บ่ายสอง
facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 27 อยู่นานไปก็เข้าใจเอง

ชื่อตอน : ตอนที่ 27 อยู่นานไปก็เข้าใจเอง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.6k

ความคิดเห็น : 37

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ม.ค. 2562 23:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 27 อยู่นานไปก็เข้าใจเอง
แบบอักษร

​เพิ่งตื่นตอนบ่าย 3 ต่อๆ ตอนหน้า NCจ้า

ริโนที่ไม่ได้นอนทั้งคืนตอนนี้กำลังยึดครองเตียงของลูกสาวจนล้น  ส่วนซีโร่ถูกอัปเปหิไปนอนขดบนโซฟาสุดหรูที่ตนเองซื้อมา

            ฟินิกซ์หนุ่มมองไปรอบๆ ห้องลูกสาวที่ส่วนใหญ่ใช้โทนสีดำเคร่งขรึม  เครื่องเรือนรูปแบบโกธิคโดดเด่นเหมือนการแต่งตัวที่เขาเคยเจอเมื่อช่วงแรกๆ

            ทั้งๆ ที่เหนื่อยล้าแต่เขากลับนอนไม่หลับ  ก่อนเจอลูกสาวในหัวเขามีแผนการมากมาย  เช่นว่าถ้าเจอเธอแล้วจะทำอย่างไร  วางชีวิตที่แสนเปราะบางท่ามกลางมรสุมอันตรายไว้ที่ไหนหรือเพื่อปลดปล่อยทั้งเขาและเธอเขาอาจจะทำเป็นไม่รู้จักแล้วปล่อยผ่านไปหลังได้เจอเพื่อหยั่งความรู้สึกให้สมปรารถนา

            แต่เมื่อเป็นโคโค่ดวงตากลมโตคู่นั้นกลับตรึงเขาเอาไว้  นัยน์ตาสีดำสนิททับซ้อนกับทารกน้อยที่ยิ้มกว้างให้เขาก่อนจะถูกบั่นหัวอย่างไร้ปรานี  รอยยิ้มเจิดจ้าบนใบหน้าเล็กๆ ที่เพียงฝ่ามือเดียวก็คงปิดมิด  เธอน่ารักน่าเอ็นดูขนาดนั้นสุดท้ายเป็นเขาที่หันหลังให้เธอไม่ลงทั้งๆ ที่รู้ว่าหนทางข้างหน้ามันอันตราย 

ตอนนั้นเขากระโดดขึ้นรถตามเธอมาถึงที่นี่อย่างไม่ลังเลด้วยซ้ำ  อันที่จริงเรียกว่าแทบไม่คิดเลย ทั้งๆ ที่เพียงหันหลังแล้วเดินจากไปทุกอย่างก็จบแล้วแท้ๆ นีลพูดถูก...ให้ปล่อยมือเขาทำไม่ได้

            เขามองมือตนเองก่อนจะกำหมัดแน่นจนขึ้นข้อขาว  ลูกสาวของริโน  โอมาร่าใช่ว่าใครอยากจะฆ่าก็ฆ่า  แค่เกิดเป็นผู้หญิงก็ต้องตายนี่มันโบราณคร่ำครึอะไรกัน  บางทีเผ่าปลอมเปลือกว่าสูงส่งแบบนั้นก็ควรถูกล้างบางสักรอบ 

ขณะที่พิจารณามือตนเองเขาก็ผุดรอยยิ้มที่หาได้ยากออกมาเพราะนาฬิกาข้อมือของเขาคราวนี้ถูกรูดไปไม่สำเร็จ  เช้าวานเขาให้เธอไปเรือนหนึ่งแล้วสุดท้ายต้องมาแวะซื้ออีกเรือนก่อนไปเจอเคานต์จอร์น  ใช้ยังไม่ทันครบ 24 ชั่วโมงดีก็คิดจะรูดไปอีก...โจรตัวน้อยนั่นดูเหมือนจะเข้าขั้นจอมโจรอย่างไม่ต้องสงสัย

