หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ดิน น้ำ ไฟ ไม้ ทอง สมัยกาลนานมาแล้ว โลกแห่งการบำเพ็ญตนล่มสลาย ก็กำเนิดยุคใหม่คือโลกแห่งธาตุ การแสวงพลังอันยิ่งใหญ่ครั้งใหม่จึงเริ่มต้นขึ้น

บทที่ 68 เปิดเผย

ชื่อตอน : บทที่ 68 เปิดเผย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 203

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.ย. 2562 12:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 68 เปิดเผย
แบบอักษร

​“ปั้งหว่าน ท่านรู้หรือไม่ว่าอ้ายฮุยพักอยู่ที่ใด” หมิงซิ่วถาม “ข้าตามหาเขามาหลายที่แล้วแต่ไม่พบ”

เมื่อตวนมู่หวงฮุนที่กำลังหลั่งน้ำตาออกมาในใจอย่างเงียบงัน ได้ยินอย่างนั้นก็เกือบจะระเบิดหัวเราะออกมา นี่แปลว่าเขาไม่ใช่คนเดียวที่หาอ้ายฮุยไม่พบ

เดี๋ยว นี่ไม่ใช่สิ่งที่ควรจะดีใจนะ

ตวนมู่หวงฮุนรู้สึกเหมือนกำลังจะเป็นบ้าเพราะตัวเอง เกิดอะไรขึ้นกับเขากันนี่ ทำไมเขาทำเรื่องผิดพลาดแบบนี้ตลอดเลย

หลังจากทำเรื่องผิดพลาดอย่างโง่ๆ และไร้เหตุผลมาหลายรอบ เขาก็อยากจะร้องไห้ออกมาจริงๆ

 “ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน เขาไม่ค่อยเข้าเรียน” เมื่อทำใจให้สงบลงแล้วตวนมู่ก็ตัดสินใจพูดเรื่องไม่ดีเกี่ยวกับอ้ายฮุยก่อน แล้วจึงกล่าวเสริมอีกว่า “เขาเคยอาศัยอยู่ในโรงฝึกศาสตราวุธ ท่านลองไปหาที่นั่นดูสิ”

“เยี่ยมเลย ถ้าอย่างนั้นข้าจะไปหาที่โรงฝึกเดียวนี้เลย” หมิงซิ่วรู้สึกยินดี จากนั้นนางก็ขมวดคิ้วเมื่อคิดถึงพฤติกรรมไม่ดีของอ้ายฮุยที่ชอบโดดเรียน นางจะต้องเตือนเขาเมื่อเจอตัวหลังจากนี้

ตวนมู่หวงฮุนจมอยู่ในความคิดพลางมองหมิงซิ่วเดินจากไป เขารู้สึกคุ้นชื่อนาง เหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน แต่จำไม่ค่อยได้

เนื่องจากเขาเคยพบกับหญิงสาวมานับไม่ถ้วน ตวนมู่จึงมีประสบการณ์ด้านนี้มากมาย เป็นไปไม่ได้ที่หญิงสาวที่แสนสุภาพ น่านับถือ กริยาท่าทางสูงส่งเช่นนี้จะเป็นคนไร้ชื่อเสียง ทันใดนั้นเขาก็นึกถึงรายละเอียดบางอย่างเช่นเสื้อผ้าของนาง ซึ่งค่อนข้างเรียบง่ายไม่โดดเด่นแม้แต่น้อย แต่เนื้อผ้ากลับมีคุณภาพสูงอย่างเห็นได้ชัด และทำมาจากผ้าพลังธาตุทั้งสิ้น ยิ่งไปกว่านั้นงานเย็บปักบนผ้าก็เป็นผลงานชั้นยอดอย่างเห็นได้ชัด

ในฐานะที่เป็นคนของตระกูลผู้ดีที่ใช้ชีวิตอย่างหรูหราฟุ่มเฟือยมาตั้งแต่เด็ก ตวนมู่หวงฮุนเพียงแค่ชายตาดูก็รู้ได้ว่าเสื้อผ้าของหมิงซิ่วนั้นแม้ไม่โดดเด่นนักแต่ในด้านราคาแล้วกลับสูงกว่าเสื้อผ้าที่เขาใส่อยู่เสียอีก

อ้ายฮุยนั้นยากจนและอ่อนแอ ทำไมศิษย์พี่หมิงซิ่วของมันถึงได้รวยนัก

การเย็บปัก.....

