กนกรส มาศอุไร กัมพู

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

(รีไรท์) Ep5 : สามีที่ไม่ปรารถนา (จบบท) Nc+

ชื่อตอน : (รีไรท์) Ep5 : สามีที่ไม่ปรารถนา (จบบท) Nc+

คำค้น : เดวิส มายาวี มาเฟีย

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.9k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.ค. 2562 19:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
(รีไรท์) Ep5 : สามีที่ไม่ปรารถนา (จบบท) Nc+
แบบอักษร

 

สามีที่ไม่ปรารถนา 

 

 

นางพยาบาลรูปร่างอวบอัด มองปราดเดียวผู้ชายทั้งหลายต่างต้องลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกัน เจ้าหล่อนคนนี้มีรูปร่างเรียกน้ำลายได้ดีขนาดไหน ทั้งเซ็กซี่ขยี้ใจชายแบบสุดยอด ไม่ว่าจะเป็นหน้าอกทรงโต สะโพกพายรับช่วงกันดีกับเอวเล็กแสนคอดกิ่ว หรือแม้แต่เรียวขายาวเสลา กำลังก้าวอย่างเฉิดฉายเข้ามายืนอยู่หน้าห้องพักฟื้น ทุกสัดส่วนบนเรือนร่างของเจ้าหล่อนถ้ามองด้วยความรู้สึกไม่ลำเอียง มันช่างเข้ากันอย่างพอเหมาะพอเจาะ

เจ้าหล่อนเคาะประตูพร้อมด้วยเอ่ยคำขออนุญาต จนได้ยินเสียงขานรับดังจากด้านใน

 ไดแอนน่ายิ้มร่า เจ้าหล่อนผลักบานประตูเปิดเข้ามา พร้อมด้วยสีหน้ามุ่งมั่น

หญิงสาวมั่นใจในสิ่งต้องการนั้นไม่ใช่เรื่องยากเย็น หากเธอเป็นฝ่ายชักนำเขาก่อน มีหรือผู้ชายประเภทนี้จะไม่ยื่นมือรับไว้ มีแต่จะชอบใจนะสิไม่ว่า

 แม้เธอจะเป็นได้เพียงผู้หญิงชั่วคราวของเขา ใครล่ะจะสนใจ...

ตอนเอ่ยคำอนุญาตให้คนข้างนอกเข้ามาได้ เดวิสมีเหลือบหางตาขึ้นมองเพียงเล็กน้อย ก่อนชี้นิ้วให้นำของที่ต้องการวางไว้ตรงโต๊ะ ก่อนชายหนุ่มละความสนใจในทันที เขาหันมาจัดการกับร่างหลับสนิทบนเตียงคนป่วยต่อ ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมไว้อยู่เหนือหน้าอก หรี่สายตาพญาเหยี่ยวมองใบหน้าขาวนวลด้วยความรู้สึกหลากหลาย

จนกระทั่งเดวิสได้กลิ่นน้ำหอมฉุนกึก ทำให้เส้นประสาตเขาเต้นตุบจนต้องรีบกลั้นหายใจ ทำให้เขารู้ได้ในทันทีตอนนี้ร่างในชุดขาวเดินเข้ามาใกล้ แทนที่จะกลับออกไป

 ไม่รู้ตนเองสายตาไม่ดีหรืออะไรกันแน่ ชายหนุ่มคิดว่าเขาทันเห็นบางอย่างผิดปกติ ชุดยูนิฟอร์มสีขาวบริสุทธิ์มันรัดติ้วจนเกินงาม

 ชายหนุ่มเริ่มมีใบหน้าตึงจัด หงุดหงิดใจกับแม่ผู้หญิงประเภทอ่อยเบอร์แรง เป็นผู้หญิงประเภทหาคุณค่าในตัวเองไม่เจอ และเขาไม่นิยมชมชอบ 

 ด้วยไม่รู้เจ้าตัวจงใจทำกระดุมเสื้อยูนิฟอร์มสีขาวเม็ดบนหลุดออกจากรัง หรืออาจเป็นเพราะความบังเอิญ  ทีแรกเดวิสไม่ได้ให้ความสนใจกับเจ้าหล่อนนัก คิดว่าเอาของมาให้เขาเสร็จแล้วคงรีบออกไปเอง เนื่องจากเจ้าหน้าที่ที่นี่ต่างรู้กันดี เขาไม่ชอบให้ใครที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องเข้ามาวุ่นวาย นอกจากเป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับอาการป่วยไข้ของมายาวีเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่ทุกคนล้วนทำตามคำสั่งของเขาอย่างเคร่งครัด จะเห็นก็มีก็แต่เจ้าหล่อนผู้นี้ เอาของมาให้เขาเสร็จ แทนที่จะรีบกลับออกไปปฏิบัติหน้าที่ของตนในส่วนอื่น แต่นี่ยังมีหน้ามายืนบิดกายไปมา อ้อยอิ่งไม่ยอมกลับออกไปสักที

ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าหล่อเหลาจึงตวัดหางตาขึ้นหรี่มองหญิงสาว ถึงไม่ดูดุกร้าวเหมือนยามมองเหล่าลูกน้องก็จริงอยู่ หากทว่าก็ทำให้เสียวสันหลังวูบได้เหมือนกัน แต่ดูจะไม่เป็นผลนักกับแม่ผู้หญิงที่มีเป้าหมายอยู่ในหัวสูงส่ง เพราะเขาเห็นเจ้าหล่อนเอาแต่ยืนฉีกยิ้มกว้าง ทำทีเป็นดึงกระโปรงทรงสอบร่นขึ้นเลยเหนือหัวเข่าแลเห็นลำขาเรียวเสลากับชั้นในว็อบแว็บ เสื้อที่กระดุมเม็ดบนหลุดเปิดเห็นเนินร่องอวบอัดถูกดันขึ้นจนล้นทะลัก

เดวิสไม่โง่พอจะเดาอาการดังกล่าวไม่ออก หากทว่าเขาเลือกใช้เอาความเงียบเพื่อเป็นการขับไล่หญิงสาวที่อยากทำหน้าที่อย่างอื่นทางอ้อม แทนลุกขึ้นมาโหวกเหวกโวยวายอย่างที่เคยทำอยู่เป็นประจำ ไม่ใช่อะไรหรอกนะ เพียงเขากลัวแม่คนปากจัดอาจตื่นขึ้นมาเสียก่อนเขาจะทำภารกิจสำเร็จเสร็จสิ้นนั่นเอง

หากรอแล้วรอเล่าแม่เจ้าประคุณยังไม่ยอมออกไปซะที เดวิสจำต้องกัดฟันเพื่อข่มอารมณ์ฉุนเฉียวนับหนึ่งถึงสิบในใจ พลางคว้าเอาผ้าสะอาดบนโต๊ะมาถือไว้ในมือ ตัดความสนใจร่างอวบ กำลังยืนโพสต์ท่าไม่ต่างจากนางแมวยั่วสวาท คิดว่าอีกประเดี๋ยวแม่นี่คงจะกลับออกไปเองนั่นแหละ หากเขาไม่ให้ความสนใจ เจ้าหล่อนคงจะรู้คำตอบด้วยตัวเอง

ด้วยตอนนี้เขายังมีเรื่องสำคัญต้องตัดสินใจ จะเอาอย่างไรกับปัญหาเฉพาะหน้า หัวคิ้วเข้มเหนือเบ้าตาลึกจึงยังขมวดมุ่นอยู่กับบางเรื่องที่อาจทำให้เขาเกิดปัญหากับคนป่วยปากจัด แถมยังไม่มีอาการกลัวเกรงอิทธิพลของเขาด้วยซ้ำ นี่ก็ไม่รู้ ถ้าหากเจ้าหล่อนตื่นขึ้นมาในวันพรุ่งนี้ แล้วเห็นหลักฐานบางอย่างเข้า เจ้าหล่อนจะลุกขึ้นมาอาละวาดอะไรใส่เขาบ้าง

 ชายหนุ่มกำลังใช้ความคิด หากต้องเกิดอาการหงุดหงิดเพิ่มขึ้นตอนได้ยินเสียงหวานดังอยู่ข้างกาย

“เอ่อ...คุณเดวิสคะ ยังต้องการอะไรเพิ่มเติมอีกหรือเปล่า ไดแอนน่าเต็มใจให้ความช่วยเหลือทุกอย่าง ถ้าหากคุณ...ต้องการ...”

ไดแอนน่าผู้ยังไม่รู้ชะตากรรมกล้าเอ่ยปากเสนอให้ความช่วยเหลือมาเฟียหนุ่ม คุณเธอเอี้ยวตัวมาถามด้วยการบิดสะโพกยั่วยวน ยื่นปลายขาเรียวมาทางชายหนุ่ม โน้มกายจนนมจากเต้าไหลทะลักมากองอยู่ตรงหน้า ถือเป็นการเสนอตัวและให้ความช่วยเหลือคนหล่อระดับมาเฟียไปพร้อมกันเสียเลย

งานนี่ล่ะ...เธอจะได้สุขสบาย มีเงินใช้ไปตลอดทั้งชาติ...

คนถูกถามยืดตัวนั่งตรง ดวงตาไร้ความปรานีตวัดมองแม่สาวพยาบาลร่างอวบ ถึงพอจะรู้ตนเองนั้นค่อนข้างเสน่ห์แรงเพียงใด แต่เขามันประเภทยิ่งเสนอกลับยิ่งรังเกียจ...

เดวิสพยักหน้าให้นางพยาบาลเดินเข้ามาหาเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไดแอนน่ายิ้มย่องหัวใจลำพอง เลือดในกายสาวแล่นพล่าน เจ้าหล่อนรีบยืดกายยืนตรง พลางแอ่นหน้าอกทรงโตอะร้าอร่ามอวดโชว์ก่อนเดินเข้ามาหาชายหนุ่มที่เธอหมายตาจะได้สนุกกับเขาค่ำคืนนี้...