            ช่วงบ่ายเหล่าคนที่ไม่ได้นอนยกเว้นโคโค่ก็ตื่น  ริโนอาบน้ำแล้วใส่เสื้อผ้าของซีโร่เพราะรสนิยมใกล้เคียงกันจนน่าแปลกใจ  ของยี่ห้อหรูคัตติ้งเนี๊ยบๆ ถึงตอนนี้จะยังไม่ชอบขี้หน้าไอ้หนุ่มนั่นทว่าเรื่องรสนิยมเขาต้องยอมรับจริงๆ  แม้จะคับไปหน่อยแต่ก็ยังพอใส่ได้

            “กินอะไร”  คนรสนิยมดีที่พ่อตาเหม็นขี้หน้าหลังวิ่งไปอาบน้ำลวกๆ ก็รีบมาทำอาหารให้คนป่วยที่ดูเหมือนไม่ป่วยเพราะสีหน้าสดใส  แต่พอดูอีกทีก็เหมือนป่วยหนักเพราะผ้าพันแผลในเวอร์ชั่นราชินีมัมมี่

            “นม”  เธอขยับร่างกายที่อึดอัดพยายามเอื้อมหยิบถังนมมากระดกให้สะใจ  แต่ทว่าผ้าพันแผลพวกนี้กลับทำให้ทุกอย่างยากขึ้น

            “อยู่เฉยๆ แล้วช่วงนี้ก็ยกกระดกกินไม่ได้ด้วย”  ซีโร่เปิดฝาถังนมก่อนจะหาหลอดมาเสียบแล้วยกมันวางไว้บนตักเธอ  “พอได้ไหม”

            “อื้ม…”  โคโค่พยักหน้ารัวๆ พลางดูดนมจนแก้มป่อง

            “ขอหอมหัวที”  ชายหนุ่มทนดาเมจความน่ารักไม่ไหวจึงฟัดหอมหน้าผากเธอไปหลายที

            ภาพหนุ่มสาวในห้องครัวที่กำลังหัวเราะเสียงใสคงจะมองแล้วชุ่มชื่นหัวใจกว่านี้ถ้าไอ้หนุ่มที่ว่าจะไม่ลวนลามลูกสาวเขา  ริโนสบถพลางเดินก้าวยาวๆ ไปแทรกกลางหน้าถมึงทึงเพราะจะด่าก็ด่าได้ไม่เต็มปากเนื่องจากลูกสาวก็ไม่ได้สนิทอะไรกับเขานัก  แต่ให้ตายเถอะลูกสาวเขายังเป็นสาวน้อยที่ดูยังไงก็เหมือนยังไม่โตสักนิด

            “คุณกินอะไรดีคะ  ซีโร่ทำอาหารอร่อย”  โคโค่ยิ้มกว้างจนตาหยีแก้มแดงก่ำเพราะหัวเราะไปเมื่อสักครู่

            “เรียกพ่อ”  ริโนแก้ให้  

            “อ๋อ...”  เธอรับคำแต่ก็ไม่ได้เรียกเพราะไม่คุ้นชินเท่าไหร่นัก

            “หึ”  ซีโร่กระตุกยิ้มปนๆ สะใจ  ก่อนจะลงมือทำอาหารง่ายๆ อย่างข้าวผัดและต้มซุปสาหร่ายรสอ่อนสำหรับคนเจ็บ 2 คน

            อาหารเพิ่งตั้งโต๊ะชักกี้และคีแกนก็เดินหน้ายู่เข้ามาเพราะเพิ่งตื่น  พวกเขาไม่สนมารยาทว่ามีแขกก็ลากเก้าอี้มาล้อมวงแล้วสวาปามข้าวจานใหญ่และซดซุปโฮกฮาก 

            ริโนกินข้าวเงียบๆ  ท่าทางสุภาพดั่งคุณชายก่อนจะมองลูกสาวแล้วก็ให้อ่อนใจ  เธอใช้มือขวาที่พอขยับได้ตักข้าวคำโตอย่างกับกลัวว่าใครจะมาแย่งกิน  ตาล่อกแล่กสอดส่องสายขวาเหมือนลูกหมาจรจัดขี้ระแวง

