ละครกระดาษ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 6 : ไอดอลคนใหม่ 1

ชื่อตอน : ตอนที่ 6 : ไอดอลคนใหม่ 1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 40

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ม.ค. 2562 19:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6 : ไอดอลคนใหม่ 1
แบบอักษร

​มะปรางถูกนำตัวมาที่ห้องปฐมพยาบาล โดยมีวิทย์ให้การดูแลอย่างใกล้ชิด ส่วนครูใหญ่และคณะครูรวมถึงโอ๋และบัว ยืนดูกันด้วยความห่วงใย “คุณวิทย์ ต้องส่งโรงพยาบาลมั๊ย”

“มีอาการช้ำนิดหน่อยครับครูใหญ่ กระดูกไม่หักครับ”

“ตอนนี้เรื่องนี้กระจายในโซเชียลเต็มไปหมดแล้ว ให้นอนพักที่นี่ก่อนแล้วค่อยส่งกลับบ้าน ครูคิดว่า เดี๋ยวคงมีสื่อมวลชนแห่มาทำข่าวกันเต็มไปหมดแน่ๆ”

“ผมประสานไปที่คุณพ่อกับคุณแม่น้องเขาแล้วครับ”

“มีใครจะอธิบายให้ผมฟังได้มั๊ยว่า วันนี้เกิดอะไรขึ้น” ครูใหญ่ต้องการทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้

วิทย์เล่ารายละเอียดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในมุมมองของเขา ให้กับครูใหญ่และคณะครูทราบทั้งหมด โดยมีโอ๋และบัวคอยเสริมเรื่องราวที่ตกหล่นไป

“ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ ลูกมะปรางของครูไปต่อยตีกับคนร้ายแบบนี้ได้ยังไง ต่อให้เป็นนายต้อม นายโอ๋ก็ไม่ควรทำแบบนี้ มันอันตรายมาก เราไม่รู้ว่าพวกนี้มีอาวุธอะไรหรือเปล่า” ครูเพ็ญศรีพูดขึ้นมา หลังจากที่ทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดแล้ว พร้อมๆ ดุมะปรางไปด้วย

“หนูขอโทษค่ะครู หนูกลัวว่า เด็กคนอื่นๆ จะเป็นอันตราย หนูกลัวเด็กๆ ถูกทำร้าย หนูก็เลย...”

“คราวนี้ครูยกโทษให้ คราวหน้าอย่าให้เกิดเรื่องราวแบบนี้ขึ้นอีกนะ มีอะไรต้องแจ้งครูก่อน ไม่ใช่ไปแก้ไขปัญหาเองแบบนี้ รู้มั๊ย มะปราง”

ตอนนี้ครูใหญ่และคณะครูสบายใจมากขึ้น ต่างคนทะยอยเดินออกจากห้องปฐมพยาบาลเพื่อให้มะปรางได้พักผ่อน

“ปราง เคลียร์มาด่วนเลย อยู่ๆ บู๊ได้ไง เก็บซุ่มเงียบเลยนะ” โอ๋ทวงถามกับมะปรางทันที คำถามของโอ๋เป็นคำถามที่ทุกคนอยากรู้เหมือนกัน

“ตอนเด็กๆ ปรางอยู่ที่จีน เรียนกับอาจารย์ตั้งแต่ปราง 9 ขวบ 10 ขวบมั๊ง พ่อบอกว่าอยากให้เรียนไว้ป้องกันตัว แล้วก็ถือเป็นการออกกำลังกายไปด้วย สุขภาพร่างกายจะได้แข็งแรง”

“โห ฝีมือขนาดนี้ไม่ใช่แค่ป้องกันตัวแล้วล่ะ ปรางเรียนมา 8 ปีแล้วเหรอเนีย” โอ๋ตกใจมาก

“แล้วไปเดินซุ่มซ่ามยังไงให้ตกบ่อปลาได้เนีย มีฝีมือแบบนี้ ปล่อยให้คนทั้งโรงเรียนล้อเรื่องนี้มาตั้งเกือบ 2 ปี” บัวตั้งคำถามด้วยความสงสัย “ถ้าเป็นพี่บัวนะ พี่จะโชว์ให้พวกนี้เงียบปากไปให้หมดเลย”