มายาวีรีบพลิกตัวนอนตะแคงหันหลังหนีสายตาคมกริบของคนที่เธอเกลียดขี้หน้าจนเข้าเส้นทันทีที่ลืมตาแล้วเห็นเขานั่งมองมายังเธอตาเขม็ง หญิงสาวเกิดอาการเซ็งขึ้นมาในบัดดล เมื่อไหร่หนอหมอนี้จะยอมออกไปให้พ้นจากชีวิตของเธอเสียที ตามติดยิ่งกว่าผีคอยตามหลอกหลอนกันก็ไม่ปาน ทั้งที่เขาน่าจะรู้ตัวเองได้แล้ว เธอนั้นเกลียดขี้หน้าเขามากขนาดไหน ไม่รู้เขายังมาวุ่นวายกับชีวิตเธอทำไม จะว่าเขาอดอยากปากแห้งจนถึงขั้นขาดแคลนผู้หญิงข้างกาย ไอ้เรื่องนี้คงไม่น่าใช่เหตุผลสำหรับผู้ชายรูปร่างหน้าตาดีจัด อีกทั้งฐานะมั่งคลั่งร่ำรวยมหาศาล จนกระทั่งมีเงินให้ลุงบวรถลุงใช้จนกลายเป็นหนี้สินก้อนโต เดือดร้อนมาถึงหลานอย่างเธอ ต้องก้มหน้าชดใช้ให้อย่างไม่รู้อีโหน่อีเหน่

อีกทั้งดูได้จากตอนเธอเพิ่งรู้สึกตัวใหม่ๆ สิ ยัยผู้หญิงนมใหญ่คนนั้นแทบจะขับขี่เขาต่อหน้าต่อตาเธอเลยด้วยซ้ำ คิดถึงแล้วยังอดขยะแขยงไม่หาย หญิงก็ไร้ยางอาย ผู้ชายก็ตัณหาจัดจนบังตา ไม่นึกละอายต่อสถานที่หรือแม้ต่อหน้าคนป่วยนอนอยู่บนเตียง แต่จะว่าไปช่างเป็นคู่ที่ดูเหมาะสมเหมาะเจาะลงตัวดีไม่หยอกแฮะ...

หญิงสาวระบายลมหายใจหนักหน่วง ใคร่ครวญหาวิธีกำจัดไอ้คนสารเลวที่ชอบใช้กำลังเหนือกว่าเข้าข่มเหงรังแกครั้งแล้วครั้งเล่า ต้องรีบกำจัดให้หมอนี้ออกจากชีวิตเธอให้ไกลเท่าไหร่ยิ่งดี ขืนปล่อยเขาไว้แบบนี้อีกหน่อยเธอคงต้องกลายเป็นบ้า หรือไม่ชีวิตที่คิดวางแผนไว้ว่ามันจะสงบสุขอย่างวาดฝันไว้ก่อนมาถึงประเทศอังกฤษ คงมีอันต้องพบเจอแต่ความวุ่นวายไม่จบสิ้นแน่นอน

หมอนี้ทำตัวไม่ต่างจากหมามุ่ย เข้าใกล้ยามใดเป็นต้องคันคะเยอแสบทรวงไปทั่วตัวทุกที เป็นตัวอันตรายสำหรับเธอโดยเฉพาะ จะว่าไปไม่รู้การเผชิญหน้าระหว่างชายหนุ่มนิสัยเลวบ้าตัณหา กับสองแม่ลูกคู่แอ๊บแบ้ว ฝ่ายไหนทำให้เธอรู้สึกย่ำแย่ปวดหัวมากกว่ากัน

แต่มันต้องมีสักวิธีสิ แต่ตอนนี้เธอยังคิดหาวิธีนั้นไม่ออก มายาวีผ่อนลมหายใจ ขมวดคิ้วมุ่นเมื่อต้องใช้ความคิดอย่างหนักอีกครั้ง...

เดวิสขยับตัว คลายอาการเมื่อยด้วยรู้สึกขัดเคืองใจ เขาเห็นมายาวีลืมตาแล้วรีบพลิกตัวนอนตะแคงหันหลังให้เขาด้วยสายตาชิงชัง คนอุตส่าห์อดหลับอดนอนเฝ้าไข้ให้ทั้งคืน แม้แต่คำขอบคุณ เขายังไม่ได้ยินออกจากปากร้ายกาจนั่นสักคำเดียว

 “หนีหน้าฉันทำไม...”

“ก็ไม่น่าถาม นายน่าจะรู้ตัวว่าทำไม...”

 คนตอบยังคงนอนหันแผ่นหลังโค้งมนมาให้ อาการอ่อนเพลียจากพิษไข้ขึ้นสูงนั้นดีขึ้นตามลำดับ หญิงสาวเริ่มมีเรี่ยวแรง และคิดว่าวันนี้จะขออนุญาตคุณหมอออกจากโรงพยาบาล พรุ่งนี้เธอมีธุระต้องยื่นเอกสารสำคัญกับทางมหาวิทยาลัย คงนอนพักต่อที่โรงพยาบาลอีกไม่ได้ และเหลืออีกเพียงสองสัปดาห์เธอต้องเข้าคลาสเรียนเสริมด้านภาษาอีกเล็กน้อย เพื่อใช้เสริมทักษะด้านการสื่อสารเพิ่มเติม

เดวิสเลิกคิ้วเข้มขึ้นสูงมุมปากกระตุกยิก ข่มอารมณ์กรุ่นให้สงบนิ่งเข้าไว้ อาจด้วยรู้ตัวเองนั้นมีชนักปักกลางหลังชิ้นโต ผ้าทำความสะอาดคาบคาวจากความพลั้งเผลอตน มันยังถูกทิ้งให้นอนแอ้งแม้งในถังขยะในห้องน้ำอยู่เลย นี่ถ้าเกิดเจ้าหล่อนรู้เรื่องที่เขาทำอะไรไว้เมื่อคืนนี้เข้า มีหวังเช้านี้เขาคงถูกด่ายับหรือไม่คงถูกเจ้าหล่อนทุบตีหรือถีบเข้าให้อีก ผู้หญิงบ้าปากจัดคนนี้เคยนึกกลัวเขาเสียที่ไหน ด่าได้เป็นด่า ตบตีเขาได้เป็นลงมือโดยไม่เสียเวลาคิด

มือเท้าเจ้าหล่อนหนักออกจะตาย ถีบกล่องดวงใจเขาคราวก่อนรสชาติมันยังตราตรึงใจเขาเลือนหาย ดีเท่าไหร่เขาไม่เป็นหมันไร้ลูกหลานสืบสกุล นับว่าเป็นบุญท่วมหัว เขาจึงไม่คิดหาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัวเอง

“หิวหรือเปล่า ฉันให้คนไปหาซื้อข้าวต้มมาไว้ให้ ถ้าหิวเดี๋ยวฉันจะเทใส่ชาม”

“ไม่ต้อง...แล้วนี่เมื่อไหร่นายจะไปให้พ้นหน้าฉันสักทีล่ะ งานการไม่มีทำหรือไง ก็เห็นกับตาว่าฉันไม่ได้เป็นอะไรหนักหนาแล้ว นายก็สมควรกลับออกไปทำงานทำการ หรือรวยแล้วเลยไม่ต้องทำมาหากิน”

มายาวีเป็นฝ่ายอดรนทนไม่ไหวจำต้องยันกายลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง เธอยกมือห้ามตอนเห็นพ่อคนร่ำรวยทำท่าจะลุกขึ้นมาช่วยพยุง

“ก็น่าจะเป็นอย่างนั้น...”

เดวิสไหวไหล่ทรุดกายลงนั่งที่เดิม แล้วยิ้มกว้างให้ อวดความร่ำรวยเล็กน้อย มายาวีส่ายหน้าระอาใจกับคนหน้าด้าน ด่าก็แล้ว ไล่ก็แล้ว ยังไม่คิดจะไปไหนให้พ้นหน้าเธอ ตามติดเป็นเจ้ากรรมนายเวรกันอยู่ได้

“กินข้าวต้มสักหน่อยเถอะ ดูหน้าเธอยังขาวซีดเหมือนแผ่นกระดาษชำระอยู่เลยนั่น ร้านข้าวต้มเจ้านี้ฉันสั่งทำมาจากโรงแรมชื่อดังของรัฐนี้เชียวนะ รับรองว่าอร่อยถูกปากเธอแน่...”

มายาวีกำลังขยับปากสวนกลับ ทำมาเปรียบผิวหน้าเธอเป็นกระดาษชำระ พอดีกลับประตูห้องถูกเคาะและเปิดเข้ามา เป็นคุณหมอกับนางพยาบาล สองคนที่เธอเห็นเมื่อวานนี้เอง

“สวัสดีตอนเช้าครับ เป็นอย่างไรบ้างคนป่วย ดูใบหน้าสดชื่นขึ้นมากแล้วนะครับ ได้คนเฝ้าไข้ดีขนาดนี้ อาการไข้เลยหายไว้กว่าปกติ จริงไหมครับคุณสามี...” คุณหมอเอ่ยสัพยอกอย่างคนอารมณ์ดี แล้วหันไปส่งยิ้มให้คนเฝ้าไข้ที่ยกสถานะเป็นสามี

เดวิสที่ลุกขึ้นยืนเตรียมจะเดินไปยังเคาน์เตอร์เพื่อเทข้าวต้มใส่ชามให้คนป่วยปากจัด ชายหนุ่มเลยเปลี่ยนใจ เดินลากเท้าเข้ามาชิดขอบเตียงคนป่วยแทน พอเห็นใบหน้างอหงิกของคนป่วยเลยคิดอยากแกล้งขึ้นมา ชายหนุ่มจึงดึงมือนุ่มมากุมไว้ในมือตนเองต่อหน้าคุณหมอที่พูดจาเข้าหูเขาแต่เช้า มายาวีจะดึงกลับ คนหน้าด้านกลับยึดไว้มั่น

“ก็เมียผมทั้งคนนี้ครับ ไม่ดูแลเขาแล้วจะให้ผมไปดูแลใคร...”