ในที่สุดตวนมู่หวงฮุนก็นึกได้ว่าหมิงซิวเป็นใคร นางเป็นศิษย์รักของอาจารย์หันอวี้ฉิน! เมืองซงเจียนนั้นเล็กนิดเดียวไม่มีผู้ยิ่งใหญ่มากมายอะไร นี่คือสาเหตุที่ตวนมู่หวงฮุนสามารถจดจำนางได้อย่างรวดเร็ว ด้วยความที่เขาตัดสินใจจะศึกษาที่โรงเรียนซงเจียน ทางตระกูลจึงได้รวบรวมข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเมืองซงเจียนเอาไว้

บุคคลแรกที่ไม่ควรไปล่วงเกินในโรงเรียนซงเจียนก็คือปรมาจารย์หันอวี้ฉิน

ไม่ว่าจะไปที่ใด ปรมาจารย์ด้านการเย็บปักผู้นี้จะได้รับการต้อนรับดุจแขกผู้มีเกียรติเสมอ แม้แต่อาจารย์ของเขา ยอดปรมาจารย์ไต้กัง ยังต้องสำรวมเมื่ออยู่เบื้องหน้านาง

ตวนมู่หวงฮุนรู้มากกว่าคนอื่น โรงเย็บปักของหันอวี้ฉินนั้นอยู่ห่างไกลและมีน้อยคนที่จะรู้ที่ตั้งของมัน หากไม่ใช่เพราะตระกูลเขาทำการสืบค้นเป็นพิเศษ ก็คงไม่รู้ว่าโรงเย็บปักเล็กๆ นี้จะมีเจ้าของที่ยิ่งใหญ่

และไม่มีใครโง่พอที่จะไปล่วงเกินเจ้าของโรงเย็บปักแห่งนี้

โรงงานแบบนี้มีธุรกิจกับสิบสามหน่วย ลูกค้ามากมายมาเพื่อซื้อผ้าทอพลังธาตุระดับสูง และลูกค้าเหล่านี้หากไม่มีอำนาจก็จะต้องร่ำรวยอย่างมาก

ความสัมพันธ์ภายในตัวที่สร้างขึ้นนั้นนับเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ที่มองไม่เห็นแห่งหนึ่ง

เช่นนั้นแล้วหมิงซิ่วก็น่าจะเป็นศิษย์ของปรมาจารย์หันอวี้ฉิน แล้วนางกลายไปเป็นศิษย์ของอาจารย์หวังได้อย่างไร ไม่! ในทันใดนั้นเขาก็นึกขึ้นได้ว่าสามีของหันอวี้ฉินเป็นอาจารย์ที่โรงเรียนซงเจียน นั่นต้องเป็นอาจารย์หวังเป็นแน่

ตวนมู่หวงฮุนรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมากที่ได้พบกับข้อสรุปนี้

อาจารย์หวังเป็นคนที่น้อยคนจะให้ความสนใจ และตวนมู่หวงฮุนไม่มีความรู้สึกประทับใจในตัวเขาแม้แต่น้อย พิจารณาจากวิชาที่เขาสอนแล้ว ระดับพลังของเขาไม่น่าจะสูงนัก

ตวนมู่หวงฮุนสงบใจลงอย่างรวดเร็ว เรื่องนี้ไม่น่าตื่นตระหนกสักนิด

ทันใดนั้นเอง เขาก็รู้สึกสงสัย แล้วหมิงซิ่วตามหาอ้ายฮุยเพื่ออะไร

ทำไมไม่ตามไปดูเล่า

เมื่อเขาคิดได้ดังนั้นตวนมู่หวงฮุนก็ไม่หยุดนิ่งอีกต่อไป ใช่แล้ว เขาควรตามไปดู เจ้าหมอนั่นอ่อนแอมากอยู่แล้ว อีกทั้งยังขาดเรียนแทบจะทุกวัน อยากรู้เสียจริงว่ามัวไปทำอะไรอยู่กันแน่

ตวนมู่หวงฮุนบอกกับตัวเองว่าในเมื่อพวกเขาเป็นเพื่อนร่วมกลุ่มกัน หากอ้ายฮุยอ่อนแอจนเกินไปก็จะถ่วงเพื่อนร่วมกลุ่มซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลกระทบกับเขาโดยตรง

เขาออกเดินในทันที

โรงฝึกศาสตราวุธนั้นอยู่ห่างไกล ไม่ง่ายเลยที่หมิงซิ่วจะหาเจอ ดังนั้นหากตวนมู่หวงฮุนตามไปในตอนนี้ก็คงไม่สายเกินไป

แต่เขากลับไม่ได้เดินไปยังโรงฝึกโดยตรง กลับกัน เขาเดินกลับไปยังที่พักและสวมหน้ากากพลังธาตุ

นี่คือความไม่สะดวกที่มาพร้อมกับชื่อเสียง มีคนจดจำเขาได้บ่อยจนเกินไป เขาไม่ต้องการให้นักเรียนหญิงผู้คลั่งไคล้เขามารบกวนระหว่างทาง

เขาตัดสินใจจะสืบหาว่าเจ้าสารเลวนั่นกำลังทำบ้าอะไรอยู่

ใบหน้าในกระจกนั้นแปลกไป ดวงตาทั้งคู่ดูเยือกเย็น

เป็นไปตามที่เขาคาดไว้ เมื่อมาถึงตรอกทางเข้าสู่โรงฝึกศาสตราวุธ หมิงซิ่วยังมาไม่ถึง ดังนั้นเขาจึงซื้อปิงถังหูลู่ไม้หนึ่งและหาที่ซ่อนกายเพื่อเฝ้ารอเช่นนักล่าคอยเหยื่อ

