บ่ายสอง
facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 26 ริโน...โคโค่

ชื่อตอน : ตอนที่ 26 ริโน...โคโค่

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.3k

ความคิดเห็น : 46

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ม.ค. 2562 06:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 26 ริโน...โคโค่
แบบอักษร

เดี๋ยวแบ่งเป็น 2 ตอนนะคะเพราะ 20 กว่าหน้า  ตอนแรกคิดว่าเกือบ 20 แต่ลามไปเรื่อย 555  เวลารีไรท์จะได้ง่าย  แถมแบ่งโทนเนื้อหาในตอนนั้นๆ (มาช่วงบ่ายนะคะ  เหลือตรวจคำผิด  ตอนนี้ขอไปนอนก่อน)

“เธอเป็นใครกันแน่”  คำถามของริโนทำให้ทุกคนหลังเย็นวาบ  ขนาดโคโค่ที่เจ็บแผลแปลบๆ ยังหายเจ็บขึ้นทันตา

ปีศาจและเทพน้อยทั้งสี่กลอกตาทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ไปคนละทิศคนละทาง  มีพิรุธขนาดที่ริโนยังอยากสบถ

“ว่าไง?”  ริโนถามย้ำเสียงเข้ม  มือหนากำๆ คลายๆ ดังกรอบแกรบ

“เจ็บจังเลย...ลาก่อนสหาย”  โคโค่ทำหน้าบิดเบี้ยวว่าเจ็บปางตายก่อนจะชิงแกล้งสลบหนี

“งั้นก็ไป”  ริโนก้มลงแล้วอุ้มโคโค่ออกมาจากอกซีโร่  ไม่รู้เพราะอะไรตอนนี้เขารู้สึกขัดหูขัดตาเจ้าหนุ่มนี่เสียแล้ว

“ไปไหน”  โจรสาวถามอย่างลืมตัวตอนนี้เธอหวาดผวาไปหมด  แถมยังวิงเวียนหน้ามืดเพราะเลือดยังไหลไม่หยุด

“บ้านฉันมีหมอ”

“ผมก็เป็นหมอครับ”  ชักกี้สวมหัวกลายเป็นหมอกีกี้อีกครั้ง

“ไปขับรถ”  ริโนไม่สน  เขาใช้ร่างสูงใหญ่เกือบสองเมตรแทรกแหวกทางแล้วขึ้นรถชักกี้ที่ติดเครื่องทิ้งไว้หน้าตาเฉย  “เลือกเอา  ว่าจะไปบ้านฉันหรือบ้านเด็กคนนี้”

ด้วยสมองเร็วจี้ของคีแกนเขาจึงตัดสินใจให้ชักกี้ขับรถกลับไปโกดังด้วยเหตุผลหลายข้อ  ข้อแรกคือหากไปบ้านริโนเข้าถิ่นนกไฟแบบนั้นโคโค่ก้าวผิดไปก้าวได้ตายอย่างไม่ต้องสงสัย  สองคือโกดังของพวกเขามีระเบิดฝังไว้ใต้ดินและทางหนีพร้อมอยู่แล้ว  ด้วยเมื่อเกือบ 70 ปีก่อนเขากับโคโค่ร่วมงานกันได้ 30 ปีก็มีเงินเก็บมากมาย  เขาจึงตะเวนหาซื้อแหล่งกบดานไว้ 3 ที่  ทุกๆ ที่ฝังระเบิดเอาไว้ทั้งหมด  แหล่งไหนไม่ปลอดภัยเขาจะระเบิดทำลายทิ้งแล้วค่อยหนีไปยังแหล่งกบดานที่สองก็ยังไม่สาย

บรรยากาศในรถที่กำลังวิ่งด้วยความเร็วสูงแสนกดดันซีโร่นั่งมองหญิงสาวที่หน้าซีดอย่างสงสาร  ตอนนี้ไม่รู้เพราะแผลถูกยิงหรือเพราะพ่อที่นั่งอยู่ข้างๆ กันแน่  เธอถูกเขาและริโนประกบซ้ายขวาอย่างไม่มีทางเลือก  เขาเหลือบมองฟินิกซ์หนุ่มที่บึกบึนล่ำสันตัวอย่างกับยักษ์อย่างข้องใจว่าตกลงรู้หรือไม่รู้ว่าโคโค่เป็นใคร

