Minchol

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 38 อยากกลายร่างเป็นมังกร

ชื่อตอน : บทที่ 38 อยากกลายร่างเป็นมังกร

คำค้น : ซอฟ์ทวาย ไป๋หลง หลงไป๋ จูอี้หลง ไป๋อวี่

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 237

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 09 มิ.ย. 2562 18:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 38 อยากกลายร่างเป็นมังกร
แบบอักษร

จูไฉ่หงยืนอึ้งไปเล็กน้อยเมื่อเปิดประตูมาเจอถังซัน เสียงกดกริ่งรัวๆทำให้เธอเข้าใจว่าสามีเธอลืมเอากุญแจบ้านไปเหมือนดังทุกคราว แต่กลับกลายเป็นถังซันยืนเอามือล้วงกระเป๋าอยู่หน้าห้องพักของเธอ แม่สามีตะโกนถามถึงลูกชาย จูไฉ่หงต้องตะโกนบอกว่าไม่ใช่ ก่อนจะเชิญถังซันเข้ามาในบ้าน คนทั้งสองเข้าไปคุยกันในห้องครัว จูไฉ่หงกำลังทำกับข้าวมื้อเย็น 

"พี่มีอะไรก็พูดมา ไม่ต้องอ้อมค้อม รักษามารยาทเลย" 

"ไป๋อวี่ไปทำอะไร..." ถังซันลุย 

"หาจูเหล่าซือไง" จูไฉ่หงหันผักเสียงดังฉับฉับฉับ แล้วกล่าวต่อ 

"เขาสองคน 'ลักลอบ' พบกัน... พี่เข้าใจคำว่าลักลอบมั้ย" เธอสับมีดเปรี้ยงลงบนเขียงไม้ ปล่อยให้มันปักคาอยู่อย่างนั้น 

"เธอพูดเสียน่าเกลียดเชียว ไป๋อวี่ก็แค่แอบไปพบจูเหล่าซือเอง" 

"อ้อ พี่รู้เหมือนกันเหรอว่า เป็นไป๋เหล่าซือ ที่แอบมาพบจูเหล่าซือน่ะ" 

"ถ้าจูเหล่าซือไม่ทำไป๋เหล่าซือสติแตก เขาจะทำอย่างนั้นทำไม" จูไฉ่หงเงียบไป แล้วเธอก็ถอนหายใจ ดึงมีดขึ้นจากเขียง หันผักต่อ 

"ฉันคงไม่ยุ่งอะไรแล้วล่ะพี่ซัน แล้วแต่เขาสองคนเถอะ..." มือที่หันผักของเธอช้าลง ภาพของจูอี้หลงบนเรือที่แล่นชมวิวในอ่าวซิดนี่ย์ยังติดตาเธอ... ภาพที่ทำให้เธอตัดสินใจจะไม่บีบคั้นอะไรเขาอีก...... 

................ 

จูอี้หลงยังคงเงียบและสุภาพเหมือนเช่นทุกครั้ง เขายิ้มอย่างอ่อนโยนให้ทีมงาน รอยยิ้มที่แสดงออกแม้ในดวงตาของเขาทำเอาทีมงานใจละลายกันทั่วถ้วน จูไฉ่หงยังนึก สองคืนที่ผ่านมาคงมีความสุขมากสินะ น้ำตาลหวานจนขึ้นตาแล้ว มันทำให้เธอหงุดหงิด.... 

จูอี้หลงทำงานได้อย่างไม่มีบกพร่อง ตอนที่ช่างภาพขอหยุดพัก เผื่อตรวจสอบดูภาพที่ถ่ายไป เขาก็เดินไปมาแถวๆกราบเรือ ใช้กล้องเก็บภาพตามใจชอบ ตากล้องประจำทีมที่เอเจนซี่ส่งมาก็เดินตามห่างๆ คอยเก็บรูปเขาตามธรรมชาติ จูไฉ่หงเองก็ยืนมองภาพในจอโน๊ตบุ๊คที่ช่างกล้องของโปรเจคกำลังตรวจสอบอยู่ 

ตอนเธอเงยหน้าขึ้นมองไปทางจูอี้หลง เธอก็ต้องช็อคจนแม้แต่เสียงก็ไม่สามารถเปล่งออกมาได้ เขาโน้มตัวออกจากเรือไปกว่าครึ่ง ในเสี้ยววินาทีที่เธอคิดว่าเขาต้องหัวทิ่มตกลงจากเรือที่กำลังเล่นอยู่แน่ๆ บอดี้การ์ดชาวออสเตรเลียที่คอยดูอยู่ก็พุ่งเข้ามากระชากเขากลับเข้ามาในตัวเรือ ความที่เป็นเหตุกระชั้นชิด ทำให้บอดี้การ์ดกระชากเขาแรงมาก แต่เมื่อจูอี้หลงทรงตัวได้เขากลับหัวเราะร่า คนไม่คุ้นเคยคงคิดว่าเขาแค่เล่นสนุก แล้วเผลอไปจนเกือบเป็นอันตราย แต่คนคุ้นเคยอย่างจูไฉ่หง รู้ดีว่าทั้งเสียงหัวเราะและท่าทางการหัวเราะของเขา ดูเหมือนคนเมาไม่มีผิด เมื่อจูอี้หลงเหลือบตาขึ้น ก็สบกับสายตาตกใจของเธอทันที ในวินาทีนั้น เธอก็มองเห็นแววตาของเขา มันช่างดูเศร้า จนเธอต้องเผลอยกมือขึ้นกุมหัวใจ เพราะเธอสัมผัสได้ ถึงความรวดร้าวที่สื่อผ่านมาถึงเธอ เหมือนกระแสไฟฟ้าฟาดเข้ากลางดวงใจ 