            “ค่อยๆ กิน”  ซีโร่ตักข้าวเพิ่มให้เธอ

            “อย่ามูมมามโคโค่”  ริโนอดปากเตือนไม่ได้

            “คุณรีบกินเดี๋ยวจะ...อ๊า!  พวกระยำ”  เธอเตือนยังไม่ทันขาดคำคีแกนก็คว้าถ้วยซุปเธอแล้วยกกระดกอึกๆ จนเกลี้ยง

            ตอนนี้ต่อให้ริโนจะฉาบสีหน้าไร้อารมณ์แค่ไหนก็คุมไม่อยู่  ระยำเต็มสองหูเขาอย่างไม่ต้องสงสัย  เขาภาวนาขอให้มันไม่เกินเยียวยานัก  ลูกสาวเขาหน้าตาน่าเอ็นดูเหมือนตุ๊กตาตัวน้อยๆ แต่ปากนั้น...

            “สารเลวนั่นของพ่อฉันนะ!!”  โคโค่ด่าอีกครั้งเมื่อชักกี้แอบถ่ายเทซุปในถ้วยริโนลงในถ้วยเขา

            หลังมื้ออาหารที่ริโนอิ่มกับคำด่าก็เป็นช่วงชาช่วยย่อย  ซีโร่จัดการทุกอย่างได้ดีถึงแม้จะเหม็นขี้หน้ากันเขาก็ยังไม่ลืมส่วนของพ่อตา  สองคนนี้เป็นเรื่องน่าอัศจรรย์อย่างหนึ่งคือแม้ท่วงท่ายามจิบชายังมีมาดคุณชายเหมือนกันอย่างกับแกะ

            “ลูกจะไปอยู่กับพ่อไหม”  ริโนถามขณะมองควันที่ลอยเอื่อยจากปากถ้วยชา  น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่หากใครจะสังเกตให้ดีหางเสียงเขาสั่นเล็กน้อยเพราะกลัวลูกสาวจะยังไม่ยอมรับเขา  เธอเรียกเขาพ่อเมื่อพูดกับคนอื่นแต่หากคุยกับเขาจะเผลอหลุดคำว่าคุณออกมา  หรือบางทีก็เลี่ยงไม่พูดไปเสียเลย

            “อยู่ที่นี่ได้ไหมคะ”

            “งั้นก็หาห้องให้พ่อห้องหนึ่ง”  เขาอยากรู้จักลูกสาวให้มากกว่านี้  ไม่ใช่การชดเชย 200 ปีที่ผ่านมาแต่เป็นเพราะทั้งเธอและเขาต่างคล้ายคนแปลกหน้ากันมากเกินไป

            “คุณจะอยู่ที่นี่เหรอ”  โคโค่ตาโตก่อนจะส่ายหน้า  “ถ้าพวกเผ่ารู้เรื่องล่ะ  ฉันไม่อยากตาย...หมายถึงจะตายแล้วเกิดหรือตายไปเลยก็ไม่เอา”

            “ฉันรับปากว่าใครก็ทำอะไรเธอไม่ได้”  เมื่อเช้าเขาคิดจนแทบนอนไม่หลับ  ถึงขนาดที่ว่าหากมีใครตัดหัวเธอแล้วโยนใส่หม้อกรดต้มอีกครั้งเขากลับเจ็บปวดทุรนทุราย  ทั้งๆ ที่ผ่านมาไม่เป็นถึงขนาดนี้

            “อ๋อ...เข้าใจแล้ว”  ช่วงนี้เธอใช้คำนี้บ่อยมากจริงๆ

            “โค่...อย่าเข้าใจง่ายนักสิ”  คีแกนสะกิดเพื่อน

            “แล้วมันเข้าใจยากตรงไหน  ก็พ่อฉันบอกว่าไม่ให้ใครฆ่าฉันแล้ว”  เธอเถียงกลับ

            “เขาพูดก็เชื่อหรือไง”  หัวที่ยุ่งอยู่แล้วตอนนี้ยุ่งขึ้นไปอีกเพราะแรงทึ้งผมตนเอง

            “อย่างน้อยเขาก็ไม่เคยแย่งซุปฉันกิน”

