HolinPe

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Chapter 4 : ข้อตกลงของเจ้าของมะลิ ( 100% ) อัพครบแล้ว

ชื่อตอน : Chapter 4 : ข้อตกลงของเจ้าของมะลิ ( 100% ) อัพครบแล้ว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 22

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ม.ค. 2562 20:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 4 : ข้อตกลงของเจ้าของมะลิ ( 100% ) อัพครบแล้ว
แบบอักษร


Chapter 4

ข้อตกลงของเจ้าของมะลิ

          มะลิอ้าปากเหวอ ดวงตาเบิกกว้างสบเข้ากับนัยน์ตาวาววับของคนเจ้าเล่ห์ที่พึ่งจะถอนริมฝีปากออกไป คำด่าทอต่อว่ามากมายผุดขึ้นมาในหัว ทว่ายังไม่ทันที่จะเอ่ยมันออกไป สุ้มเสียงหยอกเย้าเจือเอาจริงก็ดังขึ้นมาก่อน

          “ด่าสิ ถ้าอยากโดนมากกว่าจูบ”

          เท่านั้นแหละคนตัวเล็กก็รีบหุบปากฉับ ทำเพียงมองค้อนไปที่เจ้าของคำขู่

          “เลิกดื้อหรือยัง”

          ร่างสูงถามขึ้น มะลิพยักหน้าแม้ว่าจะไม่อยากยอมรับว่าตัวเองดื้อก็ตาม หญิงสาวรีบลุกขึ้นนั่งเมื่อคนตัวโตผละออกไป เขานั่งขัดสมาธิพร้อมกับกอดอกใช้สายตาเรียบเฉยแต่แฝงความดุอยู่ในตัวจ้องหน้าเธอนิ่งๆ ในขณะที่เธอนั่งทับส้น บีบมือตัวเอง หลุบตาหนีเขาด้วยความประหม่าปนกลัว

          “เงยหน้าคุยกันดีๆ”

          เสียงของชายหนุ่มไม่ได้ดุ แต่มะลิก็ยังเกร็งอยู่ดี คนตัวเล็กค่อยๆเงยหน้าขึ้นช้าๆ พอสบกับดวงตาคมกร้าวคู่นั้นแล้วก็เผลอเบะปากอย่างลืมตา

          ปุ่นมองร่างบางที่เมื่อครู่ยังดื้อจนน่าตีแต่ตอนนี้กำลังทำท่าทางเหมือนกลัวเขาหนักหนาพร้อมกับขมวดคิ้ว

          “กลัวฉันเหรอ?”

          “อือ”

          คนถูกถามครางตอบในลำคอเบาๆ ก่อนจะเอ่ยเหตุผลเสียงอ่อน

          “ก็คุณจะทำร้ายเรา”

          “ทำร้าย?”

          “ใช่”

          “ตีก้นไปทีเดียวเอง”

          “ไม่ใช่”

          เด็กน้อยในสายตาของปุ่นเถียงเขาอย่างกล้าๆกลัวๆ เจ้าตัวทำท่าเหมือนจะพูดอะไรออกมา สังเกตได้จากริมฝีปากบวมเจ่อที่เผยอขึ้นสลับกับเม้มลง

          “งั้นนอกจากตีก้น ฉันทำอะไรให้เธอเจ็บบ้าง”

          พอได้โอกาสคนที่รอจะฟ้องความผิดของเขาก็รีบบอกขึ้นทันที

          “คุณจูบเรา ไม่สิ! ขยี้ปากเรา”

          “อ่าฮะ”

          “โยนเราลงเตียง”

          “ก็เราดื้อ”

          มะลิชะงักกึก น้ำเสียงอ่อนโยนในตอนที่อีกฝ่ายเรียกแทนตัวเธอว่าเรามันสะดุดหู จนพาลให้ใจเต้นผิดจังหวะ เธอเงียบไปครู่หนึ่ง จ้องตากับคนที่กำลังยิ้มมุมปากจนเห็นเขี้ยวน่ามอง สูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ ก่อนจะเถียงคอเป็นต่อ

          “ไม่ได้ดื้อ”

          “เนี่ย เรียกดื้อ”

          “...”

          “ลิลิดื้อ”

          “เราชื่อมะลิ ไม่ใช่ลิลิ”

          จะโกรธแล้วถ้าอีกฝ่ายยังเรียกเธอด้วยชื่อสามที่ได้ยินแล้วจั๊กจี้ใจแปลกๆแบบนี้อีก ใบหน้าสวยงอง้ำเมื่อคนตัวโตยักคิ้วใส่ ไหวไหล่บอกว่าไม่สนใจข้อห้ามของเธอ

          “จะเรียก ทำไม?”

