MyJM

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

EP. 2 กาลครั้งหนึ่ง 3/3

ชื่อตอน : EP. 2 กาลครั้งหนึ่ง 3/3

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 799

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ก.พ. 2562 19:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP. 2 กาลครั้งหนึ่ง 3/3
แบบอักษร


เช้าวันเสาร์

พีทมาถึงที่ห้องเก็บของตั้งแต่เช้า แล้วก็จัดการกับโมเดลของตัวเองจนตอนนี้โมเดลเสร็จไปแล้วเกือบครึ่ง เขาก้มหน้ามองนาฬิกาข้อมือตัวเองซึ่งตอนนี้บอกเวลา 10.00 น. แต่ก็ยังไร้วี่แววของสวย ‘สงสัยจะติดธุระ’ เขาคิดในใจ แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ ‘ทำไมไม่บอกก่อนนะ’

ครืด

โทรศัพท์ของเขาสั่นขึ้นหนึ่งครั้งเป็นสัญญาณบอกถึงข้อความเข้า เขาจึงเดินมาหยิบโทรศัพท์ขึ้นดูว่าใครที่เป็นคนส่งมา

Suayy: พี่พีท สวยติดธุระกะทันหัน ขอเข้าไปบ่ายโมงนะคะ

เมื่อเขาอ่านข้อความความสงสัยเมื่อสัดครู่ก็กระจ่างดังนั้นเขาจึงพิมพ์ตอบกลับไป

Pete: ครับ

ดังนั้นเมื่อเขารู้ว่าเธอจะไม่มาในช่วงเช้า เขาจึงตัดสินใจเลิกต่อโมเดลแล้วเดินไปนอนเล่นตรงโซฟาเบดแทน

12.35 น.

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

ร่างสูงเผลอหลับไปพร้อมทั้งยังมีหูฟังสวมอยู่ในหูทั้งสองข้างทำให้ไม่ได้ยินเสียงเคาะประตูทีี่กำลังดังอยู่

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

คนหน้าประตูก็ยังคงเคาะต่อไป

แกร๊ก

เมื่อเคาะเท่าไหร่ก็ไม่มีคนมาเปิดเธอจึงลองบิดลูกบิดประตู แต่แล้วก็พบว่ามันไม่ได้ล็อกอยู่จึงถือวิสาสะเข้ามาเอง และเมื่อเข้ามาในห้องก็พบว่าเขานอนอยู่นี่เอง ที่ทำให้เขาไม่ได้ยินเสียงเคาะประตู

เธอจึงเดินมาวางข้าวกล่องทั้งสองกล่องและขนมต่างๆที่ซื้อเข้ามาไว้บนโต๊ะอย่างเบามือเพราะกลัวเขาจะตื่น แล้วตนเองเดินไปดูโมเดลที่วางอยู่บนโต๊ะเพราะไม่อยากปลุกให้เขาตื่นเผื่อว่าเขาอาจจะเพิ่งนอนไปได้ไม่นาน

แต่เมื่อเธอมาหยุดอยู่ที่หน้าโมเดลที่เสร็จไปเกือบครึ่งนั้น เธอก็ไม่รู้ว่าจะช่วยอย่างไรดี เพราะกลัวว่าถ้าทำไปอาจจะไม่ถูกใจก็ได้ เธอจึงได้แต่หยิบชิ้นนั้นชิ้นนี้ขึ้นมาดูเล่นๆ

จนกระทั่งคนที่นอนอยู่ได้ลุกขึ้นนั่งตรงโซฟาแล้วพรางขยี้ๆตาแล้วมองสิ่งผิดปกติบนโต๊ะด้วยความงุนงงเพราะเขาไม่ได้เป็นคนซื้อเข้ามา แล้วมันมาอยู่บนโต๊ะได้อย่างไร

แกร๊ก

และเสียงของตกดังกล่าวก็เป็นคำตอบได้ว่าใครเป็นคนซื้อมา

‘ขอโทษค่ะ’ เมื่อเธอเห็นว่าเจ้าของผลงานตื่นแล้วและเขาหันมาเห็นเธอที่ทำของเขาตกพอดีจึงเอ่ยขอโทษไปเบาๆ