“แผลคุณ”  ซีโร่ยื่นผ้าสะอาดในรถให้ริโน  เขาไม่ได้ห่วงอะไรพ่อตานักแต่หากอนาคตเผื่อพ่อลูกผูกสัมพันธ์เขาจะได้ไม่มีปัญหาพ่อตากับลูกเขย

ริโนรับผ้ามาอุดแผลที่แขนสีหน้ายังเย็นเยียบไม่ได้ดีขึ้นเลยสักนิดเพราะตอนนี้เขากำลังสับสน  แต่รอให้เด็กคนนี้รักษาตัวเสียก่อนหรือนอกจากว่าเขาจะฆ่าเธอซะ  เพราะนั่นคงได้รู้แน่ว่าเธอใช่หรือไม่ใช่ฟินิกซ์

ทั้งๆ ที่เป็นเพียงความคิดแต่มือเขากลับเคลื่อนไปที่คอเล็กๆ นั่นแล้ว  มันทั้งบอบบางดูแตกหักง่ายหากเขาสะกิดเพียงนิดเดียว

“อย่าได้แม้แต่จะคิด”  ซีโร่คว้าข้อมือริโนแล้วบีบแน่นโดยมีคีแกนที่นั่งอยู่ตอนหน้าหันปืนไรเฟิลจ่ออยู่ที่ข้างขมับ

“ถ้าขยับนิดเดียวผมฆ่าคุณแน่”  ซีโร่พูดซ้ำดวงตาแข็งกร้าวว่าเอาจริง  ถ้าโคโค่ไม่อยากตายไม่อยากเผาไหม้ตัวเองใครก็ไม่มีสิทธิ์ยุ่ง  แม้โคโค่ไม่พูดแต่เขารู้ดีว่าเธอกลัวตายขนาดไหน  วัยเด็กที่แม้จะจำไม่ได้แต่มันกลับฝังลึกให้เธอหวาดระแวง

“เอามือคุณลงซะ  สาบานเลยว่าผมมีเป็นร้อยวิธีที่จะละลายกระดูกคุณจนไม่เหลือซาก”  ชักกี้พูดนิ่งๆ ตามองไปยังถนนที่กำลังเข้าสู่เขตทะเลทราย

3 ชั่วโมงจากเขตสีทองสู่เมืองคนบาปโคโค่ที่ตาหรี่ปรือมองไม่ชัดนักว่าทุกคนกำลังทำอะไร  แต่เธอรู้อย่างหนึ่งว่าเพื่อนๆ กำลังปกป้องเธอ  เธอวางใจมากพอที่จะเอนหัวแล้วซบอกซีโร่ก่อนหลับไป

ซีโร่โอบไหล่เล็กแล้วดึงหญิงสาวเข้าหาตัว  มองลมหายใจผะแผ่วนั่นอย่างไม่ไว้ใจเขาจึงกอดเธอแน่นขึ้นอีกเพราะริโนที่นั่งอยู่ข้างๆ ยังคงมองโคโค่อย่างไม่วางตา

โกดังเก่าซอมซ่อหลังคาเปิดพะเยิบๆ ตามแรงลมและทะเลทรายแห้งแล้งร้อนระอุ  รั้วลวดหนามเก่าจนไม่น่าเรียกรั้ว  รอบๆ เต็มไปด้วยของใช้สนิมเขรอะผุพัง  ทุกสิ่งตรงหน้าทำให้ริโนไม่อยากจะเชื่อสายตา  ปกติแล้วเผ่าฟินิกซ์ของเขาร่ำรวยหรูหราแต่เต็มไปด้วยคนเจ้ายศเจ้าอย่าง  ตอนเขามาอยู่ในโลกมนุษย์เขาก็ยังร่ำรวยอยู่บ้านหลังใหญ่โต  การมาเจออะไรแบบนี้จึงเหมือนเป็นเรื่องเกินจะรับอยู่นิดหน่อย  เพราะเด็กสาวที่เขาเชื่อไปแล้วเกินครึ่งว่าเป็นลูกสาวใช้ชีวิตอยู่ในสถานที่แบบนี้...เป็นโจรแล้วไส้แห้งขนาดนี้เชียวหรือ