นางพยาบาลสาวร่างอ้วนก้าวตามหลังคุณหมอสูงวัยมาติดๆ มีอันต้องชะงักเท้าเดินลงกะทันหัน เมื่อสายตาเธอเหลือบเห็นร่างสูงของเทพบุตรสุดหล่อของไดแอนน่า แม่เพื่อนสาวที่เข้าเวรเมื่อคืน มือที่ถือแผ่นชาร์ทประวัติของคนไข้เกิดสั่นเทาขึ้นมา อยากเดินหันหลังกลับแต่ก็ทำไม่ได้ แถมยังมีเหงื่อซึมจนต้องเปลี่ยนข้างถือกระดานตรวจใบนั้นใหม่ หญิงสาวก้มหน้างุดพยายามทำตัวเองให้เล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขนาดหายใจเสียงดังยังไม่กล้า ยามนึกถึงสภาพของเพื่อนสาวตอนเดินออกจากห้องคนไข้วีไอพีห้องนี้ จะเรียกว่าเดินคงไม่ใช่ ต้องบอกถูกหิ้วปีกออกมาถึงจะถูก พร้อมเช้านี้ถึงกับยื่นใบลาป่วยทั้งอาทิตย์ด้วยซ้ำ...

เดวิส ขอตัวเดินออกมายืนรับลมด้านนอกระเบียงห้อง ปล่อยให้ทางคุณหมอทำงานได้สะดวก เอาจริงๆเขาไม่ได้เต็มใจออกมาสักนิด แม่คนป่วนปากจัดนะสิ ไล่ส่งเขา หาว่าเขายืนเกะกะขวางทางคุณหมอ

 หลังจากคุณหมอทำการตรวจอาการของมายาวีอย่างละเอียด  และหญิงสาวร้องขอกลับไปพักฟื้นต่อที่บ้าน

มายาวีได้รับอนุญาตจากคุณหมอให้กลับบ้านภายในวันนั้น ผลตรวจครั้งล่าสุดอาการไข้ของหญิงสาวคงเหลือเพียงแค่อาการอ่อนเพลียทางร่างกายให้เห็น ส่วนอาการโดยรวมปกติดีทุกอย่าง ตัวไม่ได้ร้อนผ่าวเหมือนดั่งเช่นวันแรกที่ถูกหามส่งเข้ามารับการรักษา ไข้ลดในระดับอุณหภูมิปกติ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงหากได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ

หญิงสาวไหว้ขอบคุณคุณหมอสูงวัยด้วยกิริยางดงาม คุณหมอคลี่ยิ้มเป็นการตอบรับ ก่อนท่านจะหันหน้าพูดคุยกับคนเฝ้าไข้ ถูกโมเมจากคุณหมอว่าเป็นสามีอีกสองสามประโยค

คุณหมอจึงเอ่ยขอตัวกลับออกมาพร้อมนางพยาบาลที่ไม่แม้จะกล้าเงยหน้าขึ้นมองทางเดิน กะเอาไว้พักเที่ยงนี้เธอต้องโทรหาไดแอนน่า ซักถามเพื่อนสาวให้คลายความสงสัย เมื่อคืนนี้เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงได้มีสภาพสะบักสะบอม เหมือนกับคนถูกรุมโทรมมาอย่างหนักอย่างนั้นแหละ...

เดวิสไม่ได้คัดค้าน เขาเองอยากให้สาวเจ้าออกมาพักฟื้นต่อที่บ้านเหมือนกัน แต่ต้องเป็นบ้านของเขาเท่านั้นนะ

ในใจนั้นคิดเผื่อไว้ เขาจะพาตัวมายาวี ให้มาพักยังบ้านของตนเองก่อน ที่นั่นสะดวกสบายมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน เขายังสามารถดูแลหญิงสาวได้อย่างใกล้ชิด แต่จะชิดมากขนาดไหนนั้น เดวิสทำได้เพียงหรี่ตามองคนตัวเล็กก่อนมันพราวระยับอย่างมีเลศนัย...

“อู้ย...ซี้ดดดด...โอ้ววว...ก๊อด....ดีมาก ดันเข้ามาแรงๆ อย่างนั้นแหละฉันชอบ” 

เสียงครางกระเส่าของหญิงสาวใต้ร่าง เร่งเร้าแรงกระทุ้งของคนด้านบนจนหัวสั่นหัวคลอน ชายหนุ่มรูปร่างค่อนข้างหนาแต่เบี่ยงไปในทิศทางของคนหุ่นดีที่ไม่ดูอ้วนจนเทอะทะจำต้องกัดฟันแน่น เขาเท้ามือลงกับพื้นหญ้า โก่งก้นกกขึ้นพร้อมรัวกระหน่ำซอยบั้นเอวกระชั้นถี่อย่างไม่ลืมหูลืมตาตามคำเรียกร้องของอีคุณหนูคนสวย ไอ้หนุ่มนักรักทั้งลงน้ำหนัก ทั้งกระทุ้งดุ้นทะลุทะลวงเข้าใส่ร่องนุ่มร้อนฉ่า ให้ส่วนหัวหยักคล้ายดอกเห็ดกำลังบานสะพรั่งชนเข้ากับผนังมดลูกเสียงดัง กึก กึก มันรุนแรงก็จริง แต่ไม่ได้ทำให้คนตัวเล็กกว่ารู้สึกเจ็บปวด มันมีแต่สร้างความรู้สึกเสียวซ่านถึงอุราให้แก่เจ้าหล่อนเท่านั้นเอง

“อา...อา...ซี้ดดดด”

คนถูกป้อนความเสียวกำต้นหญ้าในมือทั้งสองข้างไว้แน่น ใบหน้าสวยหวานบิดเบี้ยวเหยเก ความสุขแล่นลิ่วพลุกพล่าน ตอนนี้ในสมองคิดเพียงเรื่องเดียว เธอต้องการปลดปล่อยจากความอึดอัด

โมนาฉีกเรียวขาออกกว้างมากขึ้นเพื่อต้อนรับแรงส่งจากคนด้านบน ไม่เสียแรงที่เธออุตส่าห์ลดตัวลงมาเกลือกกลั้วกับไอ้พวกจับกัง ลีลาของมันช่างเด็ดไม่เบา ถึงจะดูสกปรกไปสักนิด แถมยังมีกลิ่นสาบความโสโครกของคนจน แต่ถ้าหากเก็บมันไว้เรียกใช้ยามคับขัน เธอคิดว่ามันก็ไม่เลวเหมือนกัน

“มีความสุขไหมคุณ...ผมบริการให้คุณสุดฝีมือเลยนะ”

“อืม...อ๊ะ...อา...อา...ไม่ต้องห่วงนะ ฉันมีค่าเหงื่อให้แกอย่างสาสม”

ทำเอาไอ้น่านหัวใจพองโต มันแสยะยิ้มกว้างด้วยความรู้สึกสะใจ ได้ทั้งความเสียวได้ทั้งเงินใช้ด้วยโว้ยงานนี้...

มือไม้หยาบกระด้างเพราะต้องทำงานหนักมาสารพัดนั้นตะโบมลูบไล้ผิวกายขาวผ่องอย่างลำพอง ฟอนเฟ้นเต้างามจนแทบแหลกเหลว โมนาแอ่นร่างหยัดขึ้งสูง อำนวยความสะดวกให้คนแรงดีบีบขยำเต้างามทั้งสองข้างอย่างไม่อนาทร

“โอ๊ย...ช่างดีเหลือเกิน เอาอีก ดันเข้ามาอีก...อร้ายยยย”

หญิงสาวปล่อยมือออกจากต้นหญ้าแล้วคว้าหมับเข้ากับลำแขนของไอ้หนุ่มขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง กระดกก้นขึ้นสูงเพิ่มแรงส่งสวนกลับอย่างรู้งาน ไอ้น่านเสียวหัวหน่าวหนักขึ้นกว่าเดิม ใบหน้าคมคายของมันเหยเก ก่อนโมนาปล่อยมือ แล้วนอนราบลงกับพื้นหายใจหอบกระชั้น ร่างงามกระตุกเกร็งตอนขับน้ำเมือกให้ไหลเลอะออกมาเต็มร่องขา

“ถุ้ย! ...ร่านดีเหลือเกินนะมึง ประเดี๋ยวเสร็จๆ”

 เสียงถ่มน้ำลายลงพื้นหญ้าเมื่อน่านหรี่ตามองร่างที่กำลังบิดเร้าอย่างทรมานด้วยความสุขสม นี่น้ำมันคงจะแตกอีกครั้งแล้วสิท่า ถึงได้ดิ้นเร่าเหมือนปลาถูกน้ำร้อนลวก

เหอะ! ก็ใครมันจะไปคิดฝันกันละว่า อีคุณหนูหุ่นอวบอัดน่าจับขยำกินมันจะร่านแรดได้ถึงใจขนาดนี้ ถึงขั้นมันกล้ากวักมือเรียกให้เขาขึ้นมาบนรถได้อย่างหน้าตาเฉย ก่อนเสนอเงินเป็นค่าจ้าง เพื่อให้เขายอมทำในสิ่งนี้ให้