            คีแกนปากกระตุก...ลูกหมานี่แค้นชัดๆ  ขอกินนิดกินหน่อยทำเป็นห่วง  ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาแย่งของกินเธอสักหน่อย

            “ฉันไม่อยู่นานนักหรอก  พอดีมีเรื่องต้องสะสางก่อนนิดหน่อย  ที่นี่มันจะสะดวกกว่า”  ริโนพูดขึ้นอีกครั้ง

            “เรื่องที่ยิงกันเมื่อวานเหรอ”  ซีโร่เดาได้ไม่ยาก  “บาโร่นี่มันไม่สงบเลยจริงๆ”

            “ไม่เกี่ยวกับองค์กร  พอดีเคานต์จอร์นคิดว่าฉันฆ่าลูกสาวเขา  ชื่ออะไรนะ...”  ริโนขมวดคิ้วอย่างไม่แน่ใจ  “ซาร่า?”

            พรูด!

          ชาที่ชักกี้กำลังจิบพุ่งพรวด  เขาสำลักไอค่อกแค่กหน้าดำหน้าแดง  ทำไมเรื่องมันวนมาที่เขาอีกแล้วล่ะ    

            “ผมรู้ว่าใครทำ  ขอห้าแสนเหรียญผมจะบอกที่อยู่พร้อมจับมันมัดส่งให้คุณเลย”  คีแกนขายเพื่อนได้อย่างหน้าไม่อาย

            “ฉันก็รู้ๆ คุณให้ฉันชี้ตัวนะ  ขอแค่นาฬิกาเรือนที่ใส่อยู่ก็พอ”  แม้โคโค่สังขารไม่อำนวยแต่เรื่องนี้กลับคล่องมากทีเดียว

            “สารเลวใจหมา  พวกใจหมา!!”  ชักกี้โวยวายงอนจากปากยื่น

            “ฉันไม่สนว่าลูกสาวมันจะตายยังไงหรอก”  ริโนถอนหายใจก่อนจะถอดนาฬิกายื่นให้โคโค่  “นี่เรือนสุดท้ายนะโคโค่  แลกกับหลังจากนี้เรียกฉันว่าพ่อ”

            “พ่อจ๋า”  โคโค่ยิ้มร่าจนน่าหมั่นไส้  เขาก็พูดว่าเรือนสุดท้ายทุกที  เดี๋ยวเรือนหน้าก็เป็นเรือนสุดท้ายอยู่ดีอีกนั่นแหละ  เธอชอบของแพง  ชอบของวิบวับมีประกายและกลิ่นเงิน  และนาฬิกาทุกเรือนของริโนคือของแพงที่มีประกายวิบวับมาพร้อมกับกลิ่นเงินเสมอ

            “แล้วทำไมเคานต์จอร์นถึงสงสัยคุณ”  ซีโร่ที่ดูเป็นผู้เป็นคนที่สุดถามตรงจุด  ปล่อยให้พวกโกดังรูหนูทะเลาะเรื่องส่วนแบ่งของนาฬิกาอย่างไม่ไยดี

            “แอร่อนลูกน้องในสังกัดมันตายกกอยู่กับศพลูกสาวมัน  แล้วคืนที่แอร่อนตายดันไปร้านเหล้าร้านเดียวกับฉันพอดี  ก็ร้านเดียวกับที่พวกเธอ...เดี๋ยวนะ!”  ริโนกวาดตามองพวกโจรหน้าสลอนอย่างเดือดดาล  มาถึงตรงนี้ดูเหมือนกลายเป็นเขาที่ซวยเพราะฝีมือคนแถวนี้แน่ๆ ตอนนั้นเขาจำได้ไม่ลืมกับเด็กนัยน์ตาสีดำสนิทที่เปิดประตูส่วนทางกันและเป็นครั้งแรกที่เขาได้เจอลูก

            “พวกเธอ!!”  ร่างสูงใหญ่ผุดลุกเสียงกัมปนาทดังก้องทั้งโมโหทั้งจนใจ  เจ้าพวกนี้ที่ผ่านมาไปก่อเรื่องก่อราวอะไรไว้บ้างกันนะ