แต่ทว่าหลังประตูโกดังเปิดก็ทำให้เขาชะงักถึงจะพูดไม่ได้เต็มปากว่าบ้านแต่ข้างในมันก็ยังพอรับได้กว่าด้านนอกเป็นไหนๆ โดยเฉพาะโซฟาสีทองตัวนั้นดูมีรสนิยมที่สุด

โคโค่ถูกซีโร่อุ้มขึ้นไปยังชั้นสองที่มีเพียงห้องนอนและห้องน้ำอันเป็นพื้นที่ส่วนตัวของเธอ  ชักกี้วิ่งลงไปเอาอุปกรณ์ชั้นใต้ดินแล้วตามขึ้นไปตรวจเช็คพร้อมทำแผลเท่าที่เครื่องมือจะอำนวย

“โชคดีเป็นบ้า”  หมอกำมะลอกีกี้หัวเราะเมื่อกระสุนเพียงทะลุแต่ไม่โดนอวัยวะภายใน  ดังนั้นช่วงนี้ลูกหมาโคโค่เพียงขยับแขนซ้ายลำบากหน่อยก็เท่านั้นเพราะเรื่องอื่นๆ เขาเก่งหมด  เย็บแผลอย่างเนี๊ยบ ทำความสะอาดแผลยิ่งกว่ามือโปรฯ  ยกเว้นการพันแผลไว้เรื่องเดียว 

สุดท้ายโคโค่ที่ไม่ได้บาดเจ็บหนักอะไรก็ดูเหมือนเจ็บหนักเพราะชักกี้เล่นพันแผลเพื่อนสาวเหมือนพันมัมมี่ที่เขาเคยทดลองทำ

ริโนที่คุยโทรศัพท์อยู่ชั้นล่างตาก็เหลือบมองบันไดเล็กเป็นระยะ  เขากำลังสั่งให้ลูกน้องไปเก็บกวาดลานจอดรถของร้านอาหารพร้อมข่มขู่ว่าเคานต์จอร์นคงรวยจนสมองฝ่อถึงได้อยากตายไว้นัก

“เอ่อ...มีอีกเรื่องครับท่าน”  ปลายเสียงส่งเสียงกลับมาอย่างสยองๆ

“อะไร”

“เลียมโดนตัด...ตัด...ตัดอัณฑะไปทั้งยวงเลยครับ  ถามก็ไม่ยอมบอกว่าใครทำ”

“ให้เงินมันไปก้อนหนึ่ง  ดูแลมะ...”  ริโนกำลังพูดต่อตาก็เหลือบไปเห็นถุงซิปล็อกที่มีเลือดเขรอะวางอยู่บนพื้นข้างโซฟา  “เก็บมันซะ”

“อะไรนะครับ”  ลูกน้องปลายสายถามอย่างตกใจ

“ฆ่ามัน”  ริโนย้ำ  “เงียบๆ ด้วย”

คีแกนที่เดินมาเก็บถุงไข่เพื่อเอาไปแช่เย็นได้ยินคำสั่งของริโนก็ให้แปลกใจ  ทว่าเขาก็ไม่ได้ถามเพราะเขาไม่รู้เจตนาของริโน  ผู้ชายคนนี้อ่านยากพอๆ กับสีหน้าที่ไม่แสดงอารมณ์  เขาอาจฆ่าเลียมปิดปากเพื่อช่วยโคโค่หรืออาจฆ่าเพื่อตัดปัญหาก็แล้วแต่  พวกเขาเอาแค่ไข่อย่างอื่นไม่สนอยู่แล้ว

“คุณลงไปห้องใต้ดินกับผม  กระสุนที่แขนต้องผ่าออก”  ชักกี้เดินถืออุปกรณ์ลงมาจากห้องโคโค่บอกริโน

“ตรงนี้ได้เลย”  ริโนนั่งลงบนโซฟาสีทองท่าทีเหมือนเป็นเจ้าบ้านไม่มีผิด  “แล้วเด็กคนนั้นเป็นยังไงบ้าง”

