้ายตามทิศที่เราโห่ร้องส่งเสียงเตือนจะได้ไม่ผิดสังเกต"สั่งเสียงเข้ม ได้เวลาเอาจริงกับศึกครั้งนี้เสียที

"พ่ะยะค่ะ"ทหารคนสนิทรับคำ ถูกลักขื่อเปลี่ยนเสาย้ายคนเช่นนี้เมืองหลวงแคว้นเจิ้นฉีคงอ่อนแอลงเหมาะกับกลศึกที่จะใช้ เขานึกชื่นชมผู้เป็นนายในใจก่อนจะรีบเดินทางไปทำตามคำสั่งทันที

-----------------------

หายไปนาน ช่วงนี้ร่างจะพังแล้วทุกคน เกษตรแฟร์ทำพิษไรท์มาก><  เป็นนิสิตที่ต้องขายของมันเหนื่อยมาก!ยกของจนกล้ามจะขึ้น555 ถึงหอเที่ยงคืนออกไปทำงานเก้าโมง คือไม่มีเวลาจริงๆขอสารภาพบาปเลย ด่าได้อน่าแรงนะคะ😅

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น