            “อ่า...อากาศร้อนจังเลยน้า”  คีแกนโบกมือพัดคอเสื้อตาเหล่ไปด้านซ้ายมองประตูโกดังให้ตายก็ไม่มองหมียักษ์ที่ยืนเต็มความสูง

            “ฉันยังไม่ได้ซักผ้าเลยนี่”  ชักกี้หลุบตาลงพื้นเหมือนครุ่นคิด  ปากรำพึงรำพันว่าต้องซักผ้าล้างจานงานยุ่งจริงๆ

            “@&*#+%3#”  ส่วนโคโค่หนักกว่าใครทำปากขมุบขมิบพูดไม่รู้เรื่องเหมือนคุยกับแม่ซื้อ  ใบหน้าเหม่อล่องลอยไปไกลแล้ว  เรียกได้ว่าถอดจิตหนีพ่อกันเลยทีเดียว

            “โคตรจะไม่เนียนเลย  พิรุธสุดๆ”  ซีโร่ขมับเต้นตุบๆ เพราะปวดหัว  ให้ตายก็ยังไม่ชินกับนิสัยคนพวกนี้จริงๆ เขาตั้งรับไม่ค่อยทันเท่าไหร่แล้วยิ่งริโนที่เจอเป็นครั้งแรกนั้นไม่ต้องพูดถึง  ชะงักอึ้งพูดไม่ออกไปนานแล้ว

            หลังริโนตั้งสติได้เขาก็นั่งลงแล้วจิบชาดับอารมณ์  หายใจเข้าออกลึกๆ จนหัวใจกลับมาเต้นปกติดีแล้วจึงพูดต่อ  “ช่างเถอะ  เอาเป็นว่าแค่ยิงฉันมันก็สมควรตายแล้ว”  แถมยังยิงลูกสาวเขาอีกก็อย่าหวังว่าเขาจะเอามันไว้  บาโร่ยิ่งใหญ่พอจนไม่ต้องมี 3 ขั้วอำนาจก็ได้  แค่เขากับเจ้าชายก็เหลือแหล่

            เขาไม่รู้ว่าทำไมเคานต์จอร์นถึงได้โยงแอร่อนกับเขาทั้งๆ ที่ไม่รู้จักกันเลย  แต่แอร่อนคงเป็นเป้าหมายของพวกโคโค่แน่  แถมยังประจวบเหมาะเนื่องจากหลังกลับออกจากร้านเหล้าไปทั้งแอร่อนและซาร่าดันนอนตายด้วยกันในโรงแรมเก่าๆ  เขาที่อยู่องค์กรเดียวกันที่สำคัญคือไม่ถูกกันเท่าไหร่ก็แค่คนซวยสุดๆ ที่ผ่านไปเท่านั้นเพราะไม่ว่าเขาจะทำหรือไม่ทำเคานต์จอร์นก็อยากฆ่าเขาอยู่แล้ว

            ไอ้เฒ่าจอร์นนั่นก็แค่หาข้ออ้างเพื่อฆ่าเขาเท่านั้น...สวะสิ้นดี

            ตกเย็นริโนชวนโคโค่ไปซื้อของใช้และเสื้อผ้าของเขา  ชวนลูกสาวแต่เห็บหัวเงินดันตามตูดมาด้วย  แม้จะไม่ชอบใจแต่เขาก็ไม่ได้พูดออกไปนอกจากสั่งให้มันขับรถ

            ส่วนซีโร่เองให้ตายเขาก็ไม่มีทางปล่อยโคโค่อยู่กับพ่อที่ยังสับสนว่าจะฆ่าหรือไม่ฆ่าลูกสาวอย่างเด็ดขาด  ผู้ชายคนนั้นรับปากว่าจะไม่ให้ใครฆ่าโคโค่แต่ไม่ได้รวมถึงตัวเองสักหน่อย