          คราวนี้มะลิ ทำเพียงกัดฟันกรอดๆใส่ผู้ชายหน้ามึน มือใหญ่เอื้อมมือจะลูบศีรษะแต่มะลิก็ปัดทิ้ง พอเขาเอื้อมมาครั้งที่สองจะแตะแก้ม มะลิก็จับมือเขาไว้แล้วกัดเต็มแรงด้วยอารมณ์โมโห

          ทว่านอกจากคนถูกกัดจะไม่ร้องสักแอะหรือแสดงสีหน้าเจ็บปวดใดๆให้ได้เห็นแล้ว เขายังกดยิ้มมุมปาก ยื่นใบหน้าหล่อแต่ร้ายกาจนั้นเข้ามาใกล้จนปลายจมูกชนกัน ได้กลิ่นลมหายใจผสมกลิ่นมิ้นท์และแอลกอฮอล์จางๆ ทำเอามะลิรีบปล่อยมือหนา ถอยหลังหนีอย่างไว

          แต่ก็ช้าไป ยังไม่ทันได้ตั้งตัวหรือเตรียมใจ ร่างทั้งร่างของมะลิก็ลอยปลิวไปเกยอยู่บนตักแข็งๆของร่างสูง พร้อมกับถูกกอดรัดด้วยท่อนแขนกำยำไว้อย่างแน่น ชนิดที่กระดิกตัวยังไม่ได้

          “กัดคนอื่นเนี่ย มันคันฟันหรืออะไร”

          “เราไม่ใช่หมา!”

          “เถียงจังวะ”

          หมั่นเขี้ยวเลยเผลอกอดแรงกว่าเดิมไปนิดหนึ่ง แต่คนตัวบางก็โวยวายหาว่าเขาจะฆาตกรรมเสียได้

          “ฮื่อออ หายใจไม่ออก คุณจะฆ่าเราหรือไง!”

          “ฆ่าทิ้งให้เสียเงินที่จ่ายไปเล่นทำไม”

          ราวกับว่าประโยคของเขาจะไปกดสวิซต์อะไรในตัวของอีกคนเข้า มะลินิ่งค้างไปในทันที ก่อนจะหันใบหน้าหงอยๆนั้นมาทางเขา ขยับปากพึมพำถาม

          “ที่คุณพูดหมายความว่าไง”

          ปุ่นมองแววตาสั่นไหวของคนบนตัก คำตอบของเขามันเรียกได้ว่าใจร้าย แต่สำหรับคนที่ไม่คิดจะแคร์อะไรอย่างเขาแล้ว การที่จะพูดมันออกไป ง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก แม้จะยอมรับว่ากล้วยที่ปอกวันนี้มันจะยากไปนิดก็ตาม

          “เพื่อนเธอขายเธอให้ฉัน”

          ไม่มีคำพูดใดๆหลุดออกมาจากปากของมะลิ มีเพียงดวงตาที่เริ่มจะมีหยาดน้ำคลอออกมา ปุ่นเบือนหน้าหนีน้ำตาของคนตัวเล็ก เขายกร่างที่นิ่งงันออกจากตักไปวางบนที่นอน ก่อนจะเอี้ยวตัวไปเปิดลิ้นชักและหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลส่งให้

          “อ่านมันซะ”

          “...”

          มือบางรับมันมาเปิดและดึงเอกสารออกมา ยกหลังมือขึ้นปาดน้ำตาไล่ความพร่าเลือน จากนั้นก็อ่านมันด้วยหัวใจที่บีบรัด ลายมือชื่อของน้ำชาเด่นหราอยู่ในสัญญาซื้อขายร่างกายที่เธอไม่ได้เต็มใจ

          “ฮึก”

          มะลิสะอื้นเมื่อตัวเองถูกคนที่ไว้ใจทำให้ผิดหวังซ้ำๆ สุดท้ายแล้วในสายตาของน้ำชา คนที่เป็นทั้งเพื่อนสนิทและผู้ชายที่เธอแอบรู้สึกดีด้วยมาตลอดสามปี เธอก็เป็นเพียงสิ่งของที่มีไว้สำหรับซื้อขาย เดิมพัน หรือของพนันเท่านั้น

          ปุ่นถอนหายใจและลุกออกจากเตียง ไม่มีหรอกคำปลอบโยนจากคนอย่างเขา ร่างสูงทำเพียงกดสายตามองคนที่นั่งร้องไห้เงียบๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเอาแต่ใจ