“พ่อไม่อยากให้ปรางไประรานใคร อยากให้ปรางเรียนไว้ป้องกันตัวเฉยๆ ส่วนเรื่องที่ปรางตกบ่อปลา มันลื่น ปรางก็เลยตกบ่อปลา ปรางไม่ได้เก่งอะไรขนาดนั้นหรอก...ทุกคนล้อปรางเพราะปรางซุ่มซ่ามเอง”

“พี่หมอคิดว่า ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป ชีวิตของมะปรางในโรงเรียนแห่งนี้จะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว” วิทย์พูดให้ทุกคนคิดถึงประเด็นนี้

“โอ๋ว่า ตอนนี้ปรางไม่เหมาะกับชมรมดนตรีแล้วล่ะ ไม่ต้องอยากไปเป็นไอดอลที่กรุงเทพหรอก มาอยู่ชมรมมวยกับโอ๋ดีกว่า แค่เรื่องนี้เรื่องเดียวเต็มโซเชียลไปหมดแล้ว ตอนนี้ปรางดังมากเลยนะ” โอ๋พูดแซวมะปราง

“ไม่ต้องมาพูดเลย เนียปรางโดยแม่ดุแน่ๆ เปิดเทอมวันแรก ปรางก็ก่อเรื่องเลย” คำตอบของมะปรางทำให้ทุกคนในห้องหัวเราะกันอย่างครึกครื้น

“ใครอยากกินอะไรบอกพี่มา วันนี้พี่ปิดห้องเลี้ยงนักสู้หญิงคนใหม่ของโรงเรียนเราหน่อย”

“เย้ๆๆ มีเจ้ามือเลี้ยงแล้ว” ในขณะที่ทุกคนกำลังสนุกสนานอยู่กับการแซวมะปราง ที่หน้าจอโทรทัศน์มีรายงานข่าวด่วนแทรกขึ้นมา ทุกคนเงยหน้ามองดูเนื้อข่าวด้วยความสนใจ

“วันนี้เมื่อเวลาประมาณ 15 นาฬิกาเศษ เกิดเหตุมีคนร้ายจำนวน 5 คน หลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าไปในโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น เจ้าหน้าตำรวจกว่า 20 นาย เข้าล้อมจับกุมนานกว่า 1 ชั่วโมงจนกระทั่งจับคนร้ายได้ 2 ราย”

“นี่มันข่าวโรงเรียนเรานี่น่า”

“ผู้สื่อข่าวท้องถิ่นรายงานเพิ่มเติมจากแหล่งข่าวว่า การจับกุมคนร้ายในครั้งนี้ได้รับการช่วยเหลือจากเด็กนักเรียนหญิงคนหนึ่ง ใช้วิชากังฟูของจีนช่วยจับคนร้ายด้วย ใช้วิชากังฟูค่ะ ดิฉันอ่านไม่ผิด ผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อขอสัมภาษณ์ครูใหญ่ประจำโรงเรียนแห่งนี้ แต่ได้รับการปฏิเสธ ขอให้เรื่องนี้จบลงที่การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ”

“ตอนนี้กระแสในโซเชียลแรงมากค่ะ นักเรียนที่อยู่ในเหตุการณ์ครั้งนี้มีจำนวนมาก แต่ละคนต่างยืนยันว่า เห็นเหตุการณ์ครั้งนี้ชัดเจน มีเด็กนักเรียนหญิงคนหนึ่งใช้กังฟูจับคนร้ายจริงๆ ทุกคนต้องการหาคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีรายงานว่า ชาวโซเชียลตั้งราคาคลิปนี้ไว้ถึง 5 หมื่นบาท สำหรับใครก็ตามที่มีคลิปเหตุการณ์นี้ เรามาลองฟังบทสัมภาษณ์ของเด็กนักเรียนที่อยู่ในเหตุการณ์นี้กันค่ะ”

“หนูกำลังเดินกลับบ้านกับพี่ชายค่ะ แล้วจู่ๆ ก็มีเสียงหวอตำรวจดังขึ้นมา หนูไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น พี่พาหนูวิ่งไปหลบอยู่ในร้านก๋วยเตี๋ยวค่ะ มีคนตะโกนว่า มีคนร้ายๆๆ แต่ตอนนั้นหนูเห็นพี่ผู้หญิงคนหนึ่งเขาตั้งท่ากังฟูเหมือนในหนังจีนเลยค่ะ แล้วก็มีคนร้ายวิ่งเข้ามาทำร้ายพี่เขา 3 คน แต่พี่ผู้หญิงคนนั้นต่อยคนร้ายลงไปนอนที่พื้นหมดเลยค่ะ พี่ผู้หญิงคนนั้นเรียนโรงเรียนเดียวกับหนู แต่พี่เขาเรียนอยู่ ม.ปลายค่ะ”

“ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า กล้องวงจรปิดบริเวณนั้นมีเพียงจุดเดียว คือ หน้าร้านขายก๋วยเตี๋ยวแห่งนี้ แต่มุมภาพที่เราได้มา เห็นเพียงแค่คนร้าย 3 คน ยืนแอบอยู่ข้างๆ รถยนต์คันหนึ่งเท่านั้น...สำหรับประเด็นนี้เราจะติดตามอย่างใกล้ชิดค่ะ”

“เป็นไงล่ะปราง คราวนี้ดังระเบิดเลย คิดดูละกันว่าพรุ่งนี้ทุกคนในโรงเรียนต้องแห่มาดูตัวนักสู้หญิงกังฟูได้ มากันเพียบแน่ๆ” โอ๋ยังคงแซวมะปรางอย่างต่อเนื่อง

“รู้แบบนี้แล้วยังจะมาพูดเล่นอีกนะ แล้วพรุ่งนี้ปรางจะทำยังไงดี ต้องแย่แน่ๆ เลย” มะปรางค่อนข้างกังวลใจกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้

“มะปรางก็ทำตัวตามปกติอ่าแหละ อย่างมากก็มีคนเข้ามาขอถ่ายรูป ขอลายเซ็นต์ แป๊บเดียวคนก็ลืมหมดแล้ว” บัวพยายามพูดปลอบใจให้มะปรางคลายกังวลลง

ในช่วงดึกของคืนวันเดียวกัน ตอนนี้มะปรางอยู่ที่บ้านแล้ว กำลังนั่งอยู่บนโต๊ะกินข้าว โดยมีพ่อกับแม่นั่งอยู่ฝั่งตรงกันข้ามด้วยสีหน้าไม่ค่อยดีเท่าใดนัก “แม่เห็นข่าวในทีวีครั้งแรก แม่ก็รู้ทันทีเลยว่า ต้องเป็นลูกแน่ๆ”

“หนูขอโทษคุณพ่อกับคุณแม่ด้วยค่ะ ที่หนูไปก่อเรื่องที่โรงเรียนตั้งแต่เปิดเทอมวันแรกเลย” มะปรางรู้สึกสำนึกผิดกล่าวคำขอโทษและยกมือไหว้ หน้าตาแดงกล่ำ

“พ่อกับแม่เข้าใจลูกดีว่า ลูกมีเจตนาดี ลูกอยากช่วยคนเด็กๆ แต่ถ้าพวกคนร้ายมีอาวุธ ลูกจะทำยังไง”

“หนูขอโทษค่ะ” มะปรางก้มหน้ารับผิดน้ำตาไหลนองหน้า แม้ว่าพ่อกับแม่พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบก็จริง แต่กระทบความรู้สึกมะปรางเป็นอย่างมาก

“หนูขอโทษ หนูผิดไปแล้ว” มะปรางยกมือขึ้นมาไหว้ ไม่กล้าสู้หน้าพ่อกับแม่ พูดขอโทษซ้ำตลอดเวลาโดยที่ไม่ได้ลดมือลงเลย “หนูสำนึกผิดแล้ว”

“วันที่พ่อตัดสินใจให้ลูกไปเรียน พ่อรู้อยู่แล้วว่า สักวันหนึ่งไม่ช้าก็เร็ว ยังไงก็ต้องเกิดเหตุการณ์แบบวันนี้ขึ้นมา พ่อกับแม่ดุลูกในวันนี้ พ่อกับแม่ไม่ได้ห้ามลูก แต่พ่อกับแม่อยากให้ลูกรู้ว่า พ่อกับแม่เป็นห่วงลูก เข้าใจมั๊ยว่า พ่อกับแม่เป็นห่วงลูก”

