rani

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

กับดักรัก หมอสุดโหด บทที่ 14

ชื่อตอน : กับดักรัก หมอสุดโหด บทที่ 14

คำค้น : กับดักรัก หมอสุดโหด, กับดักรักหมอสุดโหด, ชลาธิป, ปัณ, yaoi, rani, 18+

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.5k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 17 มิ.ย. 2558 07:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กับดักรัก หมอสุดโหด บทที่ 14
แบบอักษร

กับดักรัก หมอสุดโหด
   
โดย Rani รานี

 

 

 

บทที่ 14

หมอชลาธิปค่อนข้างแปลกใจที่ไร่ขนาดใหญ่แห่งนี้ไม่มีใครอยู่ใกล้ๆกับเขาเลย คนเดียวที่อยู่ใกล้เขา เป็นคนเดียวที่เขาคิดว่าไม่ควรจะอยู่ใกล้มากที่สุด แทมมี่สาวเท้าช้าๆเดินเข้ามาหาเขา ต้นมะยมต้นนี้เหมือนเป็นเพื่อนของเขามาตั้งแต่ยังเด็ก มันน่าจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขา เขาถึงกับสร้างแคร่เอาไว้ใต้ต้นเพื่อมาอาศัยหลับนอนยามที่เล่นจนเหนื่อย และจนบัดนี้อังกูรก็ยังเก็บรักษาพื้นที่ส่วนตัวนี้ไว้ให้เขาอย่างดี มันไม่ใกล้ไม่ไกลจากเรือนรับรอง นั่นหมายความว่า มันเป็นระยะที่พอดีๆกับเรือนของอังกูรด้วย
            “
ธิปคะ แทมมีเรื่องอยากจะคุยด้วยค่ะ”  เขาได้ยินเสียงนั้นแล้วทำหน้าไม่ถูก ทั้งกลัวใครเห็นแล้วจะเอาไปเล่าให้ปัณฟัง ทั้งกลัวใจตัวเองว่าจะอดรักอดสงสารผู้หญิงที่เคยเป็นถึงดวงใจของเขาคนนี้ไม่ได้
            ...ผมว่า จิตใจตัวเองนี่แหละ ที่บังคับยากยิ่งกว่าอะไร
            “มีอะไรเหรอแทม ทุกอย่างที่นี่โอเคดีไหม คุณพออยู่ได้หรือเปล่า?”
            “ทุกอย่างที่นี่ไม่มีปัญหาหรอกค่ะ ห้องหับก็กว้างขวาง อากาศก็ดี แต่ว่านั่นไม่ใช่เรื่องที่แทมจะคุยกับคุณนะคะ”
            “เรื่องอะไรครับ ที่คุณอยากคุยกับผม”
            “แทมอยากจะขอบคุณคุณที่ช่วยเหลือแทมในครั้งนี้น่ะค่ะ” แววตาของแทมมี่สับสนวุ่นวายจนชลาธิปสังเกตได้ มันมีทั้งความกลัว ความสับสน ความเหนื่อยใจอย่างแสนสาหัส และความลับบางอย่างซ่อนอยู่ น้ำตาที่กลั้นไว้ของแทมมี่คล้ายเป็นน้ำที่เอ่อล้นเขื่อน และเธอไม่สามารถเก็บกลั้นได้อีกต่อไป
