ไอลดา ลีลาวดี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

แค่ตัวสองรอง (70%)

ชื่อตอน : แค่ตัวสองรอง (70%)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ม.ค. 2562 15:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
แค่ตัวสองรอง (70%)
แบบอักษร

“มิ้นเดี๋ยวเราขับรถไปหาที่คอนโดฯ นะ มิ้นลงมาหาเราหน่อยได้ไหม ถ้ามิ้นโอเคเราจะไม่รบเร้าเลย”

มินตรารู้ว่าเพื่อนเป็นห่วง เธอไม่ได้คิดอะไรกับธนัชเกินเลยไปกว่าคำว่าเพื่อนจริงๆ หญิงสาวจึงรับปาก เพราะไหนๆ ก็ต้องลงไปรออิทธิกุลอยู่แล้ว

ธนัชดีใจรีบขับรถมาหามินตราทันที แม้ว่ารถจะติดเพราะเป็นช่วงเวลาที่ทุกคนเลิกงาน แต่ก็ยังอารมณ์ดีฮัมเพลงมาตลอดทาง เขามาถึงคอนโดฯ ของหญิงสาวในอีกหนึ่งชั่วโมงให้หลัง มินตรามานั่งรออยู่ด้านล่างก่อนแล้ว หญิงสาวโบกมือให้เมื่อเห็นเขาเดินเข้ามา

“เป็นไง มิ้นดีขึ้นแล้วเห็นไหม”

“มิ้นดีขึ้นเราก็สบายใจ ว่าแต่ไม่เป็นอะไรมากแล้วจริงๆ ใช่ไหม” ธนัชจะแตะหน้าผากแต่หญิงสาวรีบหลบ

“ถูกเนื้อต้องตัวนี่ไม่ได้เลยนะ กุลสตรีแท้ๆ”

มินตราแทบสะอึกกับคำๆ นี้ ความเป็นกุลสตรีรักนวนสงวนตัวเธอหายไปนานแล้ว ยิ่งเขาชื่นชมเธอก็ยิ่งรู้สึกสะเทือนใจ มินตราดูนาฬิกานี่ก็เลยเวลาเลิกงานมาสักพักหนึ่งแล้ว ธนัชก็มาถึงแล้ว อีกไม่นานอิทธิกุลก็คงจะมาถึงเช่นกัน เธอไม่อยากให้ชายหนุ่มเห็น จึงตั้งใจจะส่งข้อความออนไลน์ไปบอกให้เขารู้ แต่กลับเห็นข้อความที่เขาส่งมาให้เสียก่อน

‘ไปรับเธอหาหมอช้าหน่อยนะ ติดธุระนิดหน่อย’

“มิ้นไม่ไปทำงานเราน่ะเงียบเหงาเลย ไม่มีคนเดินกลับด้วยกัน”

“เว่อร์แล้วแม็กซ์” มินตราตอบกลับตามประสาเพื่อน

“อิจฉาคู่ของพี่อิทคุณนรี เขาไปนั่งเฝ้ากันถึงบริษัท เมื่อไหร่มิ้นจะไปนั่งเฝ้าเราแบบนั้นบ้างนะ”

มินตราชะงักค่อยๆ หันมองหน้าธนัชช้าๆ อย่างต้องการคำพูดย้ำชัดอีกครั้ง ธนัชก็งงว่าเขาพูดอะไรผิดไป สีหน้าและแววตาของหญิงสาวถึงได้เปลี่ยนไปราวกับมีคำถาม

“ทำไมเหรอมิ้น แม็กซ์พูดอะไรผิดหรือเปล่า”

“เอ่อ...ปะ...เปล่าจ้ะ มิ้นแค่ฟังไม่ชัด เมื่อสักครู่แม็กซ์พูดว่าอะไรเหรอ”

“เรื่องอะไรเหรอ เรื่องพี่อิทกับคุณนรีหรือเปล่า มิ้นนี่ไม่ทันแก่เลยก็หูตึงซะแล้ว แม็กซ์บอกว่าพี่อิทน่ะน่าอิจฉามากเลย มีคุณนรีไปนั่งเฝ้าที่บริษัท แม็กซ์อยากมีแบบนั้นบ้างจัง อ้อๆ มีฉากหวานด้วยนะ แม็กซ์เข้าไปเห็นตอนคุณนรีกำลังจูบพี่อิทด้วย อะไรจะหวานขนาดนั้น พี่อิทตอบแทนเธอด้วยการพาไปดินเนอร์หรูๆ ด้วยนะ”