“หากคราวหน้าเจ้ามาแถวนี้ตามลำพักอีกก็ระวังตัวกว่านี้ด้วย”

เด็กผู้ชายพูดกับเด็กสาวข้างๆ ขณะย่างเท้ามาด้วยกัน

“ทำไมกัน แถวนี้ไม่ปลอดภัยหรือ” เด็กสาวถามด้วยความสงสัย

เด็กชายกล่าวอย่างจริงจังว่า “เจ้าไม่รู้หรือ ที่นี่คือสถานที่เกิดเหตุเปลือยกายเมื่อไม่นานมานี้”

“จริงหรือ” เด็กสาวตกใจเป็นอย่างมาก “คนบ้าเปลือยกายคนนั้นน่ะหรือ”

“ใช่แล้ว ข้าเองก็อยู่ที่นั่นในคืนนั้น และเห็นมันกับตา ไอ้คนบ้านั่นมีทักษะการต่อสู้ที่แข็งแกร่งมากอีกด้วย” เด็กชายกล่าวต่อ “รักษาตัวด้วย”

ตวนมู่หวงฮุนกำลังกินปิงถังหูลู่อยู่ก็ได้ยินการสนทนานี้เข้า เขาแข็งทื่อไปในทันที ผิวหน้าแสบร้อนราวกับโดนตบอย่างรุนแรง รู้สึกเหมือนต้องหาที่ซ่อนตัวเอาไว้ สิ่งที่เกิดขึ้นในคืนนั้นปรากฏขึ้นในความคิดของเขาอย่างไม่ตั้งใจ ถึงแม้ว่าเรื่องนี้จะผ่านไปแล้ว เขาก็ยังรู้สึกอับอายขายหน้าอยู่

ตวนมู่กำลังจมอยู่ในความทรงจำอันสุดจะทนอยู่ จึงไม่ทันสังเกตเห็นเด็กชายที่เหลือบมองไปทางเขาอย่างไม่ตั้งใจ

เด็กชายคนนั้นตัวแข็งค้าง

เมื่อรับรู้ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น เด็กสาวจึงถามขึ้นว่า “เกิดอะไรขึ้น”

 “ไม่มีอะไร” เด็กชายตอบด้วยเสียงเบา แต่เขาดึงมือเด็กสาวเงียบๆ ส่งสัญญาณว่าพวกเขาต้องไปจากที่นี่โดยเร็วที่สุด

เด็กสาวไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายหมายความว่าอย่างไรแต่ก็เดินตามไปอย่างรวดเร็ว

หลังจากเดินออกไปได้ระยะหนึ่ง เด็กชายยังคงหวาดกลัวอยู่ เขาเหลือบมองไปด้านหลังก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อมั่นใจแล้วว่าตวนมู่กำลังมองพื้นและไม่เห็นพวกเขา

“เกิดอะไรขึ้นกับเจ้าเมื่อครู่นี้” เด็กสาวถามด้วยความเป็นห่วง

เด็กชายกำลังจะตอบคำถาม ก็พลันมองเห็นยามสองคนเดินลาดตระเวนอยู่ เขารีบดึงมือของหญิงสาววิ่งทางพวกยาม

ตวนมู่หวงฮุนที่อยู่อีกด้านหนึ่งของถนน กำลังจมอยู่ในความคิดเกี่ยวกับเหตุการณ์อันน่าอับอายและไม่สังเกตเห็นความกังวลบนใบหน้าของยามหลังจากที่ได้ยินสิ่งที่เด็กชายกล่าว

พวกยามรับฟังอย่างตั้งใจเพราะสาเหตุที่พวกเขาต้องมาเดินลาดตระเวนทุกวันก็เนื่องมาจากคดีเปลือยกายที่ทางโรงเรียนซงเจียนต้องการจะสืบสวนนั่นเอง

เนื่องจากความโด่งดังของตวนมู่หวงฮุน ชื่อเสียงของสถาบันซงเจียนจึงเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน ดังนั้นจะให้พวกเขาปล่อยเรื่องฉาวโฉ่เช่นนี้ไปได้อย่างไร

ยามทุกคนรู้ดีว่าไอ้สารเลวเปลือยกายนั้นมีทักษาการต่อสู้ที่แข็งแกร่ง

ยามคนหนึ่งเปิดกล่องแก้วขนาดเล็กที่บ่าของเขา ผึ้งสื่อสารสีเทาพุ่งออกมาจากกล่องและบินออกไป

พวกเขามองหน้ากันก่อนจะดึงอาวุธออกมาจากฝักที่ข้างสะเอว จากนั้นก็แยกกันเดินเข้าหาผู้ชายที่กินปิงถังหูลู่อยู่จากคนละด้าน

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น