น้ำมิ้ม

ในเมื่อความรักที่เขาเพียรรักษา ไม่มีค่าสำหรับใครเลย คงจะไม่แปลกอะไรถ้าวันนี้เขาจะเลือก "เงิน" ดูบ้าง ..นับจากนี้พัทธ์บอกตัวเอง เขาจะเป็นฝ่ายตีราคาดูบ้างว่าความรักมันควรจะตีเป็นเงินเท่าไร

งานของเธอคือ...2

ชื่อตอน : งานของเธอคือ...2

คำค้น : บ่วงพัทธ์ , จำเลยรัก , ตบจูบ , พัทธ์ , หนึ่งนาถ

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 49

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ม.ค. 2562 20:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
งานของเธอคือ...2
แบบอักษร

เสียงรถจักรยานยนต์ที่ใกล้เข้ามาทำให้พัทธ์ที่จัดการล้างหน้าล้างตาตัวเองที่ตุ่มน้ำใบย่อมนอกชานเรียบร้อยแล้วเดินมานั่งเอกเขนกที่เก้าอี้ตัวยาวริมระเบียงที่เจ้าตัวจะสามารถมองเห็นความเคลื่อนไหวข้างล่างได้ถนัดๆ ก่อนคิ้วเข้มจะขมวดมุ่นอย่างหงุดหงิดเมื่อเห็นร่างเพรียวระหงที่อาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยออกมาจากห้องน้ำเสร็จทันก่อนเวลาที่เขาตั้งใจจะแกล้งเจ้าหล่อนเสียอีก

 “พลาดจนได้ น่าปวดหัวจริงๆ... ”

เจ้าของเสียงห้าวห้วนเผลอบ่นออกมาอย่างไม่สบอารมณ์เพราะอุตส่าห์ลงทุนตั้งนาฬิกาปลุกเองเพื่อจะมาแกล้งหญิงสาวแต่เช้ามืดสุดท้ายก็ไม่สำเร็จ ก่อนที่จะบังคับสายตาตัวเองให้ผละจากการจับจ้องหญิงสาวที่เขาพยายามบอกกับตัวเองเสมอว่า เธอคือตัวแทนของแม่และยายของหล่อนที่จะต้องมาชดใช้หนี้ให้กับเขา แต่ทั้งๆที่พยายามบอกตัวเองอย่างนั้น แต่เมื่อคืนเขาเองก็เทียวลุกเดินผ่านหน้าต่างห้องนอนตัวเองหลายรอบเมื่อเห็นว่าฝนตกหนักขึ้นเรื่อยๆ ความมืดที่มองอะไรแทบไม่เห็นและสายฝนที่เทกระหน่ำทำให้พัทธ์กังวล ไม่รู้ว่ากระท่อมเก่าๆแบบนั้นจะทนแรงฟ้าแรงฝนได้ขนาดไหน และเพราะความไม่รู้ไม่เห็นนี่แหละที่เล่นงานเขา*...ฝนตกหนักขนาดนี้กองไฟมอดแล้วหรือเปล่า จะมีสัตว์เลื้อยคลานเพ่นพ่านหรือเปล่า*ความกังวลสารพัดทำให้ชายหนุ่มงีบได้แค่พักเดียวก็รีบสะดุ้งตื่นก่อนนาฬิกาปลุกที่ถึงเขาจะเมาแต่เขาก็ไม่ลืมสิ่งที่ตั้งใจไว้ แต่ไอ้อาการพะวักพะวนจนนอนไม่หลับแล้วก็เลยไปหาเรื่องหญิงสาวตั้งแต่เช้ามืดก็ไม่ได้ทำให้ตัวเองสบายใจขึ้น แต่กลับกลายเป็นว่ายิ่งทำให้เจ้าตัวพาลหงุดหงิดเพราะไม่เข้าใจความคิดของตัวเองว่ากำลังเป็นอะไรเหมือนกัน!