            เมื่อเห็นน้ำตา ชลาธิปนิ่งอึ้ง ทำตัวไม่ถูก
            เขาขมวดคิ้วมองน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม บนดวงตาที่แสนเจ็บปวด แล้วก็ต้องตกใจมากกว่าเดิม เมื่อร่างบางของหญิงสาวโผเข้ากอดเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว เสียงร้องไห้ดังขึ้น ใบหน้าซุกอยู่ที่บ่าของเขา
            “ขออยู่อย่างนี้สักพักนะคะ”
            มือของชลาธิปค้างอยู่กลางอากาศ จริงๆแล้วเขาควรจะผลักเธอออกไป แต่อะไรบางอย่างทำให้เขาทำอย่างนั้นไม่ได้
            “ฉันขอบคุณคุณจริงๆ ถ้าไม่ได้คุณ ป่านนี้ฉันจะเป็นยังไงก็ไม่รู้” เสียงอู้อี้ยังคงดังอยู่ที่ข้างหู ชลาธิปตัดสินใจวางมือลงไปบนบ่าบางเป็นการปลอบโยนหญิงสาว
            “ไม่เป็นไรหรอก ยังไงเราก็เคยรู้จักกัน” เขาเอ่ยออกไปอย่างระมัดระวัง เขาไม่อยากทำร้ายจิตใจของหญิงสาว แต่ก็ไม่ได้อยากจะให้อะไรมันมัดเขาไว้กับเธอจนดิ้นไม่หลุด แทมมี่ชะงักไปทันทีเมื่อได้ยินคำพูดนั้น เสียงสะอื้นค่อยๆเงียบลงจนหายไปในที่สุด รวมไปถึงมือที่โอบรอบร่างหนาก็ถูกปลดปล่อยออกมาด้วย
            “ค่ะ แค่นี้ก็ดีมากแล้ว” หญิงสาวพูดเสียงเบา เก็บกลั้นทุกๆคำพูดที่เตรียมเอาไว้ เพราะรู้สึกได้ว่ามันไม่ใช่เวลาที่ถูกต้องเลย หญิงสาวคิดแล้วก็อยากจะร้องไห้ขึ้นมาอีก ถ้าเพียงแต่ตอนนั้นเธอมั่นคงกับความรักและขลาดกลัวให้น้อยกว่านี้ ตอนนี้คนที่อยู่ข้างๆชลาธิปจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากตัวเธอเอง
            “อย่าคิดมากนะครับ ตอนนี้ผมว่าแทมไปนอนพักก่อนดีกว่า ตรงนี้อีกสักพักจะร้อนมาก ส่วนผมจะขอตัวไปช่วยอังกูรดูแลนั่นนี่สักหน่อย ผมปล่อยให้เขาทำงานคนเดียวมานานแล้ว” ชายหนุ่มพูดพร้อมกับเดินจากไป ซึ่งถ้าชลาธิปหันกลับมาสักนิดก็จะเห็นว่า แทมมี่ยืนมองเขาจนลับสายตา