‘มานานแล้วหรอ’ ร่างสูงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงปกติ

‘ยังไม่นานค่ะ ประมาณ10นาที’ เธอตอบพลางเดินมายังโซฟาเบดที่เขานั่งอยู่

‘สวยซื้อข้าวเข้ามา แต่ไม่รู้พี่จะทานแล้วยัง มีขนมด้วยค่ะ’ เธอจึงเลื่อนกล่องข้าวที่อยู่มาไว้มาวางไว้ตรงหน้าเขาพร้อมทั้งถุงขนมต่างๆ

‘อ่อ ยังไม่กิน ขอบคุณครับ แล้วทำไมซื้อมาสอง’

‘สวยก็ยังไม่กิน แหะๆ’ เธอตอบ

ดังนั้นทั้งสองคนจึงนั่งทานอาหารด้วยกันแต่มันดันแปลกไป บรรยากาศอึดอัดระหว่างทั้งคู่ได้ลดลงไปกว่าเมื่อวานอาจเป็นเพราะน้ำเสียงเจื้อยแจ้วของร่างบางที่ชวนคุยไม่หยุดอีกทั้งยังคอยเล่านั่นเล่านี่ให้เขาฟังอย่างลืมตัวและเมื่อทานข้าวเสร็จทั้งคู่ก็ลงมือต่อโมเดลกันต่อโดยมีร่างบางคอยสร้างบรรยากาศขบขันอยู่ตลอดเวลาอย่างเช่นตอนนี้

‘หยุด! อย่าจับบตรงนั้น มาจับอันนี้ให้พี่หน่อย’ เขาพูดขึ้นขณะที่มือนึงของเขาจับโมเดลไว้ อีกมือนึงกำลังวุ่นอยู่กับชิ้นส่วนอื่นอีกทั้งยังคอยห้ามปรามความซุกซนของเธอ

‘ค่ะ’ ร่างบางหยุดชะงักตามที่เขาบอก พร้อมทั้งเดินไปจับโมเดลตามที่เขาสั่ง

‘นิ่งๆนะ รอกาวแห้งแป๊บนึง’

‘ค่ะ’ เธอตอบกลับพลางทำตากริบๆอย่างกับเด็กที่กำลังโดนผู้ใหญ่ดุอย่างไรอย่างนั้น

‘เราเรียนอะไรอยู่’

‘สวยเรียนบัญชีค่ะ ไม่เห็นจะยากเท่านี้เลย ยอมนั่งทำงบร้อยงบดีกว่ามาตัดโมเดลนี่ทีละอันๆ สวยทำได้แค่สี่เหลี่ยมก็หรูแล้วนะเนี่ย’ เธอพูดพร้อมทำสีหน้าขยาดกับโมเดลชิ้นใหญ่นี้ที่เขาไม่รู้ทำได้อย่างไร ฝีมือล้วนๆเลยนะเนี่ย

‘ใจเย็นๆ เดี๋ยวมันก็สวย’ เขาตอบเรียบๆขณะที่เขากำลังมุ่งมั่นอยู่กับโมเดล

‘โอ้ยเย็นไม่ไหวหรอกค่ะ มันละเอียดมากๆเลยอ่ะ เห็นแล้วอึดอัดอยากจะแปะๆมั่วๆให้เสร็จๆ’ เธอพร้อมพร้อมทำท่าทางและสีหน้าประกอบจนคนเห็นเผลอหัวเราะออกมา

‘หึ งั้นยืนอยู่เฉยๆเลย เดี๋ยวพี่ทำเอง’

‘ได้ไง สวยทำมันพังอ่ะ แต่จริงๆแล้ววันนั้นสวยไม่ได้ตั้งใจจริงๆนะคะ สวยไม่ทันได้มองทาง วันนั้นรีบมากเลย’ เธอพูดพลางนึกไปถึงเหตุการณ์วันนั้นแล้วก็ยังอดรู้สึกผิดอีกรอบไม่ได้

‘พี่รู้ว่าเราไม่ได้ตั้งใจ หน้าเศร้า น้ำตาปริ่มซะขนาดนั้น ด่าไม่ลงเลย’

‘โหยย ไม่ได้ด่าทางวาจา แต่สายตาพี่วันนั้นอ่ะ แทบจะกินหัวแหนะน่ากลัวมากๆ’ เธอตอบพลางลูบแขนไปมาราวกับขนลุก

‘หึ ไม่กินหรอกหน่า’

‘แล้วงานนี้ส่งวันไหนหรอคะ’ เธอถามขึ้น

‘เสร็จวันไหนก็ส่งวะนั้นแหละ ทำไมเบื่อหรอ’