          “ทานข้าวที่ไอ้นิวจะยกมาให้ให้หมด ถ้าไม่หมดก็ไม่ต้องคุย”

          “เรา ฮึก รู้แล้ว”

          “เสร็จแล้วก็กินยา เดี๋ยวฉันขึ้นมาหา”

          หญิงสาวพยักหน้า เธอไม่รู้หรอกว่าจะทานข้าวลงหรือเปล่า แต่เพื่อสิ่งที่อยากรู้แล้ว ต่อให้ต้องยัดมันลงจนอาเจียนออกมาให้เขาเห็น เธอก็จะทำ

          “ลิลิ”

          มะลิเงยหน้าขึ้นมองคนเรียก ก่อนจะยู่หน้าด้วยความเจ็บ เมื่ออยู่ดีๆก็ถูกอีกฝ่ายใช้นิ้วดีดหน้าผากจนดังแปะ สร้างความแสบให้ไม่น้อย

          “อาบน้ำด้วย”

          “ห๊ะ!”

          เธอไม่เข้าใจ

          “เหม็น”

          ร่างสูงว่าพร้อมกับโน้มลงมาหอมแก้มขาวเบาๆ ทำเอาคนถูกจู่โจมตัวแข็งทื่อ

          “เหม็นเหมือนดอกมะลิที่แม่ปลูกเลย”


50%


.

          .

          ปุ่นเป็นคนรักษาคำพูด ดังนั้นเมื่อได้รายงานจากนิวว่าเด็กน้อยของตัวเองทานข้าวเสร็จแล้ว เขาก็ขึ้นไปหาอีกคนตามที่บอกไว้ทันที

          “เราพร้อมแล้ว”

          คิ้วเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อยอย่างกวนๆ ขณะก้าวเข้าไปหาคนตัวเล็กที่ย้ายร่างจากบนเตียงมานั่งรอเขาด้วยท่าทีสงบเสงี่ยมอยู่ตรงโซฟา แถมยังอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดที่เขาสั่งให้ลูกน้องเตรียมไว้ให้เรียบร้อย

          “พร้อมอะไร?”

          เขาแสร้งมึนนั่งลงเบียดชิดอีกฝ่าย เจ้าตัวตาโตใส่ ก่อนจะย้ายสะโพกกระเถิบหนีไปชิดมุมโซฟา อาการเหมือนลูกหนูกำลังพยายามหนีราชสีห์ เล่นเอาคนชอบแกล้งยิ่งอยากแกล้งเข้าไปใหญ่ ปุ่นขยับร่างใหญ่ของตัวเองตามไปแนบชิด พอคนถูกแกล้งจะลุกหนี ท่อนแขนแกร่งก็จัดการรวบร่างบอบบางมานั่งกอดไว้ที่บนตัก

          “ปล่อยเรานะ!”

          มะลิฮึดฮัด มองหน้าหล่อๆที่ช่างร้ายเหลือด้วยความโมโห ไม่รู้ว่าเขาเป็นบ้าอะไร ปากบอกว่าเหม็นเธออย่างนั้นอย่างนี่ แต่ทำไมถึงชอบกอด ชอบหอมเธอหนักหนา

          “จ้องหน้าแบบนี้ เดี๋ยวก็ท้องหรอก”

          คนตัวโตว่าขำๆ สนุกที่ได้แกล้งผู้หญิงคนนี้ ถูกใจที่หน้าคล้ายคนๆนั้นก็ส่วนหนึ่ง นิสัยก็ดูเป็นคนว่านอนสอนง่าย แล้วไม่น่าจะใช่ประเภทที่เห็นเขาแล้วจ้องจะจับ คำพูดคำจาก็น่าฟังดี เห็นแล้วก็อยากเลี้ยงไว้รังแกเล่น

          “เราไม่ใช่ปลากัด!”

          “ก็ไม่ใช่”

          “แต่เมื่อกี้คุณว่า”

          “มีสักคำไหมที่ฉันว่าเธอเป็นปลา”

          ปุ่นบอกพลางอมยิ้ม ส่วนคนที่กำลังเถียงเขาฉอดๆก็ย่นจมูกใส่ มันเลยไม่แปลกเท่าไหร่ที่ความน่าเอ็นดูนั้นจะทำให้เขาอดที่จะบีบจมูกรั้นๆของเจ้าตัวไม่ได้

          “ฮื่อออ มันเจ็บนะ!”