            ทางด้านโคโค่กลับคิดแบบง่ายๆ ที่สุด  ในเมื่อริโนบอกว่าถ้าจะฆ่าเธอเมื่อไหร่เขาจะบอกก่อน  ในเมื่อมีเวลาให้เตรียมตัวเธอคิดว่าเธอหนีหางจุกตูดได้ไวมากพอที่จะรักษาชีวิต

            ศูนย์การค้าชั้นนำที่ล้วงทีเงินสะพัดได้หลายหมื่นเหรียญทำให้โคโค่ตาวาว  ห้างสรรพสินค้าสำหรับไฮโซเมื่อก่อนก็เป็นแหล่งทำมาหากินเธออยู่พักหนึ่ง  หลังห่างหายไปนานวันนี้ได้กลับมาก็เหมือนได้คืนสู่เย้าจริงๆ

            สาวโกธิคโลลิต้าที่มีผ้าพันแผลเหมือนมัมมี่รุงรังกลายเป็นจุดสนใจอยู่บ้างเพราะตอนนี้ไม่ใช่ช่วงฮาโลวีน  ทว่าโคโค่กลับมองว่ามันเจ๋งดีจึงให้ชักกี้พันแผลที่ขาเพิ่มข้างหนึ่งแม้จะไม่ได้บาดเจ็บ  ส่วนอีกสองคนจุดสนใจไม่ได้อยู่ที่การแต่งตัวแต่เป็นรูปร่างหน้าตาต่างหาก  พวกเขาเดินขึ้นไปยังชั้น 5 ก่อนจะเข้าร้านเสื้อผ้าแบรนด์ดังร้านหนึ่ง

            “คุณริโน”  เจ้าของร้านสาวสวยปรี่เข้ามาต้อนรับลูกค้ากระเป๋าหนักเจ้าประจำ  และเมื่อเห็นซีโร่เธอก็ทักทายอย่างคนคุ้นเคย  “คุณซีโร่ก็มาด้วย  รู้จักกันหรือคะเนี่ย”

            ใครมันจะอยากไปรู้จักเห็บที่มาเกาะลูกสาวเขากันเล่า...ริโนสบถ

            ถ้าไม่ติดว่าเป็นพ่อตา  เขาต่อยไปนานแล้ว  ไม่เห็นอยากรู้จักสักนิด...ซีโร่เบ้ปาก

            “เหมือนกันจัง”  เสียงโคโค่ทำลายบรรยากาศกดดันแต่ก็ดูเหมือนจะสร้างความไม่พอใจให้สองหนุ่มเพิ่มขึ้นอีก

            “ใครมันจะไปอยากเหมือน”  ริโนกับซีโร่พูดออกมาพร้อมกัน

            “อ่า...เหมือนสุดๆ”  โคโค่ลูบคางพลางพยักหน้ายืนยันอีกรอบ  ไม่ใช่รูปร่างหน้าตาที่เหมือนแต่เป็นท่าทางและบรรยากาศบางอย่างต่างหาก  ขนาดเสื้อผ้ายังเป็นเจ้าประจำร้านเดียวกันเลย

            สองหนุ่มต่างคนต่างเลือกเสื้อผ้าของตนเอง  โดยเฉพาะริโนที่ต้องพิเศษหน่อยเพราะรูปร่างสูงใหญ่ล่ำสัน  แต่อย่างพวกกางเกงนอนหรือเสือยืดใส่สบายพวกเขากลับคว้าเอาตัวเดียวกันจนเกือบจะวางมวย  หลังจากได้เสือผ้าแล้วก็เป็นของใช้ส่วนตัวทั้งแปรงสีฟันแชมพูสระผม  แน่นอนเรื่องโลกแตกก็ยังคงอยู่...พวกเขาใช้แบบเดียวกันกลิ่นเดียวกัน

            “พ่อ...น่ารัก”  โคโค่ชมริโนเมื่อเขาซื้อนาฬิกาฝังเพชรสำหรับผู้หญิงให้เธอ  ได้ของก็ปากหวานขึ้นจนคนเป็นพ่อชุ่มชื่นหัวใจ  ทว่าประโยคหลังดันเหมือนน้ำเย็นๆ ที่สาดใส่หน้า  “แต่ตอนขโมยมันเร้าใจดี  พ่อให้โค่รูดเหมือนเดิมเถอะ”