เย็นวันนั้นชลาธิปเอารถอีกคันของไร่กลับมาที่บ้านใหญ่เพียงคนเดียว โดยให้ต้นน้ำอยู่ดูแลแทมมี่ที่มาใหม่และยังไม่คุ้นกับสถานที่ไปอีกวัน แล้ววันจันทร์ค่อยไปโรงเรียนจากไร่นี่ทีเดียว
            หมอชลาธิปค่อยๆลดความเร็วของรถลงเมื่อถึงหน้าบ้านใหญ่ ตอนนี้บ้านเปิดไฟชั้นล่างจนสว่างไปทั่ว แต่กลับไม่มีร่างบางออกมารอต้อนรับเขาเหมือนทุกวัน ชายหนุ่มขมวดคิ้วนิดหนึ่งเมื่อเดินเข้าไปในบ้านแล้วก็ยังไร้เงาของปัณณทัตอยู่ เขาคิดว่าปัณน่าจะอยู่ในครัวอันเป็นที่ที่ปัณชื่นชอบมากที่สุดแต่ก็กลับไม่มีใคร คราวนี้เขาเลือกไปที่ห้องนอนเดิมของปัณซึ่งอยู่ติดกับห้องของเขา แล้วก็ได้พบเงาของคนที่คุ้นเคยอยู่ในห้องนั้นท่ามกลางความมืดอย่างที่คิดเอาไว้ ร่างบางยืนพิงขอบหน้าต่าง สายตามองออกไปไกล
            “ที่รักครับ” ปัณค่อยๆหันหน้ามาตามเสียงเรียก
            “อ้าว กลับมากันแล้วเหรอครับ ผมไม่ได้ยินเสียงรถเลย”
            “ผมกลับมาคนเดียว เอารถที่ไร่มาน่ะครับ แล้วที่รักล่ะ ทำไมมายืนที่มืดๆคนเดียวอย่างนี้”
            “ผมแค่จะมาดูพระอาทิตย์ตกน่ะครับ มองจากตรงนี้ก็เห็นชัดเหมือนกัน ไม่ได้สวยเท่าที่ไร่ แต่ก็สวยดีนะครับ”
            “แล้วทำไมถึงอยากจะมองพระอาทิตย์ตกล่ะครับ ยังคิดมากอะไรอยู่อีกหรือเปล่า?”
            “เปล่าหรอกครับ แค่รู้สึกว่าชีวิตช่วงนี้มันวุ่นวายมากเกินไปน่ะครับ เลยอยากทิ้งๆอะไรไปพร้อมกับพระอาทิตย์บ้าง” ชลาธิปตรงเข้ามากอดคนรักของตนจากทางด้านหลังแล้ววางคางสากเอาไว้บนบ่าเล็กกระชับอ้อมแขนตรงเอวของร่างบาง
            “ปัณก็มีผมอยู่ข้างๆเสมอนะครับ ผมน้อยใจนะเนี่ย”
            “หืม? น้อยใจอะไรครับ”
            “ก็ที่รักมีผมอยู่ทั้งคน แต่กลับไปขอความช่วยเหลือจากพระอาทิตย์ซะนี่”
            “โธ่เอ๊ยคุณหมอ อิจฉาแม้แต่พระอาทิตย์”
            “ใครว่าผมอิจฉาล่ะ ผมหึงต่างหาก” หน้าของปัณขึ้นสีเป็นลูกมะเขือเทศสุกจนอีกฝ่ายรู้สึกหมั่นเขี้ยวและอดไม่ไดที่จะหอมแก้มแดงนั้นแรงๆหลายๆฟอด
            “อย่าสิครับ”
            “ทำไม หอมไม่ได้เหรอ ไม่ได้เหรอ” ปากก็ถามไปอย่างนั้น เพราะทุกครั้งที่เกิดคำว่า “ไม่ได้เหรอ” เค้าก็จะหอมแก้มปัณแรงๆทุกที
            “พอแล้วครับ พอแล้ว ไปทานข้าวกันดีกว่า ที่รักทานข้าวมาหรือยังครับ”
            “ยังนะ แต่ผมอยากทานอะไรเบาๆในห้องทำงานมากกว่า วันนี้เสียเวลาทั้งวัน ไม่ได้แตะงานอะไรเลย”
            “ได้ครับ เดี๋ยวผมไปเตรียมให้นะ”