‘ไม่ได้เบื่อค่ะ แต่กลัวพี่พีทจะส่งงานไม่ทันต่างหาก’ เธอตอบอุบอิบ

‘แล้วพรุ่งนี้เราว่างไหม’

‘ถ้าแม่ให้ออกนอกบ้านสวยว่างค่ะ แต่ถ้าไม่ได้ออกก็ไม่ว่าง แหะๆ’ เธอตอบขำๆ แต่ภายในใจนั้นกลับไม่ได้ขำไปด้วย

‘แม่หวงหรอ’

‘หูยย ไม่หวงหรอกค่ะ แค่เป็นห่วงเฉยๆ’ เธอตอบ

‘งั้นไม่เป็นไร ค่อยทำต่อวันจันทร์ก็ได้’

‘หมายความว่าวันนี้พอแล้วหรอคะ’ เธอถามพลางส่งแววตาสดใสราวกับเด็กเมื่อถึงเวลาเลิกเรียน

‘หึ อื้อ แต่ไปกินข้าวเย็นเป็นเพื่อนพี่หน่อย’ เขาหัวเราะให้กับความน่ารักของเธอ

‘ไปค่ะๆ สวยหิวมากๆ’เธอตอบแล้วเดินนำหน้าเขาออกจากห้องไปทันที

‘เราจะไปกินที่ไหนหรอคะ’ ทันทีที่ทั้งสองคนขึ้นมาบนรถเรียบร้อยแล้ว คนที่ท่าทางจะหิวหนักจึงถามขึ้น

‘เราอยากกินอะไร’

‘สวยอยากกินบัวลอยที่หน้ามอ’ เธอตอบ

‘หืมมม ของคาวก่อนสิ’

‘ของคาวให้พี่พีทคิด’

‘โอเคครับ งั้นพี่แวะซื้อบัวลอยให้ก่อน’

เมื่อได้ข้อสรุปเขาจึงออกรถไปทันที


Food street

‘ยังไม่ถึงร้านอีกหรอคะ สวยเดินไม่ไหวแล้ว’ เธอถามขึ้นเมื่อทั้งคู่เดินเข้ามาในสตรีทฟู้ดแถวมหาลัยกันระยะนึงแล้ว แต่ร้านที่เขาเลือกก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะถึง

‘ใกล้แล้วล่ะ หิวมากเลยหรอ แป๊บนึง จะถึงแล้ว’

‘งั้นสวยขอเข้าห้องน้ำตรงนั้นก่อนได้ไหมคะ’

‘อื้อ งั้นพี่รอตรงนี้นะ’

เมื่อเขาบอกดังนั้นเธอจึงยื่นถุงบัวลอยให้เขาก่อนวิ่งเข้าไปในห้องน้ำทันที

15 นาทีผ่านไป

‘เสร็จแล้วค่ะ’ เมื่อเธอออกจากห้องน้ำจึงเดินมาสะกิดเขาที่กำลังก้มกดโทรศัพท์อยู่

‘หืม ไหวไหม ทำไมหน้าซีด’

‘ไหวค่ะ ข้างในห้องน้ำมันร้อนมากเฉยๆค่ะ’ เธอตอบแล้วจึงดึงมือเขาให้เริ่มเดินราวกับต้องการจะปิดบังอะไรสักอย่าง

‘ถึงแล้ว ร้านนี้แหละ’

ทั้งคู่จึงเดินเข้ามาในร้านและเลือกที่นั่งด้านในสุดเพื่อหลีกเลี่ยงผู้คนจำนวนมาก

‘หน้าเรายังซีดอยู่เลย เป็นอะไรหรือป่าว’ เขาถามขึ้นในขณะรออาหารและหญิงสาวตรงหน้ายังคงหน้าซีดไม่หาย

‘ไม่เป็นอะไรค่ะ สงสัยลิปสติกหลุดแล้ว เดี๋ยวกินเสร็จค่อยทาใหม่’ เธอตอบพลางหยิบกระจกขึ้นมาส่องแล้วเก็บใส่กระเป๋าดังเดิม

และไม่นานอาหารที่สั่งก็มาเสิร์ฟทั้งคู่จัดการกับอาหารตรงหน้าไปด้วยและพูดคุยกันไปด้วยจนเมื่อทานเสร็จพีทก็คะยั้นคะยอจะมาส่งสวยให้ได้ มีหรือที่เธอจะปฏิเสธได้