            “ฮ่าๆ”  ซีโร่หัวเราะจนเจ็บท้องเพราะแบบนี้เขาถึงไม่ค่อยซื้อของให้เธอเท่าไหร่นัก  โคโค่เป็นโจรมา 200 ปี  เป็นคนบาปที่ดูเหมือนมันจะฝังลงไปในเส้นเลือดหมดแล้ว  บางทีเขาคิดว่าตอนเธอรูดสร้อยแหวนนาฬิกาใครมามือเธอไปก่อนความคิดเสียด้วยซ้ำ

            “พ่อคงไม่ใส่นาฬิกาทุกวันให้เธอขโมยหรอกนะ”  ริโนหน้าดำคล้ำ

            “ขอแค่แพงโค่ก็ขโมยหมด  อะไรก็ได้”  เธอทำสีหน้าว่าไม่เห็นจะเป็นปัญหาอะไรเลย

            “.........”  เป็นอีกครั้งที่เขาพูดไม่ออกเพราะลูกสาว  ดูเหมือนเขาจะรู้จักเธอน้อยไปจริงๆ แต่พอพยายามทำความเข้าใจเขาก็ยิ่งไม่เข้าใจ  อันที่จริงในเพื่อนๆ เธอทั้งสามคน  เขาดันเข้าใจนิสัยซีโร่ที่สุดถึงไม่อยากจะยอมรับก็เถอะ  เหมือนส่องกระจกมองเห็นตัวเองในเวอร์ชั่นหน้าตาที่แปลกไป

            กว่าจะถึงโกดังก็ดึกมากแล้ว  วันนี้อย่างไรริโนก็ต้องลำบากหน่อยเพราะยังไม่ได้กั้นห้อง  ทว่าโคโค่กลับแก้ปัญหาด้วยการให้พ่อนอนที่ห้องเธอ  ส่วนเธอกางเต็นท์นอนตรงใกล้ๆ ครัว  ส่วนซีโร่ระเห็จไปนอนบนเตียงผ่าศพของชักกี้จะได้ไม่ต้องขดบนโซฟา

            “กลับไปนอนบนห้อง”  ริโนมาตามลูกสาวที่กำลังชี้นิ้วบอกให้ซีโร่ปูผ้าห่มเยอะๆ พื้นจะได้นุ่ม

            “พ่อนอนเถอะค่ะ  โค่นอนเต็นท์บ่อย”  เธอได้นาฬิกามาสองเรือนในวันเดียวก็ต้องเอาใจพ่อเสียหน่อย  ตอนนี้เข้าขั้นลูกหมารีดไถขี้ประจบด้วยซ้ำ  เรียกพ่อได้ชินปากแทนตัวโค่อย่างนั้นโค่อย่างนี้

            “ลูกเป็นผู้หญิง”

            “อ๋อ...”  เธอพยักหน้าก่อนจะขมวดคิ้ว  เธอเข้าใจว่าตัวเองเป็นผู้หญิงแต่ก็แค่ผู้หญิงส่วนความเป็นผู้หญิงที่ริโนกำลังสื่อเธอไม่เข้าใจแม้แต่น้อย  เพราะตอนอยู่กับอาแจ็คกี้อาก็สอนให้เธอพึ่งพาตัวเอง  ยิ่งมาอยู่กับพวกระยำใจหมาเธอยิ่งห่างไกลเรื่องพวกนี้จนไม่เห็นฝุ่น

            คีแกนกับชักกี้ที่นั่งอยู่บนโต๊ะอาหารใกล้ๆ กลอกตา  อยากจะจับหัวลูกหมาบื้อนั่นโขกผนัง  พ่อเธอหมายถึงเป็นผู้หญิงมานอนแบบนี้ไม่ดีเท่าไหร่  เขาเรียกความเป็นสุภาพบุรุษและเลดี้ที่ต้องได้รับการปฏิบัติด้วยความอ่อนโยน  ทว่าพอคิดถึงตรงนี้พวกเขาก็หน้าม่อย  เพราะอันที่จริงนานๆ เข้าพวกเขาก็ลืมไปเหมือนกันว่าลูกหมาโคโค่เป็นผู้หญิง  เพราะมันทั้งปากหมา  หยาบคายและใจสกปรกไปถึงเนื้อใน

            “รู้แล้วก็ขึ้นไปนอน”  ริโนถอนหายใจ

            “แล้วทำไมโค่นอนตรงนี้ไม่ได้”

            “ก็ลูกเป็นผู้หญิงไง”

            “อ๋อ...”