เวลาเขาเห็นมันขับรถคันใหญ่โตผ่านหน้าทีไร หน้าสวยของมันนี่เชิดหยิ่งยิ่งกว่ากิ้งก่าได้ทอง คิดว่าชาตินี้คนชั้นล่างอย่างมันคงได้เป็นแค่หมามองเครื่องบิน คงไม่มีวันได้เห็นคนชั้นสูงอย่างอีนี่มันจะฉายตาลงมาแลให้เสียเวลาได้หรอก เขามันก็แค่ไอ้หนุ่มขับวินกระจอกงอกง่อยบ้านพักอาศัยอยู่ก็แทบจะพุพังทั้งหลัง

แต่ที่ไหนได้...พระเจ้า อีนังหน้าขาวนมใหญ่จนล้นมือคนนี้ คนที่มันบังเอิญเคยเห็นขับรถออกมาจากบ้านหลังใหญ่โตโอ่อ่าราวพระราชวังตรงกลางซอย มันเสือกกวักมือเรียกให้เขาขึ้นมานั่งบนรถ เสนอข้อเสนอบางอย่างที่ทำให้เขาไม่อาจโง่ปฏิเสธลงคอ ขืนถ้าปฏิเสธไม่ทำ เขามันก็ควายดีๆ นี่เอง ก่อนจะตกลงกันดิบดี แล้วจัดหาสถานที่ละแลงสวาทกันริมทางเปลี่ยว

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ คนเรานี่มันวัดกันด้วยฐานะหรือหน้าตาไม่ได้จริงๆ เพราะไอ้สถานที่ดังกล่าว กลับเป็นอีนังคุณหนูคนสวย เป็นคนจัดหาไว้เตรียมพร้อม

“เปลี่ยนท่าเอานะคุณ...”

“อ๊ะ! ...”

 โมนานอนตาค้างเพราะเพิ่งเสร็จสมเป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ยังไม่ทันตอบรับ ร่างเปลือยเปล่ากลับถูกจับนอนตะแคงข้าง ขาข้างหนึ่งถูกจับโยงให้ชูขึ้นสูง จุดเชื่อมประสานหลุดออกจากกันเสียงดังเบ๊าะ ทำเอาร่างอวบสั่นเกร็งเพราะรู้สึกเสียวสยิว มีน้ำเมือกขาวไหลเยิ้มออกมาจากรูโบ๋ แลเห็นเนื้อนุ่มภายในสีแดงสด กลีบหวานเลอะฉ่ำด้วยน้ำคาวขาวขุ่น น่านแหย่นิ้วยาวปาดลงกลางกลีบก่อนยัดเอาเอ็นขนาดเท่าข้อมือเด็กสอดใส่กลับเข้าสู่ร่องเดิม

“ซูดดดด...อา...”

 สองร่างส่งเสียงครางระงมอย่างไม่กลัวใครมาแอบได้ยิน ทั้งนี้เนื่องมาจากแถวนี้เป็นพื้นที่รกร้างห่างไกลจากบ้านคนพอสมควร โมนาเคยถูกพามาละเลงรักแถวนี้หนหนึ่งแล้วกับชายหนุ่มนักศึกษาหารายได้พิเศษด้วยการขายตัว เธอจึงรู้ว่ามันปลอดภัยและลับสายตาผู้คน

กิจกรรมราคะของทั้งคนหน้าไม่อายทั้งคู่ยังคงดำเนินต่อไปอีกยาวนาน เมื่ออีกคนแรงดีเอาแต่กระทุ้งเอ็นสดเข้าใส่ชนิดที่เรียกว่าแรงดีไม่มีตก ส่วนอีกคนคอยเกร็งร่างรับขมิบตอดรัดอย่างมืออาชีพ ทำให้กิจกรรมดังกล่าวเป็นที่ถูกอกถูกใจของทั้งสองฝ่าย จวบจนกระทั่งเกิดเสียงสัญญาณโทรศัพท์มือถือของโมนาดังเตือน และหน้าจอเป็นชื่อของบุพการี

มารดาเธอโทรมาตาม เพราะมีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับอีพี่สาวนอกคอกจะเล่าให้ฟัง แถมยังเป็นเรื่องที่ไม่ดีสักเท่าไหร่ เธอจึงจำต้องยุติความสนุกสุดเหวี่ยงกับหนุ่มขับวินรับจ้างลงแต่เพียงเท่านี้ เอาไว้ค่อยหาเวลามาสนุกใหม่อีกกี่ครั้งก็ได้ เพราะเรื่องคอยซ้ำเติมอีคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นลูกของคุณพ่อให้จมดิน สำคัญกว่าเป็นไหนๆ ...

ในทันทีที่มณียาเห็นหน้าลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนเดินหน้าชื่นบานเข้ามาถึงชุดโซฟานำเข้าจากประเทศขึ้นชื่อเรื่องแฟชั่นอันดับหนึ่งของโลก คนเป็นแม่ที่นั่งรอท่าด้วยใบหน้ายิ้มระรื่นรีบขยับตัวหลีกทางให้ลูกสาวเข้ามานั่งข้างตนเอง ด้วยเพราะมีเรื่องของอีนังลูกเลี้ยงตัวดีจะเล่านินทาให้ลูกสาวตนเองฟัง ไม่ใช่อะไรจะได้ถนัดปากตอนพูดถึงหน่อยเท่านั้นเอง

นางหันไปโบกมือเรียกสาวใช้ ก่อนเอ่ยปากสั่งน้ำแร่เย็นเฉียบให้บุตรสาว กลัวลูกจะเหนื่อยหลังจากต้องตรากตรำเดินหาสถานที่เรียนพิเศษเพิ่มเติม ลูกสาวหัวแก้วเป็นเด็กดี รักการเรียนเป็นที่หนึ่ง ไม่เคยสร้างปัญหาให้ตนเองหนักใจมาก่อน มณียานึกชื่นชมลูกสาวของตนในใจ ริมฝีปากยิ้มกว้างเมื่อนึกเปรียบเทียบกับลูกเลี้ยง รายนั้นดีแต่สร้างปัญหาให้คุณประพรตกุมขมับ

“ไปดูที่ติวภาษากับพี่เอ็มมาเป็นอย่างไรบ้างลูก ว่าแต่...แล้วนี่พี่เขาไปไหนเสียแล้วล่ะ วันนี้แม่สั่งให้เด็กมันทำแต่ของโปรดลูกเอาไว้ขึ้นโต๊ะทั้งนั้น กะจะชวนตาเอ็มเขาอยู่ทานข้าวเย็นที่บ้านเราเสียเลย”

นางมณียาเหลียวหาอนาคตลูกเขย ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมด้วยคุณสมบัตินานัปการ หากกลับไม่เห็นเดินตามหลังลูกสาวตนเองเข้ามาด้วยกัน เลยเกิดความสงสัย

โมนากลอกตายามนึกถึงผู้ชายจืดชืดไร้เสน่ห์ไม่ถึงอกถึงใจเธอเอาเสียเลย ผู้ชายอะไรไม่รู้หัวโบราณชะมัดยาด เพียงแค่จูบธรรมดาอย่างคนรักทั่วไปเขาทำกันยังไม่กล้า อย่างมากสุดเขาก็แค่เดินจับมือเธอตอนพาไปไหนมาไหนเท่านั้น หญิงสาวแอบบิดปาก

ผู้ชายน่าเบื่อ...

แต่ถึงจะเบื่อมากแค่ไหนเธอก็ไม่สามารถตัดเขาทิ้งหรือตีตัวออกห่างอย่างเช่นกับผู้ชายหลายคน เธอมักเคยทำมาเป็นประจำเมื่อตกอยู่ในช่วงอารมณ์เบื่อหน่าย ยังคงต้องเก็บพี่รบิลไว้ข้างกาย เพราะเธออยากเห็นใครบางคนมันอกแตกตาย อยากเห็นความเจ็บปวดจากมัน พอนึกถึงสาเหตุสำคัญ แววตาสดใสวาววับเรืองรองขึ้นอย่างสะใจ ก็จะไม่ให้สะใจได้ยังไง

 ในเมื่อพี่รบิลแฟนหนุ่มของเธอ เป็นชายหนุ่มคนที่นังมายาวีมันอยากได้จนตัวซีดตัวสั่น แล้วเรื่องอะไรเธอจะยอมโง่ปล่อยให้เขาเป็นอิสระ เป็นการเปิดทางให้อีนังนั่นมันเดินย้อนกลับเข้ามาใหม่ มันจะต้องไม่มีวันนั้น

“ว่าไงโมนา พี่เอ็มของลูกอยู่ไหน?”