“คุณพัทธ์ปวดหัวเหรอครับ จะเอายาหรือเปล่าเดี๋ยวลุงไปเอาให้ครับ” ชายชราที่เพิ่งก้าวพ้นบันไดขึ้นมาได้ยินแว่วแค่ท้ายประโยค แต่ด้วยความเป็นห่วงผู้เป็นนายทำให้ร่างผอมเกร็งรีบวางข้าวของในมือลงบนโต๊ะข้างเก้าอี้ของพัทธ์พลางตั้งท่าจะผละออกไปหายาให้อย่างที่พูด

“ไม่ต้องหรอกครับลุง ผมแค่เมาค้างนิดหน่อย ลุงเอากาแฟติดมาด้วยหรือเปล่าครับ”

“เอามาครับ แต่เป็นกาแฟใส่นมนะครับ ลุงไม่ได้เตรียมกาแฟดำมาเผื่อคุณพัทธ์ครับ เอ่อ ไม่คิดว่าคุณพัทธ์จะมาที่นี่แต่เช้า” ลุงชุ่มเอ่ยพลางยื่นกระบอกเก็บความร้อนให้อีกฝ่าย ก่อนจะเหลียวดูสภาพรอบๆกระท่อมที่เปียกชื้นและเต็มไปด้วยเศษใบไม้จากลมฝนเมื่อคืน

“คุณพัทธ์จะให้ผมเรียกเด็กรับใช้มาทำความสะอาดให้ไหมครับ”

“หืม? ไม่ต้องดีกว่า เดี๋ยวให้หนึ่งนาถมาทำ”

พัทธ์เอ่ยพลางยกกาแฟขึ้นจิบอย่างหายหงุดหงิดขึ้นมาทันตาที่หางานและหาความลำบากให้หญิงสาวได้อีกอย่างหนึ่ง ชายชราจึงได้แต่รับคำอย่างไม่มีทางเลือก ก่อนจะเลี่ยงไปจัดโต๊ะอาหารสำหรับเจ้านาย

ผมสีน้ำตาลเข้มถูกรวบเป็นเปียเดี่ยวไว้อย่างทะมัดทะแมงเข้ากับเสื้อยืดแขนยาวและกางเกงยีนส์ที่เจ้าตัวเลือกมาใส่เพื่อต้องการความคล่องตัวแต่กลับทำให้หญิงสาวดูราวกับเด็กวัยรุ่นโดยเฉพาะเมื่อใบหน้าเรียวผุดผาดไม่ได้แต่งหน้า ไม่แม้แต่จะทาลิปสติก จนลุงชุ่มที่อาสาลงมาตามหญิงสาวไปกินข้าวเช้าและต้องคอยสั่งงานสารพัดได้แต่สงสาร ...คุณพัทธ์ไม่น่าจะเอาความโกรธแค้นมาลงกับคนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย

“หนูหนึ่ง เดี๋ยวขึ้นไปกินข้าวด้วยกันที่เฉลียงก่อน คุณพัทธ์รออยู่สักครู่แล้วล่ะ”

“คะ? ต้องกินข้าวพร้อมกับคุณพัทธ์เหรอคะลุง หนึ่งไม่กินได้ไหมคะ”

“ได้! …” คำตอบที่ไม่ได้มาจากปากลุงชุ่ม แต่มากจากร่างสูงที่เดินมายืนกอดอกทำลายบรรยากาศดีๆยามเช้าให้หมดไปด้วยใบหน้าคร้ามคมที่ส่งยิ้มยียวนชวนโมโหทั้งท่าทางและคำพูด

“ถ้าไม่กินก็ไม่ต้องกิน เพราะที่นี่กระท่อมนี่ไม่มีครัว ไม่มีอาหารสดอาหารแห้งอะไรทั้งนั้น มีแต่ปิ่นโตที่ลุงชุ่มจะเอามาให้ ซึ่งถ้าเธอจะไม่กินก็เข้าป่าไปหากล้วยกินเองก็แล้วกัน หรือถ้าขยันหน่อยจะเดินไปอีก 10 กิโลไปที่หน้าไร่ไปหาส้มหรือไปขอข้าวกินที่โรงอาหารก็ได้”    

“ทานด้วยกันเถอะหนูหนึ่ง วันนี้ลุงเลือกมาแต่เมนูเด็ดๆ ถ้าวันหน้าหนูอยากทานอะไรเป็นพิเศษก็บอกลุงได้ ลุงซี้กับแม่ครัว”

หนึ่งนาถได้แต่ยิ้มแห้งๆกับชายชราที่พยายามจะทำให้สถานการณ์ย่ำแย่จากปากของพัทธ์ให้ดีขึ้นก่อนจะเงยหน้ามองอีกฝ่ายที่ยังคงขมวดคิ้วหน้าบึ้งตึงแล้วก็ไม่อยากจะต่อปากต่อคำกับคนที่จ้องจะพาลหาเรื่องเธออยู่ตลอดเวลา และพยายามจะคิดในแง่ดีว่าอย่างน้อยเธอก็ไม่ต้องลำบากก่อเตาทำกับข้าวเองให้เหนื่อย และที่สำคัญข้าวฟรี 3 มื้อ ประหยัดไปได้อีกหลายบาท จะได้เก็บไว้ใช้หนี้และไปให้พ้นจากเขาเร็วๆ

