Badberry

ขอบคุณที่กดเข้ามานะคะ

Part 26 : แอร์มันเย็น

ชื่อตอน : Part 26 : แอร์มันเย็น

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 19.5k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ม.ค. 2562 12:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Part 26 : แอร์มันเย็น
แบบอักษร

“อร่อยอ่ะ...”

ภีมพลกำลังเพลิดเพลินกับอาหารหลากหลายที่ทศกัณฐ์สั่งมาเอาใจ ร่างบางทานไปดื่มน้ำไปเนื่องจากรสชาติอาหารที่จัดว่าค่อนข้างเผ็ดไปสำหรับเขา ใบหน้าหวานแดงฉ่ำมีเหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นเต็มทั้งที่อยู่ในห้องแอร์

“ไหวมั้ย?” ทศกัณฐ์หยิบทิชชู่ซับเหงื่อเบา ๆ ให้คนที่นั่งตรงข้ามที่ไม่ขัดขืนยินยอมให้ซับเหงื่อแต่โดยดี ชายหนุ่มพาภีมพลมาทานอาหารใต้ย่านทองหล่อ สำหรับคนอื่นรสชาติอาหารอาจจะไม่เผ็ดมาก แต่สำหรับภีมพลแล้วถือว่าค่อนข้างเผ็ดมากทีเดียว

“อืม...ไหว ๆ...” มือบาง ๆ ยกขึ้นมาโบกไล่ความเผ็ดรัว ๆ แต่ก็ยังไม่ยอมวางช้อน ไม่นานนักอาหารตรงหน้าของเขาก็ทยอยหมดไปทีละอย่างไม่ว่าจะเป็น สะตอผัดกะปิกุ้งสด แกงเหลือง แกงไตปลา ข้าวยำ ปลากรายทอดขมิ้น...

“กินขนาดนี้เอาไปเก็บไหนหมด ตัวก็แค่นี้” ภีมพลถึงตัวจะสูงแต่ดูบอบบางสมส่วนจากการเล่นกีฬา ต่างกับเขาที่ดูสูงใหญ่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่แข็งแรง

“เรื่องของผม” ร่างบางมองหางตาในมือก็ยกแก้วน้ำขึ้นดื่มแก้เผ็ด

..........

“อิ่มมั้ย?” ทศกัณฐ์ถามภีมพลที่นั่งลงข้าง ๆ คาดเข็มขัดนิรภัย

“อิ่มมากเลยพี่ ถึงจะเผ็ดแต่โคตรอร่อยเลย” ภีมพลส่งยิ้มตาหยีให้คนตัวใหญ่ที่มองอย่างพอใจ

“คราวหน้าจะพาไปร้านอาหารเหนือนะ รสชาติไม่เผ็ดนายน่าจะชอบ”

“จริงหรอ...” ร่างบางแสดงอาการดีใจจนออกนอกหน้า พอรู้ตัวเขารีบดึงหน้ากลับทันที “ไม่ต้องหรอก ผมมากินไอ้วินก็ได้”

พอได้ยินชื่อธาวินคนตัวสูงก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันทีแต่ก็ไม่พูดอะไรปล่อยให้คนข้างๆ พูดต่อไปอยู่ฝ่ายเดียว

“เอ๊ะ! พี่ทศ นี่ไม่ใช่ทางกลับบ้านผมนะ” ภีมพลร้องขึ้นเมื่อทศกัณฐ์ขับรถออกนอกเส้นทาง

“ใครบอกว่าจะไปส่งที่บ้านละ” ทศกัณฐ์หันไปส่งยิ้มร้ายให้คนข้างๆ

“แล้วพี่จะพาผมไปไหน?!” ภีมพลเริ่มระแวงยักษ์ร้ายคนนี้ขึ้นมายิ่งรอยยิ้มแบบนี้ทำเขาขนลุกทุกที

“คอนโด”

“ไม่ได้นะพี่! ผมไม่ได้บอกที่บ้านไว้ วันนี้แม่ผมอยู่บ้านด้วย” ร่างบางพยายามหาข้ออ้าง

“โตป่านนี้แล้วยังติดแม่อยู่อีก” คนตัวสูงแกล้งพูดยั่วโมโหอีกฝ่ายที่ชอบทำตัวเป็นผู้ใหญ่ แต่นิสัยจริงๆ ยิ่งกว่าเด็กซ่ะอีก

“ใครติดแม่! ผมโตแล้วจะทำอะไรก็ได้ จะไปไหนก็ขับรถไปเลย ชิส์” ภีมพลวางท่าเป็นผู้ใหญ่โดยไม่รู้ตัวว่ากำลังตกหลุมพรางของทศกัณฐ์ แค่ไม่กลับบ้านเขาทำออกบ่อยไป ร่างบางพูดกับตัวเอง

..........

