Badberry

ขอบคุณที่กดเข้ามานะคะ

Part 22 : คนที่คิดถึง

ชื่อตอน : Part 22 : คนที่คิดถึง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 19.4k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ม.ค. 2562 14:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Part 22 : คนที่คิดถึง
แบบอักษร


“คุณๆ แลกบัตรก่อนครับ” เสียง รปภ. ประจำอาคารจอดรถตะโกนไล่หลังรถหรูของภีมพลที่ขับเลยขึ้นไปอย่างรวดเร็ว

“วันนี้มันวันอะไรวะ?! เจอคนแบบนี้อีกแล้ว” รปภ. คนเดิมส่ายหน้าบ่นตามหลังภีมพลที่ขับรถขึ้นไปบนอาคาร

“เต็ม เต็ม นี่ก็เต็ม...นี่มันที่จอดรถห้างหรือเปล่าวะ? เต็มแม่งทุกชั้น พนักงานที่นี่คงรวยมากสินะถึงมีรถกันคนละคัน มิน่ารถแม่งถึงติดฉิบหาย” ภีมพลบ่นอยู่ลำพังภายในรถ เขาตัดสินใจขับรถวนขึ้นไปชั้นบนสุดของอาคารจอดรถโดยไม่รู้ว่าเป็นที่จอดสำหรับผู้บริหารและแขกวีไอพีเท่านั้น

เอี๊ยด!!

ด้วยความรีบร้อนภีมพลจอดรถขวางรถหรูคันใหญ่ไว้เพราะใกล้ทางเข้าตึกที่สุด และเขาไม่ลืมที่จะปลดเกียรว่างไว้ด้วย

“คุณ! คุณ! จอดรถตรงนี้ไม่ได้นะครับ คุณ!”

รปภ. ที่ดูแลลานจอดรถชั้นผู้บริหารตะโกนเรียกภีมพลที่วิ่งเข้าลิฟท์ไปเรียบร้อยแล้ว

ติ๊ง!

“ขอโทษนะครับ...ปฐมนิเทศห้องไหนครับ” ทันทีที่ประตูลิฟท์เปิดออกขายาว ๆ ของเขาก็รีบวิ่งไปที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ทันที

“ปฐมนิเทศนักศึกษาฝึกงานจบจบไปตั้งแต่สิบโมงครึ่งแล้วนะคะน้อง” ประชาสัมพันธ์สาวยิ้มหวานให้กับภีมพล

“ทำไมน้องเพิ่งมาละคะ?” พี่สาวประชาสัมพันธ์และสาวๆ รอบๆ มายืนล้อมตัวภีมพลไว้ด้วยความสนใจชายหนุ่มรูปงาม

“คือ...พอดีรถมันติดมากเลยครับ ผมเลยมาไม่ทันจริงๆ” ภีมพลบอกกับสาวๆ ที่มารุมล้อม ใครจะกล้าบอกความจริงกันละว่าตื่นสาย

“คุยอะไรกันเสียงดัง ถ้าท่านประธานมาเจอจะโดนลงโทษนะ แยกย้ายกันไปทำงานได้แล้ว” ชายวัยกลางคนรูปร่างสันทัดท่าทางใจดีเดินเข้ามาขัดจังหวะการสนทนาของสาวๆ

“น้องคนนี้มาปฐมนิเทศไม่ทันค่ะ” ประชาสัมพันธ์สาวแจ้งกับชายวัยกลางคน เขาถอนหายใจจ้องมองไปที่ภีมพล

“เสียใจด้วยนะคุณกฎก็ต้องเป็นกฎ เราคงให้คุณฝึกงานที่นี่ไม่ได้จริงๆ ” ที่ผ่านมามีนักศึกษาที่มาปฐมนิเทศไม่ทันแบบภีมพลหลายคนและทุกคนก็ถูกส่งกลับมหาวิทยาลัยตามกฎ

“คะ...ครับ” ภีมพลเข้าใจที่ชายวัยกลางคนพูดแต่โดยดี ร่างบางเดินอย่างผิดหวังกลับไปที่ลิฟท์

ตรู๊ดดด...ตรู๊ดดด...