          “เป็นเจ้าของจะทำอะไรก็ได้”

          คำว่าเจ้าของทำมะลิสะอึกกับความจริงที่ตัวเองต้องเผชิญ เธอเบือนหน้าหนีสายตาของคนที่เหนือกว่า ความเจ็บปวดแผ่ซ่านอยู่ในใจ แต่เพราะคิดว่าร้องไห้ไปก็ไร้ประโยชน์เลยเลือกที่จะเก็บซ่อนมันเอาไว้

          “คิดยังไงกับเรื่องนี้”

          นิ้วยาวจับคางมนให้หันกลับมา สบนัยน์ตาไหวสั่นของคนบนตักนิ่ง เขาไม่ได้คาดหวังกับคำตอบ ไม่มีใครไม่เสียใจกับการถูกคนที่ไว้ใจหักหลัง ที่ถามก็เพียงเพื่ออยากรู้ว่าเด็กอ่อนแอ ขี้แย แต่เวลาพยศก็ทำเขาเจ็บตัวได้จะมีความคิดอย่างไร

          “คุณใจร้ายมากเลยนะที่ถามคำถามนี้”

          มะลิบอกเสียงเศร้าแทนคำตอบ

          “ก็ไม่ได้ใจดีอยู่แล้ว”

          “เรารู้ เพราะไม่มีคนดีๆที่ไหนเขาใช้เงินซื้อร่างกายคนอื่นหรอก”

          ปุ่นกระตุกยิ้ม เลื่อนนิ้วจากปลายคางมาบีบแก้มนิ่มอย่างนึกหมั่นเขี้ยว การที่มะลิไม่โวยวายทำอะไรงี่เง่า ก็ดูน่ารักไม่เบา เนื้อแท้คงเป็นคนจิตใจดีไม่น้อย

          “เห็นราคาตัวเองยัง”

          เขาถาม ก่อนจะหัวเราะในลำคอ เมื่อคนถูกถามตาเขียวใส่ มันไม่ได้ดูน่ากลัว แต่ดูน่าแกล้งมากกว่า ถ้าคุยกันไม่จบเพราะใครบนตักถูกจับกดลงโซฟาซะก่อน...ก็อย่าโทษเขาว่ารังแกเด็กเลย

          “ขอบคุณนะคะที่เห็นเรามีค่าตั้งห้าแสน”

          “ประชดเก่ง”

          เก่งจนอยากสอนให้รู้ว่าคนที่ปากเก่งมากๆ ระวังจะปากแตกเอาง่ายๆ

          “แล้วอ่านข้อตกลงหรือยัง”

          มะลิพยักหน้าพลางดึงนิ้วที่บีบแก้มเธอไม่ยอมปล่อยออก พอเห็นว่าเขาเริ่มจะคุยเรื่องจริงจังก็นั่งนิ่งๆเป็นตุ๊กตาให้เจ้าของตักกอด เธออ่านแล้วแหละข้อตกลงนั่น มันก็แย่แต่ก็ไม่ได้เลวร้าย

          “เราจะใช้ชีวิตร่วมกันแต่จะไม่มีสถานะใดๆ”

          “อืม”

          “คุณมีสิทธิ์ในตัวเราในฐานะผู้ซื้อ และเราไม่มีสิทธิ์ในตัวคุณเพราะเราเป็นแค่ผู้ถูกซื้อ”

          “เก่งมาก”

          “เราสามารถทำทุกอย่างได้แต่ต้องอยู่ในขอบเขตและการอนุญาตจากคุณ”

          ร่างสูงยกยิ้ม มองริมฝีปากจิ้มลิ้มที่ขยับบอกข้อตกลงไปมา ฟังน้ำเสียงหวานทว่าติดสั่นเล็กน้อยด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดาความคิด

          “และข้อสำคัญ ไม่ว่าจะด้วยเหตุใดห้ามเรารักคุณเด็ดขาด”

          “โอเคไหม”

          “ค่ะ”

          มะลิตอบโดยไม่คิด วันข้างหน้าจะเป็นยังไงเธอไม่รู้ แต่ในเมื่อไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้ เธอก็ต้องก้มหน้ารับมัน เพราะถ้าจะหาเงินมาคืนชายหนุ่มในทันทีก็คงไม่มี แถมเรื่องนี้ก็ยังปรึกษาหรือขอความช่วยเหลือจากใครไม่ได้ เพื่อนสนิทที่มีไม่กี่คนก็ไม่ได้ร่ำรวยถึงขั้นที่จะเอ่ยปากยืมเงินจำนวนมากแบบนี้ได้