คอนโด :

ภีมพลทำหน้าตึงเดินตามคนตัวสูงเข้าไปในห้องด้วยความไม่เต็มใจแต่เขาจะยอมเสียหน้าที่โดนกล่าวหาว่ากลัวแม่ไม่ได้เด็ดขาด

“ทำไมผมต้องมาค้างที่คอนโดพี่ทศด้วย” ภีมพลรู้สึกถึงอันตรายบางอย่างเมื่ออยู่ใกล้กับทศกัณฐ์

“ที่นี่ใกล้กับบริษัทนายจะได้ไม่ไปสายไง” ใบหน้าหล่อสำอางยื่นมาพูดใกล้ๆ คนหน้าหวานที่ผลักตัวเขาออกให้พ้นทางก่อนเดินหนีไปนั่งบนโซฟารับแขก

“พูดเฉยๆ ก็พอไม่ต้องยื่นหน้าเข้ามาใกล้หรอก คิดว่าหล่อนักรึไง” ภีมพลหยิบรีโมททีวีขึ้นมากดเปิด เขากดเปลี่ยนช่องไปเรื่อยจนคนตัวสูงเดินมานั่งข้างๆ ต้องสั่งให้เขาหยุด

“นายจะดูอะไรก็เลือกซักช่องสิ เปลี่ยนไปมาเดี๋ยวทีวีก็พังหรอก” ฝ่ามือใหญ่ดึงรีโมทออกจากมือเด็กซนก่อนไล่ไปอาบน้ำ “นายไปอาบน้ำได้แล้วจะได้รีบนอนพรุ่งนี้จะได้ไม่ตื่นสาย” ดวงตาเฉียบคมจ้องไปที่ร่างบางที่ทำท่าไม่สนใจที่เขาพูด

“หรือจะให้พี่อาบให้” เขาพูดพร้อมกับสอดมือเข้าไปใต้ชุดกีฬาเว้าแขนลึกเพื่อดึงเสื้อตัวโคร่งออก “ไม่ต้อง!” ร่างบางถึงกับเด้งตัวขึ้นโดยอัตโนมัติ

“ผมอาบเองได้” ร่างบางกระโดดลงจากโซฟาวิ่งเข้าห้องน้ำล็อกประตูกันคนตามเข้ามาทันที

ภีมพลสอดตัวเองเข้าไปในผ้านวมผืนใหญ่หลังจากอาบน้ำอุ่นๆ มาเรียบร้อยแล้ว เสื้อผ้าที่ทศกัณฐ์เตรียมไว้ให้เขาใส่ได้พอดีตัวเหมือนคนที่จัดให้จะรู้สัดส่วนของเขาไปซ่ะหมด มือเล็กๆ เอื้อมไปหยิบรีโมทแอร์บนโต๊ะข้างหัวเตียง เขากดลดอุณหภูมิลงเรื่อยๆ จนในห้องเย็นเฉียบราวกับห้องแช่แข็งเพื่อแกล้งคนที่ตามเข้ามาทีหลัง

“จะเอาให้หนาวตายเลยคอยดู” ร่างบาง ๆ ดึงผ้านวมผืนใหญ่มาห่อตัวนอนทับไว้แน่นกันคนตัวสูงมาดึงออก

“เปิดแอร์ขนาดนี้ไม่กลัวเป็นหวัดหรือไง” คนตัวสูงที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จเดินตามเข้ามาในห้องนอนพูดทักขึ้น เขาเดินถอดเสื้ออย่างไม่มีอาการสะทกสะท้านใด ๆ เหมือนอุณหภูมิในห้องสูงซัก 40 องศา

“แม่งไม่หนาวบ้างหรือไงวะ หนังหนาชะมัด” ร่างบางบ่นพึมพำอยู่ในม้วนผ้าห่ม

ร่างกายกำยำสัมผัสได้ถึงความเย็นที่คนที่อยู่บนเตียงเปิดไว้ “เอารีโมทแอร์มา” เขาสั่งร่างบางที่นอนห่อตัวอยู่บนเตียงไม่ใช่เพราะห่วงตัวเอง แต่กลัวเด็กซนจะไม่สบายแทน

“รีโมทอะไร? ไม่เห็นมีนี่” ภีมพลทำท่าไม่รู้ไม่ชี้ “ฮ้าววว...ผมง่วงแล้ว ขอนอนก่อนละกัน” เขาม้วนตัวกลิ้งกับผ้านวมไปอีกฝั่งแกล้งทำเป็นนอนหลับ

พรึ่บ!!