 

ร่างสูงนั่งแหมะลงบนโต๊ะในห้องทำงานอย่างเหนื่อยหน่าย เงยหน้าพิงพนักเก้าอี้ หลับตาอย่างคนที่ต้องการการพัก ทว่างานเก่าเขาก็ยังไม่ได้จัดการ แต่ก็มีงานใหม่ที่รอการพิจารณาอีกมากมายก่ายกอง เอาเข้าจริงชลาธิปไม่เข้าใจเลยว่าอังกูรทำทุกอย่างที่ทำอยู่ได้อย่างไร เพราะงานของเขากับอังกูรเป็นงานที่เกี่ยวข้องกัน ทุกงานที่อังกูรทำที่ไร่จะถูกรายงานขึ้นมาเป็นกระดาษ บางครั้งเป็นแค่ให้รับรู้ แต่บางครั้งก็เพื่อพิจารณา ซึ่งดูๆไปแล้วอังกูรทำงานหนักมาก แต่เจ้านั่นกลับไม่บ่นสักแอะ ผิดกับตัวเขาเองที่อยากจะเลิกทำไปซะตั้งหลายหน

เสียงเคาะประตูดังขึ้นที่หน้าห้อง ปลุกให้ร่างสูงลืมตาจากความอ่อนล้า ปัณเข้ามาพร้อมอาหารง่ายๆและน้ำส้มแก้วใหญ่เย็นจัดอีกหนึ่งแก้ว เขาแสดงความเป็นห่วงทันทีที่เห็นว่าชลาธิปกำลังอยู่ในสภาพใด
            “เป็นอะไรหรือเปล่าครับ”
            “ไม่มีอะไรหรอก แค่เหนื่อยๆนิดหน่อยน่ะ” ร่างสูงพูดพร้อมเอาคือก่ายหน้าผาก ปัณจัดการเก็บเอกสารบนโต๊ะของชลาธิป แล้วอังมือเข้าที่หน้าผากของชายหนุ่ม
            “ตัวร้อนนี่ครับ ปวดหัวหรือเปล่า?”
            “นิดหน่อยน่ะ วันนี้ผมตากแดดทั้งวัน”
            “โธ่เอ๊ย เป็นหมอทำไมปล่อยให้ตัวเองไม่สบายง่ายๆแบบนี้ล่ะครับ มาทานข้าวก่อนจะได้ทานยา แล้วเดี๋ยวผมเช็ดตัวให้จะได้นอนสักงีบหนึ่ง” ร่างสูงจัดการตามที่บอกอย่างเชื่อฟัง เขาปล่อยให้ปัณเดินจูงมือไปที่ห้องนอน ปล่อยให้ร่างเล็กค่อยๆปลดกระดุมเสื้อออก แล้วเช็ดตัวตั้งแต่หน้าลงมาจนถึงบริเวณหน้าท้องก่อนจะปลดกระดุมกางเกง นำผ้าเช็ดตัวผืนเล็กมาปิดส่วนสงวนไว้ แล้วเช็ดด้านล่างต่อจนทั่วโดยไม่สัมผัสกลางกายเลย ก่อนจะหยิบผ้าห่มมาคลุมตัว
            “นอนพักนะครับ”
            “อีกสักสองชั่วโมงปลุกผมหน่อยนะ ผมยังทำงานไม่เสร็จเลย”
            “ผมปลุกเช้ามืดพรุ่งนี้ได้ไหมครับ ปลุกเช้ากว่าเดิมนิดนึงให้ที่รักมีเวลาทำงานมากขึ้นกว่าเดิมหน่อย แต่อยากให้ตอนนี้นอนยาวไปเลยจะได้พักได้เต็มที่”
            “นี่ใครเป็นหมอกันแน่เนี่ย”
            “แล้วจะไม่เชื่อกันเหรอครับ?” อีกฝ่ายส่งเสียงงอนออกมาไม่จริงจังนัก
            “ครับ เชื่อก็ได้ครับ” หมอชลาธิปยิ้มให้กับที่รักของเขาก่อนจะปิดเปลือกตาลง แต่มือยังคงจับมือบางเอาไว้ไม่ยอมปล่อย
            “ผมจะเอากะละมังน้ำไปเก็บครับ”
            “เอาไว้ตรงนั้นก่อนได้ไหม ผมอยากนอนกอดปัณนี่ครับ”
            “เอิ่ม ...”
            “นะครับ ผมป่วย เอาใจผมหน่อย” ปัณยิ้มส่ายหน้าอย่างระอากับความขี้อ้อนไม่รุ้จักเวลาของคนรัก
            “แล้วผมจะติดไข้ไหมครับ”
            “ไม่ติดหรอก แค่รอให้ผมหลับไปก่อนก็พอ”
            “ได้ครับ งั้นหลับตาเดี๋ยวนี้เลย” คนตัวใหญ่กว่าทำตามอย่างว่าง่าย เขาหลับตาทั้งที่ปากยังยิ้มและมือยังจับมือของอีกฝ่ายเอาไว้ไม่ยอมปล่อย ปัณเอามือข้างที่ยังว่างมาลูบหลังมือของชลาธิปคล้ายจะกล่อมนอน
            ในไม่ช้าเสียงลมหายใจของชลาธิปก็สม่ำเสมอ บอกให้อีกคนรู้ว่าชายหนุ่มหลับลึกไปแล้ว ร่างบางบรรจงจูบหน้าผากกว้างๆนั้นอย่างแผ่วเบา
            “หายไวๆนะครับ”