“เธอชื่อโคโค่  ถ้าคุณจะกรุณาก็เรียกชื่อเธอเถอะ”  ซีโร่ตอบเสียเองเมื่อลงมาแล้วได้ยินพอดี  ตอนนี้เขาไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น  โดยเฉพาะเจ้านกยักษ์นี่ที่บังอาจคิดฆ่าผู้หญิงของเขา...พ่อตาแล้วไง  ต่อยได้เหมือนกัน

            “แล้วโคโค่เป็นยังไงบ้าง”  ริโนถามใหม่น้ำเสียงติดจะไม่พอใจเจ้าหนุ่มหัวเงิน  อันที่จริงเขารู้สึกเหม็นหน้ามันมาสักพักแล้ว

            “ไม่ตายแน่ถ้าคุณไม่คิดฆ่า”  ซีโร่แสยะยิ้ม

            “หึ...”  ริโนเองก็ไม่แก้ตัวเพราะเขาคิดจริงๆ

            ชักกี้มองสายตาฟาดฟันแล่นแปล๊บของพ่อตากับลูกเขยอย่างอึ้งๆ ดูเหมือนริโนจะไปล้ำเส้นซีโร่เข้าให้แล้ว  เขาส่ายหน้าก่อนจะห้ามศึกเพราะเตรียมลงมีดผ่าเอากระสุนที่ต้นแขนนกไฟออก 

“บอกไว้ก่อนเลยนะ  ผมเคยแต่ผ่าศพ”  เป็นอีกครั้งที่ชักกี้ต้องบอกคนไข้ล่วงหน้า เพราะปกติคนไข้ของเขามีแต่ศพ  ผิดพลาดก็โวยวายใส่เขาไม่ได้

“รีบๆ ทำเถอะ”  ริโนขบกรามยามมีดคมๆ กรีดเปิดปากแผล  ไม่รู้หมอเถื่อนนี่จงใจหรือไม่เพราะยาชาดันไม่มี  ถึงแบบนั้นเขาก็ไม่ได้ร้องโวยวายอะไรจนกระทั่งตอนปิดด้วยผ้าพันแผลนี่แหละที่ต้องพูดออกมาสักหน่อย

“แน่ใจนะ”  เขามองต้นแขนซ้ายที่ถูกพันด้วยผ้าหนาเตอะ  อันที่จริงดูเหมือนมันจะหนุนนอนแทนหมอนได้ด้วยซ้ำ

“จะ...จะได้ไม่เปียกน้ำ”  ชักกี้ตอบอ่อมแอ้มโหนกแก้มเขาขึ้นสีเล็กน้อย

“ขอบใจ”

“ครับ”  ขนาดขอบใจยังดูเท่ไม่หยอก  เจ็บขนาดนี้ยังมีมาด  ต่างจากคนลูกลิบลับลูกหมานั่นแค่เดินตรงทาง  กินข้าวไม่เลอะนอกชามก็ดีเหลือแหล่แล้ว

“ถ้าจะกลับก็เอารถผมไปก่อนได้”  หลังแขวะลูกสาวเขาในใจชักกี้ก็ให้ริโนยืมรถ

“พอฉันกลับที่นี่คงไม่เหลือใช่ไหม”  ฟินิกซ์หนุ่มส่งเสียงเย้ยหยัน  “คิดจะพาลูกสาวฉันไปไหน”

“เธอไม่ใช่ลูกคุณ”  ซีโร่พิงสะโพกกับราวบันไดกึ่งขวางทางกรายๆ  โดยมีคีแกนเดินตามมาสมทบ

“ลองไหมล่ะ  ให้ฉันฆ่าเด็กนั่นถ้าเธอตายฉันจะยอมขายวิญญาณดึงชีวิตเธอกลับมา”  ริโนกระตุกยิ้มกวาดตามองเด็กหนุ่มทั้งสามอย่างท้าทาย  “แต่ฉันเดาว่าถึงฆ่าไป  เด็กนั่นก็เกิดจากกองขี้เถ้าได้”