“พี่เอ็มติดธุระค่ะคุณแม่ ส่งโมนาขึ้นรถแล้วพี่เอ็มจึงขอตัวกลับเลย ไม่แน่ใจว่าเรื่องทางบ้านหรือทางมหาวิทยาลัยกันแน่”

“อ้าวหรือจ๊ะ...น่าเสียดายจัง” นางมณียาแสดงสีหน้าเสียดาย ก่อนจะระบายยิ้มแล้วหันหยิบของบางอย่างออกจากกล่องไม้

“ว่าแต่นี่อีพี่เมไปก่อเรื่องเหม็นคาวฉาวโฉ่อะไรไว้อีกแล้วหรือคะ ขนาดว่าอัปเปหิตัวเองเพื่อหนีความอับอายจากการถูกพี่เอ็มปฏิเสธรัก หนีไกลจนถึงต่างประเทศขนาดนั้น ข่าวคาวเหม็นโฉ่ของลูกสาวคุณพ่อยังอุตส่าห์ลอยมาถึงเมืองไทยได้อีกหรือคะเนี่ย หึ...แย่จัง”

โมนาบิดปากหมิ่นตอนเอ่ยชื่อพี่สาวต่างมารดา พลางวางกระเป๋าสะพายใบเล็กไว้บนโต๊ะกระจกหลังจากเดาเรื่องของมารดา คงหนีไม่พ้นเรื่องไม่ดีของมายาวีนั่นแหละ ก่อนเอื้อมมือรับน้ำแร่เย็นเฉียบจากสาวใช้มาดื่มอึกใหญ่ เพราะเกิดจากความกระหายคอแห้ง หลังจากผ่านบทรักแสนรัญจวนกับชายหนุ่มรับจ้างขับมอเตอร์ไซค์รับจ้างหน้าปากซอยมาอย่างเร่าร้อนรุนแรง

นางมณียาเบ้ปาก ดวงตาฉายแววรังเกียจ ตอนเอ่ยถึงลูกเลี้ยง

“โอ๊ย! เรื่องแบบนี้อยู่ที่ไหนก็มีแต่คนให้ความสนใจทั้งนั้นแหละค่ะลูกขา ยิ่งเมืองที่นังเมมันไปอยู่มีคนไทยอาศัยที่นั่นตั้งเยอะแยะ แถมนามสกุลของคุณพ่อลูกหาใช่ธรรมดาที่ไหน ข่าวฉาวโฉ่ไม่ดีมันย่อมมาไวเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว”

ผู้เป็นแม่บิดปากอีกครั้ง พลางเอื้อมหยิบรูปถ่ายที่เห็นใบหน้าลูกติดสามีกับภรรยาคนแรกมาให้โมนาได้เห็นชัดๆ คนถ่ายนั้นเป็นคนของตัวนางแอบจ้างไว้เอง หลักฐานพร้อมขนาดนี้ดูสิสามีคนดีของเธอจะว่ายังไง ไม่ใช่โกรธจนต้องเรียกตัวกลับมาด่วนหรอกหรือ

“เห็นไหมคะคนเก่งของแม่ มันหน้าด้านอะไรอย่างนี้ เชื้อมันไม่ทิ้งแถวจริงๆ”

ผู้เป็นแม่ทำปากจิ๊จ๊ะ คิดดูถูกนังลูกเมียเก่าของสามีอยู่ในใจ...

โธ่เอ๊ย! ไหนใครต่อใครต่างเอ่ยปากชมมันกันหนักหนา นิสัยดีอย่างนั้นอย่างนี้ไงล่ะ มันก็แค่เปลือกภายนอก สันดานแท้จริงมันทั้งแรดและร่านไม่เบา อย่างว่าละนะเชื้อแม่มันคงแรงพอตัว เธอจะคอยดูงานนี้คุณประพรตว่ายังไง เขาจะยังพูดจาเข้าข้างลูกสาวคนดีอยู่อีกหรือเปล่า นี่ขนาดบินไปเรียนต่อต่างประเทศเพียงไม่กี่วัน กลับมีผู้ชายที่ไหนไม่รู้ มาตามคอยป้วนเปี้ยนใกล้ชิดกันในที่สาธารณะ อย่างไม่อายสายตาใครเสียด้วย

โมนาหยิบแผ่นภาพขนาดเกินจริง ปรากฏใบหน้าของผู้หญิงไทยกับชายหนุ่มชาวต่างชาติคนหนึ่ง ทว่าเห็นใบหน้าฝ่ายชายไม่ชัดเท่าไหร่นักขึ้นมาพิจารณา ในภาพคนทั้งคู่กำลังยืนกอดกันกลมดิก ดูเหมือนฝ่ายชายกำลังโน้มใบเข้าหาฝ่ายหญิง ไม่ต้องอธิบายต่อโมนาที่ไม่ได้ไร้เดียงสาพอลำดับเหตุการณ์ต่อจากนี้ได้สบาย

อีพี่เม มันกำลังยืนจูบกับผู้ชาย...

“ไวไฟใช่เล่นเลยนะคะพี่สาวของโมนา” หญิงสาวพูดเหน็บก่อนหยิบภาพถ่ายใบอื่นขึ้นมาดูด้วยสีหน้าเย้ยหยัน

“แม่ไม่ขอนับญาติกับมันหรอกนะคะ...”

 นางมณียาโบกมือไหว เธอไม่ใจกว้างพอจะนับลูกสาวของผู้หญิงคนนั้นเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน แม้ว่าตนเองจะเข้ามาที่หลัง และเคยอยู่ในตำแหน่งเมียน้อยมาก่อนก็ตามเถอะ แต่เธอเกลียดมันสองคนแม่ลูกเข้ากระดูกดำ

“ค่ะ...โมนาก็แค่เปรียบเปรยเล่นๆ ไม่คิดจะนับญาติกับมันอยู่แล้ว”

สองแม่ลูกมองสบตากันแล้วคลี่ยิ้ม บทสนทนาดำเนินต่อไปอีกสักพัก แน่นอนยังคงเป็นเรื่องของหญิงสาวอยู่ต่างแดน ส่วนเกินของทั้งสองแม่ลูกแห่งบ้านวิจิตรนานุเคราะห์

อยากกำจัดมันออกไปให้ไกลจากชีวิต นับตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาในฐานะเมียของประพรต วิติตรนานุเคราะห์เต็มตัว...

มายาวีนั่งถอนหายใจทิ้งเป็นว่าเล่น เธอพยายามเบียดร่างเข้าหาบานประตูรถมากที่สุดเท่าที่มันจะไม่เปิดผางออกจนทำเธอหล่นตุบแล้วต้องวกกลับเข้าโรงพยาบาลใหม่อีกหน

ความรู้สึกตอนนี้คือเธอไม่ได้ยินดียินร้ายกับอะไรรอบกายทั้งนั้น เอาแต่นั่งมองผ่านกระจกติดฟิล์มสีดำทะมึนของรถสปอร์ตคันหรูด้วยความรู้สึกเฉื่อยชา ถ้าจะพูดให้ถูกให้เธอนั่งมองสีดำด้านข้างยังดีกว่าต้องทนมองเห็นใครบางคนอยู่ในสายตาเป็นไหนๆ

หญิงสาวหมดอารมณ์กับทุกสิ่งรอบกาย อุตส่าห์หลงดีใจ ตนเองกำลังหลุดพ้นจากสัมภเวสีหน้าหื่นได้เสียที ทว่าที่ไหนได้พ่อเจ้าประคุณยังเกาะติดเป็นปลิงตัวผู้ ตามตอแยเธอไม่เลิกรา ยังมีหน้ามาบังคับให้เธอย้ายข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว ให้เข้ามาพักรักษาตัวต่อยังบ้านของเขาจนกว่าร่างกายของเธอจะหายเป็นปลิดทิ้ง แน่นอนนั่นเป็นสิ่งที่เธอไม่ได้ต้องการจากชายหนุ่มด้านข้าง แต่เธอไม่มีแรงลุกขึ้นสู้รบตบมือกับคนดื้อด้านเอาแต่ใจพอ...

เขายกเหตุผลเกลี้ยกล่อมเธอสลับกับคำขู่ยาวเหยียด เธอเบื่อจะเถียงสู้เลยจำต้องปิดปากเงียบ ปล่อยเลยตามเลย นึกเสียว่า ให้เป็นการชดเชยในสิ่งที่เขาทำให้เธอต้องเข้ามานอนซมในโรงพยาบาล แทนที่จะได้ออกเที่ยวตามแผนที่เธอวางเอาไว้ก่อนมหาวิทยาลัยจะเปิด

หากพอนั่งรถออกมาได้สักระยะ เสียงสัญญาณโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงของมายาวีเกิดสั่นเตือนขึ้นมา บ่งบอกว่ามีคนโทรเข้ามาหา และมันเรียกสายตาของคนด้านข้างให้หรี่แคบลงตาม

หญิงสาวล้วงมันขึ้นมาพร้อมกดรับสาย เป็นโจฮานนั่นเองโทรเข้ามา นี่เขาคงจะกลับมาจากการไปกินเลี้ยงวันเกิดของครอบครัว โทรหาเธอนี่คงจะชวนเธอออกมาเดินเล่นเหมือนหลายวันยามเขาไม่ติดธุระอะไร มายาวียกโทรศัพท์แนบหู ตัดความสำคัญคนด้านข้างอย่างจงใจ เมื่อหางตาเธอเห็นเขากำลังนั่งยืดตัวตรง หูผึ่งแอบฟังบทสนทนาของเธออยู่ หญิงสาวเลยแกล้งระบายยิ้มสดใสตอนกรอกเสียงหวานละมุนกว่าควรจะเป็น...

 “สวัสดีค่ะคุณโจ...”

เพียงแค่ได้ยินเสียงหวานหยดอย่างในชาตินี้เขาคงไม่มีโอกาสได้ยินจากปากของหญิงสาวเป็นแน่แท้ บวกกับชื่อของปลายสาย เดวิสชักหูกระดิก เขาตวัดสายตามองมาอย่างจับผิด ชายหนุ่มเม้มริมฝีปากแน่นกดหัวคิ้วเข้มลงต่ำ อารมณ์ฉุนกึกตีรวนขึ้นมาปัจจุบันทันด่วน

นี่ขนาดอยู่ต่อหน้าผัวตัวเองเลยนะ คุยกับชู้เสียงหวานหยดย้อย ถ้าลับหลังเขา มันจะขนาดไหน เดวิสตั้งใจฟังบทสนทนาต่อ โดยพยายามระงับอารมณ์เดือดไว้สุดฤทธิ์...

