พราวนภา/เนตรอัปสรา/มณีหยาดฟ้า

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

อีกมุมของคนฟอร์มจัด (50%)...หนูครีมเริ่มฮึดสู้เเล้ว

ชื่อตอน : อีกมุมของคนฟอร์มจัด (50%)...หนูครีมเริ่มฮึดสู้เเล้ว

คำค้น : รักโคตรร้าย ผู้ชายฮาร์ดคอร์ ,ป๋าพงษ์ , หมอครีม ,แอบรัก

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.4k

ความคิดเห็น : 40

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ม.ค. 2562 19:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
อีกมุมของคนฟอร์มจัด (50%)...หนูครีมเริ่มฮึดสู้เเล้ว
แบบอักษร


“แกล้งคนอื่น แล้วคิดจะเดินหนีไปง่ายๆ อย่างนั้นเหรอ” ทันทีที่พิริยาหันขวับกลับมาหาเธอก็เปิดฉากใส่ด้วยน้ำเสียงเย็นชา ทว่าแทนที่จะกริ่งเกรงอีกฝ่ายกลับลอยหน้าสวนกลับอย่างถือดี     

“ถ้าใช่ แล้วแกจะทำไม”

“ก็ทำแบบนี้ยังไงล่ะ” ขาดคำคิริมาก็กระชากร่มออกจากมืออีกฝ่าย แล้วปาทิ้งท่ามกลางการอ้าปากค้าง เพราะไม่คาดคิดว่าคนที่ไม่มีปากมีเสียงเอาแต่ก้มหน้าให้คนอื่นรังแกจะกล้าสู้คนถึงเพียงนี้ จากนั้นคิริมาก็ผลักคนที่มองเธอด้วยสายตาตกตะลึงแรงๆ จนอีกฝ่ายล้มลงไปกองกับพื้นเฉอะแฉะ   

“กรี๊ด! นังลูกฆาตกร! แกกล้าทำฉันเหรอ!” พิริยากรีดร้องประหนึ่งคนบ้า ขณะยกมือขึ้นชี้หน้าคิริมาอย่างคับข้องใจ ก่อนจะลุกขึ้นด้วยท่าทางทุลักทุเล   

“ถ้าไม่กล้าเธอจะถูกผลักลงไปกองกับพื้นแบบนั้นเหรอ…นังลูกเมียน้อย!” คิริมาลอยหน้ายอกย้อน ขณะแค่นยิ้มหยันเจ้าของใบหน้าบิดเบ้

“แม่ฉันไม่ใช่เมียน้อย! ไม่ใช่!” พิริยาร้องตะโกนเสียงดัง ท่าทางสติแตกทำให้คนที่หลุดออกมาจากกรอบและคิดจะฮึดสู้บ้างถึงกับเกิดความฮึกเหิมเป็นเท่าทวี

“หึ…ยอมรับความจริงไม่ได้หรือไง ว่าแม่เธอเป็นเมียน้อยพ่อฉัน นังลูกเมียน้อย!” ดูเหมือนความอดทนอดกลั้นทั้งหมดทั้งมวลที่กักเก็บมานานจะพังทลายราวเขื่อนแตก สิ่งไหนที่อยากจะพูด สิ่งไหนที่อยากจะกระทำ คิริมาไม่อาจยั้งอารมณ์เอาไว้ได้ เธอปลดปล่อยมันออกมาจนหมด  

“แม่ฉันไม่ใช่เมียน้อย! ไม่ใช่!”

“ถ้าความจริงมันทำให้เธอรับไม่ได้นักก็กลั้นใจตายซะสิ…ตายไปเลยนังลูกเมียน้อย!” คิริมากอดอกรวนกลับหน้าตาย คำว่าลูกเมียน้อยทำให้อีกฝ่ายถึงกับขาดสติ โผเข้ามาหมายจะทำร้ายเธอ      

“แก! ฉันจะฆ่าแก!”

คิริมายกกำปั้นขึ้น แล้วขู่เสียงกร้าว แววตาเย็นยะเยือก    

“ก็เข้ามาสิ ฉันจะชกให้ตาแตก”

ท่าทางเอาเรื่องและสู้คน ดูไม่หน่อมแน้มอ่อนแอทำให้คนที่ตั้งท่าจะกระโจนเข้าเล่นงานคนที่ตนแสนเกลียดชังถึงกับชะงัก ก่อนที่เสียงหนึ่งจะดังขึ้น

“ถ้าเธอกล้าชกลูกฉัน ก็เตรียมตัวหาที่เรียนใหม่ได้เลย”

วาจาแข็งกร้าวของผู้หญิงที่กางร่มลงมาจากรถยนต์คันหรูที่จอดอยู่ไม่ไกล แล้วก้าวเร็วๆ มาหาพิริยาทำให้คิริมาชะงักกึก ก่อนจะหันไปมองผู้มาใหม่ ซึ่งนั่นก็เป็นการเปิดโอกาสให้พิริยาได้เล่นงานเธอทีเผลอ ทันใดนั้นคิริมาก็ถูกผลักลงไปกองกับพื้นท่ามกลางสายฝนอีกครา   