“คุณชาติคะ โทรศัพท์จากคุณตะวันค่ะ” ประชาสัมพันธ์สาวแจ้งกับคุณสุชาติชายวัยกลางคนที่เป็นผู้จัดการฝ่ายบุคคลของบริษัท เขาเดินมารับสายสนทนาไม่นานก็รีบวางสาย

“นักศึกษาคนเมื่อกี้ไปไหนแล้ว” เขาหันมาถามหาภีมพลด้วยท่าทีร้อนรนแต่ไม่พบชายหนุ่มตรงนั้นแล้ว

“น้องเขาเดินไปที่ลิฟท์แล้วค่ะ” ประชาสัมพันธ์สาวบอกกับคุณสุชาติที่รีบเดินตามภีมพลไปที่ลิฟท์อย่างรวดเร็ว

“คุณๆ รอเดี๋ยวก่อน!”

“ครับ”

โชคดีที่นี่เป็นตึกสูงลิฟท์โซนสูงลงมาถึงชั้นล่างค่อนข้างใช้เวลา ชายวัยกลางคนที่เดินมาทันภีมพลรู้สึกโล่งอก เขารีบพาชายหนุ่มไปที่แผนกเลขาทันที

“เดี๋ยวคุณไปกับผมก่อนนะ”

..........

ก็อกๆ

“เชิญครับ”

ชายหนุ่มในห้องพูดอย่างสุภาพอนุญาตให้คนข้างนอกเข้ามา เขายังวุ่นกับการทำงานสำคัญจึงไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองคนที่เข้ามาในห้อง

“ผมพานักศึกษาฝึกงานมาส่งครับ”

“ขอบคุณครับคุณสุชาติ คุณไปทำงานต่อเถอะ” ชายวัยกลางคนพยักหน้ารับรู้คำสั่ง เขารู้ว่างานของตะวันค่อนข้างละเอียดถ้าผิดพลาดจะโดนตำหนิได้ ก่อนออกจากห้องเขาหันไปจับบ่ายิ้มให้ภีมพลอย่างเป็นมิตรเพื่อบอกให้เขารออยู่ตรงนั้น

“คุณนั่งรอผมก่อนนะ” ตะวันบอกภีมพลที่ยืนเก้ๆ กังๆ อยู่ในห้อง ร่างบางเดินไปนั่งที่เก้าอี้รับแขกหยิบมือถือขึ้นมาส่งไลน์หาธาวินที่เงียบหายไป

สักพักตะวันวางมือจากงานที่ทำเหลือบมองไปที่ชายหนุ่มในชุดนักศึกษาที่นั่งจ้องหน้าจอมือถือ เขาถือโอกาสสำรวจภีมพลตั้งแต่หัวจรดเท้าว่าหนุ่มคนนี้มีอะไรพิเศษถึงทำให้เจ้านายเขาสนใจนัก

“มีอะไรรึเปล่าครับ?” ดวงตากลมโตที่แฝงไปด้วยความฉลาดจ้องกลับไปที่ตะวันที่มองเขาอยู่อย่างไม่หลบสายตา ด้วยความที่ถูกทศกัณฐ์แอบเฝ้าตามอยู่นานภีมพลจึงมีสัมผัสค่อนข้างไวเวลาที่โดนแอบจ้องมอง

“ไม่มีอะไร” เขาบอกกับภีมพลพลางยกหูโทรศัพท์ขึ้นเพื่อโทรออกหาใครบางคน

..........