“ฉันไม่สบายนิดหน่อยค่ะ แต่ตอนนี้หายดีแล้ว...ค่ะ...คุณไม่ต้องเป็นห่วง...ค่ะ...แล้วเจอกัน”

มายาวีเอ่ยลากับปลายสายหลังจากบอกกล่าวถึงอาการเจ็บไข้ของตนเอง โจฮานเพิ่งเดินทางกลับมาถึงห้องพัก เขามีของมาฝากเคาะประตูเรียกเธอตั้งนาน พอเห็นผิดสังเกตเธอไม่ยอมเปิดประตู โจฮานจึงย้อนกลับมาห้องพักตนเอง แล้วโทรโทรศัพท์หาเธอนั่นเอง

“มันโทรมาหาทำไม...”

 เสียงเกรี้ยวกราดเอ่ยถามหลังจากเห็นแม่คนปากกล้ายัดโทรศัพท์เก็บเข้ากระเป๋ากางเกง ร่างหนาจึงรีบขยับเข้ามาประชิดอย่างคุกคาม มายาวีนิ่วหน้าแล้วเหลือบสายตาขึ้นมองคนไร้มารยาทเล็กน้อย หญิงสาวถอนหายใจเลือกใช้ความเงียบต่อกรกับคนไร้มารยาทแทน 

“ฉันถาม ว่ามันโทรมาทำไม” ครานี้เดวิสไม่ยอม เขาคว้าหมับกับเรียวแขนเล็ก กระชากร่างเล็กเข้ามาประชิดตัว พร้อมบีบมันไว้แน่น

“เอ๊ะ! ฉันเจ็บนะตาบ้า หัดทำอะไรอ่อนโยนเป็นกับเขาบ้างได้หรือเปล่า เอะอะไม่พอใจอะไรก็ใช้แต่กำลังเข้าข่ม นิสัยแบบนี้ไงฉันถึงได้เกลียดผู้ชายแบบนายนักหนา...”

 มายาวีแหวเสียงขรม พร้อมชักสีหน้าไม่พอใจ เธอสะบัดเรียวเขียนที่ถูกจับยึดให้หลุดพ้นจากฝ่ามือหยาบ คนนะไม่ใช่กระท้อน ต้องทุบให้แหลกก่อนลงมือกินเนื้อถึงจะได้หวาน

เดวิสเลิกคิ้วซึ่งพาดเหนือดวงตายาวเรียว ผ่อนแรงบีบตรงมือให้เบาลง สันกรามเครียดเกร็งดูผ่อนสบายขึ้น

อ้อ...ถ้าเขาหัดทำตัวอ่อนโยนแล้วแม่นี่จะไม่เกลียดเขาสินะ ริมฝีปากของมาเฟียหนุ่มยกยิ้มเย็นจนและเห็นเป็นเส้นโค้ง แววตายามจับจ้องมองใบหน้านวลแพรวพราวเมื่อนึกอะไรขึ้นได้

“ได้...ถ้าเธอหัดพูดจาหวานๆ เข้าหูฉันบ้าง เหมือนอย่างที่เธอพูดกับไอ้ชู้นั่นเมื่อกี้นี้ไง”

คนถูกกล่าวหามีชู้เบือนหน้าหนีทันทีตอนได้ยินเดวิสเอ่ยถึงโจฮาน แถมยังยัดเยียดให้เขาเป็นชู้ของเธออีกด้วย

“ว่าไง...” 

เดวิสโน้มใบหน้าเข้าหาแม่สาวปากจัดจ้าน ส่งสายตากรุ่นโทสะยามเอ่ยถึงไอ้หนุ่มหน้าขาว เขาเคยเห็นมันในรูปถ่าย คนของเขารายงาน มันเป็นเจ้าของอพาร์ทเม้นท์เส็งเคร็งตลอดทั้งแนวยาวของถนนลิสเบิร์น นี่เป็นอีกเรื่องสำคัญ เขาต้องพูดกับมายาวีให้รู้เรื่อง เจ้าหล่อนต้องย้ายออกจากตึกสับปะรังเคเท่าแมวดิ้นตาย แล้วย้ายมาพักยังห้องชุดใหญ่ของเขาแทน ห้องชุดนั้นเขาลงทุนจ่ายไว้ไม่อั้น เพื่อเนรมิตสิ่งที่ดีที่สุดให้กับ...

เดวิสปรายตาลงมองแม่คนปากกล้าตัวเท่าแมวอย่างมีความหมาย หญิงสาวเบือนหน้าหลบสายตาคุกคามวางอำนาจไปทางอื่นเลยไม่ทันเห็นแววตาอบอุ่น เขาไม่เคยมองใครมาก่อน คิดว่ามันคงพอจะไถ่โทษตอนเขารังแกเจ้าหล่อนในวันแรกที่มาถึงประเทศอังกฤษนี้ได้บ้าง แม้จะเป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวเมื่อเทียบกับความเห็นแก่ตัวของเขาในวันนั้นก็ตามที...

ฟรีโก้ มาเซวส์ พ่อบ้านประจำตัวของเดวิส รีคอร์ ซาเนส เขาถูกเรียกหาในทันทีที่ขบวนรถหรูยาวเหยียด ต่างแล่นเข้ามาจอดเรียงคันเป็นแถวแนวยาวอยู่ตรงส่วนด้านหน้าบริเวณลานน้ำพุขนาดใหญ่ ตรงกลางบ่อน้ำพุนั่นปรากฏนางฟ้าตัวน้อยสีขาวกำลังเริงร่าท่ามกลางสายน้ำทะยานขึ้นสู่ฝากฟ้าก่อนร่วงหล่นลงมาแตกตัวกระจายกลายเป็นฝอยละออง

มายาวีผลักบานประตูออกมายืนด้านนอกตัวรถโดยไม่รอให้เหล่าบอดีการ์ดของพ่อสัมภเวสีเข้ามาวุ่นวาย ถึงเธอจะเติบโตมาในครอบครัวฐานะพรั่งพร้อมด้วยข้าทาสบริวารล้อมหน้าล้อมหลับ แต่นั่นไม่ได้ทำให้เธอกลายเป็นคนเจ้ายศเจ้าอย่างแต่อย่างใด

หญิงสาวหมุนรอบกายเพื่อสำรวจสถานที่พักฟื้นอาการป่วยของตัวเอง รู้สึกพึงพอใจในส่วนของความร่มรื่นโดยรอบตัวบ้านหลังโอ่อ่า สมดั่งคำโอ้อวดอยู่หรอก เพราะบริเวณรอบตัวตึกสีขาวตระหง่านยังมีความเขียวขจีของเหล่าต้นไม้ยืนต้น ถูกปลูกเอาไว้ดูหนาตา ยามสูดอากาศหายใจเข้าปอด ทำให้เธอรู้สึกโล่งสบาย ต่างจากความใหญ่โตของตัวตึกตรงหน้า ไม่อาจทำให้สาวไทยที่มีฐานะทางครอบครัวจัดว่าดีมากตื่นเต้นยินดีเลยสักนิด มายาวียังคงมีสีหน้าเรียบเฉยออกไปในทางบึ้งตึงเสียด้วยซ้ำ อาจเป็นเพราะเธอยังเกิดอารมณ์โมโหชายหนุ่มเจ้าของบ้านอยู่ไม่หาย อยู่ดีๆ มายัดเยียดให้เธอมีชู้ ทั้งที่เธอนั้นยังไม่มีสามีเลยสักคน ไม่นับรวมเขานะ เพราะนั่นเธอไม่ได้ยินยอมพร้อมใจให้เรื่องอย่างนั้นเกิดขึ้น...

ร่างบางห่อตัวเมื่อถูกลมหนาวกระทบถูกผิว เดวิสที่ก้าวขาตามออกมาไม่ห่างจึงหันร่างหนาส่งสัญญาณไปยังคนของตนเพื่อเรียกหาเสื้อคลุมผืนหนา ช่วงนี้อากาศค่อนข้างเย็นไม่คงที่ เนื่องจากยังอยู่ในช่วงฤดูใบไม้ผลิและอีกไม่นานจะผ่านเข้าสู่ฤดูหนาว ถ้าถึงในช่วงเวลานั้นอุณหภูมิจะลดลงต่ำกว่าสี่องศา

“คลุมไว้ซะ อากาศข้างนอกวันนี้ค่อนข้างจะเย็นกว่าปกติสักหน่อย ประเดี๋ยวไข้เธอก็กลับมาอีก เสื้อเธอบางเฉียบจะทนแรงลมอะไรได้...”

“ขอบคุณ...”

มายาวีขยับปากงุบงิบตอนเอ่ยขอบคุณ เธอรับผ้าคลุมขนสัตว์เนื้อนิ่มมาคลุมทับบ่าตัวเองไว้โดยมีคนเจ้ากี้เจ้าการตัวสูงใหญ่กว่าคอยช่วยคลี่ผืนผ้าหนักเอาการให้อีกแรง ผิวกายที่เย็นเฉียบเมื่อสักครู่พลันอุ่นขึ้นทันที ไม่รู้มันอุ่นด้วยผ้าคลุมหรือเพราะถูกเอาใจใส่จากคนที่ตนเองเกลียดขี้หน้าก็ไม่รู้

“เจ้านายครับ...”

เสียงร้องเรียกจากชายวัยกลางคนรูปร่างสูงโปร่ง เขาสวมใส่ชุดพ่อบ้านแบบเต็มยศ ชายคนดังกล่าวเร่งเท้าเดินลงมาจากตัวตึกใหญ่ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ก่อนมาหยุดยืนข้างหน้าของเดวิสผู้เป็นเจ้านาย แล้วโค้งกายลงนอบน้อมดูเป็นพิธีรีตองจ๋า จนมายาวีที่ยืนเคียงข้างกับคนถูกเรียกขานเกือบหลุดเสียงขำ หญิงสาวหรุบเปลือกตามองเครื่องแต่งกายของชายวัยกลางคนที่มาใหม่ แล้วละสายตาขึ้นมองผู้เป็นเจ้านาย ไม่เห็นจะเข้ากันตรงไหน อีกคนออกจะทำตัวดิบเถื่อนส่วนอีกคนดูอ่อนโยนเจ้าระเบียบดีแท้

“ว่ายังไงฟรีโก้...”