            “อ๋อแล้วก็ขึ้นไปข้างบน”

            “ทำไมต้องขึ้น”  สีหน้างงงวยที่บ่งบอกว่าไม่ได้ตั้งใจกวนตีนทำให้ริโนจนปัญญา

            “พ่อเธอหมายถึง  ขึ้นไปนอนจะสบายกว่า  เขาเป็นผู้ชายนอนลำบากหน่อยก็ไม่มีปัญหา”  ซีโร่มุดออกจากเต็นท์หลังปูที่นอนเสร็จ

            “อ๋อ...เข้าใจแล้ว”  โคโค่พยักหน้ารัวๆ ก่อนจะหันไปทำปากยื่นใส่คนเป็นพ่อ  “ก็ไม่อธิบายให้เข้าใจนี่”

            “ถามจริง?”  ริโนปวดหัวจนห้องไปเปิดตู้เย็นดื่มน้ำเพื่อดับอารมณ์  ทว่าเพียงมือคว้าขวดน้ำนิ้วเขาก็แตะโดนถุงพลาสติกคุ้นตา

            “นี่มันอะไรอีก!!”  ฟินิกซ์หนุ่มแทบจะพ่นไฟอยู่แล้ว  เด็กพวกนี้อยู่กับแบบนี้หรือ

            “โอ๊ะ!  ไข่เลียมลืมไปเลย”  โคโค่ไปคว้าถุงไข่แช่เย็นมาดูว่ายังอยู่ครบสองลูกไหมจะได้เอาไปฝังแล้วปลดปล่อยวิญญาณ

            “แล้วไปเอาของเขามาทำไม  นั่นมันลูกน้องฉัน”  หาถามว่าคนที่นิ่งๆ อยู่เสมอสติหลุดเป็นยังไงก็ต้องดูริโนเป็นตัวอย่าง  ใบหน้าเขาบิดเบี้ยวปากกระตุกไม่หยุด  สีหน้าเดี๋ยวดำเดี๋ยวแดง  แถมมือไม้ยังวาดในอากาศไปมาเพราะหาคำพูดไม่ได้

            “พูดให้หมด...”  ริโนชี้หน้าหนุ่มๆ ทั้งสามคนเรียงตัวแล้วไปจบที่เด็กสาวกำลังโยนไข่เลียมกลับไปแช่ในตู้เย็นอีกครั้ง  ซึ่งมันก็ตู้เย็นเดียวกับที่เขากำลังหาน้ำดื่ม

            “พรุ่งนี้ทำอะไรกินดีน้า”  ชักกี้เคาะนิ้วกับโต๊ะ  ทำหน้าครุ่นคิดหูทวนลม

            “คิดถึงเรจิน่าจังเลยน้า  เธอจะคิดถึงฉันไหม”  คีแกนเหล่ตาไปทางประตูโรงรถอีกครั้ง  ทำใจเพ้อคะนึงหาถึงตุ๊กตายางสาวแสนรัก

            “@%&)6#%+#”  โคโค่ยืนเหม่ออยู่หน้าตู้เย็นทำปากขมุบขมิบฟังไม่รู้เรื่อง  ติดต่อคุยกับแม่ซื้ออีกครั้งอย่างออกรส

            “ฮ่าๆๆ”  ซีโร่ลงไปนอนขำอยู่กับพื้น  สีหน้าสะใจทั้งเยาะเย้ยริโนแบบไม่ปิดบัง  “อยู่อีกสักเดือนเดี๋ยวคุณก็ชิน”  ตบท้ายด้วยการปลอบใจพ่อตาอีกต่างหาก

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น