มินตรายิ้ม หากแต่ในใจนั้นน้ำตาไหลพราก เขาเลื่อนนัดเธอเพราะไปกินข้าวกับว่าที่เจ้าสาว ใช่...ว่าที่เจ้าสาว เธอต้องสำเนียกให้มากๆ เพราะเธอมันแค่นางบำเรอ ส่วนอีกคนเขากำลังจะแต่งงานกัน หญิงสาวรู้สึกหน้ามืดอีกครั้ง เธอพยายามดมยาดมที่ถือติดมือมาด้วย

“มิ้นเป็นอะไรมากหรือเปล่า ดูหน้าตาซีดเซียวไปนะ”

“คนป่วยก็อย่างนี้แหละ มิ้นอยากพักแล้วล่ะแม็กซ์ มิ้นขอไปพักก่อนได้ไหม รู้สึกง่วงอีกแล้ว”

ธนัชพยักหน้า เพราะเขามาหาเธอก็แค่ต้องการเจอหน้าก็เท่านั้นเอง ชายหนุ่มช่วยพยุงเธอไปส่งที่หน้าลิฟต์ กดเรียกลิฟต์ให้เรียบร้อย เมื่อประตูถูกเปิดออกเขาจะเข้าไปด้วย แต่มินตราทักท้วงไว้

“ส่งมิ้นแค่นี้ก็พอ ขอบคุณมากนะแม็กซ์” เขายิ้มแห้งๆ แต่ก็ยอมเดินออกมาจากลิฟต์แต่โดยดี

“พรุ่งนี้เจอกันนะมิ้นท์”

ทั้งคู่โบกมือให้กัน มินตราเดินถึงห้องก็ฟุบใบหน้าลงกับหมอนหนุน ปล่อยให้เวลาผ่านเลยไปราวสักสิบนาที จึงพลิกใบหน้าขึ้นน้ำตาไหลพราก หยิบกระดาษโน้ตมาอ่านทบทวนอีกครั้ง ทำไมเธอถึงได้ขี้แย ทำไมถึงรู้สึกเสียใจ ในเมื่อที่ผ่านมาเธอก็พยายามทำใจตลอดมา แต่ทำไมวันนี้ถึงเจ็บเจียนตาย อาการพะอืดพะอมเริ่มออกอาการอีกแล้ว มินตราวิ่งเข้าไปโก่งคออาเจียนที่ซักโครกอีกครั้ง และทำท่าจะหมดแรงลงไปทุกที อาการเธอไม่ดีขึ้น ร้านยาที่ชั้นล่างของคอนโดฯ ก็มี มันน่าจะช่วยอะไรเธอได้บ้าง ขืนยังไม่ดีขึ้นพรุ่งนี้คงไปทำงานไม่ได้ มินตรารวบรวมกำลังที่มีอยู่ลงไปซื้อยาที่ร้านขายยาก่อน เพราะก็ไม่มั่นใจว่าอิทธิกุลจะกลับมาหรือเปล่า

มินตราเดินกลับมาถึงห้องโดยปลอดภัยพร้อมกับถุงยา หญิงสาวบอกอาการกับเภสัชกรสาว เธออมยิ้มแล้วบอกให้มินตราซื้อชุดตรวจการตั้งครรภ์มาด้วย วินาทีนั้นรู้สึกหูอื้ออึงมือเท้าเย็นเฉียบ เธอลืมคิดถึงเรื่องประจำเดือนที่ขาดหายไปถึงสองเดือนเต็ม คงไม่หรอก...คงเป็นเพราะความเครียด มินตราใจสั่นมือไม้สั่น เมื่อหยิบชุดอุปกรณ์มาถือไว้ แต่เธอไม่ใช่คนหนีความจริง หญิงสาวทดลองตรวจ แต่เก้าสิบเปอร์เซ็นต์มั่นใจว่าเธอจะไม่ท้อง

ผลการตรวจตามวิธีแนะนำตามฉลากในกล่อง หญิงสาวถึงกับใบหน้าซีดเผือดมือเท้าเย็น เพราะเครื่องตรวจขึ้นขีดสีแดงสองขีด เธอรีบหาที่พยุงเพื่อนั่งลง

“ไม่จริงใช่ไหม...ไม่ใช่...” เธอส่ายศีรษะไปมา รู้สึกสับสนอย่างบอกไม่ถูก จะดีใจหรือเสียใจดี

“แล้วถ้าเขารู้ล่ะ”