“คุณนั่งรอตรงนี้ก่อนนะ”

ตะวันบอกกับชายหนุ่มในชุดนักศึกษาที่เดินตามเข้ามาในห้องทำงานขนาดใหญ่ของประธานบริษัท

“คุณจะไปไหนหรือครับ” ภีมพลที่กำลังจะนั่งลงบนโซฟาตัวใหญ่ถามตะวันที่ทำท่าจะเดินออกไปนอกห้อง

“ผมมีงานต้องทำ คุณนั่งรอท่านประธานอยู่ที่นี่แหละ ท่านมีแขกอีกสักครู่ก็คงจะเสร็จแล้ว” ตะวันบอกกับภีมพล

“เดี๋ยวครับ” ภีมพลเรียกตะวันที่กำลังจะเดินออกนอกห้องไว้อีกครั้ง ตอนนี้ในหัวของเขามีคำถามมากมายที่อยากจะรู้

“ครับ” ตะวันหันมาถามภีมพลที่เรียกเขาไว้

“คือ...ผมหมดสิทธิ์ที่จะฝึกงานที่นี่แล้วไม่ใช่หรือครับ” คุณสุชาติเป็นคนบอกกับภีมพลตอนที่เจอกันชั้นล่าง แต่อยู่ๆ เขาก็ตามขึ้นมาพบตะวัน

“ถ้าตามกฎ...ใช่” ตะวันบอกกับชายหนุ่มที่ยังทำหน้าไม่เข้าใจ

“หมายความว่าไง?! แล้วทำไมถึงต้องให้ผมขึ้นมาบนนี้ด้วยละครับ”ภีมพลถามตะวัน

“ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน” ตะวันบอกกับภีมพลไปตามตรง เพราะตัวเขาเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร... “ไว้คุณลองถามเขาดูเองก็แล้วกันนะ” ตะวันพูดตัดบทกับชายหนุ่ม

“เขา?” นักศึกษาหนุ่มถามซ้ำด้วยความอยากรู้

“คนที่เรียกคุณมาที่นี่ไง” เลขาหนุ่มเปิดประตูเดินออกไปนอกห้องทิ้งภีมพลไว้ในห้องเพียงลำพังตามคำสั่งของเจ้านาย

ร่างบางที่นั่งรอคนที่เรียกเขาขึ้นมาอย่างเซ็งๆ ดวงตากลมโตมองสำรวจไปรอบๆ ห้องทำงานที่มีพื้นที่กว้าง ทุกอย่างถูกตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่ดูทันสมัย ยิ่งของตกแต่งที่ดูคุ้นตาพวกนี้อีก เขาลุกจากโซฟาที่นั่งอยู่เดินดูข้าวของในห้องทำงานอย่างเพลิดเพลิน มือไม้ซุกซนหยิบจับของในห้องเล่นไปเรื่อยเปื่อย

“ทำอะไรนะ?! เคยบอกแล้วใช่มั้ยว่าอย่าซน”

เสียงดุดันที่คุ้นเคยทำร่างบางที่ยืนหันหลังอยู่ถึงกับชะงักไป เขาค่อยๆ หันกลับมามองคนที่เดินเข้ามาในห้องอย่างเงียบๆ เมื่อเห็นหน้าถึงกับหลุดพูดชื่อเขาออกมาเบาๆ

“พี่ทศ! พี่มาอยู่ที่นี่ได้ไง....?!”

ทศกัณฐ์เดินเข้าหาตัวภีมพลอย่างใจเย็น ร่างสูงใหญ่เบียดเข้าที่ร่างบางจนแนบสนิท

“พะ...พี่ทศ พี่จะทำอะไร”

“พี่เคยบอกแล้วใช่มั้ยว่าอย่าซน” ทศกัณฐ์ดึงรถยนต์โบราณจำลองที่อยู่ในมือของภีมพลออกมาตั้งไว้ที่เดิม ดวงตาเฉียบคมจ้องมองใบหน้าหวานที่ไม่ได้เจอมาหลายวันด้วยความคิดถึง



::::::::::

ความคิดเห็น