“เธอชื่อโคโค่ถ้าคุณยังไม่ลืม  จำใส่หัวแล้วไปจากที่นี่ซะ”  ซีโร่ปรี่ไปกระชากคอเสื้อริโน่อย่างโมโห  คำก็เด็กนั่นสองคำก็เด็กนั่น  ขนาดมั่นใจว่าเป็นลูกจะเรียกชื่อทียังต้องให้เตือนสติ

“หึ...ขนาดนี้คงไม่ต้องเดาแล้วมั้ง”  ริโนปัดมือหนุ่มผมเงินออกแล้วนั่งไขว้ห้างบนโซฟาที่หรูที่สุด...ใครนะช่างซื้อตาถึงดีจริง

“แค่ต่างคนต่างอยู่  ทำไมถึงต้องยุ่งยากนัก”  คีแกนที่นั่งเงียบอยู่ไม่ไกลเอ่ยถาม  แววตาง่วงเหงาถูกแทนที่ด้วยดวงตาของผู้ทรงปัญญา  “ฟินิกซ์มักถือว่าตัวเองเก่าแก่ฉลาดเฉลียว  แต่ที่จริงก็พวกดักดานคร่ำครึ  อดีตกว่า 5000 ปีไม่สอนพวกเจ้าเฒ่าหัวเหม็นนั่นหรือไง  เผ่าไม่มีตัวเมียรู้ไหมว่าทำไม”

ริโนหรี่ตาทั้งๆ ที่เห็นด้วยกับชายหนุ่มหัวยุ่งนี่แต่ก็มีบางส่วนที่ไม่พอใจ  อาจด้วยว่าตัวเขาเองก็เป็นฟินิกซ์  เลือดฟินิกซ์ที่แม้จะหัวขบถต่อต้านแนวคิดบางอย่างแต่ก็ยังถือตนเป็นศักดิ์ศรี  เรื่องของฟินิกซ์ก็ควรให้ฟินิกซ์จัดการกันเอง

“ที่เผ่าของคุณไม่มีตัวเมียก็เพราะ...ไม่มีน้ำยาไงเล่า”  รอยยิ้มชั่วร้ายผุดขึ้นบนใบหน้าใสซื่อ  เด็กโคโค่นั่นเขาเลี้ยงดูมาเป็นร้อยปีจนแทบจะเป็นป๊ะป๊า  เสี้ยมสอนให้ทำเรื่องชั่วร้ายพูดจาปากหมามาขนาดนั้นใครนึกจะฆ่าก็ฆ่าได้หรือ

“หุบปาก!”  ฟินิกซ์ที่มีน้ำยาเพียงตัวเดียวเหมือนถูกลูบคมแต่เขาก็ควบคุมตนเองได้มากพอ  นอกจากใบหน้าเย็นเยียบแล้วท่าทีเขายังนั่งสง่าหลังตรงอยู่เช่นเดิม

“ลูกคุณเป็นใครพวกเราไม่รู้หรอก  แต่โคโค่เป็นแค่โจรพวกเราก็เป็นแค่โจร  รังหนึ่งถูกทำลายพวกเราก็มีรังที่สองรังที่สาม  ถ้าพวกเราหนีต่อให้ตามสุดขอบโลกคุณก็ไม่มีทางเจอพวกเราแน่”  ชักกี้แสยะยิ้ม  เขาในฐานะแม่จ๋าของลูกหมาที่คอยให้ข้าวให้น้ำใครกล้าตีหมาเขาเขาก็จะตีคืนให้หลังหัก  “ผมพูดจริงนะเรื่องละลายกระดูก  เลือดหยดเดียวก็ไม่เหลือทั้งหมดผมทำได้แค่อึดใจเดียวเชียวล่ะ”

ทั้งๆ ที่ข่มขู่แต่สีหน้าชักกี้กลับยิ้มแย้มเหมือนคุยเรื่องลมฟ้าอากาศ

“นายไม่ใช่ปีศาจ”  ริโนจับความรู้สึกบางอย่างของชายทรงผมสีเจ็บคนนี้ได้แต่บอกไม่ถูกว่าคืออะไร  ความน่าสะอิดสะเอียนและรังสีชั่วร้ายแผ่ขยายออกมาจนดูเหมือนว่าเขาน่าจะเป็นจอมปีศาจมากกว่าเทพเสียอีก