มินตรากลัวไปต่างๆ นานา แต่เมื่อมือบางแตะเบาๆ ที่หน้าท้องของตัวเอง ความรู้สึกรักและหวงแหนก็เข้ามาแทนที่ความกังวลทั้งหมดทั้งมวล ต่อไปนี้เธอไม่ใช่คนเดียวอีกแล้ว ชีวิตน้อยๆ กำลังก่อกำเนิดในกายเธอ เธอกำลังจะเป็นแม่...คำนี้ทำเอามินตราถึงกับน้ำตาไหลพราก สะอื้นไห้ด้วยความยินดี

“แม่รักลูกนะ...หนูน้อยของแม่” มินตราร้องไห้ไปลูบท้องตัวเองไปอยากให้อีกหนึ่งชีวิตน้อยๆรับรู้

เที่ยงคืนก็แล้วเขายังไม่มา หญิงสาวจึงเข้านอนต่อไปนี้เธอจะมาอดตาหลับขับตานอนไม่ได้อีกแล้ว เพราะต้องคำนึงถึงลูกในท้อง มินตราเก็บอุปกรณ์ทุกอย่างใสถุงอย่างดีปิดปากมิดชิดแล้วทิ้งลงถังขยะ เพราะไม่อยากให้เขาเห็น หากเขาไม่ต้องการเธอแล้วจริงๆ เธอก็ยินดีจะไปจากชีวิตเขาแต่เรื่องลูกเธอจะไม่มีวันให้เขามาทำร้ายดวงใจของเธอเด็ดขาด เพราะข้อตกลงตอนแรกเขาไม่ได้ต้องการลูกอยู่แล้วเธอก็ไม่อยากให้ความรู้สึกดีๆที่มีมันมลายหายไปจึงไม่อยากบอกให้รู้เพราะไหนอีกไม่กี่เดือนเขาก็จะแต่งงานอยู่แล้ว

กว่าที่อิทธิกุลจะพาณัฐนรีไปส่งที่บ้านได้ก็ล่วงเข้าไปถึงตีสอง หญิงสาวอ้อยอิ่งไม่ยอมกลับท่าเดียว พูดก็แล้วแต่เธอก็ส่ายหน้าไม่กลับ สุดท้ายต้องเรียกให้บริกรคิดเงินแล้วอุ้มหญิงสาวเดินออกจากผับ บรรดาสาวๆ ที่เห็นก็กรี๊ดกร๊าดกันใหญ่ คนดังทำอะไรก็ดัง วันนี้เขาจึงมีภาพหลุดจากนักข่าวที่ไปเที่ยวอีกจนได้ แต่อิทธิกุลทำใจไว้แล้ว ชายหนุ่มพาหญิงสาวไปส่งที่บ้านแ ล้วหันหัวรถกลับมายังคอนโดฯ ของมินตรา คืนนี้ทั้งคืนเขาไม่ได้นอน อิทธิกุลเปิดประตูเข้าไปเบาๆ เห็นเธอหลับอยู่บนเตียงก็เบาใจ เอามืออังหน้าผากก็ไม่ร้อน เห็นบนโต๊ะเครื่องแป้งมียาวางอยู่จำนวนหนึ่ง คิดว่าคงไปหาซื้อยาที่ด้านล่าง เขาถอนหายใจมองดูหญิงสาวแล้วรู้สึกผิด ชายหนุ่มหย่อนกายนั่งลงจนที่นอนยุบตามน้ำหนัก ทำให้มินตรารู้สึกตัว

“มิ้นคิดว่าท่านประธานจะกลับบ้าน”

“เธอยังไม่หลับเหรอ”

“เพิ่งตื่นน่ะค่ะ”

“ฉันทำให้เธอตื่นจนได้”

“รู้สึกตัวเร็วก็เป็นเรื่องดีไม่ใช่เหรอคะ เผื่อเกิดอันตรายเราจะได้ช่วยตัวเองได้” หญิงสาวตอบสีหน้ายิ้มแย้ม

“ดีขึ้นหรือยัง”

“ดีจนเกือบจะเป็นปกติแล้วค่ะ พรุ่งนี้ไปทำงานได้สบายเลยค่ะ”

มินตราพูดเกินความเป็นจริง เธอไม่อยากให้เขาสงสัย และเธอเองก็ไม่อยากให้เขาเห็นว่าอ่อนแอ ผู้หญิงอ่อนแอไม่น่ารัก เธอเหลือบไปเห็นบางสิ่งที่ปกคอเสื้อของเขา มือบางกำผ้าปูที่นอนไว้แน่น

ความคิดเห็น