Hunny Exo

เจแปน vs คุณหมอตรี ใครจะโรคจิตและแสบกว่ากัน! ขอบคุณที่เข้ามาอ่านน้าาา~

บทที่41 : ปริศนา EP.1

ชื่อตอน : บทที่41 : ปริศนา EP.1

คำค้น : My doctor,รักโหดๆ,มุ้งมิ้ง,หมอตรี,เจแปน,Nc18+

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ม.ค. 2562 19:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่41 : ปริศนา EP.1
แบบอักษร

บทที่41 : ปริศนา EP.1

.

.

.

"เดี๋ยวจี้รอหน้ายิมนะ/.../อ่า ยังมีคนอยู่/.../รู้แล้วน่า โอเคๆ"

ติ๊ด!

"พี่เค้าจะมารับมึงใช่ป้ะ?"

"อืม อีกสักพักอ่ะ"

"เออ กูอยากถามความคิดเห็นมึงหน่อยว่าที่ซ้อมกันมาหนักขนาดนี้ภาพรวมแล้วเป็นไงบ้าง ใช้ได้เปล่า?"

ไอ้เทลพลางพูดพร้อมกับหันไปมองสนามที่แต่ละคนตั้งใจฝึกซ้อมกันหนักตั้งแต่ในช่วงที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าเทลมันคงจะกังวลใจไม่ใช่น้อยกับภาพรวมของทีมเรานั้นที่จะสามารถทำออกมาได้ดีพอหรือไม่

ในฐานะผมเองก็เข้าใจว่ามันอาจจะมีน่าห่วงอยู่บ้างแต่ผมคิดและไตร่ตรองดีแล้วว่าทีมของเราก็ดีที่จะสู้กับทีมอื่นได้เหมือนกัน

"มันไม่ได้ดีแค่ใช้ได้หรอกนะไอ้เทล..."

"...?"

"แต่มันดีที่สุดเลยล่ะ กูมั่นใจว่าเราต้องสู้กับทีมอื่นได้แน่นอน กูมั่นใจ"

"นี่พวกเราก็ปีสุดท้ายแล้วนิ"

"อืม ปีสุดท้ายแล้วต่อจากนี้ก็คงแยกย้ายกันไปเรียนต่อที่อื่นหมดแล้ว กูว่าช่วงเวลานี้แหละแม่งควรเก็บเกี่ยวความทรงจำแบบนี้ไว้ให้นานที่สุด"

"คิดเหมือนกูเลยว่ะ ฮ่ะๆๆ"

ต่อจากนี้คงไม่มีอะไรสำคัญอีกต่อไปนอกซะจากการฝึกซ้อม ถึงแม้ในใจจะยังคงมีเรื่องให้ค้างคาอยู่มากมายแต่ถึงตอนนี้แล้วผมคงจะต้องเลิกคิดเรื่องที่ค้างคาใจสักที ประเด็นสำคัญอยู่ที่การแข่งในอีกแค่ไม่กี่วันข้างหน้าก็เตรียมตัวนับถอยหลังได้เลย 

ผมกับไอ้เทลยังคงยืนคุยกันอยู่ด้านหน้าของโรงยิมเพื่อรอพี่ตรีมันมารับโดยไอ้เทลอาสามายืนรอเป็นเพื่อน

"เออว่ะ พูดแล้วคิดถึงตอนนั้นเลย ฮ่ะๆๆๆ"

"อืม กูก็คิดถึง"

"เห้อ!...แล้วนี่มึงเป็นอะไรรึเปล่า?"

"หืม กูก็ปกติของกูนี่ไง คิดมากละมึงอ่ะ"

"กูเปล่าคิดมาก แต่การกระทำท่าทางมึงมันแสดงชัดเจน กูไม่รู้หรอกนะตั้งแต่วันที่ไปกินหมูกระทะแล้วมึงขอกลับก่อนมึงไปทำอะไรมา แต่หลังจากนั้นมึงดูเปลี่ยนไปเลยนะวอลเล่ย์ก็มาเช้าก่อนเวลาไปเยอะซ้อมหนักกว่าใครเพื่อน"

"โธ่...มึงก็อะไรเนี่ย มันจะแข่งแล้วไงกูก็รีบมารีบซ้อม ไม่แปลกเลยนะที่กูจะซ้อมหนัก ส่วนเรื่องที่ร้านหมูกระทะกูแค่เหนื่อยเลยขอกลับบ้านก่อนไง"