แสงไฟในห้องดับลง ภีมพลหรี่ตาแอบมองทศกัณฐ์ที่สวมเสื้อยือตัวบางเดินไปปิดไฟก่อนเดินกลับมาที่เตียงทิ้งตัวลงข้างๆ ร่างบางที่กระชับผ้านวมไว้แน่น

ฟุบบ...!!

“เฮ้ยยย...ๆๆ พี่ทศทำอะไรวะ?!” ทศกัณฐ์จับขอบผ้านวมออกแรงกระชากสะบัดอย่างแรงจนร่างบางกลิ้งหลุนๆ ออกจากผ้านวมจนแทบจะตกเตียง

“มานอนได้แล้ว” เขาสั่งภีมพลที่มีท่าทีระแวงค่อยๆ ทิ้งตัวลงนอนข้างๆ คนตัวใหญ่ดึงผ้านวมผืนใหญ่มาห่มไว้ อากาศที่เย็นจัดภายในห้องทำร่างบางหนาวสะท้านขึ้นมาจนต้องนอนขดตัวเป็นกุ้ง

“อย่าเบียดได้มั้ย!” ภีมพลบอกกับคนตัวใหญ่ที่โอบเขาจากทางด้านหลัง

“ก็มันหนาวนี่” ทศกัณฐ์ซุกคางเกยที่บ่าบางดึงคนตัวเล็กกว่าเข้ามาแนบอก ไอร้อนจากอกแกร่งทำให้ร่างบางรู้สึกอุ่นขึ้นมา รู้อย่างนี้เขาคืนรีโมทแอร์แต่แรกก็ดี

“อืมม...อย่าจับ” ร่างบางพยายามแกะฝ่ามือใหญ่ที่มาป้วนเปี้ยนอยู่บนหน้าอกแบนราบลูบไล้สัมผัสผิวเนียนนุ่มไปมา “บอกว่าอย่า...มันจั๊กจี้” เสียงกระเส่าที่ร้องห้ามกลับฟังดูยั่วยวนมากกว่าจะสั่งให้หยุด อ๊าา... เสียงร้องด้วยความเสียวลอดมาจากริมฝีปากบางเมื่อปลายนิ้วเรียวบีบขยี้ไปที่เม็ดทับทิมสีแดงสด เขี่ยคลึงไปมาจนชูชันขึ้นท้าทาย

“บอกว่าอย่าไงวะ!!” ภีมพลหันมาตวาดเสียงสั่นเพราะความเย็นจากแอร์ที่เขาเปิดไว้ ใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยความอาย

“พี่อยากเลียให้ภีม” คนตัวสูงกระซิบเสียงแหบพร่าข้างๆ ใบหูนิ่ม

“ไม่นะ!”

คนข้างๆ ไม่ฟังเสียงร้องห้ามเขาพลิกตัวขึ้นมาคร่อมร่างบางดึงเสื้อยืดผ้าเนื้อดีขนาดพอดีตัวออกจากร่างบางจับสองแขนเล็กตรึงไว้กับหมอนใบใหญ่ ผิวขาวเนียนสัมผัสได้ถึงความหนาวเย็นของเครื่องปรับอากาศจนร่างบางสะท้านขึ้นมาอีกครั้ง

“อ๊าาา...” ด้วยความเป็นคนที่รู้สึกไว เพียงแค่ปลายลิ้นหนาตวัดเลียผ่านยอดอกร่างบางถึงกับแอ่นรับขึ้นทันทีราวกับมีกระแสไฟอ่อนๆ วิ่งผ่านไป อืมม... ร่างบางเม้มริมฝีปากสวยไว้แน่น ลมหายใจกระเส่าจนอกบางกระเพื่อมไปตามจังหวะการหายใจเมื่อริมฝีปากอวบอิ่มครอบลงไปที่เม็ดทับทิมสีสวย ปลายลิ้นหนาดูดดึงหยอกล้อกับยอดอกที่ชูชัน