ร่างเล็กกำลังสาละวันกับหม้อแกงจืดตรงหน้า ครั้งนี้หมอชลาธิปเป็นไข้เพราะทำงานหนักแต่ไม่ได้มีอาการเจ็บป่วยอย่างอื่น พ่อบ้านปัณจึงไม่ได้ทำอาหารอ่อนมากเตรียมไว้ให้ ได้แต่เตรียมใจว่าอาจจะถูกดุ เพราะที่สัญญาว่าจะปลุกให้ร่างสูงลุกขึ้นมาทำงานตั้งแต่เช้าตรู่นั้น ตนเองได้ขัดคำสั่งอย่างเต็มใจไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
            ปัณสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงแรงกอดจากทางด้านหลัง แต่ก็ยิ้มออกเพราะรู้ดีว่าใครกันที่ทำแบบนั้น
            “ไหนว่าจะปลุกผม ผมทำงานไม่ทันแล้ว เดี๋ยวเจ้ากูรก็กินหัวผมกันพอดี”
            “ผมว่าคุณเป็นคนเดียวในโลกนี้ที่คุณกูรจะไม่กินหัวต่างหาก นี่คุณหายปวดหัวหรือยังครับ ตัวยังร้อนอยู่ไหม?”  
            “ไม่หรอก” ร่างสูงลากเสียงพร้อมกับซุกหน้าเข้ม หนวดเกรอะกรังเพราะไม่ได้โกนหลายวันเข้ากับซอกคอหอมๆของอีกฝ่าย ปัณได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นระรัว ... ทำไมนะ เมื่อไรที่ชายคนนี้จะเลิกทำให้เขารู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองสักที ... ร่างสูงยิ้มกว้าง ปัณยิ่งเขินอายเพราะคิดว่าชลาธิปต้องได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองแน่นอน

 

            “ที่รักครับ” ร่างบางเบี่ยงหน้าหนี เรียกร่างสูงเสียงแผ่ว
            “หืม?” อีกคนขานรับ แต่ไม่ได้รอบคำตอบ  เรียวปากของชลาธิปประทับลงมาที่แก้มนุ่มของอีกฝ่าย ที่เบี่ยงริมฝีปากตัวเองหลบ ชลาธิปจิ๊ปากอย่างไม่พอใจจนต้องยกมือขึ้นโอบใบหน้าเล็กให้หยุดอยู่กับที่แล้วเลื่อนใบหน้าของตัวเองเข้าหาอีกฝ่ายช้าๆ เรียวปากบางเผยอออกเล็กน้อยรับรอยประทับจูบของอีกฝ่ายอย่างนุ่มนวล
            ปัณไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไรกันที่ไม่สามารถจะขัดขืนร่างสูงได้ในทุกๆครั้งที่โดนจูบอย่างอ่อนโยนอย่างนี้ สิ่งที่เขาทำได้ก็เพียงแต่ยินยอมให้อีกฝ่ายได้ลุกล้ำและหยอกล้อกับลิ้นเล็กและความหอมมหวานภายในโพรงปากตัวเองตามอำเภอใจ
            “ผมทำกับข้าวอยู่นะครับ” ร่างบางรีบพูดเมื่อชลาธิปเปิดโอกาสให้ได้สูดลมหายใจ แต่ร่างสูงกลับไม่ได้โต้ตอบอะไรเลย ได้แต่เอื้อมมือไปเบาแก๊สบนเตาจนแทบจะปิดมันเสีย
              ร่างสูงเม้มปากตัวเองเล่นกับริมฝีปากบางของอีกฝ่าย  ชี้ชวนให้ร่างบางเผยอเรียวปากให้กว้างกว่าเดิมเล็กน้อยแล้วสอดปลายลิ้นชุ่มชื้นเข้าไปไล้เรียวปากด้านใน ปัณสัมผัสได้ถึงปลายลิ้นอุ่นที่เกี่ยวกวัดลิ้นตัวเอง  เขาไม่ได้ตอบสนองมากมายนัก ทำให้อีกฝ่ายนึกอยากจะรุนแรงด้วยเพื่อเรียกร้องอะไรบางอย่าง
            “อ๊า...ที่รัก” ร่างบางครางเสียงแผ่ว  ทำให้คุณหมอยิ้มในหน้า เมื่อเห็นอาการหมดเรี่ยวหมดแรงของอีกฝ่าย แล้วจงใจให้จูบของตัวเองนั้นลึกซึ้งมากขึ้น เขาดูดกลืนหยาดน้ำหวานจากอีกฝ่ายอย่างร้อนแรง  มือบางเกาะไหล่หนาเอาไว้ไม่ให้ตัวเองทรุดลงไป
            ร่างสูงไล้ริมฝีปากจูบแผ่วเบาทั่วใบหน้าเรียว  แล้วเลื่อนลงมาหยุดที่เรียวปากแดงช้ำอีกครั้งก่อนกดลงแผ่วเบาย้ำๆหลายครั้ง
           