“ผมเป็นเทพจริงๆ”  ชักกี้ยิ้มตาหยีแต่ไม่ได้ขยายความว่าเขาเป็นเทพอะไร  เรื่องนี้ดูเหมือนจะมีนกฮูกอย่างคีแกนที่น่าจะรู้  แต่ในเมื่อมันไม่ถามเขาก็แค่ไม่พูด  ส่วนโคโค่ก็คือโคโค่นั่นแหละ  สนใจอะไรที่ไหน

“ฉันจะรอเธอตื่น”  ริโนไหวไหล่  เดาไม่ออกว่าเจ้าพวกบ้าบอที่จับตุ๊กตายางยัดกระเป๋ากับที่นั่งแผ่รังสีข่มขวัญอยู่นี่สิ่งไหนคือตัวตนกันแน่  แต่ที่น่าปวดใจคือลูกสาวเขาดันอยู่กับคนพวกนี้เป็นร้อยปี  ร้อยปีที่ไม่รู้ว่าไปจดจำเลียนแบบอะไรพวกมันมาบ้าง  ที่สำคัญก็เจ้าผมเงินนั่นเห็นแล้วก็อยากจะสาดน้ำไล่

กลางดึกคืนนั้นโคโค่ตื่นมาก็เห็นซีโร่นั่งอยู่ข้างเตียง  เขาเอาแต่จ้องเธอก่อนจะยิ้มเมื่อเห็นเธอลืมตา

“มานอนสิ”  เธอตบที่ว่างด้านข้าง  ไม่ได้เจ็บอะไรขนาดนั้นสักหน่อยจะเฝ้าทำไม

“วันนี้ไม่ได้”  เขาส่ายหน้าก่อนจะก้มลงกระซิบ  “ถ้าฉันชกหน้าพ่อเธอ  เธอจะโกรธฉันไหม”

“ฉันเองก็อยากชกเหมือนกัน”

“ได้...ไว้เธอหายพวกเราต่อยเขาคนละหมัดแล้วหนีเถอะ”

“เข้าใจแล้ว”  โจรสาวพยักหน้าก่อนจะหลับลงอีกครั้ง

ซีโร่ก้มลงจูบหน้าผากเธอในหัวก็คิดไปด้วยอย่างไม่ชอบใจเพราะการมาของริโนและความมุ่งมั่นแบบนี้ไม่ดีเอาเสียเลยเพราะไม่ว่าโคโค่จะใช่หรือไม่ใช่ฟินิกซ์แต่หากริโนดื้อรั้นยืนยัน  พวกเผ่านกไฟนั่นก็ต้องฆ่าอยู่ดีแล้วยิ่งรู้ว่าการฆ่าทารกเพศหญิงครั้งนั้นผิดพลาด  พวกเขาก็จะยิ่งหัวเสียและโหดเหี้ยมมากขึ้น

ฟินิกซ์หยิ่งทะนงและผยองปานนั้นรับเรื่องผิดพลาดเล็กๆ แบบนี้ได้ที่ไหน

ยามฟ้าสางชักกี้ที่ไม่ยอมนอนเข้าครัวแถมยังทำเผื่อริโนด้วยความใจดีผสมยาถ่ายนิดๆ  ก่อนจะวิ่งขึ้นไปดูแผลโคโค่และดูว่ามีไข้หรือไม่  เมื่อทุกอย่างปกติแถมโคโค่ยังอึดเหมือนหมาโด๊ปยาเขาจึงวางใจ

“พ่อเธอไม่ยอมกลับอ่ะ”  ชักกี้เปลี่ยนผ้าพันแผลให้เธอใหม่  จากมัมมี่ก็กลายเป็นราชินีมัมมี่เพราะหนากว่าเมื่อวาน