“อืมม...อ๊ะ...ยะ..อย่า!” ร่างบางร้องห้ามอย่างคนหมดแรงลมหายใจหอบกระชั้นถี่ขึ้นเรื่อยๆ ปลายลิ้นหนากดเลียผ่านกลางอกกดลากลงมาถึงกลางแอ่งสะดือบุ๋ม ร่างบางสะดุ้งเฮือก! เอวบางแอ่นขึ้นรับกับปลายลิ้น ความรู้สึกเสียววูบวาบในท้องน้อยกระตุ้นให้เขาอยากปลดปล่อยบางอย่างออกมา

“พะ..พี่ทศอย่า..ผมเสียว...”

สองมือบางขยุ้มกลุ่มผมดำที่มายุกยิกอยู่ที่หน้าท้องแบนราบเพื่อระบายอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่าน หน้าอกที่ขาวซีดเริ่มเป็นสีแดงระเรื่อมแผ่กระจายมากขึ้นทั้งที่อุณหภูมิในห้องแทบติดลบ แต่ร่างกายของทั้งคู่กลับร้อนรุ่มขึ้นเรื่อยๆ

ฝ่ามือใหญ่เคลื่อนมาป้วนเปี้ยนอยู่ที่บั้นท้ายอ่อนนุ่ม คนตัวใหญ่บีบคลึงก้อนกลม ๆ ราวกับจะให้แหลกคามือ เสียงหวาน ๆ ของภีมพลร้องอย่างทรมานแต่สีหน้าดูสุขสมอย่างขัดแย้งกัน

ชั่ววูบนั้นภาพความทรงจำที่ร่างบางพยายามจะลืมเริ่มปรากฏขึ้นมาในหัวเขาอย่างไม่ต่อเนื่องอีกครั้ง เขาพยายามสลัดภาพนั้นออกจากหัว แต่สัมผัสของคนตัวสูงกลับค่อยๆ ปลุกมันขึ้นมาเรื่อยๆ จนเขาเริ่มกลัว

“ไม่!! ปล่อยผม”

“ภีม...นายเป็นอะไรไป”

ภีมพลรวบรวมแรงที่มีดันคนข้างบนออก เขาพลิกตัวหันหน้าลงซุกกับหมอนร่างบางสั่นระริกไม่ใช่เพราะความเย็นของเครื่องปรับอากาศ ทศกัณฐ์แปลกใจกับอาการของภีมพล ทุกครั้งที่ร่างบางเรื่มมีความต้องการเขาจะมีปฏิกิริยาต่อต้านบางอย่าง เหมือนกำลังสับสนไม่ยอมรับบางสิ่งที่ซ่อนอยู่ในตัวเขา

ปิ๊ด!

ทศกัณฐ์หยิบรีโมทแอร์ที่ภีมพลซ่อนไว้ใต้หมอนขึ้นมาปรับอุณหภูมิในห้องให้พอเหมาะ ดึงผ้านวมผืนใหญ่ขึ้นมาห่มให้ร่างบาง ทิ้งตัวนอนข้างๆ สองมือดึงร่างบางมากอดจนแผ่นหลังแนบเข้ากับอกแกร่ง

“พี่ทศ...ขอโทษนะ..ผมไม่ได้มีรสนิยมเหมือนพี่” ภีมพลพึมพำเบาๆ ในอ้อมกอดแข็งแรง เขาไม่ได้รังเกียจคนตัวสูง ตรงข้ามกลับรู้สึกดีด้วยซ้ำ แต่เขาเป็นผู้ชายนะ ก็ต้องชอบผู้หญิงสิ ภีมพลย้ำบอกกับตัวเองแบบนั้นซ้ำไปซ้ำมา ทั้งที่ในความเป็นจริงเขาไม่เคยชอบผู้หญิงคนไหนเท่าทศกัณฐ์เลยสักคน กลับรู้สึกรำคาญด้วยซ้ำไป

“พี่ไม่ทำอะไรแล้ว...นายนอนเถอะ” คนตัวสูงบอกกับภีมพล เขาได้ยินที่ร่างบางพูดแต่เขาเลือกที่จะทำเป็นไม่สนใจ..เพราะภีมพลยังไม่ยอมรับความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเอง

..........