“ฉันไม่ผิด ทำไมฉันต้องหาที่เรียนใหม่” คนถูกรุมเชิดหน้าเอ่ยเสียงแข็งๆ และการท้าทายเกินวัยก็ทำให้หญิงวัยกลางคนที่แต่งตัวจัดจ้านเดินเข้าหา แล้วผลักไหล่เธอแรงๆ จนผงะ   

“ฉันทำให้เธอกระเด็นออกไปจากที่นี่ได้ก็แล้วกัน”

“หึ…นอกจากจะแย่งสามีชาวบ้าน คุณยังชอบรังแกเด็กด้วยเหรอ น่าสมเพชสิ้นดี” คิริมาแค่นยิ้มหยันขณะพยุงร่างเปียกโชกของตัวเองลุกขึ้น 

“นังเด็กนี่ปากดีนัก!” หล่อนเข่นเขี้ยวด้วยความเดือดดาลสุดขีด ยกฝ่ามือขึ้นกลางอากาศหมายจะฟาดเข้าที่ใบหน้าเชิดๆ ของคิริมาสักฉาด หากว่าเสียงบีบแตรรถดังสนั่นไม่ดังขึ้นเสียก่อน

ปริ๊น!!! ปริ๊น!!! ปริ๊น!!!

“ป้า! แก่จนหนังยานยังกล้ารังแกเด็ก ไม่อายหมาบ้างหรือไง!”

น้ำเสียงกระด้างเจือแข็งกร้าวตะโกนใส่คนที่กำลังจะรังแกเด็ก ทำให้สองแม่ลูกถึงกับชะงัก ก่อนที่แม่ของพิริยาจะสวนกลับเสียงกระด้าง   

“อย่ามาเสือกเรื่องของคนอื่น!”

“ก็ไม่ได้อยากเสือกนักหรอก แต่พอดีว่ามือลั่นว่ะ อัดคลิปไว้เรียบร้อยแล้ว” คนที่นั่งอยู่ตอนหลังของรถยนต์คันหรูสัญชาติยุโรปลอยหน้าบอก พลางชูมือถือที่เพิ่งอัดวีดีโอเอาไว้ ขณะยิ้มยั่วด้วยมาดกวนๆ

“หน็อย! ไอ้เด็กบ้าเอ๊ย!” ผู้ที่จำนนด้วยหลักฐานจนไม่กล้าวู่วามทำอะไรรุนแรงกัดฟนเค้นเสียงด้วยความคับข้องใจ ก่อนจะตวัดสายตาชิงชังมองหน้าคิริมา แล้วจงใจผลักเธอลงไปกระแทกพื้นแรงๆ  

“ถ้าไม่อยากถูกไล่ออกก็อย่าสะเออะมาอวดดีกับลูกฉันอีก” ผู้หญิงวัยกลางคนที่เป็นเมียน้อยของพ่อเชิดหน้าเอ่ยข่มขู่เสียงแข็งๆ ก่อนจะพาลูกสาวเดินจากไปพร้อมเสียงหัวเราะเยาะหยัน    

คิริมากัดปากจนแทบห้อเลือดด้วยความเจ็บใจ เสียงหัวเราะเยาะที่ยังแว่วอยู่ในหูทำให้เธอต้องบอกตัวเองให้เข้มแข็งเข้าไว้ บอกตัวเองว่าโดนแกล้งแค่นี้ไม่ตายหรอก ก่อนจะลุกขึ้นด้วยท่าทางทุลักทุเล เนื้อตัวเปียกโชก จากที่คิดจะวิ่งหลบฝน คนที่เหมือนเด็กหลงทางก็ทำเพียงเดินเอื่อยๆ ฝ่าสายฝนที่ยังคงเทลงมาไม่สร่างซา  

ครั้นเหลือบไปเห็นว่ามีแม่ของนักเรียนคนหนึ่งเดินแกมวิ่งถือร่มมารับลูกสาวที่เพิ่งวิ่งฝ่าสายฝนแซงหน้าเธอไป คิริมาก็มองภาพตรงหน้าด้วยความอิจฉาสุดหัวใจ พอมองข้างกายตัวเองกลับไม่มีใครเลยสักคน สาวน้อยก็ถึงกับน้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว จากที่เอากระเป๋ามาบังหัวจากสายฝนเธอก็ลดมันลง แล้วเงยหน้าปะทะเม็ดฝนที่กำลังโปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย แล้วร้องไห้แข่งกับเสียงฝนอย่างน้อยใจในโชคชะตา   

แต่แล้วอยู่ๆ ฝนที่ตกกระทบร่างบางก็หายไป เท้าทั้งสองข้างของเธอหยุดชะงัก คิ้วโก่งได้รูปย่นเข้าหากันด้วยความแปลกใจ เบนสายตามองขึ้นไปอีกนิดก็ปรากฏว่ามีใครบางคนมากางร่มให้เธอ ครั้นหันข้างมามองเจ้าของร่มก็ต้องทำตาโต เสียงอุทานหลุดออกมาจากกลีบปากสั่นระริก  

“นาย!”    