ผมอมยิ้มเล็กน้อยพลางเงยหน้ามองไอ้เทลที่จ้องผมไม่วางตา มันทำได้เพียงจ้องผมแต่ก็ไม่เค้นเอาความอะไรกับผมต่ออีก ถึงใจอยากจะเล่าทุกเรื่องแต่คงต้องห้ามปากไม่ให้พลั่งเผลอพูดออกไปอย่างเด็ดขาดเพราะความจริงมันยังไม่สามารพิสูจน์และหาคำตอบได้

"แล้วแต่มึงก็ได้ไอ้เจ เรื่องบางเรื่องมึงยังคงไม่กล้าบอกหรือถ้ามึงไม่มีเรื่องอะไรจริงๆกูก็ขอโทษด้วยที่เซ้าซี้มากไป"

"ไม่เอาดิมึง กูมีเรื่องอะไรก็จะบอกพวกมึงนะ ขอบใจนะมึงที่เป็นห่วง"

"อืม..นั่นรถแฟนมึงนิ รีบๆกลับไปได้แล้วทางนี้กูดูต่อเอง"

"อื้ม! ไปแล้วนะพรุ่งนี้เจอกัน!"

ผมยกมือโบกไปมาสองสามครั้งก่อนจะกระชับกระเป๋าสะพายแล้วรีบเดินตรงไปยังรถของพี่ตรีทันทีที่พึ่งจะเลี้ยวเข้ามา พอผมเปิดประตูได้ก็เข้าไปนั่งแล้วปิดทันทีพร้อมกับพี่ตรีที่ขับออกมาด้วยความเร็วในแบบฉบับความปกติของพี่มัน

"เป็นไงวันนี้?"

"วันนี้ก็ซ้อมหนักเหมือนเดิมแหละ แล้วพี่อ่ะไหนบอกว่าวันนี้มีเวรรอบดึกด้วยนิ?"

"แลกเวรไปแล้ว"

"อ่าว ทำไมพี่ไม่ทำไปล่ะเวรรอบดึกน่ะ"

ผมสงสัยครับเลยซักถามพี่มันต่อด้วยความที่ตามไม่ทันว่าทำไมพี่มันต้องแลกเวรกะดึกกับคนอื่นทำไมตัวเองถึงไม่ทำไปล่ะ หรือพี่มันจะขี้เกียจก็อาจจะเป็นแบบนั้นก็ได้

ส่วนพี่ตรีมันก็อมยิ้มเล็กน้อยพอถึงช่วงเวลาติดไฟแดงพี่มันเลยมีโอกาศหันมามองหน้าผมได้นานๆ พร้อมทั้งยังเอื้อมมือมาดึงแก้มผมเล่นด้วยความหมั่นเขี้ยวอีก

"อื้อ!ๆๆ เจ็บ!ๆๆ"

"หึ น่ารักเองนิ"

"อย่ามาเปลี่ยนเรื่องด้วย ที่ถามไปเมื่อกี้อ่ะตอบที!"

"ง่ายๆ อยากนอนกับจีจี้"

ปรี๊ดดดดดด 0///0

ตายแล้วๆศพกูถึงกับต้องเป็นสีชมพูเลยทีเดียว! ทำหน้าตาซะหน้าเอ็นดูทั้งที่หล่อยู่แล้วแต่ในโหมดนี้พี่แม่งโครตมุ้งมิ้ง!

ผมเองที่รู้สึกได้ว่าแก้มมันจะร้อนๆรวมไปถึงหัวใจที่เต้นโครมครามอยู่ในอกราวกับกำลังสูบฉีดเลือดอย่างรุนแรงจนผมแทบจะอยากร้องให้ลั่นรถ

...พี่มึงแม่งไม่ถนอมใจกูเล้ย!

"หน้าแดงไม่สบายรึเปล่า?"

"ฮะ! ปะ..เปล่าๆ จี้ปกติ๊! สบ๊ายยยยดี๊!"

"หึ แน่ใจหรอ?"

"น่ะ..แน่ใจ๊! สบ๊ายยยยดี๊!"

"ไม่สบายบอกนะ..."

"?"

"จะได้เอาเข็มฉีดยาให้"

"ลามกอีกแล้วนะ! ไอ้พี่บ้า!"