          “รู้สึกกับฉันได้ แต่ห้ามรัก”

          อีกฝ่ายทวนย้ำ มะลิเลยเอ่ยน้ำเสียงหนักแน่นกลับไป

          “ไม่ต้องห่วง เพราะเราเกลียดคุณ”

          “ก็ดี ท่องไว้ล่ะกัน”

          “จะท่องสามมื้อหลังอาหารเลย”

          ปุ่นเกือบหลุดขำพรืด สาบานได้ว่าเขากับเด็กนี่กำลังคุยเรื่องจริงจังกันอยู่ ดูหน้าเชิดๆนั่นสิ น่าจับปล้ำให้หายซ่าชะมัด

          “ท่องก่อนนอนด้วยก็ได้นะ แต่คงไม่ได้ท่อง...”

          คนตัวเล็กทำหน้าไม่เข้าใจ ขมวดคิ้วสงสัย

          “เพราะต้องใช้ปากคราง ไม่ว่างท่องหรอก”

          “ลามก!”

          “เขินล่ะสิ”

          “ไม่เขิน แต่รังเกียจ”

          “เหรอ?”

          “ใช่ อะ! อื้อ!”

          ปุ่นไม่ปล่อยให้คนอวดดีได้เถียงต่อ มือหนาจับปลายคางบีบไว้มั่นแล้วประกบริมฝีปากร้อนผ่าวลงมาปิดกลืนทุกคำพูดไม่ลื่นหู บดขยี้กลีบปากนุ่มที่เต็มไปด้วยร่องรอยที่เขาฝากไว้อย่างดุดัน ใช้ความเอาแต่ใจบังคับให้หญิงสาวยอมเปิดปาก ก่อนจะสอดลิ้นเข้าไปไล่ต้อนเรียวลิ้นที่พยายามหนีอย่างไม่ประสีประสา

          เสียงน้ำลายเฉอะแฉะดังขึ้นตามแรงดูดดึงของลิ้นร้อน สมองของมะลิอื้ออึงเมื่อถูกป้อนจูบโดยคนตัวโตที่ไม่คิดจะให้เวลาเธอได้หายใจและหยุดพัก ฝ่ามือกระด้างละจากปลายคางเคลื่อนสอดไปล็อกท้ายทอยเธอเอาไว้แน่น

          จูบที่เต็มไปด้วยความป่าเถื่อนมอมเมาคนตัวเล็กจนไร้เรี่ยวแรงที่จะขัดขืน สองมือที่เคยผลักไสเปลี่ยนมากำปกเสื้อของคนตัวโตอย่างหาที่พึ่ง

          เกือบแล้ว...

          เธอเกือบจะขาดใจตายคาปากเขา

          “แฮ่ก แฮ่ก”

          ปุ่นมองใบหน้าสวยที่ดูไร้พิษสงด้วยความชอบใจ กระชับกอดคนที่หลบสายตากันด้วยการซบหน้าลงกับอกกว้างของตัวเองแล้วอมยิ้ม ร่างกายของเจ้าตัวสั่นเทาอยู่ในอ้อมกอดของเขาจนรับรู้ได้

          “เรา กะ เกลียดคุณ”

          น้ำเสียงหอบเหนื่อยเอ่ยพึมพำหากแต่ปุ่นก็ได้ยินมันชัดทุกคำ เขากดสายตามองกลุ่มผมดำสนิทที่คลอเคลียอยู่แถวต้นคอตัวเองแล้วแกล้งกดปลายคางลงบนศีรษะเล็กด้วยความหมั่นไส้ ทำเอาคนถูกแกล้งครางฮือ ยกกำปั้นที่เหลือแรงเท่ามดทุบเข้ากับแผงอกกำยำเป็นการเอาคืน

          “อย่าซน”

          ชายหนุ่มเอ่ยปราม เหนื่อยก็พักไป อย่าหาเรื่องให้ตัวเองลำบากด้วยการท้าทายเขาเลยดีกว่า

          “เกลียดคุณ”

          “อย่าเผลอรักแล้วกัน”

          “ไม่รักหรอก”

          “หึ”

          “เราจะไม่รักคนที่เขาไม่รักเราเด็ดขาด”

          “รู้แล้วน่า”

          “...”

          “ดื้อ...หลับได้แล้ว”



***********************

​ไม่ดราม่าเห็นป่ะไรท์บอกแล้ว อิ อิ

อ่านแล้ว เม้น ไลท์ เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ


รักเด้อ /เป้


ความคิดเห็น