“เขามั่นใจถึงขนาดนั้น”  ซีโร่ยักไหล่

“งั้นก็หนีเถอะ”  แม้จะต้องตัดใจแต่เธออาลัยอาวรณ์โกดังรูหนูนี่สุดๆ  แถมยังต้องส่งจดหมายไปหาซานตาคลอสใหม่แจ้งว่าเธอเปลี่ยนที่อยู่แล้วเพื่อเขาจะได้มาส่งของขวัญถูก    

“แล้วจะหนีไปถึงเมื่อไหร่ล่ะ  พวกเราอายุยืนยาวพวกเขาก็ใช่”  คีแกนเดินเข้ามา  “บางทีลองสู้ดูไหม  ถ้าไม่ไหวก็ให้ซีโร่ตายก่อนเพราะพ่อเขาเจ๋งนี่  ดึงวิญญาณมาจากนรกก่อนสลายได้อยู่แล้ว”

“ทำไมนายไม่ตายเองเล่า”  หญิงสาวหน้ายู่แต่ซีโร่ยิ้มหน้าบานเพราะถูกสาวปกป้อง

“ถ้าฉันตายแล้วใครจะพาเธอขโมยของ”  คีแกนน้ำตาคลอทำท่าปวดใจเพราะเพื่อนๆ รังแกข่มเหง

“งั้นให้ชักกี้ตาย”  โคโค่คิดตามก็เห็นด้วย  ตั้งแต่มีคีแกนงานเธอสบายขึ้นเยอะมาก

“โค่ใจหมา!  ถ้าฉันตายแล้วใครจะทำกับข้าวให้เธอกิน”  ชักกี้หน้าบึ้ง

“ซีโร่ทำได้”  โจรใจหมายิ้มแฉ่ง

“ปวดใจมันเป็นแบบนี้สินะ  ลืมรสมือแม่เพราะติดผู้ชาย  ลูกสาวสารเลว”  ชักกี้ละเลงขยี้ผมโคโค่อย่างหมั่นไส้

“แต่คีแกนพูดถูก  ครั้งนี้ฉันจะลองไม่หนี”  โคโค่หน้ามุ่ยแต่ทว่าสภาพไม่อำนวยเพราะเธอเป็นราชินีมัมมี่อยู่

“มีพวกเราอยู่  ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น”  ซีโร่ลูบผมยุ่งๆ ของเธอให้เข้าที่

“อืม...ถ้ามันน่ากลัวจริงๆ ฉันค่อยหนีก็ได้”  เธอหัวเราะก่อนจะให้ซีโร่อุ้มเธอลงไปหาริโนด้านล่าง

ภาพหนึ่งหญิงสาวมัมมี่กับหนึ่งชายแขนมัมมี่นั่งจ้องกันแม้จะดูกดดันเครียดขรึมแต่ก็ตลกจนคีแกนแอบถ่ายรูปเก็บไว้ดูยามเครียด

“เธอเป็นฟินิกซ์”  ริโนถามตรงๆ

“ใช่ค่ะ”  โคโค่พยักหน้ารับ

“ลูกสาวฉัน”

“คงใช่ถ้าทั้งเผ่าคุณมีตัวสวะตัวเดียว”  เธอกระตุกยิ้ม

“อย่าพูดแบบนั้น”  ริโนขมวดคิ้ว

“งั้นก็ตัวหายนะ...”  เธอแก้ก่อนจะเป็นฝ่ายถามบ้าง  “คุณจะฆ่าฉันหรือเปล่า”

“ไม่!”  เขาตอบได้อย่างรวดเร็วจนตัวเองแปลกใจ

“โกหก”  โคโค่หรี่ตาจับผิด

“คนอย่างฉันไม่เคยโกหก  แต่ถ้าจะฆ่าไว้จะบอกล่วงหน้า”

“อ๋อ...”  เธอพยักหน้าจนอีกสามคนที่นั่งมองอยู่ไม่ไกลพากับตบหน้าผากนวดหัวคิ้ว  ลูกหมาโคโค่จะเชื่อคนง่ายไปแล้ว  เขาบอกไม่ฆ่าก็เชื่อหรือไง  ส่วนอีกคนก็ไม่ต้องตรงเป็นไม้บรรทัดขนาดนั้นก็ได้  จะฆ่าเดี๋ยวบอกบ้าบออะไรกัน