ช่วงเวลานี้ผมอยากจะหยุดให้มันอยู่แบบนี้ไปตลอดได้เลยซะก็ดี มีเพียงแค่พี่มันจริงๆที่เหมือนกับสายนํ้าที่รดให้ดอกไม้ที่กำลังจะแหงเหี่ยวและเฉาตายที่เปรียบกับใจผมได้ฟื้นตัวและกลับมาเบ่งบานสดใสได้แทบทุกครั้ง ยอมรับได้เลยจริงๆว่าผู้ชายตรงหน้าที่มักจะพูดน้อยและออกแนวโรคจิตเอามากๆแต่เค้าก็เป็นผู้ใหญ่ที่สามารถดึงผมขึ้นมาจากความเศร้าได้โดยไม่ต้องพูดอะไรมากเลยด้วยซํ้า...

'อย่าทิ้งจี้นะพี่ตรี'




..........

.........

........

.......

......

.....

....

...

..

.


วันต่อมา...


"พี่อันนี้เสื้อเบอร์ประจำตัวเราเลยใช่มั้ยที่โค้ชแจกมา?"

"ใช่ เบอร์ด้านหลังเราจะใช้แข่งในสนามจริง โดยที่มันจะเป็นเบอร์ประจำตัวเราเลย"

"พี่เบอร์ไรอ่ะ ผมขอดูหน่อย"

"กูเบอร์เก้า"


ผมพูดพร้อมทั้งคลี่เสื้อที่อยู่ในมือให้ไอ้แทมได้เห็นกับตาว่าเสื้อที่อยู่ในมือผมมันคือหมายเลขเก้าจริงๆ ก่อนที่ผมเองจะถามมันกลับไปบ้างเกี่ยวกับเบอร์ของเสื้อมันเช่นกัน

"แล้วมึงล่ะเบอร์อะไร?"

"ผมเบอร์สิบสอง"

มันยิ้มก่อนที่จะยกโชว์เสื้อพร้อมหัวเราะออกมาอย่างขำๆ ผิดกับผมที่จ้องมองเลขของเสื้อมันอย่างกับกำลังตกอยู่ในภวังค์ที่เหมือนจะถูกดูดเข้าไปในอดีตมากมายที่ผ่านมา ผมจำหมายเลขนี้ได้ขึ้นใจถึงแม้เจ้าของคนปัจจุบันจะเป็นไอ้แทมแต่ก่อนหน้านี้มันเป็นของคนเก่าที่ไม่อาจจะลืมเค้าไปได้เลย...

ตอนนี้เหมือนผมจะจมปรักอยู่กับความเปลี่ยนแปลงที่ก่อนหน้านี้ทำเอาผมแทบจะยืนไม่อยู่เพราะเซ็ตเตอร์ที่เป็นทั้งเพื่อนสนิทมากที่สุดก็ย้ายไปอย่างกระทันหัน ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้มันหลงเหลือแค่ความรู้สึกที่อยู่ก้นบึงของหัวใจที่ไม่ว่าจะพยายามลืมเพื่อนสนิทคนนั้นมากแค่ไหน สุดท้ายก็จะได้นํ้าตาตอบแทนกลับมาทุกครั้ง

"พี่เป็นอะไรรึเปล่า?"

"..."

"พี่เจแปน..."

สิ่งที่ยังคงเป็นปริศนาผมว่าผมใกล้รู้คำตอบมากขึ้นแล้วล่ะ...

"พี่เจ!"


เฮือก!

"ฮะ! อะ..อะไร!?"

"พี่เป็นอะไรผมถามพี่แต่ไม่ตอบ เห็นจ้องเบอร์เสื้อผมนานมาก"

"งั้นหรอ โทษทีๆพอดีกูเบลอๆน่ะ"

"ผมคงไม่ใช่คนแรกหรอกใช่มั้ยพี่ที่ได้ใส่เสื้อเบอร์นี้"

"อืม แต่ตอนนี้มึงได้ใส่แล้วนิ"

ไอ้แทมที่ก้มหน้าลงมองเสื้อในมือของมันที่ถืออยู่ มันทำได้แค่ยิ้มอ่อนๆแล้วก็เงียบไปเหมือนตกอยู่ในภวังค์แบบผมเลย ผมพยายามมองทุกกิริยาบทและทุกท่าทีของมันว่ากำลังจะทำอะไรกันแน่ อีกอย่างผมก็ไม่กล้ามั่นใจนักว่าคนตรงหน้ากำลังแสดงละครหรือมันเป็นเรื่องจริงกันแน่


"ผมเห็นพี่ดูเศร้านะตอนเห็นเบอร์เสื้อผม คนที่ใส่ก่อนหน้านี้เค้าไปไหนแล้วหรอพี่ ทำไมเค้าไม่อยู่ต่อเล่นกับพี่?"