“หนึ่งกินอะไรก็ได้ค่ะลุง ขอบคุณคุณลุงมากนะคะ”

หญิงสาวว่าพลางเดินขึ้นบันไดไปก่อนที่สายตาจะเหลือบไปมองปิ่นโตเถาใหญ่ถูกจัดวางไว้บนโต๊ะอย่างเรียบร้อยและกลายเป็นว่าผู้ที่ต้องร่วมโต๊ะรับประทานอาหารด้วยกันมีแค่เธอกับพัทธ์เท่านั้น ทำเอาหนึ่งนาถได้แต่พยายามนั่งก้มหน้าก้มตากินโดยไม่มองอีกฝ่ายให้ขัดตาขัดใจเดี๋ยวพาลจะไม่เจริญอาหารเอา แต่กินไปได้ไม่กี่คำคนตัวโตที่นั่งเขี่ยข้าวเล่นแต่ไม่ยอมกินก็บอกเธอห้วนๆ

“เดี๋ยวก่อนไปทำงานกับลุงชุ่มเธอทำความสะอาดที่กระท่อมนี่ให้เรียบร้อยด้วยนะ”

“ค่ะ”

“แล้วเย็นนี้หลังจากเสร็จงานจากลุงชุ่มแล้ว เธอแวะไปทำสรุปรายงานให้ฉันที่บ้านหน้าไร่ด้วย”

“นี่ตกลงคุณจะจ้างให้ฉันมาทำงานกี่อย่างกันคะ”

“ก็คงจะหลายอย่างหน่อย ถือเป็นค่าข้าว แล้วก็ค่าเช่ากระท่อม”

“หน้าเลือด!”

“รู้อย่างนี้ก็ดีแล้ว จะได้ไม่ต้องคอยถามฉันบ่อยๆถ้าฉันจะหักเงินเธอทุกครั้งที่เธอทำความผิด” พัทธ์รับสมอ้างอย่างไม่เดือดร้อนกับคำกล่าวหานั้น พลางยิ้มร้ายกับคนที่ทำท่าจะอิ่มเอาดื้อๆทั้งๆที่เพิ่งลงมือกินได้ไม่เท่าไหร่

 “ลุงชุ่ม...”

“ครับคุณพัทธ์”  ชายชราที่เลี่ยงไปนั่งรอตรงบันไดลุกขึ้นมาหาเจ้านายที่ยังคงมองตามร่างเพรียวระหงที่ลุงจากโต๊ะอาหารไปอย่างโมโห ก่อนจะเริ่มลงมือเก็บกวาดกระท่อมไปพลางส่งสายตาอาฆาตมาให้เขาพลาง

“เดี๋ยวพอหนึ่งนาถทำความสะอาดเสร็จแล้ว ลุงพาเธอไปที่โรงหมักปุ๋ยอินทรีย์นะ” พัทธ์เอ่ยสั่งเสียงเรียบหากแววตาคมเข้มนั้นลุ่มลึกจนชายชราไม่กล้าคาดเดาความคิดของชายหนุ่มตรงหน้า พลางรับคำอย่างลำบากใจ

“งานของหนึ่งนาถที่ไร่นี้คือ ทำปุ๋ยอินทรีย์ และเขาต้องทำ ทุก-ขั้น-ตอน-คนเดียว ลุงห้ามช่วยเขาอย่างเด็ดขาด”

“แต่ว่าคุณหนึ่งเธอเป็นผู้หญิงนะครับ เธอจะทำคนเดียวไหวได้ยังไง”

“เขามีหน้าที่ต้องทำให้ไหวครับ  เดี๋ยวผมแวะไปเคลียร์งานที่หน้าไร่สักเดี๋ยว แล้วผมจะตามไปดูผลงาน”

นั่นหมายความว่าพัทธ์จะตามไปดูว่าลุงชุ่มจะทำตามคำสั่งของเขาหรือไม่ ทำให้ชายชราได้แต่จำนนพลางแอบถอนใจเมื่อร่างสูงลุกจากโต๊ะไป และไม่นานเสียงรถก็แล่นออกไปทิ้งไว้แต่ความหนักใจให้คนแก่ที่ไม่รู้จะทำอย่างไรกับคนหัวดื้อที่เจ้าคิดเจ้าแค้นกับคนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอย่างเขากับหญิงสาวแต่ต้องมาอยู่ในเกมแก้แค้นนี้กับเขาด้วย

........................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น