“ทุกอย่างเตรียมพร้อมไว้หมดแล้วครับเจ้านาย ทางปีกซ้ายของตัวตึกจะเป็นของเลดี้ผู้นี้แต่เพียงผู้เดียว...”

“ดีมากฟรีโก้ นายนี่ไว้ใจได้เสมอสินะ...ฉันจะแนะนำให้รู้จัก นี่มายาวีเธอเป็นแขกคนสำคัญที่ฉันเชิญให้มาพักฟื้นอาการป่วยที่บ้านของเรา”

“อา...” พ่อบ้านแห่ง รีคอร์ ซาเนสลากเสียงยาว เอียงใบหน้ามาทางผู้หญิงร่างเล็กแต่ทว่ามีใบหน้าสวยหวาน มันอดรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้ คุณเดวิสไม่เคยพาหญิงสาวคนไหนเหยียบเข้ามาที่นี่ แล้วแนะนำให้เขารู้จักเหมือนเธอผู้นี้สักคนเดียว ฟรีโก้เลยเป็นฝ่ายขยับเท้ามายืนเบื้องหน้าแขกคนพิเศษ ใบหน้าขาวประดับด้วยรอยยิ้มกว้างอย่างคนอารมณ์ดีเป็นนิจ เขาโน้มตัวลงต่ำเพื่อทำความเคารพแขกสาวที่ สายตาผ่านอะไรมาค่อนชีวิตบ่งบอกให้รู้เธอผู้นี้ต้องเป็นคนสำคัญต่อหัวใจเจ้านายของตัวเองอย่างแน่นอน

“สวัสดีครับมิสมายาวี ผมยินดีและเป็นเกียรติอย่างสูงที่ได้มีโอกาสคอยรับใช้คนสำคัญของเจ้านาย ”

มายาวีกะพริบตาแล้วยกมือไหว้พ่อบ้านสูงวัยด้วยความอ่อนน้อม

“สวัสดีค่ะ เรียกฉันว่าเมเฉยๆก็ได้นะคะ แล้วก็สำหรับฉันเชิญคุณพ่อบ้านทำตัวตามสบาย ไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไรก็ได้ เพราะฉันก็มาอาศัยเขาอยู่เหมือนกัน”

โอ้พระเจ้า! ช่างประทับใจฟรีโก้เหลือเกิน พ่อบ้านวัยกลางคนยิ้มแป้น

“ผมจะให้มาเรียมมาคอยดูแลนะครับ ตอนนี้ให้ไปรอมิสมายาวีอยู่ที่ห้องพัก” ฟรีโก้หันไปรายงานเจ้านายหนุ่ม เดวิสพยักหน้า ก่อนเบี่ยงสายตามองคนตัวเล็ก

“เข้าบ้านกันเถอะ เธอจะได้พักผ่อน”

เมื่อทุกอย่างเตรียมพร้อมไว้รอตามความต้องการ เดวิสแตะข้อศอกหญิงสาวให้เดินตามตนเองขึ้นบนตึกใหญ่ ปกติเขาไม่ค่อยกลับมาอยู่ที่นี่บ่อยนัก ส่วนใหญ่เขามักพักอาศัยอยู่ที่ห้องชุดใกล้กับบริษัทมากกว่า เนื่องด้วยตัวงานค่อนข้างยุ่งและวุ่นวาย กว่าจะสะสางจนเสร็จก็มืดค่ำ ร่างกายที่ใช้งานอย่างหนักมาหลายชั่วโมงติดต่อกันทั้งวันจึงเกิดอาการเหนื่อยล้าเกินกว่าจะนั่งรถทางไกลกลับมาที่นี่นั่นเอง...

ภายนอกตัวตึกที่ว่าดูสูงตระหง่านหรูหราโอ่อ่าสมกับฐานะเจ้าพ่อมาเฟียแห่งกรุงลอนดอนแล้วนะ หากทว่าภายในกลับดูยิ่งใหญ่อลังการหรูหราหนักกว่าหลายเท่า แต่ก็อย่างที่ว่าไว้ ต่อให้สวยหรูหรือเลิศเลอมากกว่านี้อีกสักกี่เท่า ก็ไม่อาจทำให้มายาวีเกิดความสนใจขึ้นมาได้เลย

บานประตูหนาถูกเปิดออกจากคนด้านใน มายาวีเห็นเด็กสาววัยไม่น่าเกินยี่สิบกำลังยืนก้มศีรษะมือสองข้างประสานกันไว้ด้านหน้าดูท่าทางเรียบร้อย ไม่ได้เล่นหูเล่นตาเหมือนกับพวกสาวๆ ในโรงพยาบาล สาวน้อยยืนสำรวมกิริยา ชุดที่สวมใส่นั้นคงเป็นชุดยูนิฟอร์มของที่นี่ ตั้งแต่เธอเดินเข้ามาภายในตัวตึกโอ่อ่า ก็เห็นมีหญิงสาวหลายคนสวมใส่ชุดแบบนี้เหมือนกันกับเด็กสาว

เดวิสเดินนำหน้าเธอเข้ามาภายใน เขาเอามือสอดใส่กระเป๋ากางเกงทั้งสองข้าง ดวงตาคมกริบไม่ได้แลเด็กสาวเลยแม้แต่น้อย เขาเดินเลยผ่าน ก่อนหยุดยืนตรงกลางห้องพลางหันซ้ายหันขวา

“มาเรียม...”สาวน้อยมาเรียมมีสะดุ้งเล็กน้อยตอนถูกเดวิสเรียกหา

 สายตาคมกริบกวาดสำรวจภายในห้องพักกว้างขวาง โดยเขาสั่งปรับเปลี่ยนใหม่หมดทั้งชุด เพื่อให้มายาวีรู้สึกสบายตา ด้วยโทนของสีห้องเดิมมันออกจะดูอึมครึมมืดครึ้มด้วยตกแต่งเฉดของสีดำเป็นหลัก มันดูหดหู่เกินไปไม่เหมาะต่อคนพักฟื้นร่างกาย เฟอร์นิเจอร์บางชิ้นก็ดูแข็งกระด้าง เขาเดาว่ามายาวีคงไม่ชอบ มันต้องเป็นโทนสีขาวสะอาดสะอ้าน มองแล้วทำให้รู้สึกได้รับพลังบวก ความอ่อนโยนและสบายตาอย่างนี้ถึงจะถูก

“คะ...เจ้านาย”

สาวน้อยหน้าตาน่ารักโค้งคำนับลงต่ำพลางเอ่ยขานรับเสียงนุ่ม มายาวีแอบสังเกตเห็นพวงแก้มปลั่งของเจ้าหล่อนนั้นเกิดรอยจุดแดงระเรื่อ เธอเหล่หางตามองแผ่นหลังกว้างเจ้านายของสาวน้อย ก่อนบิดปากอย่างนึกหมั่นไส้

เสน่ห์แรงเหลือเกินนะพ่อคุณ อยู่ที่ไหนก็มีแต่สาวๆ ให้ความสนใจ...

เดวิสเดินย้อนกลับมายืนเคียงข้างหญิงสาวรูปร่างกลมกลึงผิวพรรณขาวละเอียดอย่างที่มาเรียมอยากมี แม้ผิวของตนเองจะขาว ทว่าก็เป็นขาวซีดไม่สวยผ่องเหมือนคุณคนนี้

 “นี่คือมิสมายาวี คนสำคัญของฉันที่เธอต้องคอยดูแล...” เด็กสาวมาเรียมผินวงหน้าเล็กมองตามเจ้านายหนุ่ม  เดวิสกางลำแขนออกกว้างแล้วโอบร่างเล็กเข้ามาหาลำตัวแสดงความเป็นเจ้าของเต็มที่ เล่นเอาคนไม่ทันตั้งตัวได้แต่ยืนแข็งทื่อ พอได้สติจึงเงยหน้าขึ้นส่งสายตาลุกวาว

“สวัสดีค่ะมิสมายาวี...หนูมาเรียม ยินดีรับใช้ค่ะ”

 มาเรียมย่อตัวพร้อมเอ่ยทักทายเสียงนุ่ม สาวน้อยคลี่ยิ้มละมุนพร้อมแล้วโน้มกายทำความเคารพแขกคนสำคัญอีกครั้ง ดวงตาเรียวรูปใบไม้แอบสำรวจนายผู้หญิง ตามประสาเด็กสาววัยรุ่นที่มักชอบมองความสวยความงาม แล้วทำตาโต

โอ้โห ทำไมถึงสวยจัง! ...

มาเรียมเป็นหลานสาวแท้ๆของฟรีโก้ ดังนั้นเดวิสจึงค่อนข้างไว้วางใจเด็กสาวผู้นี้ทีเดียวเขาให้เจ้าหล่อนคอยตามดูแลมายาวีตอนเขาไม่อยู่ เพราะไม่อยากปล่อยให้หญิงสาวอยู่ตามลำพัง คิดว่าคนหัวดื้อและไม่เคยคิดเกรงกลัวต่ออิทธิพลใดของเขา ประเดี๋ยวเจ้าหล่อนคงได้หนีกลับไอ้ห้องสับปะรังเคนั่นปะไร

มายาวีปลดมือปลาหมึกออกจากสะโพกงอนของตนเอง คนบ้าอะไรมือไว้ชะมัดแถมยังกล้าทำรุ่มร่ามต่อหน้าสาวใช้ เขาไม่มียางแต่เธอยังมียางยังรู้สึกอายเป็น เดวิสหมุนกายตอนเอ่ยปากไล่สาวใช้ หากมือยังคงเกาะสะโพกเนื้อแน่นไม่ยอมปล่อย

“เธอออกไปก่อน ถ้าต้องการอะไรเดี๋ยวฉันจะบอกอีกที...”