“เป็นบ้าหรือไงถึงเดินตากฝนอยู่ได้!” น้ำคำดุๆ ที่ตวาดใส่ทำให้เธอชะงัก อยากจะตะโกนใส่หน้าเขานักว่าเธอไม่ได้อยากเป็นบ้า แต่เธอลืมเอาร่มมา และที่สำคัญคือเธอไม่มีพ่อแม่มารับเหมือนอย่างใครเขา ทว่ากลับทำเพียงผลักไสคนที่อุตส่าห์ถือร่มลงจากรถมาหาออกห่าง แล้วตัวเองก็เดินตากฝนร้องไห้จากไปแบบไม่เหลียวหลัง ก่อนที่เขาจะก้าวพรวดพราดตามมากระชากแขนเรียวเอาไว้ พร้อมกางร่มให้อีกครา   

“อย่ามายุ่งกับฉัน!” เธอเอ่ยเสียงแข็งๆ ขณะพยายามบิดข้อมือเล็กให้หลุดจากอุ้งมือใหญ่ ทว่ายิ่งเธอทำท่าขัดขืนดื้อด้านเขายิ่งกำมือเธอแน่นกว่าเดิม   

“นี่! ไม่หยิ่งสักเรื่องจะได้ไหม หนาวจนปากสั่นตัวซีดยังจะมาทำปากดีอวดเก่งไม่เข้าเรื่องอีก…มานี่”

เขากดเสียงต่ำด้วยความระอากับความไว้ตัวและเย่อหยิ่งของอีกฝ่าย ก่อนจะลากเธอให้ก้าวตามไป คิริมาขืนตัวต้านแรงเอาไว้ บิดข้อมือจนหลุด แล้วเอ่ยออกมา    

“ก็บอกแล้วไงว่าอย่ามายุ่งกับฉัน นายก็เกลียดฉันเหมือนคนอื่นๆ ไม่ใช่หรือไง ฉะนั้นนายควรจะหัวเราะเยาะฉันแล้วเดินจากไป หรือไม่ก็แกล้งฉันเหมือนที่คนอื่นทำ ฮึก…ทำเหมือนฉันไม่มีชีวิตจิตใจ” ท้ายประโยคคิริมาสะอื้นฮักปนตัดพ้อ ก่อนจะปล่อยโฮออกมาพร้อมน้ำตาไหลพราก     

“ยัยแว่นบ้า! ฉันไม่ได้ระยำขนาดนั้นเว้ย!” 


อิอิ…หนูครีมของเราเริ่มสู้คนแล้วจ้า ถึงแม้ว่าจะยังเก่งกล้าแต่ก็ถือว่าดีมากแล้ว ส่วนอีป๋าก็อยากทำตัวเป็นฮีโร่ แต่ยังคงฟอร์มจัดปากหนักตามสไตล์คนซึน และการเข้าหาด้วยคำพูดที่กวนๆ ออกแนวหาเรื่องก็ทำให้หนูครีมของเราคิดว่าอีป๋ามาก่อกวนมากกว่าปกป้องเเบบเนียนๆ ตอนต่อไปบอกเลยว่ามีความฟินรออยู่จ้า เอ้า…ใครรอยู่ ใครยังตามอ่านตลอดๆ เม้นท์มาแสดงตัวบ้างจ้า ถ้ามาเยอะวันพุธจะมาต่อให้แบบรัวๆ จ้า ^^ 

#ปล.ตอนนี้ลงเนื้อหาให้ไม่เยอะก็ต้องขออภัยด้วยนะคะ พอดีว่าเอตีความรู้สึกวัยมัธยมไม่ค่อยออกจ้า เลยข้ามไปเขียนฉากตอนทำงานบ้าง อีกอย่างคือรู้สึกกังวลเรื่องนิยาย เพราะดูเหมือนยอดวิวและยอดเม้นท์จะลดลงเรื่อยๆ เหมือนนิยายไม่สนุกหรือไม่ถูกโฉลกกับคนอ่านเท่าที่ควร คนเขียนเลยเครียดจ้า พยายามหาจุดแก้ พยายามทบทวน อยากจะปรับให้เป็นโครงเรื่องแบบใหม่แต่ก็เสียดายที่เขียนมาเพราะได้เยอะมากเเล้ว อีกอย่างก็เกรงว่าคนอ่านจะไม่ชอบแนวที่เริ่มจากวัยเด็ก บอกตรงๆ ช่วงนี้ว้าวุ่นสับสนจ้า อ่านเเล้วรู้สึกยังไงมาบอกกันบ้างเด้อจ้า ^^

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น