‘ขอบคุณค่ะ สวยไปก่อนนะคะ’ เมื่อเขามาส่งเธอยังปลายทางเธอจึงไม่ลืมจะกล่าวขอบคุณที่พูดจนติดปากก่อนจะลงจากรถไป



ความสัมพันธ์ของทั้งคู่หากคนภายนอกมองใครๆก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าทั้งคู่คงจะเป็นแฟนกันแน่ๆเพราะตั้งแต่เหตุการณ์วันนั้นพีทกับสวยมักจะตัวติดกัน พราะทั้งคู่มักจะเจอกันหลังเลิกเรียนเพื่อมาที่ห้องเก็บของและประกอบโมเดลของพีทจนดึกแล้วเขาก็ไปส่งเธอเหมือนเดิมจนมันกลายเป็นกิจวัตรประจำวันของทั้งคู่ไปแล้ว แต่ก็คงจะมีแต่เสาร์-อาทิตย์นั่นแหละที่จะห่างกัน

‘เฮ้ยไอ้พีท ยังนัดน้องมาทำโมเดลอีกหรอวะ จีบก็จีบดิวะ จะหลอกน้องไปถึงไหน’ เพื่อนในกลุ่มของเขาพูดขึ้นในขณะที่วันนี้พวกเขามารวมตัวกันที่ห้องเก็บของที่เดิม เนื่องจากเป็นวันเสาร์พวกเขาจึงมาหากิจกรรมอะไรทำแก้เซ็งกันอย่างเช่นเล่นเกมส์

‘หลอกตรงไหน ก็มันพังจริงๆนี่พวกมึงก็เห็น’ พีทยังคงตอบด้วยน้ำเสียงเรียบดังเดิม และนั่งเล่นเกมส์ต่อ

‘แต่มันพังหลังจากมึงส่งอาจารย์แล้วไงวะ มันไม่ได้มีปัญหาอะไรนี่ถ้ามันจะพังอ่ะ’

ปึก

เสียงของตกจากหน้าประตูทำเอาสมาชิกในห้องหันพร้อมกันไปยังหน้าประตูและทุกคนก็ต้องเบิกตาขึ้นด้วยความตกใจเมื่อคนมาใหม่นั้นคือบุคคลที่ถูกกล่าวถึงในบทสนทนาเมื่อสักครู่

‘เวรละ’ เพื่อนคนนึงของเขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงพึมพัม

ปัง

สวยปิดประตูห้องเสียงดังก่อนจะวิ่งออกไปทันที

‘โทษทีวะพีท กูไม่รู้ว่าน้องมา’ เพื่อนคนเดิมพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงขอโทษ

อย่าว่าแต่เขาไม่รู้เลยพีทเองก็ไม่รู้เพราะวันนี้ไม่ได้มีนัดกัน

‘เออ’ ตอบเพียงแค่นั้นเขาก็วิ่งตามร่างบางออกไป

ปัง

‘สวย หยุดก่อน’ เมื่อเขาออกมาจากห้อง ก็เห็นว่าร่างบางยังวิ่งไปได้ไม่ไกล จึงวิ่งตามพร้อมกับตะโกนเรียก แต่ไม่มีท่าทางว่าเธอจะยอมหยุด แต่โชคดันเข้าข้างเขาเมื่อทางข้างหน้าเป็นถนนทำให้เธอหยุดเพื่อที่จะรอรถก่อนข้ามถนน

หมับ

‘ฟังพี่ก่อน’

ร่างบางไม่ตอบอีกทั้งยังพยายามที่จะแกะมือเขาออก

‘ฟังพี่ก่อนนะครับ นะ’ เมื่อเธอไม่มีท่าทางที่จะหยุดฟัง เขาจึงใช้น้ำเสียงที่อ่อนลง

‘พี่พีทหลอกสวย สวยเสียใจขนาดไหนพี่รู้ไหมคะ สวยก็คิดว่าสวยทำให้พี่ไม่จบพร้อมเพื่อนอ่ะ มันเรื่องใหญ่มากเลยนะคะ ’เมื่อหนีเขาไม่ได้เธอจึงพลั่งพลูความรู้สึกออกมา