“ค่ะ...เจ้านาย” สาวน้อยมาเรียมรีบรับคำก่อนหันหลังก้าวฉับออกจากห้องหรูไม่ลืมจะปิดบานประตูงับกลับตามเดิม

“ชอบไหม...”

พอลับร่างสาวใช้เดวิสเลยโน้มกายกระซิบถามเสียงเบา นัยน์ตาสีควันบุหรี่ดูเจ้าเล่ห์แพรวพราว บางความรู้สึกมันพองโตเพียงบ้านหลังนี้มีเจ้าหล่อนเดินเข้ามาเป็นหนึ่งในสมาชิก ชายหนุ่มได้กลิ่นหอมอ่อนละมุนโชยออกมาจากร่างสาว เลือดลมมันเลยพานแล่นพล่าน ดวงตายามจับจ้องใครเป็นต้องกลัวลนลานชักเริ่มวาวเชื่อมพราวระยับจนเกินกว่าเหตุ

“ฉันสั่งให้เขาเปลี่ยนสีและเฟอร์นิเจอร์ใหม่ทั้งหมดนี้เพื่อเธอเลยนะ คิดว่าเธอต้องชอบ”

“อืม...ก็สวยดี...ค่ะ...” ถึงจะไม่พอใจเขาหลายเรื่อง หากมองถึงความตั้งใจดี เธอจะลองวางทิฐิลงชั่วคราวก่อนก็แล้วกัน

“สวยแล้วชอบด้วยหรือเปล่าล่ะหึ...”

หญิงสาวเหล่หางตามองคนละโมบ ได้คืบจะเอาศอกอีกนะหมอนี้... แล้วแอบค่อนขอดเจ้าของคฤหาสน์หลังงามอยู่ในใจ พลางกลอกตากลิ้งไปมา ด้วยรู้สึกอิดหนาระอาใจ อีกทั้งนิ้วที่เกาะสะโพกเธอไว้ตอนนี้มันเริ่มอยู่ไม่เป็นสุข มันลูบไล้วนเวียนบนผิวกายทำเอาใจคอเธอเริ่มไม่สู้ดีจนต้องรีบดันคนหน้าด้านออกห่าง กลัวเขาจะรังแกเอาอีก ไว้ใจได้เสียเมื่อไหร่ผู้ชายคนนี้

“ฉันอยากนอนพัก รู้สึกเพลียๆ นายก็ออกจากห้องนี้ไปด้วยสิ ฉันอยู่คนเดียวได้ เอาไว้ถ้าถึงเวลาอาหารค่อยให้เด็กคนเมื่อกี้ ชื่อว่าอะไร...อ้อ...มาเรียมมาปลุกฉันอีกที”

มายาวีเสนอความต้องการ เธอพูดพร้อมถอนเท้าเดินถอยห่าง เป้าหมายคือเตียงกว้างน่าล้มตัวนอน หากยังเดินถอยไม่ถึงสามก้าวร่างเล็กมีอันต้องลอยถลาเข้าปะทะร่างบึกบึน

“อุ้ย! ...”

“เดี๋ยวฉันกล่อมเธอนอนดีกว่า จะได้หลับสบาย”

“ไม่ต้อง...ไม่ต้องเลย ฉันนอนเองได้สบายมาก ฉันไม่อยากรบกวนนาย แค่นี้ก็เกรงใจจะแย่แล้ว” คนมีความเกรงใจฉายแววตาตื่นตระหนก เธอดันหน้าอกหนั่นแน่นออกห่างจากอกอวบของตนเอง มันช่างล่อแหลมเหลือเกิน ยิ่งพอคนหน้าหื่นรัดเอวเธอแน่นขึ้นทำให้จุดสัมผัสแนบสนิทเข้าหากันและกัน

“จะต้องมาเกรงใจสามีตัวเองทำไม ฉันเต็มใจทำให้เธอ...”

มายาวีชะงักกับคำว่าสามีที่เธอได้ยินเป็นรอบที่สองของวัน ครั้งแรกที่โรงพยาบาลต่อหน้าคุณหมอ และอีกครั้งที่นี่ มันทำให้หญิงสาวรู้สึกหงุดหงิดคันยิบยับตรงหัวใจมากกว่าจะรู้สึกชื่นชม อีกทั้งไม่ยินดีกับตำแหน่งกำมะลอของผู้ชายที่เห็นเรื่องเซ็กซ์สำคัญกว่าเรื่องของหัวใจ

ยิ่งภาพวันแรกตอนเธอเหยียบถึงผืนแผ่นดินนี้ผุดขึ้นมา ความรู้สึกวันนั้นมันไม่เคยเลือนหาย เขาทำอะไรกับเธอเอาไว้บ้างเธอยังจำมันได้ขึ้นใจ เจ็บแล้วจำคือคน เจ็บแล้วทนคือ...มายาวีตวัดสายตาวาวโรจน์ อยากตะโกนใส่หน้าเขานัก กองไว้ตรงนั้นได้เลยล้านเปอร์เซ็นต์กับคำว่าสามี เพราะเธอไม่เอาผู้ชายแบบนี้มาขยายเผ่าพันธุ์ตัวเองให้น้ำตาเช็ดหัวเข่า ตอนนี้เธอยังสดใหม่สำหรับเขา อะไรก็ดูดีและหอมหวานไปเสียหมด รอให้หมดรสชาติหวานลิ้นดูสิ หางตาเขาจะมาแลเธออยู่อีกไหม

สามีของเธอต้องนิสัยเหมือนพี่รบิลเท่านั้น หรือถ้าให้ดีเป็นพี่รบิลได้เลยก็ได้ ผู้ชายจิตใจดีที่รู้จักให้เกียรติผู้หญิงทั้งต่อหน้าและลับหลัง ไม่ใช่พอคำดูไม่มีหางจ้องจะลากกันขึ้นเตียงท่าเดียว ลับหลังก็มีแต่เรื่องเหม็นคาวฉาวโฉ่ ขืนเธอได้เขาเป็นสามีคงปวดหัวใจแย่ ผู้ชายนิสัยสุภาพบุรุษอย่างพี่รบิลนี่สิใช่ว่าจะหากันได้ง่ายๆ หนึ่งในร้อยล้านคนหรือเปล่าก็ไม่รู้...

หญิงสาวถอนหายใจหนักตอนคิดถึงชายหนุ่มที่เธอรัก ก่อนสายตาเข้มนั้นวกกลับมาจ้องใบหน้าคมคาย

“นายยังคงไม่เข้าใจถึงสาเหตุที่ฉันยอมตกลงมาพักฟื้นที่บ้านหลังนี้สินะ...ไม่เป็นไร ถ้าไม่เข้าใจฉันจะบอกให้นายเข้าใจซ้ำๆ จนกว่านายจะเข้าใจตรงกันก็แล้วกัน”

เดวิสเลิกคิ้วแล้วตะแคงหูรอฟัง

“ฉันต้องการให้นายชดเชยกับสิ่งที่นายเป็นสาเหตุทำให้ฉันล้มป่วยจนต้องนอนแบ็บยังโรงพยาบาลทั้งที่ความเป็นจริง ฉันต้องใช้ชีวิตกับการเดินเที่ยวชมเมืองให้ทั่วอย่างสุขสงบ ก่อนต้องทุ่มเทให้กับการเรียน และฉันก็ไม่ได้คิดเป็นอย่างอื่นกับนาย ไม่คิดและไม่มีวันจะคิด ที่สำคัญฉันไม่ได้หลงเสน่ห์นายจนยอมมาค้างอ้างแรมด้วยหรอกนะ”

ขณะพูดมายาวีเหลือบสายตาขึ้นมองใบหน้าเกลี้ยงเกลาที่มีเสน่ห์เหลือร้าย เดวิสย่นหัวคิ้วลงต่ำหยุดมือปลาหมึกของตัวเองวางแหมะไว้ตรงช่วงเอวคอดกิ่ว ตั้งใจฟังในสิ่งที่มายาวีพูดแม้แต่ละประโยคของคุณเธอจะทำให้เขาโมโหเดือดดาลเหลือเกินก็ตาม

และนี่เป็นอีกครั้งที่เขาจำต้องยอมข่มอารมณ์อย่างไม่จำเป็น เพื่อหยุดฟังผู้หญิงตรงหน้าอีกเช่นเคย

           “และก็ขอร้องสักทีเถอะ หยุดเอาฐานะน่ารังเกียจที่นายยกมันขึ้นมายัดเยียดให้ฉันสักที เพราะการที่ฉันบินมาที่นี่ จุดประสงค์ไม่ใช่มาเพื่อหาสามีแล้วบินกลับบ้านเกิดด้วยความรู้สึกภาคภูมิใจ ฉันมาเพื่อหาความรู้ใส่ตัวเพื่อนำมันกลับไปทำมาหากินเลี้ยงตัวเองเท่านั้น เรื่องที่มันเกิดขึ้น มันไม่แฟร์สำหรับฉันก็จริง แต่ฉันไม่เคยคิดเรียกร้อง หรือต้องการเอามาเป็นข้อต่อรองอะไรจากนาย ไม่ว่าจะเป็นเงินทองหรือความรับผิดชอบ... “มายาวีหยุดพูดช้อนสายตาเด็ดเดี่ยวขึ้นจ้องนัยน์ตาสีควันบุหรี่

“หวังว่านายคงจะเข้าใจ...”

 

------------------------------ 

ความคิดเห็น