ปัณครับ ผมรักคุณนะ
            ร่างสูงครางกระซิบแนบริมฝีปากบางแล้วส่งยิ้มเล็กๆให้กับร่างบางที่หน้าแดงระเรือขึ้นทันที ร่างบางหลับตาลงเมื่อริมฝีปากของอีกฝ่ายกดแนบแน่นลงมากว่าเดิม 
            “คุณปัณครั .... เอ่อ ผม ผม” สองคนที่นัวเนียกันอยู่สะดุ้งและผละออกจากกันทีทัน แต่ไม่ทันแล้ว เพราะปฏิกิริยาที่อึ้งจนกลายเป็นหินของชายหนุ่มร่างเล็กมันบ่งบอกหมดแล้วว่า ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในสายตาของเขาไปหมดแล้ว
            “คุณหมอปล่อยสิครับ” ปัณกระทุ้งชลาธิปที่ยังไม่ขยับเขยื้อนตัวเองสักที แต่พอรู้ตัวเขากลับยิ่งกอดรัดอีกฝ่ายแน่นกว่าเดิมซะอีก เรียกหน้าแดงๆของปัณได้อีกหน เพราะแค่ที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็อายจะแย่อยู่แล้ว และเขาก็ไม่สามารถหนีไปไหนได้เลย
            “เป็นอะไรไปล่ะต้นน้ำ” ชลาธิปถามมือหนึ่งก็ยังเหนียวหนึบอยู่ที่เอวของร่างที่ไม่ว่าปัณจะพยายามแกะอย่างไรก็ไม่ออก
            “เปล่าครับ ผมคือ ผม ผมคิด คิดว่า....” เด็กน้อยกลายร่างเป็นคนพูดไมได้ไปซะแล้ว
            “หืม? คิดว่าอะไร?” ปัณออกจะหายตัวไปจากตรงนั้น มันใช่เวลาที่จะมาซักถามอะไรแบบนี้ ตอนนี้ไหมฮะ คุณหมอ? แล้วพ่อบ้านก็ต้องได้ยินคำตอบที่ทำให้เขาอายจนหน้าแดงอีกหน
            “ผมคิดว่า ... ในครัว ไม่เห็นจะโรแมนติกเลยครับ
!!
          
///////////////////////////////////////////////  

เฮ้อ.. ตอนนี้ เรื่อยๆมาก
อย่าไปมี NC มันซะทุกตอนเลยเนาะ
คราวที่แล้วถูกแบนอ่ะ (ที่อื่นนะ)
ตกใจอ่าาาาา  

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น