บมจ. บิ๊กเนเชอร์ :

“คุณใจเย็นๆ ก่อนนะครับ” เสียงตะวันกำลังห้ามใครบางคนที่เดินโวยวายเสียงดังมาที่ห้องของประธานบริษัท

“ไอ้ยักษ์!! ออกมาเดี๋ยวนี้นะ...แกส่งใครมาทำลายแผนกชั้นวะ?!” ช่วงบ่ายของการเริ่มงานวันแรกของเหล่านักศึกษาฝึกงาน คนตัวเล็กหน้าสวยเดินโวยวายขึ้นมาชั้นบนสุดของอาคาร

ปัง!!

เฮือก...ภีมพลที่มาส่งเอกสารมาให้ทศกัณฐ์ถึงกับสะดุ้งขึ้นกับเสียงผลักประตูเข้าไปอย่างแรงยกเว้นร่างสูงสง่าที่นั่งอย่างองอาจอยู่ในห้อง เขาส่งสายตาเฉียบคมมองคนที่เข้ามาอย่างไม่พอใจทันที

“ไอ้ทศ! แกส่งคนไปฝึกงานหรือส่งไปทำลายแผนกชั้นวะ” คนผลักประตูเข้าไปตะโกนถามคนในห้องที่จ้องเขาอยู่

ร่างสูงสง่าลุกจากเก้าอี้ตัวใหญ่ดันร่างบางให้หลบไปด้านหลังก่อนยืนเผชิญหน้ากับแทนไทที่เหลือบไปมองภีมพลแวบหนึ่ง

“ขอโทษครับคุณทศ ผมห้ามคุณแทนแล้วแต่...” ตะวันบอกกับทศกันฐ์ที่ยกมือขึ้นบอกกับเลขาหนุ่มว่าไม่มีอะไรอะไรที่ต้องกังวล

“แกรู้มั้ยว่าไอ้เด็กฝึกงานที่แกส่งไปมันทำอะไรบ้าง แค่ช่วงเช้าแผนกชั้นก็เละเทะไปหมด” แทนไทบ่นอย่างหัวเสีย

“แล้วไง”

“แล้วไงหรอ?! แกยังกล้ามาถามอีกหรอ..แกรู้มั้ยว่าแค่ช่วงเช้ามันป่วนแผนกฉันแค่ไหน” คนตัวเล็กพูดถึงเด็กฝึกงานของแผนกตัวเองที่ทศกัณฐ์ส่งไป

“แค่เด็กฝึกงานคนเดียวพี่แทนยังจัดการไม่ได้หรือครับ นี่หรอแผนกซัพพอร์ทที่แกร่งที่สุดในบริษัท”

“แก!!” แทนไทเดินเข้าหาทศกัณฐ์อย่างหาเรื่อง

“คุณแทนไทกรุณาออกไปก่อนนะครับ รอให้คุณอารมณ์เย็นกว่านี้แล้วค่อยคุยดีกว่านะครับ” ตะวันเดินเข้ามาขวางหน้าคนตัวเล็กไว้ไม่ให้เข้าถึงตัวทศกัณฐ์ ภีมพลที่ยืนอยู่ข้างหลังถึงกับมองอย่างแปลกใจในตัวเลขาหนุ่ม

“ตะวัน คุณไม่เกี่ยวหลบไป!” แทนไทออกปากไล่เลขาหนุ่มที่ยืนปกป้องเจ้านายตัวเอง ทั้งที่เขาแค่ต่อว่ายักษ์ร้ายเท่านั้น

“ไม่หลีกครับ ถ้าคุณแทนไม่ยอมคุยดีๆ” ตะวันยืนนิ่งต่อหน้าแทนไท

“เฮอะ!!” คนตัวเล็กสะบัดหน้าอย่างไม่พอใจ เขาเหลือบไปมองภีมพลอีกครั้งหนึ่ง...

“ชั้นขอเปลี่ยนตัวเด็กฝึกงานเป็นคนนั้น” เขาชี้ไปที่ร่างบางที่ยืนอยู่หลังคนตัวใหญ่

“ไม่ได้” ทศกัณฐ์ตอบเสียงแข็ง ดวงตาฉายแววความไม่พอใจออกมาทันที



::::::::::

ความคิดเห็น