“ชื่อโคโค่แล้วมีชื่อจริงไหม  นามสกุลล่ะ”  ริโนถามอีก  เขายังไม่รู้จักลูกสาวตัวเองแต่ด้วยเพราะไม่เคยเลี้ยงลูกหรือมีความสัมพันธ์ในเรื่องของครอบครัวเท่าไหร่  น้ำเสียงการถามของเขาจึงนิ่งลึกเหมือนสอบสวนมากกว่า

“ไม่มีค่ะ...ชื่อโคโค่เฉยๆ  มาจากลูกหมาข้างบ้านตัวหนึ่ง”

หลังได้รับคำตอบริโนแอบกำมือแล้วคลายเพื่อลดอาการสั่น  ลูกสาวของเขาน่าเวทนาถึงขั้นชื่อยังต้องยืมลูกหมาข้างบ้านมาใช้เชียวหรือ

“โคโค่”  ริโนเอ่ยชื่อเด็กสาวตรงหน้าก่อนจะใช้แขนข้างที่ไม่ได้เป็นมัมมี่ลูบผมเธอเบาๆ  “ชื่อนี้ก็น่ารักดี”

“อ๋อ...”  เธอรับคำอย่างเคยชิน  รอยสัมผัสอบอุ่นที่ลูบผมเธอเพียงสองสามทีแล้วผละไปกลับติดตรึงจนอยากให้เขาลูบต่ออีกสักนิด  อันที่จริงเธอคัดจมูกเหมือนอยากจะร้องไห้  แต่ขอโทษทีเถอะเผ่าฟินิกซ์เป็นมาโซคิสม์อยู่นิดหน่อยตรงที่ทรมานเจ็บปวดให้ตายก็ไม่หลั่งน้ำตา  เพราะแบบนั้นเรื่องน้ำตาฟินิกซ์สามารถเยียวยาถึงได้เป็นเพียงแค่ตำนานไงเล่า

“ชื่อริโนก็เท่ดีค่ะ”  เธอชมเขากลับจะได้เท่าเทียมไม่เสียน้ำใจ

“อืม”  ริโนพยักหน้ารับนิ่งๆ

บทสนทนาชวนอึดอัดและแปลกประหลาดของสองพ่อลูกทำให้อีกสามคนที่นั่งอยู่ไม่ไกลแทบจะเอาหัวโขกผนัง  พวกเขาแยกจากกัน 200 ปีเชียวนะ  แต่ที่คุยอยู่นี่มันอะไรกัน  ไหนฉากเรียกน้ำตา  ไหนฉากพ่อลูกโผเข้ากอดกันด้วยความคิดถึง

“โคโค่”  เสียงเรียกของริโนเกิดขึ้นอีกครั้งหลังจากเงียบไปนาน  ทุกคนหูผึงรอฟังอย่างใจจดใจจ่อเผื่อได้ยินเขาพูดว่า  พ่อคิดถึงนะ  รักลูกนะ  อะไรแบบนั้น

“คะ?”  โคโค่เงยหน้าสบตาผู้เป็นพ่อ

“คืนนาฬิกาพ่อมา  เรือนนี้ไม่ได้”  ริโนแบมือรอท่า

“เฮ้อ!”  โจรสาวถอนหายใจก่อนจะหย่อนนาฬิกาที่รูดไปเมื่อกี้ใส่มือเขา  ปากอิ่มยื่นนิดๆ แถมยังเลี่ยงไม่สบตาเขาอีกต่อ

เสียงโหวกเหวกโวยวายดังมาจากสองหนุ่มที่ลุ้นจนตัวโก่ง  พวกเขาเกร็งจนลืมหายใจ  สุดท้ายดันเจอสันดานโจรที่แก้ไม่หาย  “ระยำโค่!  ลูกใจหมา!  นั่นมือหรือหลุมดำ...”

ซีโร่ที่เห็นใบหน้าน้ำแข็งเริ่มเขียวคล้ำเขาก็รีบลากพวกปากหมาทั้งสองไปเก็บไว้ชั้นใต้ดิน

----

สภาพจำลองโกดังบ้านโค่ที่ริโนเห็นแล้วปวดใจ

**​ **

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น