"มึงอยากรู้จริงหรอ?"

"ผมอยากรู้ แต่พี่เถอะอยากจะเล่ารึเปล่า?"

...มึงรู้อยู่แล้วรึเปล่าแทม ไม่จำเป็นต้องมาแสดงละครตบตากูก็ได้...

"อืม ตามกูมาเดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง"


ผมเดินนำหน้าไอ้แทมออกมาจากโรงยิมก่อนทันทีที่จะเดินไปนั่งที่ม้านั่งหินอ่อนครั้นยามอดีตก่อนหน้านี้มันเคยมีเพื่อนสนิทอยู่ห้าคนที่มักจะมานั่งเล่นหลังจากซ้อมวอลเล่ย์เสร็จเป็นประจำ เมื่อไหร่ที่ท้อผมก็จะมานั่งตรงนี้เสมออยู่เรื่อยมาจนกระทั่งเหตุวันนั้นที่ต้องจากลาไปหนึ่งคนก็เกิดที่ตรงนี้เช่นกัน

ตลอดระยะเวลาราวๆครึ่งชั่วโมงเศษที่ผมยอมนั่งเล่าทุกเรื่องราวให้กับมือเซ็ตเตอร์หน้าใหม่ของตัวเองฟังโดยไม่คิดจะปิดบังสิ่งใดทั้งสิ้น ปฏิกิริยาอีกฝ่ายเมื่อได้ฟังเรื่องราวก็ดูจะนิ่งและตั้งใจฟังที่ผมเล่าอยู่ตลอดเวลา จนกระทั้งผมได้เล่นจนเสร็จเป็นที่เรียบร้อย...

"...เรื่องทั้งหมดก็มีแค่นี้แหละให้มึงได้รู้แทม"

"พี่กังวลที่จะเจอเค้าด้วยรึเปล่า?"

"ไม่หรอก"

"ไม่แล้วทำไมพี่ยังดูกังวลอยู่ล่ะ?"

...กูกังวลอีกเรื่องต่างหาก

"คงเพลียๆแหละมันเลยทำให้กูดูกังวล มึงก็ดูแลตัวเองเถอะไอ้แทม ช่วงนี้ทุกคนก็ซ้อมหนักกันหมดเพื่ออีกไม่กี่วันข้างหน้า"

"อื้ม พี่ก็เหมือนกัน งั้นเดี๋ยวผมไปเอาขนมปังมาให้นะ รอตรงนี้นะพี่อย่าไปไหนล่ะ"

ผมทำได้เพียงพยักหน้าส่งๆให้มันไปก่อนที่มันจะยันตัวลุกขึ้นแล้วเดินออกไปซื้อขนมปังมาให้ที่มักจะชอบซื้อมาให้อยู่เป็นประจำ แค่เห็นเพียงแผ่นหลังของไอ้แทมหัวใจผมก็กระตุกวูบด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบายกับการกระทำของอีกคนที่มันมักจะออกมาในรูปแบบประสงค์ดีต่อผมเมื่อเวลาอยู่ด้วยกัน แต่ผมไม่สามารถจะรับรู้ได้เช่นกันว่าพอเราหันหลังให้กันอีกคนจะคิดอะไรอยู่จนมันเป็นปริศนามาจนถึงตอนนี้

"พวกมึงสองคนเป็นอะไรกันแน่แทม..."

ท้องฟ้าที่สดใสกับสายลมที่พัดผ่าน...


"อีกนานมั้ยที่มึงจะบอกความจริง

กู..."


มันเหมือนจะสดใสซะจนทำให้ร่างกายเราเคลิ้มไปกับมัน...


"ฮึก จะให้กูเจ็บไปจนถึงเมื่อไหร่"


โดยที่ไม่รู้เลยว่ามันมีความเจ็บปวดที่แฝงเข้ามาอยู่ด้วยอย่างแนบเนียน...











ติดตามตอนต่อไป

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}