‘พี่ไม่ได้หลอก พี่ไม่ได้บอกเรานี่ว่าถ้าไม่ส่งพี่จะไม่จบ’ เขาพูด

แต่เมื่อเธอลองคิดตามที่เขาบอกก็ทำให้เธอนึกโกรธตัวเองไปกันใหญ่ที่ทำไมเธอถึงไม่เอะใจเลยว่าทำไมเขาไม่มีท่าทางรีบร้อนที่จะทำงานให้เสร็จ หรือมีท่าทีโมโหเท่าที่ควรจะเป็นเพราะถ้าเป็นเธอ เธอคงจะหัวร้อนและด่าคนที่ทำจนไม่ได้ผุดได้เกิดไปแล้ว นั่นสินะ ถ้ามันเป็นงานสำคัญจริงๆ ใครจะทำเป็นอาทิตย์ๆขนาดนี้ ทั้งๆที่รีบปั่นไม่กี่วันก็เสร็จ เมื่อคิดได้ดังนั้นจึงทำให้ร่างบางเริ่มน้ำตาปริ่มในดวงตาและร้องออกมา

‘ฮึกก ฮืออออ ก ก็ ทำไมพี่ไม่บอกสวยอ่ะ ฮึก’ เธอปล่อยโฮออกมาโดยลืมอายว่าตอนนี้ทั้งคู่กำลังยืนอยู่ข้างถนน

‘พี่ขอโทษ โอเคเรื่องนี้พี่ผิดเอง อย่าร้องนะครับ’ เขาพูดอย่างยอมแพ้ยกมือเป็นสัญญาณว่ายอมแล้ว

‘ฮืออออ’ ยิ่งคำปลอบว่าอย่างร้องร้อยทั้งร้อยก็ล้วนร้องหนักกว่าเดิม

หมับ

เมื่อเห็นว่าเธอยิ่งร้องหนักกว่าเดิมจึงดึงเธอเข้ามากอดพร้อมลูบหัวเบาๆไปด้วย

‘พี่ขอโทษ’ และเพียงไม่นาน

‘ฮึก สูดด’

เหมือนร่างบางจะสงบลงแล้วจากเสียงสูดน้ำมูกเมื่อสักครู่ เขาจึงผละเธอออกแล้วยื่นมือมาเช็ดน้ำตาเธอ

‘เอ่อ พี่ว่าเรากลับไปที่ห้องก่อนดีกว่าตรงนี้คนเยอะ’ เขาพูดพลางหันมองรอบๆ

เพี๊ยะ

‘แล้วทำไมไม่บอกก่อนหน้านี้ คนมองเต็มเลย’ เธอฟาดไปที่แขนร่างสูงเบาๆหลังจากที่หันมองตามที่เขาบอกแล้วปรากฏว่ามีคนมองอยู่ตามที่เขาบอกจริงๆ เธอจึงลากเขาออกมาจากที่ตรงนั้นแล้วเดิินกลับไปยังห้องเดิม

‘แล้วทำไมพี่ต้องหลอกสวยด้วยล่ะคะ’ เธอถามขึ้นขณะเดินกลับ

‘ก็ถ้าพี่บอกไปตรงๆว่าจะจีบเรา มันจะไม่แปลกไปหน่อยหรอ’

‘ไม่แปลก ห้ะ พี่ว่ายังไงนะ’ เธอตอบแต่เมื่อลองทำความเข้าใจประโยคดังกล่าวใหม่ก็ต้องทำให้เธอทวนคำถามเขาอีกครั้ง

‘ก็ตามนั้น พี่เคยบอกแล้วยังว่าชอบเรา’

‘ม ไม่เคยบอกสิคะ’ เมื่อเขาขยายประโยคให้ชัดเจนขึ้นทำให้เธอตอบกลับไปอย่างตะกุกตะกักทำตัวไม่ถูกเลยทีเดียว

‘แล้วเราชอบพี่ไหม’

‘ไม่รู้ค่ะ ไม่รู้ๆ’ และดูเหมือนเธอยังคงไม่มีสติเท่าที่ควร จึงตอบไปส่งๆพลางเดินหนีออกมา

‘อย่าเพิ่งหนีสิ เป็นแฟนกันไหม’ เขาเอ่ยประโยคนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อยโยนพร้อมกับคว้าไหล่บางของเธอเอาไว้ก่อนจะจับให้หันหน้าเข้าหากัน

‘หืมม ว่าไงครับ’ เมื่อเห็นว่าร่างบางยังไม่ตอบจึงเอ่ยถามอีกครั้ง

ความคิดเห็น