จูไฉ่หงเบือนหน้าหนี เธอเดินเลี่ยงไปทางท้ายเรือ รู้สึกว่าเรื่องมันเกิดขึ้นรวดเร็วจนเธอนึกอะไรไม่ออก สายตาที่ส่งความเจ็บปวดรวดร้าวให้เธอเห็น แม้จะเป็นเพียงแค่ช่วงเวลาสั้นๆเพียงเสี้ยววินาที มันก็ถึงกับทำให้เธอเชื่อว่า จูอี้หลงคงอยากจะกระโดดลงไปในน้ำจริงๆ  บางที... เขาอาจจะอยากกลายร่างเป็นมังกร ดำดิ่งลงสู่ใต้ทะเลลึก เข้าไปสู่ถ้ำใต้บาดาล แล้วไม่กลับขึ้นมาอีกเลย... 

จูไฉ่หงทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้สำหรับชมวิว เธอกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ได้แต่ปล่อยให้มันไหล แล้วสะอื้นไห้อยู่เพียงลำพัง 

................ 

ใช่... เธอตัดสินใจแล้ว หากพวกเขาจะรักกัน ไม่ว่ารักนั้นจะเป็นเพียงความรู้สึกชั่วครู่ชั่วยาม หรือมันจะเป็นความรู้สึกที่อยู่กับพวกเขาไปจนวันตาย เธอก็จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวอีกแล้ว เธอจะไม่เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ที่จะประณามและมองดูพวกเขาอย่างหยามเหยียด เธอขอเพียงแค่ คอยเฝ้าดูอย่างเงียบๆ แต่เธอก็จะคอยปกป้องเขา ไม่ให้เขาต้องเป็นอันตรายหรือเจ็บปวดมากไปกว่าที่เขาต้องเจ็บปวดอยู่ตอนนี้ 

จูไฉ่หงใช้ใบมีดและมือโกยผักที่หั่นแล้วทั้งหมดใส่ลงในกะละมังเล็กที่เตรียมไว้ ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับถังซัน 

"แล้วพี่ล่ะ พี่จะทำยังไง" 

"จะให้ฉันทำยังไง..." ถังซันถามกลับแบบไม่ต้องการคำตอบ 

"ฉันอยู่กับไป๋อวี่มานาน ถึงจะไม่นานเท่าที่เธออยู่กับจูเหล่าซือก็เถอะ แค่นี้ฉันก็รู้แล้วว่า เขาเป็นเด็กดี ในใจไม่เคยคิดร้ายกับใคร ท่าทางของเขา อาจจะดูเหมือนไม่เคยทุกข์ร้อน แต่จิตใจของเขาละเอียดอ่อนเกินกว่าที่ใครจะเข้าใจ ฉันไม่อยากเห็นเขาเจ็บปวด" เขาหยุดกลืนน้ำลายก่อนจะกล่าวต่อ 

"ถ้าฉันทำได้ ฉันก็อยากจะยกทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาต้องการมาวางให้เขาตรงหน้า เธอเข้าใจความรู้สึกอย่างนี้ไหม"  จูไฉ่หงหัวเราะ 

"พี่นี่ ยิ่งกว่าแม่ที่ตามใจลูก จนหน้ามืดตามัวเสียอีก" 

"ว่าแต่ ตอนนี้เราเข้าใจและรู้สึกตรงกันแล้วใช่ไหม ว่าถึงแม้เราจะไม่ส่งเสริมเขา แต่เราก็จะไม่ขัดขวางเขา..." ถังซันถาม 

"แล้วด้วยหน้าที่ของเรา เราก็จะดูแลปกป้องเขา ให้ปลอดภัยทั้งจากสื่อ และคนรอบด้าน ทุกอย่างที่เราจะทำต่อไปนี้ ก็เพื่อประโยชน์ และความสุขของพวกเขาทั้งสองคน" จูไฉ่หงกล่าวต่อให้ ทั้งสองสบตากับนิ่งอยู่ ก่อนจะถอนหายใจเฮือกออกมาพร้อมๆกัน 

ถังซันยื่นมือให้จูไฉ่หง ซึ่งยื่นมือกลับมาจับมือกับเขา ถือเป็นการสัญญาว่าตกลงตามนั้น 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}