“แม่อยากบอกให้ลูกรู้ว่า แม่เป็นห่วงลูกขนาดไหน” แม่ลุกขึ้นมาแล้วเดินข้ามฝั่งไปที่มะปรางนั่งอยู่ แล้วก้มตัวลงโอบกอดมะปรางด้วยความห่วงใย “รู้ยังว่า พ่อกับแม่เป็นห่วงลูกมากขนาดไหน”

โอบกอดที่อบอุ่นของแม่ ส่งต่อไปที่มะปรางโดยตรงจนทำให้มะปรางร้องไห้ปล่อยโฮออกมา ไม่ต่างจากอะไรกับเด็กน้อยที่ร้องเรียกหาแม่ ภาพที่เห็นในวันนี้ช่างเหมือนกับวันที่มะปรางเริ่มต้นฝึกมวยหย่งชุนในอดีต

“แม่ๆๆ หนูไม่อยากไปเรียนแล้ว หนูทนไม่ไหวแล้วนะแม่ ไม่เอาแล้ว หนูปวดขาไปหมดแล้ว” มะปรางในวัย 14 ปี นอนร้องไห้อยู่บนเตียงนอนของตัวเอง

“ตอนแรกลูกบอกกับแม่ว่า อยากเรียน แล้ววันนี้ทำไมถึงมาบอกว่าไม่เอาแล้ว เล่าให้แม่ฟังหน่อยสิว่า วันนี้เกิดอะไรขึ้นที่โรงเรียน” แม่เดินมานั่งปลอบมะปราง “อย่าโกหกแม่นะ แม่อยากรู้เรื่องจริงๆ จากปากของลูก”

“แม่รู้เรื่องแล้วเหรอ” มะปรางถามแม่ด้วยน้ำเสียงไม่เต็มคำเท่าใดนัก แม่ไม่ได้ตอบคำถามได้แต่พยักหน้าตอบรับ

“วันนี้หนูประลองกับลู่เฟย แล้วหนูแพ้ หนูสู้ไม่ได้เลย” มะปรางยอมรับกับแม่โดยตรง

“ครูจางบอกกับแม่ว่า หนูแพ้ลู่เฟย 5 ต่อ 0 เกมเลยใช่มั๊ย” แม่ย้ำคำพูดของมะปราง “ฟังแม่ให้ดีนะ ถ้าลูกไม่อยากเรียน เพราะว่าไม่อยากเรียนจริงๆ แม่จะพาไปลาออกพรุ่งนี้เลย แต่ถ้าลูกไม่อยากเรียน เพราะว่าลูกรับความพ่ายแพ้ไม่ได้ แม่ไม่เห็นด้วย...ลูกเคยบอกกับแม่ว่ายังไง”

“หนูเคยบอกแม่ว่า ไปเรียนแล้วสนุกดี หนูมีความสุขที่ได้อยู่กับมัน หนูอยากดูแลพ่อกับแม่ อยากเป็นคนเข้มแข็ง อยากปกป้องพ่อกับแม่จากพวกคนไม่ดีใช่มั๊ย? แล้วทำไมวันนี้ถึงมานอนร้องไห้งอแงบนเตียงแบบนี้”

รอยยิ้มในปัจจุบันของมะปรางทำให้พ่อกับแม่ดีใจเป็นอย่างมากที่ลูกเข้าใจความรู้สึกที่แท้จริง “พ่อกับแม่อยากให้มะปรางเป็นคนเข้มแข็ง และอยากให้มะปรางรับรู้ว่า พ่อกับแม่ห่วงใยลูกตลอดเวลาเช่นกัน”

“คืนนี้ได้เวลาเข้านอนแล้วนะ สาวน้อยของพ่อ”

“ราตรีสวัสดิ์พ่อกับแม่นะคะ”

            กลางดึกของคืนวันนั้น แม้ว่ามะปรางจะนอนหลับไปแล้ว แต่คนที่นอนไม่หลับก็คือแม่ของมะปราง มีอาการพลิกตัวกระสับกระส่ายไปมาจนทำให้พ่อรู้สึกตื่นขึ้นมา

            “แม่รู้สึกกลัวจริงๆ นะพ่อ...เราตำหนิลูก ทั้งๆ ที่เราก็คิดเหมือนลูก แบบนี้เราทำถูกต้องแล้วใช่มั๊ย”

            “ลูกเราตัดสินใจถูกต้องแล้วล่ะแม่ จากนี้ไปเราต้องสนับสนุนลูกของเรา” *****************************

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น